[Vietnam Ep.1] เที่ยวแบบชิค ๆ ได้ฟีลยุโรป ได้ใกล้ ๆ แค่ไปบานาฮิลล์, ดานัง~ รีวิวโดย STOP ME

H E L L O ! ! ! สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกับ STOP ME อีกแล้วววววว ^___^ ครั้งนี้ STOP ME ขอเอาใจคนที่มีเวลาน้อย อยากได้ทริปประหยัด แต่สามารถไปสัมผัสกับบรรยากาศดี ๆ พร้อมกับได้รูปถ่ายจากวิวสวย ๆ มาอัพลง Facebook และ IG ให้เพื่อน ๆ กด Like แบบรัว ๆ ก็ได้เหมือนเดิม! EP.1 BA NA HILLS Ba Na Hills

[Vietnam Ep.1] เที่ยวแบบชิค ๆ ได้ฟีลยุโรป ได้ใกล้ ๆ แค่ไปบานาฮิลล์, ดานัง~

[Vietnam Ep.1] เที่ยวแบบชิค ๆ ได้ฟีลยุโรป ได้ใกล้ ๆ แค่ไปบานาฮิลล์, ดานัง~

 วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 01.12 น.

 วันที่เดินทาง 28 มิ.ย. 2562

H E L L O ! ! !

สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกับ STOP ME อีกแล้วววววว ^___^

ครั้งนี้ STOP ME ขอเอาใจคนที่มีเวลาน้อย อยากได้ทริปประหยัด แต่สามารถไปสัมผัสกับบรรยากาศดี ๆ พร้อมกับได้รูปถ่ายจากวิวสวย ๆ มาอัพลง Facebook และ IG ให้เพื่อน ๆ กด Like แบบรัว ๆ ก็ได้เหมือนเดิม!


EP.1 BA NA HILLS

Ba Na Hills คือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สมัยที่ประเทศเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ดังนั้นสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรมที่นี่จึงมีลักษณะออกไปทางยุโรป เพราะได้รับแนวคิดมาจากฝรั่งเศสนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าใครไม่อยากพลาดล่ะก็ เลื่อนลงไปอ่านกันเลยจ้าาา


การเดินทาง

เมื่อเราออกจากสนามบินมา ก็จะบรรดาแท็กซี่ยืนรอเรียกอยู่ ซึ่งสามารถขึ้นจากที่นี่ได้เลย หรือจะเรียก Grab ก็สะดวกเช่นกัน ตอนนั้น STOP ME ไปกัน 4 คน ต่อรองค่าแท็กซี่อยู่ที่ 500,000 VND ค่ะ

รถที่นี่จะขับช้ามากกกก เพราะมีกฏหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เราเลยถามคนขับว่าทำไมที่นี่ไม่มีการผ่าไฟแดง หรือขับเร็วเกินกว่ากำหนด ทางคนขับตอบกลับมาว่า ตำรวจจับ ค่าปรับแพง 55


Lobby


Lobby


Lobby view

แท็กซี่จะมาส่งเราตรงหน้า Lobby ของโรงแรม ซึ่งส่วนนี้จะเป็นโซนสำหรับลูกค้าของโรงแรม Mercure Danang French Village Bana Hills เท่านั้น (ถ้าไม่ได้ที่พักที่นี่ จะมีกระเช้าให้ขึ้นแยก ต้องเดินถัดไปอีกนิดหน่อยค่ะ)


Check in receipt

เมื่อเราทำการ Check in จะได้เป็นเอกสารต่าง ๆ ทั้งคีย์การ์ด, คูปองอาหาร, แผนที่ พร้อมกับการชี้แจงตารางการเปิดปิดสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งมีพี่ Bell boy มาช่วยยกกระเป๋าและพาเราไปส่งที่ห้องด้วยค่ะ


Cable car

Cable car waiting point 1

Cable car waiting point 2

หลังจากที่เรา Check in แล้ว ก็นำตั๋วที่ได้จากทาง Reception มายื่นให้พนักงานเพื่อขึ้น Cable ไปยัง French Village station กันเลยค่าาา


Cable car 1

Cable car 2

Cable car ของที่นี่มีความพิเศษมาก ๆ ที่ STOP ME คิดว่าทุกคนต้องว๊าวคือ มันยาวกว่า 5 กิโลเมตร และไม่มีสถานีพักเลย เราสามารถนั่งชมวิวได้แบบเพลิน ๆ กับท้องฟ้า สายลม แสงแดด ต้นไม้ รวมถึงน้ำตก ประมาณ 20 นาที ตั้งแต่ต้นจนสุดทางเลยทีเดียวค่ะ

Sickness Bag

อีกอย่างหนึ่งที่ STOP ME รู้สึกชอบมาก ๆ เลยก็คือ Sickness Bag ค่ะ ใครรู้สึกมึนหัว กลัวความสูง มีความคลื่นไส้ สามารถใช้บริการของเจ้าถุงนี้ได้ ซึ่งเค้าจะมีให้ใน Cable car เลยค่ะ สามารถหยิบมาใช้ได้เลย แต่ในส่วนของยาดมนั้นนน เพื่อน ๆ ต้องเตรียมกันเองนะคะ STOP ME ได้มีโอกาสขึ้นช่วงบ่าย ๆ ซึ่งอากาศจะค่อนข้างร้อนทีเดียว ทริคคือต้องเปิดช่องลมด้านบนของ Cable car เพื่อให้อากาศถ่ายเทค่ะ ยิ่งขึ้นสูงจะยิ่งรู้สึกลมแรงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ารู้สึกว่าลมแรงเกินไป ก็ปิดเพียงช่องใดช่องนึงก็พอค่ะ


Hotel 2 Bunk Bed

Toilet

Internal hotel area

ห้องพักที่ทาง STOP ME เลือกมาเป็นห้อง 2 Bunk bed สามารถเปิดหน้าต่างรับลมเย็น ๆ ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงที่ STOP ME ไป กลางวันประมาณเกือบ ๆ 40 องศา แต่กลางคืนอากาศเย็นสบาย ปนระมาณ 10 องศาปลาย ๆ จนเปิดหน้าต่างนอนรับลมแบบชิว ๆ แทน ห้องน้ำมีเคาเตอร์ 2 ตัว สามารถใช้พร้อมกันได้ ส่วนฝักบัวเป็นแบบ Rain shower เอาไว้ให้อาบน้ำแบบชุ่มฉ่ำหัวใจกันไปเล๊ยยย

นอกจากนี้ ภายในโรงแรมยังมีการตกแต่งที่สวยงาม เพราะที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านฝรั่งเศส บ้านพักตากอากาศของทหารสมัยนั้น ทำให้ผนังมีความเป็นหินแบบโบราณ ๆ นั่นเอง


French Village


Mountain View

จุดที่ชมวิวแบบพาโนรามาส่วนนี้ เป็นส่วนที่ STOP ME รู้สึกชอบมากที่สุด เพราะนอกจากวิวธรรมชาติ ป่าเขา ก้อนเมฆแล้ว ถ้าเรามาช่วงเย็น ๆ จะเห็นวิวของพระอาทิตย์ใกล้ตกดินอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าถึงแม้การเดินขึ้นมาบนนี้จะเหนื่อย แต่เมื่อมาถึงแล้วหยุดพัก Relax ไปกับบรรยากาศแล้ว ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ากับการเดินทางมาไกลจากไทยแน่นอนค่ะ :)


Chinese Temple


Chinese temple

อีกหนึ่งความสวยงามคือวัดจีนที่อยู่ด้านบนนี้ค่ะ ทางเดินเป็นหินอ่อน รูปปั้นต่าง ๆ ที่อยู่บนนี้ก็ทำมาจากหินอ่อนเช่นเดียวกันค่ะ ที่ STOP ME ประทับใจนอกจากรูปปั้นหินอ่อนแล้ว ยังมีศาลาไม้ที่เก่าแก่ และมีการแขวนระฆังยักษ์ไว้ด้านบนให้เราขึ้นไปชมอีกด้วยค่ะ


French Village

Architecture

เดินเล่นที่วัดเสร็จแล้ว ก็มาเดินเล่นในหมู่บ้าน เพื่อชมความงดงามของตึกที่เก่าแก่และมีคุณค่ากันค่ะ สังเกตว่าวัสดุที่ใช้สร้างตึกนั้น ประกอบด้วยหินก้อนใหญ่วางเรียงกัน นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นที่ตั้งประดับประดาอยู่ตามมุมต่าง ๆ อีกด้วยค่ะ


Church

Church

เมื่อถึงเวลากลางคืน STOP ME อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ มาชมความสวยงามของโบสถ์ที่ตั้งอยู่ตรงน้ำพุลานวงกลมค่ะ เพราะตอนกลางคืน ที่นี่จะเปิดไฟ ให้ความรู้สึกว่ามันอลังการสุด ๆ ไปเลย หรือเพื่อน ๆ จะเข้าไปในโบสถ์เพื่อรับบรรยากาศของความเงียบสงบก็ดีเช่นกันค่ะ


Golden bridge

Golden bridge

Golden bridge

สำหรับ Signature ของบานาฮิลล์คือสะพานมือ หรือ Golden bridge ที่ใครได้มา ก็ต่างต้องมาถ่ายรูปกันค่ะ ส่วนนี้จะเป็นสะพานที่สร้างขึ้นมา ราวกับถูกโอบอุ้มด้วยมือหินขนาดยักษ์ มองออกไปเป็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา STOP ME ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ มาตั้งแต่เช้า ๆ เพราะถ้ามาตอนสาย ๆ คนจะค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวค่ะ


Le Jardin d' Amour

ใกล้ ๆ กับสะพานมือนั้น ก็ยังมีสวนดอกไม้ 9 สวนที่จัดตกแต่งมาใน theme ต่าง ๆ ที่มีชื่อว่า Le Jardin d' Amour ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ คนไหนรู้สึกว่าแดดร้อนเกินไป แต่ยังอยากชมวิวสวนแห่งนี้อยู่ละก็ เพื่อน ๆ สามารถนั่งทาน BBQ พร้อมกับจิบเบียร์เย็น ๆ ได้ทางร้านอาหารด้านข้างได้เลยค่ะ รับรองว่าอิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ ในส่วนของอาหารบน Bana hills นั้น ถ้าเป็น A la carte จะเน้นไปทาง BBQ เนื้อ, หมู, ไก่, กุ้ง, และอื่น ๆ ค่ะ ซึ่ง STOP ME เองก็ฝากท้องไว้กับเจ้า BBQ ตลอดเลย


Debay Wine Cellar

Debay Wine Cellar

มาถึงที่นี่ทั้งที จะพลาดชิมไวน์ที่ Debay Wine Cellar ก็กระไรอยู่ เพราะที่นี่คือโรงบ่มไวน์ ที่อยู่ลึกลงไปเกือบ 100 เมตรเลยทีเดียว ตามทางเดินจะมีถังไม้ตั้งวางอยู่ เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับบรรดาขวดไวน์ที่ตั้งเรียงกันบนผนัง ซึ่งเราสามารถออเดอร์ไวน์รสชาติใดก็ได้ตามที่เราชอบกับทางเจ้าหน้าที่ได้เลยจ้า ของ STOP ME สั่งไปว่า Fruit wine เลยได้ไวน์เย็น ๆ กับแอปเปิ้ลหั่นเต๋ามาเคี้ยวกรุบกรุบค่ะ ^__^



Fantasy park

ปิดท้ายด้วย Fantasy park สวนสนุกที่เราสามารถเล่นได้ฟรี ไม่จำกัดรอบ!!! เป็นอะไรที่ดีงามมาก ๆ ค่ะ เพราะเค้ามีเครื่องเล่นหลากหลาย มีหลายชั้น รวมถึงมีส่วนของการแสดงให้ชมฟรีอีกด้วย เพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบเล่นเครื่องเล่นสวนสนุก คงจะต้องถูกใจแน่นอน


ค่าใช้จ่าย


Hotel fee

ในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นอยู่ที่ 5,273.34 บาท ซึ่งข้อดีคือ

- ได้ทานอาหารเช้าฟรี

- ได้ส่วนลดค่ากระเช้าเหลือ 350,000 VND จากปกติ 700,000 VND

- ได้ขึ้นกระเช้า Private line ของโรงแรม

- ได้บรรยากาศตอนไม่มีคน ไม่วุ่นวาย


สถานที่


Location

Bana Hills ตั้งอยู่ในเมืองดานัง สามารถนั่งรถยนต์มายังจุดขึ้นกระเช้า Bana hills ได้จากสนามบินโดยตรงเลยค่ะ


ข้อมูลเพิ่มเติม


Bana Hills Map (Source: Asianwaytravel, 2019)

1.Bana Hills มีค่า Cable car

- ผู้ใหญ่ คนละ 700,000 VND

- เด็ก คนละ 550,000 VND

(รวมค่าขึ้น Cable car และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ทั้งหมดแล้วค่ะ)

2.Banahills

- เปิดให้บริการตั้งแต่ 07:30 ถึง 22:00 น. เท่านั้น


STOP ME ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครมีเวลาว่างแค่ 2-3 วันและงบจำกัด ก็สามารถจูงมือเพื่อนสนิทและคนรู้ใจมาเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ที่นี่เล๊ยยย

อ๊ะ ๆ !! เพื่อความสำเร็จในการชวนเที่ยวแบบทริปไม่ล่ม ก็ต้องกดไลค์ กดแชร์ไปให้เพื่อนร่วมทริป อินไปกับเราจนต้องเอ่ยปากว่า ''ไปกัน!!!!!''

By STOP ME


ความคิดเห็น