ทริป แบกเป้ เที่ยวจีน คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า ยูนาน ย่าติง (ช่วง ต.ค. ใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน 25,000 บาท/คน) รีวิวโดย Chai smile

รีวิว ทริปแบกเป้เที่ยวจีน คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า ยูนาน ย่าติง (ช่วง ต.ค. ใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน 25,000 บาท/คน) บทนำ ทริปนี้เตรียมวางแผนล่วงหน้ากัน 2 เดือน เริ่มจากน้องคนนึงโพสในเฟสบุ๊ค กลุ่ม หาเพื่อนเที่ยว Backpacks จากนั้นก็รวมๆกันได้ 8 คน พอดีสำหรับ Taxi 2 คันเลย ปิดกรุ๊ป วางแผน ประชุมกันทาง

ทริป แบกเป้ เที่ยวจีน คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า ยูนาน ย่าติง (ช่วง ต.ค. ใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน 25,000 บาท/คน)

ทริป แบกเป้ เที่ยวจีน คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า ยูนาน ย่าติง (ช่วง ต.ค. ใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน 25,000 บาท/คน)

 วันพฤหัสที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 13.03 น.

 วันที่เดินทาง 5 ต.ค. 2561

รีวิว ทริปแบกเป้เที่ยวจีน คุนหมิง ลี่เจียง แชงกรีล่า ยูนาน ย่าติง (ช่วง ต.ค. ใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน 25,000 บาท/คน)

บทนำ ทริปนี้เตรียมวางแผนล่วงหน้ากัน 2 เดือน เริ่มจากน้องคนนึงโพสในเฟสบุ๊ค กลุ่ม หาเพื่อนเที่ยว Backpacks จากนั้นก็รวมๆกันได้ 8 คน พอดีสำหรับ Taxi 2 คันเลย ปิดกรุ๊ป วางแผน ประชุมกันทางไลน์ โดยนัดเจอกันวันทำวีซ่าครั้งเดียว การทำวีซ่าจีนง่ายมาก แค่มีตั๋ว ใบยืนยังจองที่พัก ซึ่งจะจองแบบยกเลิกได้เพื่อยื่นขอวีซ่าเท่านั้น แนะนำ booking.com ค่าทำวีซ่า 1,000 บาท พวกเราเดินทางพวกเราไปกัน 5 คน อีก 2 คนล่วงหน้าไปก่อนแล้ว อีก 1 คนรอรับที่สนามบิน

สรุป ช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่สวยที่สุด ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวเกินไป เดินทางสะดวก แนะนำช่วงนี้เลยครับ

Highlight ของทริปนี้คือ อุทยานแห่งชาติย่าติง (Yading) ซึ่งสวยงานมาก สวยจริงๆ ไปแล้วต้องอยากไปอีก ตามรูปเลยครับ เหมือนสวิสเวอร์แลนด์เลย


วันที่ 1 เริ่มต้นการเดินทาง วันแรก ดอนเมือง คุนหมิง ลี่เจียง

08.20 น. Take off จากสนามบินดอนเมืองโดยสายการบินนกแอร์ FD582 จองล่วงหน้าได้ราคา 6,609.- บางช่วง ไม่ถึงห้าพันบาท โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ราคา 3-4 พันบาทครับ แต่สภาพภูมิประเทศจะแห้งๆ ไม่สวย ร้อน ไม่แนะนำครับ

11.30 น. ถึงสนามบินคุนหมิง ก็รีบออกจากประตู ไปที่ตู้ขายตั๋ว สอบถาม จนท. เพื่อจองตั๋วไปสถานีรถไฟ ได้รถบัส No. 919C ราคา 13 หยวน (1 หยวน เกือบๆ 5 บาท) นั่งรถจนสุดทาง ก็เดินต่ออีกนิด ก็ถึงสถานีรถไฟ พวกเรายืนงงกันอยู่แปปนึง เพราะทุกอย่างเป็นภาษาจีน สักพักก็เริ่มหาข้อมูลราคา รถไฟคนละ 141 หยวน แต่ถ้ารถเหมาคนละ 150 หยวน ก็เลยเลือกรถไฟเพราะถึงลี่เจียงเข้าพอดี รถออก 20.49 น. เรามีเวลา 5 ชม. เลยออกมาทานข้าวเที่ยง อาหารมื้อแรก ok เลย มี ซี่โครงหมูน้ำแดง 39 หยวน, ผัดผักกวางตุ้ง 16 หยวน, ซุบผักใส่หมี่ 18 หยวน, ซาลาเปา 1 เข่ง 8 ลูก 6 หยวน รวมๆราคา 120 ยวนเอง สำหรับ 6 คน จากนั้นก็ข้ามถนนไปรอรถเมล์สาย 64 ไปวัดหยวนธง คนละ 1 หยวนเอง ถูกมาก เราใช้วิธีเปิด Google map พอรถใกล้ๆถึงวัดก็ลงสถานีใกล้สุด วัด Yuangtong Buddhist Tample พวกเราต้องเสียค่าเข้าคนละ 6 หยวน วัดนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี เป็นวัดสวยงามมาก มีทั้งสระน้ำ ต้นไม้ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ขากลับพวกเราเลือกใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน คนละ 2 หยวนเอง นั่งแค่ 5 สถานี ก็ลงที่ Kunming Railway station ใช้เวลา น้อยกว่านั่งรถเมล์เกือบ 1 ใน 3 เลยละ เลยมีเวลาชิวๆ ออกจากสถานีก็ต้องหาทางไปสถานีรถไฟ น้องๆผู้หญิงกำลังเปิด Google น้องผู้ชายก็ใช้วิธีเดินเข้าไปถามสาวจีน สาวจีนคงฟังไม่รู้เรื่อง ท่าทางตกใจและกำลังจะเดินหนี ผมเลยเปิดหนังสือภาษาจีนคำว่าสถานีรถไฟ เขาก็เลยเข้าใจ ชี้บอกทาง ก็เดินไม่ไกลนักก็ถึง มานั่งพักทานข้าว ไก่ทอด 21 หยวน พวกเราก็ยังชิวๆ เพราะคิดว่ายังมีเวลาอีก เกือบชั่วโมง ก็เลยไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ ซึ่งที่นี่มีรับฝากใบละ 5 หยวน แต่ก็มีเรื่องตื่นเต้น เพราะน้อง ผู้ชาย ทำตั๋วรถไฟหาย พวกเราเลยแยกกัน กลุ่มนึงไปประชาสัมพันธ์ อีกกลุ่มรื้อหาในเป้ เวลาก็เหลือแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ยังโชคดีที่มีคนใจดีพบตั๋วนำมาฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์ เลยได้ตั๋ว ซึ่งตั๋วจะระบุชื่อ เพราะต้องใช้ Passport ในการซื้อดังนั้นจะใช้ตั๋วของคนอื่นไม่ได้ จากนั้นพวกเราก็รีบวิ่งบ้าง เดินบ้างไปชานชลา แต่ก็ไม่ง่ายเพราะไม่มีภาษาอังกฤษ ก็ต้องถามประชาสัมพันธ์อีก ก็วิ่งสิครับ ทันเวลา เข้ารถไฟทันแบบเฉียดฉิว พวกเราซื้อตู้นอนแบบ Hard sleeper ใน 1 ห้องมี 6 เตียง แบ่งเป็น 3 ชั้น ผมนอนชั้นบนสุด ซึ่งสูงมาก ปีนขึ้นแทบจะตะคริวกินเลยละ ขึ้นแล้วก็ไม่ลงไปไหน ไม่ล้างหน้าแปรงฟันละ เพราะลงยาก นอนดีกว่า แปปๆ ก็จะสี่ทุ่ม ขอนอนเอาแรงไว้ลุยต่อพรุ่งนี้ (สรุปวันนี้เดินไป 10,267 ก้าว หรือประมาณ 7.18 กม. ใช้แคลลอรี่ไป 442 Cal.) หมดเงินไป 237 หยวน...

เวลา 22.00 น. ไฟปิด เวลาผ่านไป 23.00 น. ก็ยังไม่หลับเพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่ รถก็สั่น ยิ่งเตียงบนด้วย แคบก็แคบ เหมือนนอนในห้องแคปซูล ทรมานจริงๆ แต่ยังดีที่อากาศเย็นสบาย ชิวๆ นอนๆไปเดี๋ยวก็หลับ เวลา 05.00 น. ไฟเปิด ต้องรีบแย่งกันเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน แต่ดีที่คนจีนไม่เหมือนไทย เรื่องอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน นี่ไม่ค่อยเห็นคนจีนทำกันเลย มีเฉพาะผู้หญิงจีนส่วนน้อยที่ตื่นมาล้างหน้าแต่งหน้า แต่คนไทยไม่ได้เลย ต้องจัดเต็ม 06.00 น. จนท.ผู้หญิงก็มาเดินปลุกคนที่ยังไม่ตื่น ปลุกเสียงดัง หน้าดุ ยังไงก็ต้องรีบตื่นแน่นอน 5555 เย้ๆ ถึงแล้ว ลี่เจี่ยง เมืองมรดกโลก

หมายเหตุ

1. การเตรียมตัวสำหรับการเที่ยวครั้งนี้ ตั๋วเครื่องบิน 6,609.- แลกเงิน 18,000.- ที่เหลือคือ ทางเลือกครับ แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลย เช่น เป้ขนาด 40 ลิตร 1,000.- กางเกงสำหรับเดิน trekking 890.- เสื้อแขนยาว คอจั๊ม 2 ตัว 500.- เสื้อหนาวขนเป็ด, รองเท้ากีฬาแบบทนๆ, เสื้อกันฝน, กล้องถ่ายรูป เลนส์ 40,000.- ฯลฯ

2. ป้ายเกือบทั้งหมดที่นี่เป็นภาษาจีนเพราะรัฐบาลสนับสนุนให้คนจีนเที่ยวในประเทศ แค่คนจีนพันกว่าล้านคนเที่ยว เดินทางในจีนสิ่งอำนวยความสะดวกก็แทบจะไม่พอแล้ว ไม่ต้องนึกถึงคนต่างชาติ สังเกตุจากที่สถานีรถไฟพบกลุ่มทัวร์จีนพาคนจีนไปเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยมาก รถไฟนอนก็คนจีนเกือบทั้งหมด ในวัดหยวนธงก็เจอชาวยุโรปแค่ 3 คน ที่น่าแปลกใจคือ คนจีนที่นั่งเครื่องจาก กทม มาพร้อมกันก็มาเจอกันบนรถไฟเพื่อไปเที่ยวลี่เจียง แสดงให้เห็นว่าทั้งคนจีนในประเทศและจีนในต่างประเทศก็มาเที่ยวในจีน ดังนั้นประชากรพันกว่าล้านคนก็เป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่สุดแล้ว

3. เมืองคุนหมิงเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ถือว่าไม่ใช่เมืองใหญ่ ประชากร รถบนท้องถนนไม่คับคั่ง บ้านเมืองสะอาดมาก ต้นไม้เยอะ ไม่มีมลพิษเนื่องจากมอเตอร์ไซค์ทุกคันใช้ไฟฟ้า รถยนต์มีรถจีน ยุโรป เกาหลี แต่แทบจะไม่มีรถญี่ปุ่น หากมีก็ต้องมีภาษาจีนหรือธงจีนเพราะเหตุการณ์ขัดแย้งในอดีตที่คนจีนไม่เคยลืม...

วันที่ 2 ชมเมืองเก่าลี่เจียง

เวลา 06.10 น. รถไฟถึงลี่เจียงตามเวลาแป๊ะ สุดยอดมากๆ ออกจากรถไฟสัมผัสอากาศหนาวทันที ควันออกปากกันเลยละ จากนั้นก็มีเอเย่นรถมาถาม ตกลงราคาที่ 50 หยวน ได้รถตู้เล็ก 1 คันไปโรงแรม เจ้าของโรงแรมชื่อ Tom ออกมาต้อนรับอย่างดี ประทับใจกับที่พักมาก October Inn เป็นแบบ Hostel พักห้องรวม 8 คน ห้องน้ำรวม แต่สวยงามมาก คุ้มสุดๆ คนละ 175 บาทเอง เข้าห้องก็ได้รับแจกปลอกหมอน ผ้าปูเตียง ปลอกผ้าห่ม มาปูเอง แสดงให้เห็นว่าเป็นผ้าซักใหม่นะ ประมาณ 08.30 น นัองอีก 2 คนก็ตามมาสมทบ เป็นอันว่าครบ 8 คน หลังจากอาบน้ำกันเสร็จก็เริ่มประชุมหารือเรื่องแผนการเที่ยว แนะนำ สรุปวันนี้ก็เดินชมเมืองเก่าชิวๆ พรุ่งนี้จะเริ่มเดินทางไกล Trekking เส้นทาง Middle way of Tiger Leaping Gorge ซึ่งต้องเดิน ตามแนวเขา ผ่านน้ำตกสวย ที่ไหลลงสู่แม่น้ำแยงซี เราแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1 นั่งรถ 40 หยวน เพื่อไปจุดเริ่มเดินเต็มๆ 14 กม. ประมาณ 7-8 ชม. ซึ่งจะเดินร่วมกันชาวแคนนาดา อเมริกา และเยอรมัน อีกกลุ่มนั่งรถ 55 หยวน ไปจุด Middle way เลย และเดิน Trekking ไปน้ำตก ผมวางแผนจะเดินกลุ่ม 2 ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งจะเดินประมาณเกือบ 10 กม. ...


สำหรับวันนี้ เรารวบมื้อเช้าและเที่ยงด้วยทานอาหารพื้นเมือง หมูทอด ต้มยำปลา ผัดผัก ต้มจืดผักขาหมู เสริมรสด้วยซอสพันท้ายฯ จากไทย อร่วยมาก รวมๆราคา 25หยวน/คน จากนั้นก็เริ่มเดินชมเมืองเก่ามรดกโลกลี่เจียง World Horitage of Lijiang บอกเลยว่า ตะลึง สวยงาม สมคำรำ่ลือ พวกเราต้องจ่ายค่าบำรุงเมือง คนละ 80 หยวน เดินกัน 3 ชม. เต็ม เกือบๆ หกพันก้าว ก็ยังไม่ทั่ว เลยกลับมาพักที่โรงแรมก่อน ความสวยงามของเมืองเก่าคือ บ้านเรือนเก่าทรงโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์และบูรณะ มีลำธารน้ำใสๆ ต้นไม้ใบไม้ ดอกไม้สีสวยๆ ร้านขายของที่ระลึกมากมาย มีการแสดงการรำตามวัฒนธรรมโบราณ สะพานหินตามแบบในหนังจีนโบราณ ขอบอกว่านักท่องเที่ยวจีนเยอะมาก หลายพันคน มีคนไทยและต่างชาติน้อยมาก ไม่ถึง 10% ทุกที่จึงมีแต่ภาษาจีน คนจีนมักมาเป็นคู่ๆ มาถ่ายรูปสวยๆ รอบค่ำ ก็ออกไปเดินชมเมือง จุดเดิม ที่เดิม แต่สวยไปอีกแบบ เพราะมีร้านอาหาร ร้านเหล้า ผับ เธค เยอะมาก ตลอดทางเลย มื้อค่ำทานซุบ ข้าวผัดคนละ 15 หยวน ปัญหาคือ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง โชคดีที่ในกลุ่มมีน้องพูดจีนได้บ้าง สังเกตุได้ว่า กลางวันคนเน้นเดินถ่ายรูป แต่จะมาช็อปปิ้งกันตอนค่ำ คนเยอะมาก พวกเราต้องวางแผนโปรแกรมการเดินทางกันใหม่ เพราะหารถเหมาไประหว่างเมืองยาก และราคาแพง สรุปว่า พรุ่งนี้ไป Trekking นอนค้างที่จุดชมวิว 1 คืน พรุ่งนี้ต้องออกเดินทาง 07.00 น. สรุปวันนี้เดินไป 15,273 ก้าว ประมาณ 10.6 กม. เผาพลาญ แคลรอรี่ไป 657 cal.

วันที่ 3 วันนี้เดินป่าภูเขาชมวิวธรรมชาติ Trekking at Tiger leaping gorges

เส้นทางTrekking Upper ในฝันของหลายๆคน โดยเฉพาะนักเดินทาง วันนี้พวกเราต้องตื่นกันแต่เช้า นอนก็ไม่ค่อยหลับ บางคนตื่นตั้งแต่ตี4 รถมารับตอน 07.30 น. ค่ารถ 55 หยวน นั่งรถประมาณเกือบ 3 ชม พอเกือบๆถึงก็มี จนท. มาเก็บเงินค่าเข้าอุทยาน 65 หยวน ใครมีบัตรนักศึกษา ของ International Student Identity Card ที่อายุไม่เกิน24 ปีก็จะได้ส่วนลด เหลือเพียง 32.5 หยวน จริงๆผมก็ทำบัตร ISC มานะ ทำมาจากถนนข้าวสาร 200.- แต่ติดที่อายุเกินเลยใช้ไม่ได้ แต่ที่อื่นๆใช้ลดได้ เวลา 11.00 น. กลุ่มแรกก็จุดเริ่มต้นที่ Qiaotoa ตรงโรงเรียน จากนั้นก็เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆประมาณ 3.5 ชม(ฝรั่ง) หรือ 4-5 ชม(สำหรับคนไทย) ก็จะถึงหมู่บ้าน Ya Cha รวมๆตามเส้นทางก็ 18 กม. ใช้เวลารวมๆ 7-8 ชม. แต่กลุ่มแรกหลงทาง ตอนห้าโมงหากเดินต่อก็มืดคงเดินไม่ได้ กลุ่มแรกเลยตัดสินใจตัดเขาลงตรงๆ ไปถนนใหญ่ แล้วขอให้ชาวบ้านมาส่ง เวลาประมาณ 18.50 น. ลุงก็มาส่งที่โรงแรมซึ่งใกล้นิดเดียว แต่ก็ช่วยชีวิตทุกคนให้ปลอดภัยเลยให้ลุงไป 100 หยวน สรุปกลุ่มแรก เดินไปประมาณ 32,000 ก้าว ใช้เวลา 8 ชม. กลุ่มผมนั่งรถมาโรงแรม ทานข้าว นั่งพัก ชมวิวชิวๆ ประมาณเที่ยงก็ออกเดิน trekking แต่ใช้เส้นทางย้อนกลับเพื่อจะได้เจอนักเดินทาง และพวกเราก็ได้เจอหลายชาติเลย เริ่มตั้งแต่ชาวโปแลนด์ ฝรั่งเศส อิสราเอล เกาหลีใต้ สวิสเซอแลนด์(แปลกใจมาก ทักทายเราสวัสดีมาแต่ไกลเลย เพราะเขาเคยอยู่ไทย 3 ปี) ได้ทักทาย พูดคุยทุกกลุ่มเลย เป้าหมายของเราคือ น้ำตก 2 น้ำตก ซึ่งเดินไปก็ถอดใจกันตลอด เพราะร้อน เหนื่อย เดิน 20 ก้าวก็หยุดพัก ถามฝรั่งไปตลอดทางว่าไกลไหม แต่ละคนก็บอก 1 ชั่วโมง แต่เดินไปเดินมา 3 ชั่วโมง เหนื่อยมาก เดินกลับอีก 1.5 ชม. แต่ก็คุ้มสุดๆ วิวสวยมาก น้ำตกละลายจากหิมะ รสชาติดี น้ำใสเย็นมาก เราเดินไป พักกินขนมไป ถึง โรงแรมก็ สี่โมงครึ่ง อาบน้ำ ทานข้าว ชมวิว มาเจอกลุ่มคนไทยพักโรงแรมเดียวกัน 18 คน ก็รู้จักกันอีก เพราะเป็นนักเดินทางเหมือนกัน น้องๆในกลุ่มรู้จัก เจอกันที่ ทริปแอฟริกาใต้, ทริปเวียดนาม สรุปวันนี้ผมเดินไป 14,175 ก้าว หรือ 10 กม. เผาพลาญแคลรอรี่ไป 611 cal. ใช้เงินไป 210 หยวน พรุ่งนี้ก็จะเดินต่อในเส้นทาง Lower ไปตามแม่น้ำแยงซี


หมายเหตุ การใช้อินเทอร์เน็ตที่จีน จะเล่นไลน์และเฟสบุ๊คไม่ได้ ต้องทำ 3 วิธีคือ 1. เปิดโรมมิ่งจากไทย 2. ซื้อซิมใหม่ที่จีน 3. ใช้ซิมไทย ใช้ไวไฟโรงแรม แต่ต้อง โหลด App VPN for iphone ลงเครื่องเลือกประเทศจีน และ App Hotspot VPN แต่ให้เลือกประเทศอะไรก็ได้ยกเว้นจีนเพื่อหลอกว่าเราไม่ได้อยู่จีน ก็จะใช่ไลน์ได้ สุดท้ายก็เข้าไปตั้งค่าไวไฟ ตั้งค่า เร้าเตอร์ เป็น 8.8.8.8 หรือ 8.8.4.4 ก็จะใช้เฟสบุคได้

วันที่ 4 วันนี้มีโปรแกรมเดียว แต่ต้องตื่นเช้าทานข้าวเวลา 07.30 น. กินข้าว 4 หยวน ไข่เจียวหมู 20 หยวน โปรแกรมเดิน trekking at the Lower part of Tiger leaping gorges เป็นช่วงที่ต้องเดินขนานไปกับแม่น้ำแยงซี ทางโรงแรมมีรถไปส่งที่ทางลง ต้องเสียเงิน 10 หยวน เพราะเป็นทางที่ชาวบ้านทำทางลงเอง เดินลงจากถนนเพื่อไปสู่ทางเดินค่อนข้างชัน ทำให้ปวดเข่าเลยละ เดินลงมาเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ถึงทางแยก ซ้ายไปจุดสุดท้าย คือช่องหุบเสือกระโจน เป็นช่วงที่แคบสุดของแยงซี ว่ากันว่าเสือโคร่งสามารถกระโดดข้ามแม่น้ำได้เลย ก็เลยสร้างรูปเสือกำลังกระโจน(Tiger leaping)ไว้ หากเลี้ยวขวาจะไป จุดชมวิว Midway (ตามภาพ) ซึ่งสวยงามมาก เราก็เลยไปทางนี้ และด้วยเหตุผลเรื่องเวลากลับ จองรถไว้ 15.30 น. ทำให้ต้องไปกลับก่อนบ่ายโมง พวกเราเดินเลาะๆตามทาง ประมาณเกือบ 2 ชม. ก็ถึงจุดชมวิว ฟินมาก ใช้เวลานั่งชมวิวตรงนี้เกือบครึ่ง ชม. แต่ทางไปชมวิวต้องข้ามสะพานไม้ซึ่งต้องจ่าย 10 หยวน เพื่อข้ามสะพานไม้ยาวประมาณ 50 ม. หากใครกลัวความสูงก็คงไม่กล้าเดินข้ามแน่ ประมาณ 10.30 น. พวกเราก็เริ่มเดินกลับ ผ่านทางแยก ซึ่งทางซ้ายจะเลาะๆริมน้ำ เดินผ่านป่า แต่อีกทางเป็นทางลัด ต้องปีนบันได (Ladder) สูงและชันมาก แต่ต้องจ่าย 15 หยวน พวกเรายอมจ่าย มีเพียงน้อง 1 คนที่อยากลองเส้นทางใหม่ วันนี้เราเดินกันแค่ 5 ชม. แต่เหนื่อยมาก เพราะทางกลับต้องเดินขึ้นเขาชัน ประมาณ 10 ก้าวก็ต้องหยุดพัก ดีที่มีจุดพักทุกๆ ช่วง มีขายน้ำ ขายผลไม้ด้วย เราซื้อสาลี่ลูกใหญ่จากหญิงพื้นเมืองลูกละ 4 หยวนซึ่งเธอก็ปอกให้กินเลย หวานและกรอบมาก บางช่วงฝนตกก็ต้องรอไม่สามารถเดินต่อได้เพราะหินจะลื่น มีอยู่จุดนึงเราเจอนักเดินทางจากเกาหลี เป็นกลุ่มลุงๆ ใจดีมากนั่งพัก ดื่มเหล้าเซจู แล้วยังแบ่งมาให้ผม 1 ขวดเล็กด้วย ใจดีจัง


ประมาณเที่ยงก็ถึงโรงแรม รอรถกลับลี่เจียงตอนบ่ายสามครึ่ง...นั่งรถกลับสามชั่วโมง ทุกคนหลับสนิท เกือบๆหกโมงก็ถึงลี่เจียง เมืองใหญ่นะ จอดตรงไหนเนี้ยะบอกให้ลง ยืนงงกันแปปนึง น้องๆเลยมีโอกาสได้เลือกซื้อผลไม้ ได้ลูกท้อ 15 หยวน คือ กก.ละ 20 หยวนและก็เริ่มเรียกเท็กซี่ แหมเหมือนไทยเลย ไม่ไป สุดท้ายได้ 2 คัน ผมไปคันแรก ส่งถึงหน้าโรงแรมเลย คนละ 10 หยวน แต่อีกคันคนละ 20 หยวน แต่ส่งหน้าปากซอย ต้องเดินขึ้นเขากันเหนื่อยเลย 555 จ่ายแพงกว่าด้วย



มาถึงโรงแรมก็โทรคอนเฟิร์มเรื่องรถเหมาไปจงเตี้ยน (แซงกรีล่า) พรุ่งนี้ เวลา บ่ายสอง และนัดรถไปขึ้นเขาหิมะมังกรหยก เจ็ดโมงเช้า ตอนค่ำก็ออกมาเดินในเมือง ทานอาหารค่ำ วันนี้อยากกินปิ้งย่าง ก็ได้กินสมใจ มีทั้งแฮม เนื้อ หมู ไก่ ปลา ปลาหมึก ไส้กรอก ย่าง เสียบเป็นไม้ๆละ 3-6 หยวน กินกับข้าวสวยร้อนๆ ณ สภาพอากาศหนาวมากที่ ประมาณ 10 องศา ฟินสุดๆ ค่าอาหารคนละ 40 หยวน ยิ่งดึกยิ่งหนาว โอ้ย ทรมาน กลับมาถึงโรงแรมสี่ทุ่มต้องอาบน้ำสระผมเพราะพรุ่งนี้ไม่ได้อาบแน่ น้ำอุ่นก็ไม่ทำงาน สุดๆเลยละ สรุปวันนี้เดินไป 14,653 ก้าว หรือ 10 กม. เผาพลาญแคลลอรี่ 631 cal. สรุปวันนี้ใช้เงินไป ประมาณ 120 หยวน



วันที่ 5 เวลา 07.00 น. รถมารับเพื่อไปจุดขายตั๋วเพื่อขึ้นเขาหิมะมังกรหยก ระยะทางจากลี่เจียงไปเขาประมาณ 40 กม. ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่ง ชม. พวกเราให้ทางโรงแรมจองรถให้ 2 คันๆละ 180 หยวน ก็ตกคนละ 45 หยวน เราถึงก่อนเปิดขายตั๋วประมาณ 20 นาที ก็รีบไปยืนต่อคิวไว้ โชคดีที่คนยังไม่เยอะ พอ 08.05 น. ประตูเปิดคนก็กรูเข้าไปคนจีนที่ไม่ได้ต่อคิวก็เข้าไปด้วย เจอคนไทยชี้ด่า No no มันงง เลยไม่กล้า เราก็ต้องต่อคิวอีกรอบ ก็จะมีพวกแซงคิวอีกแต่คนขายตั๋วไม่ให้แซง คือเราใช้ Passport ในการซื้อตั๋ว เขาก็รู้ว่าเป็นต่างชาติ ซึ่งเป็นข้อดีคือที่นี่จะช่วยเหลือคนต่างชาติดี เราจ่ายค่าเข้าอุทยานเขาหิมะ 180 หยวน ค่ารถไปขึ้นเคเบิ้ล 20 หยวน ค่ากระเช้า 130 หยวน และต้องใช้ตั๋วบำรุงเมืองเก่าลี่เจียง 85 หนวนด้วย (แต่เราซื้อตั้งแต่วันแรกแล้ว)



ต่อจากนั้นก็นั่งรถไปที่จุดขึ้นเคเบิ้ล ซึ่งเปิด 09.00 น. เราก็รีบไปเข้าแถว ช่วงนี้ สับสนหน่อยเพราะคนเยอะมาก ทัวร์จีนมาเป็นกลุ่ม ต่อคิวอยู่นานเห็นแถวซ้ายทัวร์จีนพาลูกทัวร์เข้าได้เราเลยไปบ้างกลุ่มเรา 7 คน 1 คนไม่ขึ้นรอด้านล่าง ปรากฏว่าได้ ขึ้นได้เลย ก็รีบวิ่งไปขึ้นกระเช้า(วันนี้ที่เราต้องรีบเพราะต้องกลับไปขึ้นรถไปแซงกรีล่า (Shangrila) ตอนบ่ายสอง) การขึ้นกรถเช้าที่นี่นั่งได้ประมาณ 6 คนสนุก ตื่นเต้นดีสำหรับคนที่ไม่กลัวความสูง แต่น้องในกลุ่มคนนึงกลัวความสูงนั่งปิดตาตลอด ขาสั่น ก็น่าสงสารน้อ เกือบๆ 10 โมง โหไม่น่าเชื่อคนเยอะมากแสดงว่าต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้าแน่นอน ผมลองคาดคะเนจากจำนวนรถบัสที่จอดเคร่าๆ เฉพาะช่วงเช้า เกือบๆ 500 คัน นี่ขนาดวันธรรมดา เห็นอาจารย์คนจีนเคยบอกว่าหากเป็นวันหยุดของจีน ไม่ต้องออกไปเที่ยวไหนและต้องซื้ออาหารตุนไว้เลย เพราะคนเยอะมาก วันนี้คาดว่าหลักหมื่นแน่นอน แต่ 95% เป็นคนจีนนะ จุดบนสุดสูง 4,680 ม. จากระดับน้ำทะเล มีออกซิเจนเบาบางประมาณ 70-80% ดังนั้นออกซิเจนกระป๋องจำเป็นครับ ด้านล่างขาย 120 หยวน แต่ด้านบนขาย 68 หยวน ถูกกว่าอีก เครื่องดื่มที่ขายดีคือกระทิงแดง 20 หยวน ผมเดินถึงจุดสูงสุด คนเดียวในกลุ่มเพราะเวลาเรามีน้อย น้องๆ ต้องรีบลงและมันเดินขึ้นบันได ไต่ระดับขึ้น 167 ม. เดิน 10 ก้าว พัก 3 นาที เหนื่อยมาก ขาระบมไปหมด จุดบนสุดได้พูดคุยกับเพื่อนใหม่ชาวฮอลแลนด์ ด้วย




ขาลงจากเคเบิลก็รีบขึ้นรถบัสลงมาที่จอดรถ ปรากฏว่าเราลงจุดจอดรถบัส เลยงง ว่าไปทางไหน จริงๆ ต้องนั่งต่อไปสุดทาง เราต้องเดินไปไกลเลยละ ต่อจากนั้นก็ไปชมสระมังกรดำ แล้วก็กลับโรงแรม ขึ้นรถมาแซงกรีล่า วันนี้ตั้งแต่เช้า ยังไม่ได้กินข้าวเพราะไม่มีเวลา รถหยุดให้กินข้าวตอน สี่โมงครึ่ง(เช้าควบเที่ยง) เกือบๆทุ่มก็ถึงโรงแรมทราเวน มีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นอีกแล้ว คือ เจอเพื่อนชาวแคนาดาที่พักที่เดียวกันที่ลี่เจียง ที่ไปเดิน trek ด้วยกัน มาเจอกันที่นี่อีกแล้ว รอบนี้เลยคุยกันยาวเลย ขื่อ Ryan และเจอครอบครัวชาวจีน ที่ไปเดิน trek ด้วยกันที่นี่อีก โอ้โลกกลมจริงๆ ค่ำๆก็ออกไปกินข้าว แบบเมื่อวานเลยคือปิ้งย่าง และเดินชมเมืองแซงกรีล่าซึ่งปัจจุบันกำลังฟื้นฟูหลังถูกไฟไหม้ใหญ่ทั้งเมืองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สรุปวันนี้ใช้เงินไป 360 หยวน และจ่ายค่ารถ ค่าที่พัก ของอีก 4 วันที่เหลืออีก 700 หยวน กองกลางรวมๆ 4 วันที่ผ่านมา 150 หยวน และวันนี้เดินไป 14,216 ก้าว พรุ่งนี้นั่งรถ 11 ชั่วโมงเพื่อไปมณฑลยูนาน เมืองเฉินตู ครับ

วันที่ 6 เดินทางไป อุทยานแห่งชาติย่าดิ่ง(Yading Natural Park) ทะเลสาบน้ำนม ทะเลสาบห้าสี

วันนี้ออกจากแซงกรีล่าเช้าเพื่อไปย่าติง ซึ่งมีอุทยานที่สวยงามหลายแห่งเช่น ทะเลสาบน้ำนม ทะเลสาบห้าสี ซึ่งปลายตุลาคมใบไม้เปลี่ยนสี มีหิมะปกคลุม สวยงามไปอีกแบบ แต่ต้องนั่งรถไกลมาก 12 ชม. ทางไปก็ลำบากเพราะกำลังสร้างทาง ซึ่งเป็นทางเลียบแม่น้ำ ฮวงเหอเลาะภูเขา ผ่านอุโมงค์หลายอุโมงค์ ซึ่งเราเหมารถยาว 4 วันเลย 4,000 หยวน เกือบๆเที่ยง เจออุปสรรคใหญ่คือหินถล่มปิดถนน หรือมีงานก่อสร้างข้างหน้า ต้องจอดรอ..1,2,3,4,5 ชม.ผ่านไป ยังคงจอดรออยู่ที่เดิม เวลาเกือบๆห้าโมงออกเดินทาง จริงๆไปเต้าเฉิน ไปได้ 2 ทางคือทางเก่า ซึ่งเป็นทางหลัก มีรถบัสออกวันละรอบ เวลา 07.30 ราคา 109 หยวน แต่รถเต็มเร็วเราเลยเหมารถ หากไปเส้นนี้ใบ้เวลา 11-13 ชม. แต่คนขับแนะนำทางใหม่ตัดภูเขา ใช้เวลา 8 ชม. ซึ่งเปิดให้ใช้งานแล้ว มีบางวันเท่านั้นที่ปิดก่อสร้าง พวกเราโชคร้ายที่มาตรงวันปิดถนน สุดท้ายคนขับเลยพาไปอีกทางขึ้นเขาเหมือนกัน ซึ่งเขาก็ไม่คุ้นทาง จอดถามไปเรื่อยๆ แน่นอนโอกาสหลงมีสูงเพราะมืดและมีทางแยก แกต้องขับย้อนไปย้อนมา ผ่านหลายๆที่ๆสวยงาม ผ่านหมู่บ้านทิเบต ผ่านฝูงม้า วัว จามรี กระต่ายป่า แม่น ฯลฯ ผ่านจุดสูงสุดที่ 4,554 ม. นี่สูงพอๆกับภูเขาหิมะเลย ทำให้พบหิมะไดดตลอดสองข้างทาง เหนื่อยมาก นั่งรถ 24 ชม. แต่ขอบอกว่าคุ้มค่าเพราะเมืองเฉินตูสวยจริงๆ สรุป วันที่ 6 ใช้เงินไป ประมาณ 50 หยวน



หมายเหตุ เหมารถ วันละ 1,000 หยวน 4 วันก็ 4,000 หยวน แค่วันแรกคนขับก็เติมน้ำมันไป 200 และ 250 หยวนแล้ว น้ำมันดีเซลที่นี่ลิตรละ 7.11 หยวน หรือ 39.8 บาท เลยละ

วันที่ 7 วันนี้ช่วงเช้าก็นอนพักผ่อน เดินเล่นชมเมืองเต้าเฉิง (Dsocheng) เป็นเมืองที่อยู่ในมณฑลยูนาน เป็นจุดที่ต้องผ่านก่อนไปอุทยานย่าดิ่ง Yading ซึ่งมีทะเลสาบสวยๆมากมาย เมืองเต้าเฉิง อากาศเย็นมาก ตั้งอยู่ ณ ความสูง 3,700 ม. จากระดับน้ำทะเล ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ทิเบต วันนี้ได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ของเมือง โชว์เกี่ยวกับศาสนา เครื่องมือเครื่องใช้ ในชีวิตประจำวันของชาวจีน ทิเบต ช่วงบ่ายก็นั่งรถต่อมาย่าดิ่ง ระหว่างทางนั้นสวยงามมาก ถนนขนานแม่น้ำชิตู ใช้เส้นทาง S216 ระยะทางเกือบๆร้อยกม. แต่เราใช้เวลา เกือบสาม ชม. เพราะเเวะถ่ายรูปตลอดทาง วิวสวยๆทั้ง ใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาหิมะ ธงมนธิเบต เจดีย์ทิเบต แม่น้ำสวยๆ วันนี้เป็นวันสบายๆอีกวัน ชิวๆ แต่พรุ่งนี้สิ วันสำคัญอีกวัน ทะเลสาบสวยๆ เดินถ่ายรูปกันเหนื่อยแน่เลย สรุปวันนี้ใช้เงินจ่ายค่าโรงแรม 160 หยวน (2ที่) ค่ากองกลาง 30 หยวน ค่าเสื้อหนาว 130 หนวน ค่าน้ำดื่ม 6 หยวน รวม 326 หยวน


หมายเหตุ การเดินทางในจีนกรณีที่พูดภาษาจีนไม่ได้ อาจต้องใช้แอฟ Google map ช่วย เพื่อบันทึกตำแหน่งโรงแรม เพื่อจะได้ตามเส้นทางกลับได้, ขอนามบัตรโรงแรม เบอร์โทรไว้ เผื่อให้เท็กซี่ถามทาง, ในกรณีนั่งรถเมล์ จะดูว่าลงป้ายไหน ก็ใส่ชื่อสถานที่ๆจะไปใน google map เมื่อรถวิ่งก็จะเข้าใกล้จุดหมาย ใกล้สุดตามในแผนที่ค่อยลง, ชื่อสถานที่ ถนน ภาษาอังกฤษคนจีนจะไม่ค่อยรู้จักต้องรู้ชื่อภาษาจีนด้วย, หากจองโรงแรมที่ถัดไปหรือจองรถ ต้องโทรคอนเฟิร์มตลอด โดยให้ จนท.โรงแรมที่เราพักนั่นแหละคุยให้, ที่สำคัญต้องมีโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเมื่อมาจีนควรซื่อซิมที่นี่ราคา 30-50 หยวน เติมเงินสัก 30 หยวนก็เล่น 3G ได้แล้ว สามารถต่อ Google map ได้ตลอด

วันที่ 8 อุทยานแห่งชาติย่าดิ่ง(Yading Natural Park) ทะเลสาบน้ำนม ทะเลสาบห้าสี

วันนี้ออกจากโรงแรม 07.30 น. นั่งรถไปไม่ถึง 30 นาที ก็ถึงจุดขายตั๋วขึ้นอุทยาน คนจีนมากันตั้งแต่เช้าเพราะเริ่มเปิดให้ขึ้นตั้งแต่ 07.00 น. เช้าๆ คนเยอะมาก ต่อคิว เบียดกันขึ้นรถตามสไตล์พี่จีน บ่ายๆ คนขึ้นเริ่มน้อยแต่ก็ยังมีขึ้นบ้าง อุทยานปิด 17.00 น. วันนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการเดินทางก็ว่าได้ เพราะได้ไปยังอุทยานแห่งชาติย่าดิ่ง(Yading Natural Park) ซึ่งประกอบไปด้วย Yading Grand Canyon, Zhuomala Tample(วัดทิเบต), Zhuomala Lake(ทะเลสาบไข่มุกอันเลื่องชื่อ), Five colour lake(ทะเลสาบห้าสี), Milk lake(ทะเลสาบน้ำนม) และมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ(Holy water pool) ซึ่งมีวิวสวยๆของภูเขาหิมะเป็นฉากหลังสวยงามมาก (Xiannairi Mountain) ที่ความสูง 6,032 ม. ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ยิ่งมาช่วงนี้จะได้เห็นใบสนเป็นสีเหลืองอร่าม สลับแดงบ้าง สวยงามมาก ค่าเข้าอุทยาน 150 หยวน หากใช้บัตรนักศึกษาจะได้ลด 70หยวน แต่แถวยาวกว่า ค่ารถบัสขึ้นเขา 120 หยวน ซึ่งรถบัสวิ่งขึ้นเขา 1 ชั่วโมงกว่าๆเลยละ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก หากมาที่นี่ต้องใช้เวลาสักอาทิตย์ถึงจะเที่ยวหมด เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงอีกคือ ทุ่งใบไม้แดง(Red leaves in Echu Mountain) เวลา 15.00 น. พวกเราก็เดินทางกลับ ตามเส้นทาง S216 ย่าดิ่ง แล้วเลี้ยวซ้ายไป S217 เซียงเซิน(พัก 1 คืน) ระยะทาง 87 กม แต่เป็นทางขึ้นเขาสูง ไต่ระดับไปถึง 4,716 ม. เป็นจุดที่พวกเราลงไปถ่ายรูปกับหิมะ สรุปเดินทาง 4.5 ชม.

พรุ่งนี้ไปแซงกรีล่า เพื่อนั่งรถไฟตู้นอน (216 หยวน) กลับถึงคุนหมิงเช้า แล้วตรงไปสนามบิน บินกลับดอนเมือง คงหมดรีวิวแค่นี้ เพราะความสวยงามตลอดเส้นทางกลับคงไม่สวยเท่าทะเลสาบบนยอดเขา ณ ย่าดิ่งอีกแล้ว



หมายเหตุ

1. อุทยานแห่งชาติย่าดิ่ง ยังไม่มีทัวร์ในไทยนำเที่ยวมากนัก ทัวร์ที่ไทยนำเที่ยวจีนเฉพาะเส้นทางยอดฮิต ขายดี เช่น กำแพงเมืองจีน ปักกิ่ง ฮาบิน จิ่วไจ้โกว เป็นต้น

2. ที่ย่าติง และที่อื่นๆในจีน ส่วนใหญ่เน้นรับชาวจีนเพราะมีกำลังซื้อสูง ทำให้พบชาวต่างชาติน้อย วันนี้พบกลุ่มยุโรปแค่ประมาณ 15 คน ไทย 8 คน ที่เหลือหลักพันคน เป็นคนจีน

3. หากใครจะมาเที่ยวจีน แนะนำให้มากับทัวร์ดีกว่าเพราะสะดวก ปลอดภัย สบายใจ และได้ทานอาหารครบทุกมื้อ หากมาเองต้องอดมื้อ กินมื้อ แล้วแต่โอกาส ที่พักทัวร์ก็ดีกว่ามากส่วนใหญ่ 3 ดาวขึ้น(3 starts Hotel) แต่ถ้ามาเองอาจต้องประหยัดคือพัก Hostel ราคาไม่แพง แต่ข้อดีคือได้พบปะพูดคุยกับน้องเดินทางจากทั่วโลก ซึ่งเป็นจุดที่ผมเน้นที่สุด และหากอยากเที่ยวเส้นทางใหม่ๆ ต้องมากันเอง จะได้ประสบการณ์อีกแบบที่จะต้องประทับใจไปตลอดชีวิตแน่นอน

4. การมาเที่ยวจีนด้วยตัวเอง อย่ายึดติดกับรีวิวในเน็ตมากนัก เพราะกว่าครึ่งแทบจะไม่เหมือนกันเลย ต้องมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันแน่นอน

5. คนจีนส่วนใหญ่ชอบคนไทย พอบอกว่า หว่อ ซื่อ ไท่ กั่ว เหริน (ฉันเป็นคนไทย) ทุกคนจะยิ้มแล้วกล่าว สวัสดี น่ารักมาก ชาวยุโรปเช่นกันพอบอกว่าเป็นคนไทยจะบอกว่า ประเทศไทยสวย งามมาก

6. ค่าครองชีพที่จีนจะแพงกว่าไทย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ค่าเงินหยวนสูง ประมาณ 1 หยวน = 5.6 บาท

รีวิว เทคนิคการใช้ห้องน้ำที่จีน

หลายๆคนคงกลัวที่จะเข้าห้องน้ำที่จีน สำหรับผู้ชายคงพอไหว แต่สำหรับผู้หญิงคงต้องคิดหนักว่าจะเข้าหรือไม่เข้า ระดับห้องน้ำพอแบ่งได้ ดังนี้ 1) ตามภูมิประเทศ ที่เจอบ่อยคือข้างๆทาง ซึ่งรถส่วนใหญ่รถจะจอดริมถนน ข้างๆจะมีคูน้ำ ลองเดินไปดูด้านข้างจะพบอึหลายก้อนและเศษกระดาษทิษชู่เยอะเลย แต่ก็จะพบในพื้นที่นอกๆเมือง เข่น ถนนระหว่างเมือง ในเมืองจะมีห้องน้ำสาธารณะ(Public Toilets) ให้เข้าฟรี สะอาดเลยละ แต่ก็นานๆทีจะเจอ 2) ห้องน้ำแบบเป็นห้องกั้นไว้เฉยๆ มีช่องรูเล็กๆ ให้ถ่ายลง จะสกปรกและเหม็นมาก(ไม่ได้ถ่ายรูปไว้) พบตามชนบท 3) ห้องน้ำตามร้านขายของข้างทางเก็บ 1 หยวนบ้างไม่เก็บบ้าง เป็นรางสี่เหลี่ยม ชายห้อง หญิงห้อง แต่รางต่อเนื่องกัน ห้องแรกราด ห้องสองก็ได้ราดด้วย (ตามรูป) ไม่มีประตูปิดมิดชิด อึไปคงต้องทำเสียงเบ่งไปด้วยคนจะได้ไม่เดินเข้ามา 4) ห้องน้ำเก็บเงินตามที่สาธารณะ 1 หยวน แยกชายหญิง แต่มีหลายช่องย่อย ซึ่งจะมีแผงกั้นสูงระดับเอวแต่ไม่มีประตู นั่งอึไปก็มองหน้ากันไป คนที่นี่คงชิน นั่งอึไปสูบบุหรี่ไป อ่านหนังสือไป ชิวๆ รางจะต่อเนื่องกัน มี 2 ฝั่ง ห้องแรกอึ ก็จะไหลไปทางห้องสุดท้าย ใครอายก็ไปช่องสุดท้าย คนจะไม่เดินผ่าน แต่จะเป็นจุดรวมของมวลมหาอึ สำหรับผู้หญิง **แนะนำให้เอาร่มเล็กๆมาด้วย วางปิดหน้าช่องเลย สบายใจอึได้เต็ม ผ้าปิดจมูกด้วยยิ่งดีมากเพราะกลิ่นแรงมาก 5) ห้องน้ำตาม Hostel บางที่มีประตูกระจกปิด แต่กระจกพ่นทรายเกือบทึบ มีเว้นเป็นแถบยาวบ้าง สามารถมองเห็นคนข้างในชัดเจน เห็นหมดว่าเล็กใหญ่ 6) ห้องน้ำตาม Hotels มีแบบส้วมซึมและแบบนั่งชักโครก มีประตูปิดมิดชิด แต่ไม่มีสายฉีดชำระ ต้องมีกระดาษทิษชู่แห้ง และแบบเปียกติดตัวไว้ตลอดเวลานะ

หมายเหตุ 1. บนรถไฟตู้นอนมีห้องน้ำ ห้องส้วม คล้ายๆบ้านเรา แต่ตอนเช้าๆไม่ต้องแย่งล้างหน้าแปรงฟันเหมือนบ้านเรา เพราะคนที่นี่ตื่นก็ลงรถกันเลย

2. บนรถบัสนอน ไม่มีห้องน้ำแต่จะจอดที่จุดบริการ ประมาณ 2 ครั้ง ใครปวดบนรถก็ต้องทนรอประมาณ 4 ชม. ก็จะจอดสักรอบ

สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวจีน 10 วัน (คุนหมิง- เมืองเก่าหลี่เจียง- หุบเขาเสือกระโจน แม่น้ำแยงซี- ภูเขาหิมะมังกรหยก-เมืองแชงกรีล่า จงเตี้ยน-เมืองเต้าเฉิน- อุทยานย่าดิ่ง-เซียนเซิน-แชงกรีล่า-คุนหมิง) รวม 24,565 บาท

แยกได้ดังนี้เคร่าๆ ดังนี้

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน กทม-คุนหมิง 6,609 บาท ค่าซื้อ นน.กระเป๋า 20 กก. 640 บาท

2. ค่าใช้จ่าย 17,316 บาท

2.1 ค่าเข้าอุทยาน วัด ค่ารถในอุทยาน(ไปทัวร์หรือไปเองก็ต้องบังคับจ่าย) รวม 4,500 บาท(เฉพาะที่ภูเขาหิมะก็ 330 หยวน (เข้าอุทยานเขาหิมะ 180 หยวน ค่ารถไปขึ้นเคเบิ้ล 20 หยวน ค่ากระเช้า 130 หยวน, อุทยานย่าดิ่ง 270 หยวน)

2.2 ค่าเหมารถ รถเมล์ รถเท็กซี่ รถไฟฟ้าใต้ดิน รวม 5,500 บาท (แค่ค่ารถไฟก็ 147 หยวน, ค่ารถบัสนอนก็ 208 หยวน, ค่าเหมารถไปย่าดิ่งก็ 500 หยวนแล้ว)

2.3 ค่า Hostel, Hotel (จ่าย 7 คืน นอน 6 คืน เพราะนอนบนรถ 2 คืน) รวม 1,976 บาท เฉลี่ย 181 บาท/คืน

2.4 ค่าอาหาร 3,000 บาท

2.5 ค่าซื้อเสื้อหนาว กางเกง Shopping อื่นๆ รวม 2,000 บาท



ความคิดเห็น