รีวิว เที่ยว มัลดีฟส์ ไปทัวร์ หรือไปเอง จะเลือกแบบไหนดี งบ 3 หมื่น/คน รีวิวโดย Chai smile

รีวิว เที่ยว มัลดีฟส์ ไปทัวร์ หรือไปเอง จะเลือกแบบไหนดี งบ 3 หมื่น/คน บทนำ การเที่ยวมัลดีฟส์ช่วง High Season เริ่มตั้งแต่ พ.ย.-เม.ย. ของทุกปี เพราะฝรั่งทางฝั่งยุโรปเข้าหน้าหนาวและเริ่มหยุดพักร้อนกันทำให้ความต้องการของห้องสูงขึ้น ราคาค่าห้องพักก็สูงขึ้นด้วย แต่ช่วงนี้ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวที่ดี

รีวิว เที่ยว มัลดีฟส์ ไปทัวร์ หรือไปเอง จะเลือกแบบไหนดี งบ 3 หมื่น/คน

รีวิว เที่ยว มัลดีฟส์ ไปทัวร์ หรือไปเอง จะเลือกแบบไหนดี งบ 3 หมื่น/คน

 วันพฤหัสที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 15.45 น.

 วันที่เดินทาง 7 พ.ย. 2560

รีวิว เที่ยว มัลดีฟส์ ไปทัวร์ หรือไปเอง จะเลือกแบบไหนดี งบ 3 หมื่น/คน

บทนำ

การเที่ยวมัลดีฟส์ช่วง High Season เริ่มตั้งแต่ พ.ย.-เม.ย. ของทุกปี เพราะฝรั่งทางฝั่งยุโรปเข้าหน้าหนาวและเริ่มหยุดพักร้อนกันทำให้ความต้องการของห้องสูงขึ้น ราคาค่าห้องพักก็สูงขึ้นด้วย แต่ช่วงนี้ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวที่ดีที่สุดเนื่องจากมีสภาพอากาศสดใส ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีฝน โดยเดือนเมษายนเป็นเดือนที่อากาศร้อนที่สุด และเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่อากาศเย็นที่สุด ดังนั้น ช่วงที่เหมาะสม ประมาณเดือน พ.ย. ไม่ร้อนเกินไป

***การไปเองหรือไปทัวร์ที่สำคัญคือต้องดูเงื่อนไขให้ละเอียด ดังนี้ ตั๋วเครื่องบิน บินตรงหรือต่อเครื่อง ที่พักแบบในน้ำหรือบนฝั่ง ค่ากิจกรรม อาหารรวมหรือไม่ ที่สำคัญ การเดินทางไปเกาะด้วยเครื่องบินน้ำหรือเรือ ตามรายละเอียดด้านล่างครับ

***มัลดีฟส์ เป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะมีทะเลล้อมรอบจำนวนกว่าพันเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียซึ่งอยู่ระหว่างประเทศอินเดียกับศรีลังกา เกิดจากการทับถมของปะการังกลายเป็นหาดทรายขาว มีน้ำทะเลใสบริสุทธิ์ตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปจนถึงน้ำเงินเข้ม หากมองจากมุมสูงจะเห็นเกาะแบนราบจนเกือบเป็นหนึ่งเดียวกับผืนน้ำ พื้นที่ดินรวมเพียง 300 ตารางกิโลเมตรมีจุดสูงสุดเพียง 2.3 เมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม (atoll) รวมกว่าพันเกาะ มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 300 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวเกือบ 100 เกาะเพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยว

ดังนั้นแนวทางเลือกแพ็คเกจทัวร์มาเที่ยวมัลดีฟส์ และปัจจัยที่มีผลต่อราคาของทัวร์มัลดีฟส์จะขึ้นอยู่กับ
1. เดินทางช่วง High season (พ.ย.-เม.ย.) หรือ Low season (พ.ค.-ก.ย.) เพราะช่วง พ.ย.-เม.ย. ช่วงนี่เป็นช่วงที่ถือเป็นฤดูท่องเที่ยว เนื่องจากมีสภาพอากาศสดใส ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีฝน ชาวยุโรปหนีหนาวมาเที่ยวกันเยอะ ส่วนช่วง พ.ค.-ก.ย.เป็นช่วงที่มีฝนตกชุก แต่ฝนที่มัลดีฟส์จะตกเป็นช่วงสั้นๆ เพียง 15 - 30 นาทีก็หมดแล้ว ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสงบ ชายหาดที่มีผู้คนไม่พลุกพล่าน และห้องพักราคาถูก ดังนั้น ช่วง พ.ย.-เม.ย. ราคาที่พักจะสูงกว่า ช่วง พ.ค.-ก.ย. ***แต่ก็ท่องเที่ยวมัลดีฟส์ได้ตลอดทั้งปี สะดวกช่วงไหนไปช่วงนั้น
2. ราคาตั๋วเครื่องบิน มีทั้งบินครงและต่อเครื่อง ราคา ตั้งแต่ 7 พันกว่าๆ จนถึงหมื่นปลายๆ แนะนำสายการบิน บินตรงคือ Air Asian บินตรงจากไทย เช้า ถึง เที่ยง ราคาไม่ถึงหมื่น และ Bangkok Airways ก็บินตรง ส่วนสายการบินทางเลือกที่ต้องต่อเครื่องคือ Sri Langkan, Malaysian, Singapore Airline จะใช้เวลาเดินทางมากกว่า คือ จะถึงที่พักเย็นๆ นั่นคือ หมดไปแล้ว 1 วัน ***ผมแนะนำให้จองแพ็คเกจที่รวมตั๋วเครื่องบินบินตรงแล้วจะได้ราคาที่ถูกกว่ามากจองเองแน่นอน



3. ระยะทางจากสนามบินหลักไปยังโรงแรม หากเดินทางโดย Speed Boat ก็ราคาถูกกว่า Sea Plane มาก ดังนั้นก่อนเลือกโรงแรมต้องดูว่าไกลแค่ไหน ไม่ใช่ว่าได้โปรฯ ถูก แต่ต้องมาจ่ายค่าเครื่องบินน้ำอีกเป็นหมื่น ซึ่งหลายคนเคยพลาดมาแล้ว ***ผมแนะนำให้จองแพ็คเกจที่รวมตั๋ว Speed Boat หรือ Sea Plane ไว้แล้วจะได้ราคาที่ถูกกว่ามาก



4. ที่พัก มีหลายแบบ คือ Water valley (แพงสุด ราคา ต่อคืน หลักหมื่นถึงแสน และไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 หรือ 14 ปีพัก), Semi Water valley (ผมแนะนำแบบนี้ ด้านหน้าติดฝั่ง ด้านหลังติดทะเล ราคาไม่แพงมาก), Beach valley (ราคาถูกสุดแนะนำสำหรับท่านที่ไปเป็นครอบครัว มีเด็กเล็กไปด้วย ปลอดภัยสุด) เพราะนึกถึงทะเลยามกลางคืน ช่างแตกต่างจากกลางวันมาก มองไปทางไหนก็วังเวง เหมาะสำหรับคู่รัก Honey moon แต่ไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน พายุ


5. อาหารและกิจกรรม แนะนำ แบบ ALL INCLUSIVE จ่ายครั้งเดียวจบ เพราะอาหาร น้ำดื่ม บนเกาะราคาแพงมาก บางคนจองที่พักได้ราคาถูกมาก (Water valley) แต่ถ้าไม่อ่านเงื่อนไขให้ดี เจอค่าอาหาร น้ำ ค่ากิจกรรม ค่าเครื่องบินน้ำ รวมๆ แพงกว่าค่าที่พักหลายเท่า เพราะฉะนั้นอ่านให้ดีอย่าเห็นแค่ว่าราคาถูก


6. หาดทรายที่นี่เกิดจากการทับถมของปะการังกลายเป็นหาดทรายขาวนุ่มละเอียด และมีน้ำทะเลใสบริสุทธิ์ไล่ระดับสีตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปจนถึงน้ำเงินเข้ม เหมือนๆกันหมดในทุกๆ เกาะ จะต่างกันเล็กน้อยคือความสวยงามของปะการัง ดังนั้น ไม่ควรไปเลือกที่พักที่อยู่ไกลๆมาก ราคาที่พักบางที่อาจถูก ที่ค่าอื่นๆแพง เช่นค่าอาหาร ค่ากิจกรรม ที่สำคัญหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะลำบากในการกลับเมืองหลวง



***สรุปหากไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเลย ไปช่วง ธ.ค.-ม.ค. อากาศดีสุด ร้อนน้อยสุด ไม่เจอฝน เลือกที่พักระยะห่างจากสนามบินหลักไม่เกิน 100 กม. เพราะจะได้นั่ง Sea plane ไม่นานเกินไปประมาณ 30-40 นาที ได้ชมวิวมุมสูง เลือกที่พักกลางน้ำแบบมีสระน้ำส่วนตัว มีบันไดลงสู่ทะเลได้เลย มีแนวปะการังสวยงาม และเลือกแบบ Premium ALL INCLUSIVE รวมอาหาร กิจกรรมทุกอย่างพร้อม เราจะไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ ที่สำคัญอาหาร เครื่องดื่มฟรีตลอด โดยเฉพาะแอลกอร์ออร์ รับรองมีความสุขแน่นอน...



2. Travelling to Maldives: แนวทางการเดินทางไปพักผ่อนที่มัลดีฟส์



- การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากมัลดีฟส์มีภูมิประเทศเป็นเกาะ การเดินทางภายในประเทศจึงเดินทางได้ 2 รูปแบบ คือ การข้ามระหว่างเกาะทางเรือ หรือ เครื่องบิน
เที่ยวมัลดีฟส์โดยทางเรือ เรือของที่นีมีการติดตั้งอุปกรณ์ดาวเทียมนำทาง GPS ที่ติดตั้งไว้ทุกลำ ทำให้สามารถเดินทางรับ-ส่งได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้ในการเดินทางของรีสอร์ทที่อยู่ในกลุ่มมาเล่อะตอล (Male’ Atoll) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาะสนามบินมากนัก เรือโดยสารระหว่างเกาะสนามบินและเมืองมาเล่ เป็นเรือเฟอร์รี่เรียกว่า Dhoni จะออกเดินทางทุกๆ 15 นาที เที่ยวมัลดีฟส์โดยเครื่องบิน ถ้าเป็นเกาะที่อยู่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มมาเล่อะตอล ต้องพึ่งพาเครื่องบินในการเดินทางข้ามเกาะ เครื่องบินที่เป็นที่นิยมที่สุดคือ Seaplane หรือเครื่องบินสะเทินน้ำ สามารถชมทัศนียภาพที่งดงามระหว่างเดินทาง
เกร็ดความรู้อื่นๆ
1. VISA - สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศมัลดีฟส์นั้นได้รับการยกเว้นการทำ VISA ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวได้เลย แต่ต้องถือหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
2. ประเทศมัลดีฟส์เป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามและค่อนข้างที่จะเคร่งศาสนา ดังนั้นจึงข้อห้ามเรื่องการนำสิ่งของติดตัวเข้าประเทศเช่น เหล้าและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อาหารประเภทเนื้อหมู รูปเคารพฯ เป็นต้น และควรระมัดระวังเรื่องของการแต่งกายและการปฏิบัติตัวให้ เหมาะสมในที่สาธารณะ
3. ห้ามนำหิน ทราย เปลือกหอย ปากการัง ฯลฯ ออกไปจากมัลดีฟส์ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
4. ห้ามตกปลาในที่สาธารณะ เพราะที่นี่มีกฎหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมาก จะต้องตกในจุดที่กำหนดให้เท่านั้น


5. ประเทศมัลดีฟส์ใช้ค่าเงิน รูฟียาห์ Rufiyaa และ Laaree การใช้จ่ายส่วนใหญ่จะใช้เป็นเงินสด หรือ travellers’ cheques นักท่องเที่ยวสามารถใช้เงินสกุล US ดอลล่า ได้และสามารถใช้บัตรเครดิตเจ้าใหญ่ๆอย่าง American Express, Visa, Master Card, Diners Club, JCB และ Euro Card ได้เช่นกัน อัตราแลกเปลี่ยน 1 US Dollar ประมาณ MRf. 12.75 หรือ 1 บาท ประมาณ 3 MRf.
4. Seaplane Experiences: เครื่องบินน้ำที่มัลดีฟส์
โปรแกรมสำคัญอันดับต้นๆ ในการมาเที่ยวมัลดีฟส์ คือ พักที่บังกะโลกลางน้ำ ดำน้ำตื้นชมปะการัง ชมพระอาทิตย์ตกดินและปลาโลมา กิจกรรมทางน้ำอื่นๆ อีกโปรแกรมที่น่าสนใจคือ เที่ยวมัลดีฟส์โดยเครื่องบินน้ำ ถ้าเป็นเกาะที่อยู่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มมาเล่ อะตอล (Atoll) ต้องพึ่งพาเครื่องบินในการเดินทางข้ามเกาะ เครื่องบินที่เป็นที่นิยมที่สุดคือ Seaplane หรือเครื่องบินสะเทินน้ำ สามารถชมทัศนียภาพที่งดงามระหว่างเดินทาง มี 2 บริษัทให้บริการคือ Maldivian Air Taxi และ Trans Maldivian Airways ซึ่งแต่ละสายการบินจะต้องทำสัมปทานกับรีสอร์ทต่างๆ ทั่วมัลดีฟส์ แล้วแต่ว่ารีสอร์ทไหนจะได้ใช้บริการของสายการบินใด ทางรีสอร์ทมักจะรวมค่าเดินทางโดย Seaplane ไว้ในแพ็คเกจที่พัก เป็นความสะดวกอย่างหนึ่งในการเดินทางสู่รีสอร์ท แต่ราคาแพ็คเกจก็สูงมากเช่นกัน ขึ้นกับระยะห่างจากสนามบินหลัก ราคาจะอนู่ในช่วง 190-500 USD เฉลี่ยๆประมาณ 13,000 บาท/ 2 เที่ยว ไปกลับเลยทีเดียว แล้วการนั่งเครื่องบินเล็กเครื่องยนต์เดียว นี่มีอะไรให้ลุ้นตลอด เพราะเครื่องบินเล็กจะตอบสนองอาการจากลม พายุได้มากกว่าเครื่องบินขนาดใหญ่ (จากประสบการณีที่เคยทำการบินกับเครื่องบินเล็กมา 12 ชม.บิน)


หากเดินทางในช่วงหน้าฝน (พ.ค.-ต.ค.) อาจเจอฝน พายุ เครื่องจะสั่นๆหน่อย บางคนถึงกับเกิดอาการแพ้ ปวดหัว อาเจียน และถึงกับไม่อยากนั่งกลับเลยก็มี (ฟังจาก จนท.) แต่รับรองความปลอดภัยเพราะเครื่องประเภทนี้สามารถร่อนลงได้บนผิวน้ำ และที่สำคัญได้ชมวิวเกาะต่างๆที่สวยงาม หากจะนั่ง Seaplane ต้องนั่งรถออกจากสนามบินหลักเพื่อไปขึ้นเครื่อง ซึ่งมีเป็นรอบๆ ต้องถึงล่วงหน้าอีกเกือบชั่วโมง เดินทางอีก ร่วมๆชั่วโมง กว่าจะถึงที่พัก ก็เสียเวลาไปเกือบ 3 ชม. ทำให้หมดไปแล้ว 1 วัน คิดดูจะยอมเสียเงินเพิ่ม เสียเวลา เพื่อแลกกับประสบการณ์ Seaplane หรือไม่ แต่ผมไม่เลือกแน่นอน หากไปคนเดียวอาจลอง แต่ผมไปกับครอบครัวและเวลาก็น้อย ขอใช้เวลาที่เกาะให้คุ้มค่าที่สุด ประหยัดสุด เหมาะสมที่สุดครับ
- เกาะกลุ่ม Atoll ที่เดินทางโดย Speed Boat ใช้เวลา ประมาณ 30 นาที ถึง 3 ชม.ก็มี แต่ขอบอก Speed Boat นี่ถ้าคนไม่ชินนี่แย่เลย อาเจียนได้ง่ายๆ หมู่เกาะที่ไป เช่น North Male Atoll, South Male Atoll และ Kaafu Atoll
- เกาะกลุ่ม Atoll ที่เดินทางโดย Seaplane ที่จัดว่าใกล้ที่สุด ราคาไม่แพงมาก สามารถเลือกใช้บริการได้ในราคาประมาณ 5-8 พันบาท/2 เที่ยว ไปกลับ ถือว่า OK สำหรับคนที่อยากได้รับประสบการณ์ดีๆ
- เกาะกลุ่ม Atoll ที่อยู่ไกลๆ และค่อนข้างแพง ราคา แพ็จเกต รวมๆ หลักแสนแน่ๆ
*** ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องงบประมาณ อยากได้ประสบการณ์ดีๆ top วิวสวยๆ ก็เลือกเลยครับ
5. Activities: กิจกรรมของครอบครัวที่มัลดีฟส์


ผมเลือกใช้บริการของ Club Med เกาะ Kani แบบ All Inclusive ที่ให้บริการแบบเบ็ดสร็จทั้งการเดินทาง อาหาร และกิจกรรมต่างๆ เช่น ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก เรือใบ ฟุตซอล กิจกรรมในร่ม โยคะ ฟิตเนส ปิงปอง สปา ซี่งสามารถใช้บริการได้ฟรีหมดเลย ช่วงกลางคืนจะมีโชว์ไม่ซ้ำกัน ผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน รวมไปถึงบาร์ตอนกลางคืนก็ยังเปิดให้บริการ ฟรีเช่นกัน



การเลือกรับบริการแบบ ALL INCLUSIVE จ่ายครั้งเดียวจบบนเกาะมัลดีฟ เช่น ดุสิตรีสอร์ทมัลดีฟ เซนทารามัลดีฟ คลับเมดคานิ Holiday Inn เป็นต้น มัลดีฟส์มีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การดำน้ำชมปากการัง การนั่งเรือชมฝูงปลาโลมาในช่วงเย็น กิจกรรมที่นั่งท่องเที่ยวนิยมคือ ขึ้นเครื่องบินชมรอบ เกาะ ตกปลา (แต่การตกปลานั้นจะต้องไปกลับกรุ๊ปทัวร์ จะตกตรงบริเวณพื้นที่สาธารณะไม่ได้) พายเรือแคนู เรือคายัก ดำน้ำตื้น/ดำน้ำลึก นั่งเรือดำน้ำชมปะการัง ฯ


ส่วนกิจกรรมแนะนำว่าห้ามพลาดเลยคือ กิจกรรมดำน้ำชม ปากการัง การดำน้ำตื้น (Snorkeling) หรือ ดำน้ำลึก (Scuba Diving) ล่องเรือดูพระอาทิตย์ตกดิน ดำน้ำดูฉลามวาฬ (Whale Shark) อีกกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Sky broad ...



ผมเลือกใช้บริการของ คลับเมดคานิ ตั้งอยู่บนเกาะคานิ เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทในเครือ Club Med ที่มีการให้บริการแบบ Premium All-Inclusive ระดับ 4 ดาว ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะมัลดีฟส์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เกาะสวรรค์แห่งสุดท้าย” ซึ่งรายล้อมไปด้วยหาดทรายขาวบริสุทธิ์ ซึ่งที่นี่จะมีพนักงานที่ เรียกติดว่า G.O. (Gentle Organizer) คอยดูแล G.M. (Gentle Member หรือ หมายถึงลูกค้า)



ด้วยบริการสุดประทับใจเป็นกันเอง ค่าใช้จ่ายนี้รวม:
1. ค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักจำนวน 2 คืน
2. บริการรับส่งโดยเรือสปีดโบ๊ท ไป-กลับ ระหว่างสนามบิน-คลับเมด
3. อาหารบุฟเฟต์นานาชาติทั้งเช้า กลางวัน เย็น พร้อมทั้งเครื่องดื่ม เบียร์ ไวน์ น้ำผลไม้และอื่นๆ
4. บริการเครื่องดื่มทั้งผสมและไม่ผสมแอลกอฮอล์ตลอดวัน(ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิด พรีเมี่ยม, ไวน์และแชมเปญแบบทั้งขวด)
5. กิจกรรมกีฬาทั้งบนบกและทางน้ำพร้อมผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญ เฉพราะรีสอร์ทที่มีการเรียนการสอนและอุปกรณ์
6. การแสดงโชว์เอกลักษณ์ของคลับเมดทุกค่ำคืนโดยจีโอนานาชาติ


สรุป ถ้าไปกับครอบครัว มีเด็กๆ หรือผู้สูงอายุ แนะนำให้ไปทัวร์ เลือกแบบ Premium All-Inclusive จบครับ ไม่ต้องเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ ยิ่งถ้ามีลูกๆไปด้วย จองแบบ Premium All-Inclusive จบครับ ถูกกว่า สบายกว่า ปลอดภัยกว่า ครับ


ความคิดเห็น