A Day in Abu Dhabi : ไปเที่ยวเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กันจ้าาาา [VACA VACA] รีวิวโดย VACA VACA

‘กรุงอาบูดาบี’ ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูเราๆ ท่านๆ เท่าใดนักเมื่อเทียบกับชื่อเสียงของ ‘นครดูไบ’ ที่ใครหลายคนพาลคิดไปไกลว่าเป็นประเทศๆ หนึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรุงอาบูดาบีและนครดูไบเป็นประเทศเดียวกัน โดยกรุงอาบูดาบีมีฐานะเมืองหลวงของประเทศ และนครดูไบเป็นเมืองเอกของรัฐดูไบ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 รั

A Day in Abu Dhabi : ไปเที่ยวเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กันจ้าาาา [VACA VACA]

A Day in Abu Dhabi : ไปเที่ยวเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กันจ้าาาา [VACA VACA]

 วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 15.08 น.

 วันที่เดินทาง 10 ก.ค. 2561

‘กรุงอาบูดาบี’

ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูเราๆ ท่านๆ เท่าใดนักเมื่อเทียบกับชื่อเสียงของ ‘นครดูไบ’ ที่ใครหลายคนพาลคิดไปไกลว่าเป็นประเทศๆ หนึ่งเลยด้วยซ้ำ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรุงอาบูดาบีและนครดูไบเป็นประเทศเดียวกัน โดยกรุงอาบูดาบีมีฐานะเมืองหลวงของประเทศ และนครดูไบเป็นเมืองเอกของรัฐดูไบ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 รัฐที่รวมตัวกันเป็นประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เมื่อมีโอกาสมาเที่ยว นครดูไบ แบบไม่ใช่ผ่านมาแค่เปลี่ยนเครื่อง ก็ถือโอกาสลองเที่ยวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้หลากหลายหน่อยแล้วกัน

วันนี้ขอลองไปเยี่ยมเยือนเมืองหลวง กรุงอาบูดาบี สักครั้ง
พร้อมแล้ว ไปกันเลยยยย...

---------------------------------------------------

*ขอแอบโฆษณาหน่อยจ้าาาา ^^
ติดตามเรื่อง
- Sheraton Grand Dubai : โรงแรม 5 ดาว ใจกลางมหานครชั้นนำของภูมิภาค Rating 9.57/10.0 [VACA VACA] ได้ที่ https://th.readme.me/p/26991
- A Day in Dubai : ไปตะลุยทะเลทรายดูไบกันจ้าาาา [VACA VACA] ได้ที่ https://th.readme.me/p/27100

นั่งอ่านข้อมูลการท่องเที่ยวพบว่า กรุงอาบูดาบีอาจไม่ได้มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวโด่งดังเทียบเท่ากับนครดูไบ
แต่หากลองไล่ดูสถานที่ที่น่าสนใจในเมืองหลวงแห่งนี้ก็มีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น
มัสยิดชีค ซาเยด (Sheikh Zayed Grand Mosque) หรือ เฟอร์รารี่ เวิลด์ อาบูดาบี (Ferrari World Abu Dhabi)

ว้าวๆๆ... นั่งรถจากนครดูไบไปก็ไม่ไกล เที่ยววันเดียวไปกลับได้สบายๆ
มีบริษัทนำเที่ยวเยอะแยะมากมายให้เลือกใช้บริการด้วย
ฟังดูน่าสนใจมาก

พินิจพิเคราะห์แล้ว เราไปเที่ยวด้วยทัวร์อาบูดาบี (Abu Dhabi City Tour) ของ Arabian Adventures กันดีกว่า
จองง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ ระบุชื่อผู้จอง จำนวน วัน/เดือน/ปี และสถานที่นัดหมายให้รถมารับ
จากนั้น บริษัทนำเที่ยวจะส่งอีเมล์มายืนยัน
เพียงเท่านี้ เราก็รอราชรถมาเกยได้เลย
ส่วนการชำระเงิน เราสามารถรอชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิตกับโชเฟอร์ (ซึ่งมีใบอนุญาตขับขี่ที่สามารถทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวได้อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย) ในวันที่เราไปเที่ยวได้

ราวแปดโมงเช้าของวันนัดหมาย รถก็มารับตรงตามเวลา
รถนำเที่ยวที่จะพาเราไปทัวร์อาบูดาบี (Abu Dhabi City Tour) ในวันนี้เป็นรถจี๊บ 4-WD พร้อมลุยทุกสมรภูมิ
ลืมบอกไปว่าทัวร์แบบนี้ เราสามารถจองแบบส่วนตัวเหมาทั้งคัน หรือร่วมคณะไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ รวมทั้งคันนั่งได้ไม่เกิน 7 ที่นั่งด้วยนะ

"กรุณาคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง" พี่โชเฟอร์ให้ข้อมูล คำแนะนำ และเตือนเราหลังจากก้าวขึ้นรถนั่งประจำที่
ภายในรถมีการเสริมเหล็กเป็นท่อนหนาๆ กลมๆ ทั่วห้องโดยสาร เหมือนเช่นรถนำเที่ยวทัวร์ซาฟารีทะเลทราย (Night Desert Safari Tour)
บริการน้ำดื่มและน้ำผลไม้เย็นๆ บนรถก็มีตลอดการเดินทางเหมือนกัน

หลังจากขึ้นรถ รถก็แล่นมุ่งตามถนนชีค ซาเยด มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้
แม้จะเป็นทะเลทรายเวิ้งว้างแผ่ปกคลุมไกลสุดสายตาเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีมัสยิดและอาคารรูปทรงแปลกตาตั้งอยู่เรียงรายตลอดสองข้างทาง
หลังจากแวะพักที่ปั๊มน้ำมันไปครั้งหนึ่ง เกือบๆ สองชั่วโมง ราชรถก็พาเรามาถึงไฮไลท์สำคัญของทัวร์ในวันนี้ นั่นคือ "มัสยิดชีค ซาเยด" (Sheikh Zayed Grand Mosque)

"มัสยิดชีค ซาเยด" (Sheikh Zayed Grand Mosque) เป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีขนาดกว่า 22,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้กว่า 40,000 คน

ตัวมัสยิดถูกออกแบบและก่อสร้าง อย่างวิจิตร บรรจง ปราณีต และหรูหรา ด้วยฝีมือของผู้เชี่ยวชาญจากรอบโลกกว่า 3,000 คน โดยใช้วัสดุชั้นดีมีราคา ไม่ว่าจะเป็น หินอ่อน ทองคำ คริสตัล

พรมทอมือผืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 5,627 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่เกือบคลุมสนามฟุตบอลได้ทั้งสนาม และ โคมไฟ (Chandelier) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สนนราคาประมาณ 30 ล้านดอลล่าร์ หรือเกือบๆ 1,000 ล้านบาท คือ สิ่งที่โชเฟอร์ภาคภูมิใจให้ข้อมูลกับเรามา 

ความใหญ่โตโออ่าอลังการขนาดนี้ทำให้มัสยิดที่เปิดใช้งานครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007 แห่งนี้ต้องใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปี เลยทีเดียว

มัสยิดแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี แต่การผ่านประตูไม่ฟรี โดยต้องผ่านการตรวจเข้ม เอ็กซเรย์ ทั้งตัวบุคคลและสิ่งของ แบบเดียวกับที่เราเจอที่สนามบิน

เมื่อเข้าไปภายใน มีรถไฟฟ้าให้บริการไปยังบริเวณด้านหน้าของมัสยิด
ไม่ได้บังคับ แถมเดินไม่ไกล แต่แนะนำว่าขึ้นรถเถิด เพราะอากาศร้อนมาก 

ข้อควรระวัง!!
- ผู้เข้าชมมัสยิดต้องแต่งกายสุภาพ
+ ผู้ชายต้องสวมกางเกงขายาวเลยเข่า 
+ ผู้หญิง ห้ามใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น ชุดที่เน้นส่วนสัดหรือเปิดเผยให้เห็นผิวหนังและต้องใช้ผ้าคลุมหัว
- กรณีที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้เข้าชมแต่งกายไม่เหมาะสม มีชุดคลุมพื้นเมืองสำหรับผู้ชายและผู้หญิงให้ยืม
- ผู้เข้าชมมัสยิดต้องปฏิบัติตัวสุภาพ เหมาะสม ให้ความเคารพสถานที่ และปฏิบัติตามข้อแนะนำและข้อห้ามอย่างเคร่งครัด

ตัวมัสยิดมีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยม มีลานโล่งกว้างใหญ่ตรงกลาง
ด้านหน้ามัสยิดมีน้ำพุ ข้างอาคารมีบ่อน้ำโดยรอบ พอให้ไอเย็นท่ามกลางไอแดดแผดเผา

เมื่อผ่านประตูบริเวณด้านหน้าของมัสยิดเข้าไปเป็นโถงใหญ่
มองตรงเข้าไปด้านหลังลานกว้าง เป็นโดมสีขาวโพลนขนาดมหึมาเรียงรายลดหลั่น
บริเวณนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม

เลยจากจุดนี้ไป ต้องถอดรองเท้าไว้บนชั้นวางแล้วเดินเท้าเปล่าไปตามทางที่จัดให้เท่านั้น

โถงทางเดินตกแต่งดูเรียบหรู เน้นโทนสีขาวตัดกับสีทองของปาล์มบนหัวเสา

ต่อเมื่อเข้ามาภายในอาคารหลักของมัสยิด แม้ยังคงโทนสีขาวตัดกับสีทอง แต่ความจัดจ้านของการประดับทอง ลวดลายกระเบื้อง ยิ่งดูชัดเจนมากขึ้น เพื่มเติมด้วยการตัดแสงเงากับกระจกสี

ความใหญ่โตโอ่อ่าของมัสยิดทำให้ พรมทอมือผืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ โคมไฟ (Chandelier) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความอลังการงานสร้างมากดูมีขนาดย่อมลงกว่าที่คาดคิดไว้แต่แรก

ได้ดู โคมไฟ (Chandelier) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นบุญตา
และได้เหยียบ รมทอมือผืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นบุญเท้าก็วันนี้เอง

เมื่อชมภายในอาคารหลักของมัสยิดเรียบร้อย ก็เดินย้อนกลับตามโถงที่เดินเข้ามาแล้วขึ้นรถ
แล้วโชเฟอร์ก็นำเราแล่นผ่านถนนสายสำคัญเพื่อชม (ด้านหน้าของ) พระราชวัง Al Bateen และวังของเจ้าชายองค์ต่างๆ 
เรียนตามตรงว่าแค่รั้วกับประตูก็ใหญ่โตจนไม่สามาถมองเห็นภายในได้แล้ว ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาว่าภายในจะยิ่งใหญ่อลังการแค่ไหน

หลังจากนั้นก็ผ่านถนนที่เป็นสังเวียนที่ใช้ในการจัดการแข่งขัน F 1 (Formula 1) และอัฒจันทร์หลัก รวมทั้งสนามกีฬาแห่งชาติ อาคารที่มีสถาปัตยกรรมงามๆ และประติมากรรมสวยๆ มากมาย

    Qasr Al Watan หรือทำเนียบรับาล เป็นอีกจุดหมายที่น่าสนใจของทัวร์นี้
    โชเฟอร์บอกว่า "เข้าไปชมภายในไม่ได้ อีกสักครู่จะพาไปชมวิวทำเนียบจากอีกฝั่งทะเล"

    เอิ่ม... แค่ซุ้มประตูก็ใหญ่โตโอ่อ่าอีกแล้ว

    วิว Qasr Al Watan จากอีกฝั่งทะเล
    ขนาดมองจากไกลๆ ยังอลังการงานสร้างมาก

    วิวตรงนี้ คือ จุดที่มองจากสะพานข้ามไปยังเกาะ
    ส่วนหาดที่เห็นคือ Corniche Baech

    เราแวะพักที่ U.A.E. Heritage Village กันในช่วงเที่ยงวัน
    ภายในเป็นหมู่บ้านจำลองลักษณะของตัวเมืองในสมัยโบราณ มีพื้นที่การเรียนรู้ เช่น พิพิธภัณฑ์ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของชาวอาหรับท้องถิ่น Boats สาธิตการทำเรือพื้นเมืองในรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่สำคัญของชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ริมชายทะเล ตลาดโบราณ จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง รวมทั้งมีร้านอาหารและจุดถ่ายรูปสวยๆ พอสมควร

    อ้อ!! เห็นอากาศร้อนๆ แบบนี้ น้ำทะเลที่นี่เย็นเจี๊ยบเลยทีเดียวเชียวนะ

    ด้านข้างของ U.A.E. Heritage Village คือ Abu Dhabi Theater
    อาคารสไตลส์อาหรับทรงเหลี่ยมๆ มีโดมกลมนวล สวยงามดูสะดุดตาอยู่ด้านบน

    เราออกเดินทางในช่วงบ่าย โฉบผ่าน ตลาดเครื่องเทศ (Spice Market) และ ตลาดพรม (Carpet Market) 
    ก่อนมุ่งหน้าสู่พื้นที่เมืองใหม่บน เกาะยาส (Yas Island) และ เกาะซาดิยัด (Saadiyat island)

      ที่เกาะยาส (Yas Island) 
      Warner Bros World Abu Dhabi กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (เปิดทำการแล้วในปัจจุบัน)

      แต่เป้าหมายของเรา ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของทัวร์ในวันนี้ก็คือ เฟอร์รารี่ เวิลด์ อาบูดาบี (Ferrari World Abu Dhabi) สวนสนุกเฟอร์รารี่แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก

      เฟอร์รารี่ เวิลด์ อาบูดาบี (Ferrari World Abu Dhabi) เป็นส่วนหนึ่งของห้างสรรพสินค้ายาส (Yas Mall) ซึ่งเป็นห้างใหญ่โต กว้างขวาง เพดานสูงๆ พื้นที่เหลือๆ คนน้อยๆ เดินได้ชิลๆ สบายๆ สไตล์อาหรับ

      จุดเด่นของสวนสนุกแห่งนี้ก็คือ รถไฟเหาะ ที่ว่ากันว่ามีความยาวที่สุดในโลก
      แค่นั่งรถผ่านก็เห็นแล้วว่า ยาวเหยียดเป็นเกลียวเลี้ยวลดขนาดไหน
      ถ้าได้มีโอกาสลองเล่นก็คงดี

      ทัวร์ของเราวันนี้มีเวลาจำกัด จึงอดเข้าไปชมและเล่นเครื่องเล่นภายในสวนสนุก TT
      คงได้แค่ยลโฉมรถแข่ง F 1 (Formula 1) กับรถเฟอร์รารี่ของแท้ๆ จากด้านหน้า
      เสร็จแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับนครดูไบ

      ทัวร์อาบูดาบี (Abu Dhabi City Tour) เป็นทัวร์แบบเต็มวัน ออกเดินทางแต่เช้ากลับถึงนครดูไบตอนโพล้เพล้ ใช้เวลารวมการเดินทางทั้งสิ้นประมาณ 10 ชั่วโมง
      แต่เพราะใช้เวลาในการเดินทางนานพอสมควร รวมทั้งไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่ละแห่งจึงได้เข้าไปชมในลักษณะชะโงกทัวร์

      รวมๆ ก็เรียกได้ว่าเหนื่อยล้าพอประมาณไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และได้เห็นแง่มุมทางวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นแบบจุใจกำลังดีพอจะสรุปได้ว่า 'กรุงอาบูดาบี' สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ น่าสนใจมากมายกว่าที่คาดคิดไว้

      # # # # #

      #VACAVACA #UAE #UnitedArabEmirates #Dubai #AbuDhabi #DayTour #CityTour #AbuDhabiCityTour
      #สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ #ยูเออี #นครดูไบ #กรุงอาบูดาบี #ทัวร์ชมเมือง #ทัวร์อาบูดาบี

      # # # # #

      เรื่องเล่าจากการไปเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2018
      เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2020
      ดูรายละเอียดข้อมูลทัวร์อาบูดาบี (Abu Dhabi Tour) หรือทัวร์ประเภทต่างๆ ได้ที่ https://www.arabian-adventures.com/holidays/abu-dhabi-city-tour-and-ferrari-world/overview

      # # # # #

      สำหรับผู้ที่กรุณาอ่านรีวิวของเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมตตาช่วยกดไลค์กดแชร์ เราต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้
      สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหรือถูกใจในรีวิว มีข้อแนะนำหรือติชม รวมทั้งสนใจพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็ทักทายในกล่องข้อความด้านล่างรีวิวนี้หรือตามลิงค์ต่างๆ ด้านล่างได้เลย จักยินดีเป็นอย่างยิ่ง
      อ้อ ฝากติดตามผลงานภายใต้ชื่อ VACA VACA นามปากกาใหม่ของเราบน Readme.me ด้วยน้าาาา
      https://th.readme.me/id/sk38129
      ขอบคุณมากครับ/ค่ะ ^/i\^

      # # # # #

      http://www.iamsk38129.com/
      https://www.facebook.com/FootballandThailandLovers
      https://instagram.com/ftls_store/?ref
      https://twitter.com/FTLs_Store
      https://plus.google.com/103925332040178584760/about
      https://www.youtube.com/channel/UC_x851zlq7ufNa-dpQz04bQ

      # # # # #

      ดูรายละเอียดข้อมูลการท่องเที่ยวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ที่ https://www.emirates.com/th/thai/destinations_offers/discoverdubai/sightseeingindubai/
      ดูรายละเอียดข้อมูลการท่องเที่ยวกรุงอาบูดาบีได้ที่ https://visitabudhabi.ae/int-en/default.aspx
      ดูรายละเอียดข้อมูลสนามบินนานาชาติอาบูดาบี (Abu Dhabi International Airport) ได้ที่ https://www.abudhabiairport.ae/en
      ดูรายละเอียดข้อมูลโครงข่ายการคมนาคมขนส่งมวลชนของกรุงอาบูดาบีได้ที่ https://www.darb.ae/darbweb/map-viewer.html

      -------------------------------------------------------------------------------------------------------------

      Tips การยื่นขอวีซ่า (Visa)สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีความสลับซับซ้อนเล็กน้อย โดยวิธีการหลักๆ มีดังนี้
      1. ยื่นผ่านสายการบินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เราจองบัตรโดยสารเครื่องบินไว้แล้ว
      2. ยื่นผ่านบริษัทนำเที่ยว

      กรณีของเรา ซึ่งมีบัตรโดยสารของสายการบินเอมิเรตส์อยู่แล้ว จึงสามารถยื่นผ่านสายการบิน
      โดยมีขั้นตอนง่ายๆ แค่กรอกข้อมูล
      ยื่นขอวีซ่าผ่านเว็บไซต์ของสายการบินได้เลย
      ข้อมูลที่เรามีหน้าที่กรอกก็เช่น ข้อมูลส่วนตัวของผู้เดินทาง ประเภทวีซ่าที่ต้องการ คล้ายๆ กับการยื่นขอวีซ่าโดยทั่วไป
      จากนั้น ระบบจะทำการคำนวณทั้งระยะเวลาในการอยู่ในประเทศเพื่อกำหนดระยะเวลาของวีซ่า (4 วัน หรือ 30 วัน เป็นต้น) และค่าธรรมเนียม แล้วจึงชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที
      ไม่นานเกินรอ อาจจะเพียงแค่วันเดียวก็เป็นได้ ผลการพิจารณาก็จะถูกส่งมายังอีเมล์ของเรา
      ทั้งนี้ วีซ่าประเภทนี้เป็น อี-วีซ่า (e-Visa) ไม่มีการแปะหรือประทับตราลงไปในเล่มหนังสือเดินทางแต่อย่างใด และเราก็ไม่จำเป็นต้องพิมพ์วีซ่าดังกล่าวลงใส่กระดาษแล้วพกติดตัวด้วยนะ

      ดูรายละเอียดข้อมูลการยื่นขอวีซ่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ที่
      http://www.thaiembassy.org/abudhabi/th/thai-people/19131-%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.html

      -------------------------------------------------------------------------------------------------------------


      ความคิดเห็น