EP:5 คลองบางหลวง ของดีใกล้ตัว...ที่เกือบจะลืม รีวิวโดย รออะไร What Are You Waiting For

EP:5 คลองบางหลวง ของดีใกล้ตัว...ที่เกือบจะลืม เรามาต่อกันจาก EP:4 หลังจากที่ได้เดินเที่ยวบ้านของเพื่อนผมเสร็จ ก็ได้เวลาที่ผมเองจะพาเพื่อนไปเดินเล่นหลังบ้านผมกันบ้าง มันเป็นสถานที่ๆผมเติบโตมาอยู่กับมันจนรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษ จนผมย้ายตัวเองมาอยู่ในเมืองซะหลายปีไม่ค่อยจะได้กลับบ้าน ที่นี้กลับเป็น

EP:5 คลองบางหลวง ของดีใกล้ตัว...ที่เกือบจะลืม

EP:5 คลองบางหลวง ของดีใกล้ตัว...ที่เกือบจะลืม



EP:5 คลองบางหลวง ของดีใกล้ตัว...ที่เกือบจะลืม

เรามาต่อกันจาก EP:4 หลังจากที่ได้เดินเที่ยวบ้านของเพื่อนผมเสร็จ ก็ได้เวลาที่ผมเองจะพาเพื่อนไปเดินเล่นหลังบ้านผมกันบ้าง มันเป็นสถานที่ๆผมเติบโตมาอยู่กับมันจนรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษ จนผมย้ายตัวเองมาอยู่ในเมืองซะหลายปีไม่ค่อยจะได้กลับบ้าน ที่นี้กลับเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อกับที่นี้ “คลองบางหลวง”

สำหรับชุมชนคลองบางหลวงนั้นถือเป็นชุมชนริมน้ำที่เก่าแก่ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา คลองบางหลวง หรือ คลองบางกอกใหญ่ เดิมเคยเป็นแม่น้ำ เจ้าพระยาสายเดิมมาก่อน ก่อนจะมีการการขุดคลองลัดขึ้น ในปี พ.ศ.2065 เพื่อร่นระยะทางและ ระยะเวลาสำหรับบรรดาพ่อค้าต่างชาติที่จะมาค้าขายเจริญ สัมพันธไมตรีกับอาณาจักรอยุธยาปัจจุบันปากคลองทางฝั่งโรงพยาบาล ศิริราชเรียกกันว่า คลองบางกอกน้อย ส่วนปากคลองอีกด้านหนึ่ง ทางป้อมวิไชยประสิทธิ์เรียกกันว่า "คลองบางกอกใหญ่" ส่วนเหตุที่เรียกคลองบางกอกใหญ่ว่าคลองบางหลวงก็เนื่องจาก เมื่อคราวที่สมเด็จพระเจ้า ตากสิน มาสร้างราชธานีใหม่ที่กรุงธนบุรีนั้นข้าราชการขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายต่อหลายท่านมาจับจองสร้างบ้านกัน อยู่ริมคลอง บางกอกใหญ่ เพราะเป็นบริเวณใกล้เคียงกับพระราชวังกรุงธนบุรี ชาวบ้านจึงเรียกคลองแถบนี้อีก ชื่อหนึ่งว่า "คลองบางข้าหลวง" และเหลือเพียง "คลองบางหลวง" ในที่สุด เราก็ทราบประวัติกันไปพอสมควรนะครับ งั้นเราเดินทางกันต่อเลยดีกว่า


หลังจากที่นั่งเรือข้ามฝากจากฝั่งพระนครมายังฝั่งธน สิ่งที่รู้สึกคือเวลาที่ช้าลงอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้เวลาจะพัฒนาหลายๆอย่างให้เจริญขึ้นทั้งห้างใหญ่โตอย่าง Icon siam หรือจะรถไฟฟ้าที่เชื่อต่อเพื่อความสะดวกสบาย แต่ความรู้สึกเวลาได้เดินผ่านตามท้องถนน ยังคงมีเสน่ห์ ที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ไม่เคยเปลี่ยน


สิ่งนึงที่ผมยังคงรักฝั่งธนนี้ คือการที่หลายๆคนยังคงรักษาพื้นที่รักษาวิถีชีวิตถึงแม้จะเปลี่ยนไปบ้าง แต่มันก็ยังค่อยๆเปลี่ยนไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งดีๆหลายๆอย่างให้คงอยู่ พื้นที่ศิลปะมากมายที่ถูกสร้างขึ้น มาให้เรายังสามารถเสพความสุขความสงบกลางเมืองใหญ่ได้เสมอ

หลังจากเดินทางผ่านเข้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 ซอยบ้านของผม เาก็จะเดินผ่านทางเล็กๆทางนี้ ที่มันยังคงอยู่เหมือนเดิม และหลังจากนี้เราจะข้ามสะพานย้อนเวลาเหมือนกับ time machine ที่จะพาทุกคนย้ายเวลากลับไปในอดีตกัน พูดซะเหมือนการ์ตูนแต่มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆครับ


วิถีชีวิตริมคลองบางหลวงหลังบ้านผม ตั้งแต่เด็กจนโตมาถึงตอนนี้ ที่นี่ยังคงเงียบสงบเรียบง่ายเช่นวันแรกที่ผมเคยได้เห็น ถ้าจะพูดถึงวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิมที่นี้คงเป็นหนึ่งที่ ที่มันยังคงเป็นแบบนั้นมันอาจจะมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย แต่สิ่งที่อยู่ในหัวผมไม่เคยลืมคือ ตอนเด็กที่ได้มากระโดดน้ำเล่นที่คลองแห่งนี้กับเพื่อนๆ และประเพณีชักพระทางน้ำซึ่งเป็นงานประจำปีที่ทุกคนตั้งตารอ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้กลับมาดูปะเภณีนี้นานมากแล้ว หวังว่ามันจะคงสืบสานต่อไปเรื่อยๆ

สิ่งที่เห็นในวันนี้ ธรรมชาติของที่นี่ดีขึ้นกว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ผมยังอาศัยอยู่เยอะมาก ลมเย็น นกมาอาศัยเยอะ ฝูงปลามากมายเต็มคลองบางหลวง มันทำให้นึกถึงตอนเด็กๆที่วิ่งข้ามสะพานนี้ไปซื้อขนมได้ในทุกวันหลังเลิกเรียน


บ้านหลังเก่าที่อยู่ริมคลองบางหลวงหลังนี้ ยังคงอยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยน



ฝั่งตรงข้ามของทางเดินที่จะไปยังบ้านศิลปิน โฮมสเตย์ ที่ปรับปรุงจากห้องเช่าเก่าที่ทรุดโทรม ทำให้ผมยังนึงถึงทางเข้าเมื่อก่อนนี้ได้ที่เป็นเพียงทางเดินไม้เก่าๆ ที่ผมเคยเดินเล่นกับเพื่อนมันยังคงอยู่ในความทรงจำผมเสมอ วันนี้ได่พาเพื่อนมาเยี่ยมแถวบ้านรู้สึกภูมิใจที่ได้เล่าสถานที่แห่งนี้ในอดีตที่ตัวเองจำได้ยังไงไม่รู้

พื้นที่ถูกจัดทำให้รู้สึกย้อนวัยไปในอดีต ความรู้สึกเหมือนเด็กประถมที่พาเพื่อนมาเดินเล่น นั่งมองศิลปะตามทางไปเรื่อย



เรือหางยาวที่แล่นผ่าน ในอดีตนั้นเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่มีคนใช้งานตลอดเวลา ผมเคยนั่งไปเรียนในตอนนั้นน่าจะ 1 ถึง 2 บาท เท่าที่จำได้ แต่ในสมัยนี้คงใช้งานน้อยลง สวนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าที่ผมเห็น คิดๆผมเองก็เสียดาย

บ้านศิลปินแห่งนี้ถือว่าเป็นจุดที่ปลุกชีวิตชุมชนเล็กๆแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ผมคนนึงนะครับที่เกิดและโตแถวนี้ แต่ก็เกือบจะลืมชีวิตแถวนี้ไปซะแล้ว จากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่จนเกือบลืมความสวยงามของหลังบ้านผมไปได้





บ้านศิลปิน คลองบางหลวง ไม่ใช่เพียงแค่ที่ๆมาซึมซับบรรยากาศเพียงเท่านั้น แต่เรายังสามารถที่จะเรียนรู้และสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อให้เราได้ฟื้นฟูจิตใจของเราให้ได้สู้ต่อกับโลกใบใหญ่นี้อีกด้วย



ก่อนที่ผมจำเล่าการเดินทางต่อ เรามาทำความรู้จักความเป็นมาของที่นี่กันดีกว่า

บ้านศิลปิน
เป็นบ้านเก่าของ "ตระกูลรักสำรวจ" ตระกูลช่างทองเก่าแก่ ซึ่งทายาทรุ่นสุดท้ายได้ขายบ้านหลังนี้ ให้กับคุณชุมพลอักพันธานนท์ เพื่อปรับปรุงให้เป็น สถานที่แสดงงานศิลป์ เป็นที่รวมตัวของของ กลุ่มศิลปินที่รัก งานศิลปะ บ้านศิลปินเป็นอาคารไม้ทรงมะนิลารูปตัวแอลที่สร้างล้อมรอบเจดีย์เก่าซึ่ง เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในสี่ของเจดีย์แต่ละทิศที่กำหนดเขตพื้นที่เก่าของวัด กำแพง ด้านบนของตัวอาคารเปิดเป็น แกลเลอรี่ แสดงงานศิลปะทั้งภาพวาดและภาพถ่ายให้ ได้ชมกัน ถือเป็นบ้านไม้แห่งแรกที่ปลุกชีวิตให้ชุมชนคลอง บางหลวงให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง



เดินถ่ายรูปไปเรื่อยหันมาอีกที พี่ๆกำลังแต่งตัวกันอยู่ด้านใน แบบนี้ก็ใกล้เวลาที่จะมีการแสดงประจำของที่แล้วสิ สำหรับการแสดงของที่นี่นั้น เป็นการแสดงหุ่นละครเล็ก
หุ่นละครเล็กสิปปธรรมคำนาย คลองบางหลวง
ที่อยู่ที่นี่ แยกตัวมาจากคณะหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ ตั้งแต่ช่วงที่สวนลุมไนท์บาร์ซ่าเดิมที่ถูกปิดไป เมื่อปี 2553 และมาตั้งคณะอยู่ตรงบ้านศิลปินแห่งนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ศิลปะการเชิดหุ่นให้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น นี้แหละครับเหตุผลที่ผมเลือกมาที่นี่ในวันนี้



สำหรับรอบการแสดงนั้นมีเพียงรอบเดียวเวลา 14.00
เฉพาะวันพุธ วันศุกร์ วันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่แนะนำให้ติดต่อสอบถามก่อนที่จะเดินทางมานะครับ เผื่อพี่ๆมีงานแสดงข้างนอก



การแสดงในวันนี้ผมชอบเป็นการส่วนตัว นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้นั่งดูการแสดงแบบนี้

จำนวนผู้ชมในวันนี้ก็ถือว่าเยอะทีเดียว ทั้งๆที่เป็นวันธรรมดา โชคดีที่ผมเองมาจองที่นั่งกันตั้งแต่ก่อนเวลา



หลังจากการแสดงของพี่ๆจบลงก็มีการถ่ายรูปกับผู้ชมเป็นที่ระลึกซะหน่อย การได้ดูการแสดงดีๆแบบนี้เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าวันนึงไม่มีใครสืบทอดเจตนารมณ์นี้ต่อๆไปมันคงน่าเสียดายมากๆกับสิ่งดีๆที่ทรงคุณค่าแบบนี้











หลังจากการแสดงจบลง ผมเลยเดินต่อมาที่ชั้นสองของบ้านหลังนี้ ที่เป็นแกลลอรี่ แสดงศิลปะสวยๆมากมายให้ได้เสพไปพร้อมกับเสียงน้ำไหลและเสียงลมพัด มันทำให้จิตใจผมสงบขึ้นมาก



ก่อนจะออกจากบ้านศิลปิน ผมเลยเดินไปทักทายน้องมัจฉานุ หุ่นตัวละครที่ในวันนี้ผมได้ขึ้นไปร่วมสัมผัสด้วย วันหลังว่างๆจะแวะมาทักทายกันอีกนะ



ออกจากบ้านศิลปิน อารมณ์ศิลปของผมยังไม่จบ เชื่อไหมผมเคยวาดภาพแบบนี้ด้วย แต่ก็นานมาก ตอนนี้มือแข็งไปหมด แต่พอเห็นแบบนี้อยากกลับไปจับพู่กันอีกซักรอบ



ทริปนี้เป็นอีกทริปนึงที่ต้องขอบคุณเพื่อนสาวสวยคนนี้ที่มาเดินเล่นเป็นเพื่อน เลยต้องถ่ายภาพสวยๆเป็นการขอบคุณกันซักหน่อย



ก่อนกลับขอมานั่งให้อาหารปลาซักแปบนะ

ความสุขบ้างทีก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่ก็ไม่รู้ว่าเรากำลังวิ่งตามหาอะไรกันอยู่ในชีวิต




ก่อนกลับขอมานั่งให้อาหารปลาซักแปบนะ

ความสุขบ้างทีก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่ก็ไม่รู้ว่าเรากำลังวิ่งตามหาอะไรกันอยู่ในชีวิต



ก่อนจะจากกันไปสำหรับทริปนี้นั้น ก็ขอลงเบื้องหลังจากกล้องเพื่อนสาวคนสวย


แอบดีใจนะที่ได้ขึ้นไปร่วมเล่นกับพี่ๆด้วย ขึ้นไปยืนงงๆยังไงไม่รู้ แต่ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ขอบคุณนะครับ

ความสุขเล็กๆที่อยู่ที่คุณ

Pakin Pudisorn Chatworapat

ยังไงฝากติดตามผมด้วยนะครับ กับผู้ชายโรคซึมเศร้าคนนี้
Facebook : รออะไร What are you waiting for

#WhatAreYouWaitingFor #รออะไร #mytravelgram #backpack #backpacking #travelandlifestyle #travelalone #thailand #KlongBangLuang #Bangkok #thailandbackpacker #เที่ยวคนเดียว #เที่ยวไทย #แบคแพค #คลองบางหลวง #วิถีชีวิต #บ้านศิลปิน #กรุงเทพ #เมืองเก่า #ชุมชนดั้งเดิม #SlowLife #ย้อนเวลา #ธรรมชาติ #สร้างความสุข #ของดีที่เกือบลืม






ความคิดเห็น