พากันไปเดินขึ้นเขา "สันหนอกวัว" ยอดเขาที่สูงสุดในจังหวัดกาญจนบุรี รีวิวโดย เจอนั่น Journey

สวัสดีทุกคน คราวนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่ถูกชวนไปเดินป่าปีนเขาแบบเบลอๆ แล้วก็ตอบรับไปแบบงงๆ โดยที่ไม่ได้ดูสภาพร่างกายตัวเองเลย กระทู้นี้ เราจะพาไปสันหนอกวัวอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และชมบรรยากาศที่จุดชมวิวป้อมปี่ยามเช้า เราเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในคืนวันศุกร์ ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 4 ทุ่มเพ

พากันไปเดินขึ้นเขา "สันหนอกวัว" ยอดเขาที่สูงสุดในจังหวัดกาญจนบุรี

พากันไปเดินขึ้นเขา "สันหนอกวัว" ยอดเขาที่สูงสุดในจังหวัดกาญจนบุรี

 วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.19 น.

 วันที่เดินทาง 28 ก.ย. 2562

สวัสดีทุกคน คราวนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่ถูกชวนไปเดินป่าปีนเขาแบบเบลอๆ
แล้วก็ตอบรับไปแบบงงๆ โดยที่ไม่ได้ดูสภาพร่างกายตัวเองเลย

กระทู้นี้ เราจะพาไปสันหนอกวัวอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และชมบรรยากาศที่จุดชมวิวป้อมปี่ยามเช้า

เราเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในคืนวันศุกร์
ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 4 ทุ่มเพื่อมาพักเอาแรงกันที่ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
บรรยากาศคือดีมาก รถถึง ไม่ต้องเดิน อากาศเย็น มีวิวสวยๆ ของเขื่อนวชิราลงกรณ และกางเต้นท์ดูดาวได้แบบอลังการดาวเต็มฟ้า

เช้าๆ ประมาณ 6-7 โมงคนก็จะเริ่มพลุกพล่าน ตื่นมาล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ กินข้าว (จุดนี้มีร้านค้าสวัสดิการ) เพื่อเตรียมตัวไปขึ้นเขากันในช่วงสายๆ

อ่ะพามาชมวิวกันสักหน่อย
จุดชมวิวป้อมปี่ และเขื่อนวชิราลงกรณ

หลังจากชมวิวถ่ายรูปอะไรกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาลงทะเบียนเตรียมไปปีนเขากันได้เลย

หลังจากลงทะเบียน เตรียมของให้ลูกหาบเสร็จแล้ว ก็เริ่มขึ้นได้ประมาณ 9 โมงไล่ไปเรื่อยๆ กรุ๊ปสุดท้ายก็ประมาณช่วง 10 โมงกว่าๆ (พวกเราเอง) จริงๆ รอรถนานต่างหากล่ะ เพราะวันนั้นมีคนขึ้นเยอะ รถเจ้าหน้าที่น่าจะเพิ่งวนกลับมาพาเราไปขึ้นรถพร้อมกับลูกหาบมาที่ตีนเขา เตรียมพร้อมเดินได้เลย ใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมงแล้วแต่ความฟิต



ทางที่เดินป่า แบ่งโง่ๆ ได้ประมาณ 3 ช่วง คือ เดินในป่าและปีนเขา แบบไม่มีป่าให้ร่มเงา แล้วก็ในป่าสั้นๆ อีกรอบ

อากาศตอนเดินในช่วงป่าคือเย็นมาก แต่พอเจอแดดเท่านั้นแหละรู้เรื่อง 5555

จุดพีคสุดคือ เนินหมาถอย ถ้าขาขึ้นสบายๆ ขาลงนี่รู้เรื่องกันแน่นอน

สำหรับระยะทางเดินทั้ง 2 รอบ ไปและกลับแล้วยังไม่มั่นใจเลยว่าสรุปมันกี่กิโลกันแน่ เจ้าหน้าที่บอกอย่าง(บอกว่านี่ระยะยิง GPS ไปตรง) ส่วน GPS บอกอีกอย่าง ไม่เท่ากันสักเครื่อง 5555



หลังจากทุลักทุเลเดินกันมาจนสุดทางก็เป็นช่วงบ่ายแก่ๆ โมเม้นท์ที่เจอเต้นท์อยู่ลิบๆ เป็นอะไรที่ฟินมาก เพราะเหนื่อย



เรื่องของอาหารการกิน ต้องแบกหรือฝากลูกหาบแบบมาจากด้านล่าง ส่วนข้างบนมีลำธารให้ไปตักน้ำได้ แต่ไม่อนุญาตให้เล่นน้ำ ลำธารอยู่ห่างจากจุดกางเตนท์ไปประมาณกิโลนึง ลูกหาบเค้ามีบริการเสริมเดินไปตักใส่แกลลอนไว้ให้เราได้ค่ะไม่ต้องห่วง

จุดกางเต้นท์มีหลายจุดในบริเวณใกล้ๆ กัน นับได้ประมาณ 4-5 จุด เลือกเอาตามอัธยาศัย

แล้วก็มีส้วมเป็นส้วมหลุมที่สะอาดเลยทีเดียว



พักแข้งพักขาเรียบร้อยก็เดินต่อไปถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิตได้เลย ป้ายจะอยู่ที่หนอกเล็ก ถ่ายรูปแล้วจะเห็นหนอกใหญ่ (เพื่อนขึ้นไปหนอกใหญ่แล้วบอกว่าไม่มีอะไรเลย)

ช่วงเย็นๆ สามารถมาเก็บภาพกับทุ่งหญ้าสีทอง ตัดกับวิวภูเขาสีเขียวโดยรอบ พร้อมถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก แสงสะท้อนสีทองจากเขื่อนวชิราลงกรณและเกาะแก่งได้อย่างสวยงาม



หนอกใหญ่ถ่ายจากหนอกเล็ก

พาโนรามาก่อนพระอาทิตย์ตก

หลังจากพระอาทิตย์ตก เราจะพาไปดูดาวกันต่อ

สำหรับตอนกลางคืนมีดาวให้ดู มีลมหนาวๆ ให้ได้ผิงไฟ (หรือรมควันก็ไม่รู้ 5555)
พอช่วงดึกๆ ใกล้ๆ เช้าก็ตื่นมาถ่ายรูปดาวและทางช้างเผือกได้เลย
ด้วยความบังเอิญ คืนที่เราไปตรงกับคืนเดือนมืดพอดี มีคนบอกว่าเป็นวันดีที่สุดในรอบเดือนสำหรับถ่ายทางช้างเผือกที่เพิ่งมาปรากฎตัวให้เห็นในปีนี้

เราออกมาถ่ายรูปกันตอนตี 3 แต่กล้องกิ๊กก๊อกของเราก็ถ่ายมาได้แค่ประมาณนี้แหละ

สักประมาณตี 4 กว่าๆ สายกล้องก็จะเริ่มมาตั้งกล้องหาที่เก็บดาว ต่อด้วยพระอาทิตย์ขึ้นกันแล้ว คนค่อยๆ ทยอยขึ้นมากันเรื่อยๆ ตอนเช้า มาเก็บภาพฟ้าสวยๆ ถ้าโชคดีก็จะมีทะเลหมอกด้วย

ช่วงสายๆ หลังกินข้าวเช้าอะไรกันเสร็จก็จะเริ่มทยอยเดินลงได้

เราลงประมาณ 10 โมง เป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะมัวแต่ถ่ายรูปนั่นเอง

ตอนเดินลงใช้พลังงานน้อยกว่านิดนึง แต่เนินหมาถอยนี่สุดทางมาก



เราเดินลงมาถึงบ่ายโมงกว่าๆ รถเจ้าหน้าที่มารอรับกลับอุทยาน

อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็กลับบ้าน จบทริป!

อันนี้บอกเผื่อไว้สำหรับคนกำลังตัดสินใจ เผื่อใครไม่เคยออกกำลังกายเลย กลัวเดินไม่ไหว มันเดินได้นะ มีเหนื่อยบ้างตอนทางชันรัวๆ แนะนำว่าอย่านั่งพักนาน พักนานแล้วมันเหนื่อย ถ้าไม่ปีนเขาได้มั้ย ก็ได้ค่ะ ไปป้อมปี่ก็บรรยากาศดี อากาศดีแล้วววว เดี๋ยวไว้จะไปซ้ำ!






เกี่ยวกับอุทยาน

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 67 อยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ครอบคลุมเนื้อที่ 1,497 ตารางกิโลเมตร ในอำเภอสังขละบุรี และอำเภอทองผาภูมิ เป็นป่าอุดมสมบูรณ์โดยรอบเขื่อนวชิราลงกรณ

มีจุดชมวิว ปีนเขา น้ำตก เมืองบาดาล และเจดีย์เก่าให้ได้เที่ยวกัน

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์ 30 บาท



#กาญจนบุรีที่เที่ยวเยอะจริงๆ


ความคิดเห็น