สโลว์ไลฟ์ในต่างแดน 8 วัน 7 คืน หมื่นสองพันบาท รีวิวโดย Paikannaka

สวรรค์ บนนาขั้นบันไดและยอดเขาฟานซิปัน ฮานอย ซาปา มูกางจ๋าย เวียดนาม ท่านที่มีความชื่นชอบในธรรมชาติและความเงียบสงบ ต้องการสัมผัสกับสุดยอดนาขั้นบันได เราไม่อยากให้ท่านพลาดทริปนี้ เพราะจุดเริ่มต้นของการเดินทางในครั้งนี้คือ นาขั้นบันไดที่อยู่บนภูเขาสูงสุดลูกหูลูกตา อลังการมากๆ และจุดหมายปลายทางของทริ

สโลว์ไลฟ์ในต่างแดน 8 วัน 7 คืน หมื่นสองพันบาท

สโลว์ไลฟ์ในต่างแดน 8 วัน 7 คืน หมื่นสองพันบาท

 วันพฤหัสที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 13.29 น.

 วันที่เดินทาง 31 ส.ค. 2561

สวรรค์ บนนาขั้นบันไดและยอดเขาฟานซิปัน

ฮานอย ซาปา มูกางจ๋าย เวียดนาม

ท่านที่มีความชื่นชอบในธรรมชาติและความเงียบสงบ ต้องการสัมผัสกับสุดยอดนาขั้นบันได เราไม่อยากให้ท่านพลาดทริปนี้ เพราะจุดเริ่มต้นของการเดินทางในครั้งนี้คือ นาขั้นบันไดที่อยู่บนภูเขาสูงสุดลูกหูลูกตา อลังการมากๆ และจุดหมายปลายทางของทริปคือ เมืองซาปา และมูกางจ๋าย โดยเมืองฮานอยเป็นจุดแวะพัก

ซาปา (Sa Pa) เป็นเมืองเล็กๆในหุบเขา ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในจังหวัดหล่าวกาย จุดเด่นคือ มีการทำนาขั้นบันไดมาก ทำให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว เมืองซาปายังมีภูเขาที่มีความสูงที่สุดในประเทศ "ยอดเขาฟานซิปัน" ความสูง 3.143 เมตร โดบได้ฉายาว่า "หลังคาแห่งอินโดจีน) ซาปาสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่เริ่มเห็นทุ่งนาเขียวขจีถึงสีทองอร่ามคือช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน และช่วงที่หิมะตกจะเป็นช่วงมกราคมเกือบทุกปี

มูกางจ๋าย (Mu Cang Chang) เป็นเขตชนบทของจังหวัด Yen Bai ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม ห่างจากซาปาประมาณ 156 กม. และห่างจากฮานอยประมาณ 352 กม, ที่นี่มีสุดยอดนาขั้นบันได อลังการนาขั้นบันได เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์บนนาขั้นบันไดเลย

การเดินทาง สถานที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว
(ท้ายรีวิวของทริปจะมีค่าใช้จ่ายให้ดูนะคะ ทริปของเราไม่ได้หรู แต่อยู่สบาย เน้นห้องพักสะอาด ทานอิ่มมากๆทุกมื้อ บางสถานที่อาจจะเก็บภาพมาไม่หมด หรือลืมๆไปบ้าง เพราะไม่ได้ตั้งใจมาทำรีวิวตั้งแต่แรก ต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ)

ทริปนี้เริ่มต้นที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2561 เวลา 17.30 น. โดยสายการ บินไลอ้อนแอร์


พร้อมเดินทาง ตามพวกเราไปกันเลย



ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.

ถึงแล้วสนามบินโหน่ยบ่าย (ฮานอย) ประมาณ 19.30 น.



เรียกใช้บริการ GrabCar จากสนามบินไปที่พักประมาณ 28 กม. ถึงที่พักประมาณ 4 ทุ่มนิดๆ ช้าตรงรอรถและวนหาที่พัก วนไปวนมาหลายรอบ (ที่นี่ก็มีรถติดมากในบางช่วงเวลา)


คืนที่ 1 พักที่โรงแรมในเครือ Impressive



เก็บสัมภาระเสร้จ ก็หาทานมื้อค่ำ(ดึก) ตั้งใจจะทานเฝอมาก จนท ที่โรงแรมแนะนำร้านให้ ตอนเราไปร้านแถวนั้นก็เริ่มปิดกันแล้ว แต่ก็ได้ทานพอหายหิว หน้าตาก็ประมาณนี้



เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ระหว่างเดินกลับที่พัก ก็เห็นโบสถ์เซนต์โจเซฟ อยู่ใกล้ๆกับที่พักนี่เอง (ตอนขาไปไม่เห็นแฮะ หิวกันตาลาย55)

โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St Joseph Cathedral) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่งดงามและสวยที่สุดในฮานอย อยู่บนถนน Nha Chung ในย่านฮูดดุว์ ทางด้านเหนือของทะเลสาบคืนดาบ (ฮว่านเกี๋ยม)


ถึงที่พักก็นอนก็พักผ่อนกันเลย ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น ก็เก็บสัมภาระ ทานอาหารเช้าของโรงแรม เติมพลังพร้อมเดินทางต่อไป

เมนูอาหารเช้า มีเมนูหลัก 1 เซตให้เลือกแล้วก็ชากาแฟ ขนมปัง ผลไม้




รถมารับที่โรงแรม 7.30 น.

นี่คือรถฮานาย - ซาปา (Green bus 9 ที่นั่ง นั่งแสนสบาย มีเครื่องนวดหลังด้วย)


ระหว่างทางก็จะเห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็นธรรมชาติภูเขา แม่น้ำ

มีจุดแวะพักระหว่างทาง 1 จุด
ขายของที่ระลึก อาหารสำเร็จรูป อาหารแห้ง พวกเราก็เน้นของกินของทานเล่นกัน

รถจอดประมาณครึ่งชม จากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อไป ถึงซาปาประมาณ 15.00 น.

ถึงแล้วนี่คือตัวเมืองซาปา


ที่พักของพวกเราอยู่ห่างจากเมืองไปประมาณ 1-2 กม. และรถก็ไปส่งถึงหน้าที่พัก

ถึงแล้วที่พักของเราคืนแรกและคืนที่ 2 ในซาปา

คืนที่ 2-3 ของทริป พักที่ Cat Cat Garden Hotel


วิวจากห้องรับแขก



พักที่นี่ 2 คืน ยังมีเวลาชื่นชมบรรยากาศอีกเยอะ ไปสำรวจร้านอาหาร ร้านกาแฟและบรรยากาศรอบๆกันก่อนดีกว่า


สถานที่แรกที่ต้อง ห้ามพลาด ร้านกาแฟขึ้นชื่อของที่นี่ "Cafe in the clouds"



หลังจากชิม ชมวิวทิวทัศน์ ดื่มด่ำกับบรรยากาศกันเต็มที่ ก็ถึงเวลาทานมื้อเย็น

เนื่องจากซาปาเป็นเมืองเล็กๆ สามารถเดินเท้าจากที่พัก ไปตลาดและจุดท่องเที่ยวต่างๆได้
สำหรับวันนี้มื้อเย็นของเราเป็นอาหาร สไตส์สุกี้ ชาบู และปิ้งหม่าล่าแบบบ้านเรา รสชาติก็โอเคนะคะ


อิ่มกันไป คราวนี้ก็ต้องเดินย่อยกันล่ะ พวกเราก็เดินชมนกชมไม้ชมธรรมชาติกันไปเรื่อยๆ
ที่นี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง
"Haven Sapa" เป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร อยู่ด้านหลังที่พักของพวกเรา(พรุ่งนี้จะมาใหม่)





ถึงเวลากลับเข้าที่พักกันแล้ว ค่ำนี้นอนดูวิวนี้นะ


อรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนมีฝน เช้านี้มีหมอก พร้อมฝนปรอยๆ

บรรยากาศยามเช้า และอาหารเช้าของพวกเราจะเป็นแบบนี้




อิ่มแล้ว ไม่ต้องรอฝนหยุด เตรียมเสื้อกันฝน พร้อม ลุยกันเลย

จุดหมายต่อไป พิชิตยอดเขา "ฟานซิปัน"

พวกเราก็เดินไปที่สถานีรถรางซึ่งอยู่ในเมืองแถวตลาด (อยู่ในตึก sun plaza ตึกเหลือง)


ต่อคิวขึ้นรถรางไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้า
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 นาที


ต่อคิวขึ้นกระเช้าไปยังยอดเขาฟานซิปัน ใช้เวลาเดินทาง 15-20 นาที





ชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ทั้งภูเขา น้ำตก นาขั้นบันได


ถึงแล้วสถานีฟานซิปัน ซึ่งจะเป็นตีนเขา มีร้านอาหาร ที่จำหน่ายของที่ระลึก หากจะขึ้นไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาจะต้องเดินขึ้นบันไดอีก 600 ขั้น ระหว่างทางก็จะมีวัดจีน จุดชมวิว มีศาลานั่งพัก


วันนี้พวกเราเจอลม เจอฝน กระหน่ำ ไม่สามารถเก็บภาพได้มาก แต่มาถึงนี่แล้ว สู้ๆ

ขึ้นยอดเขากัน 600 ขั้นเอง ลุย




แวะถ่ายภาพ นั่งพักท่ามกลางสายฝนกันเป็นระยะๆ



ถึงแล้ว เราคือผู้พิชิต ยอดเขาฟานซิปัน ในวันที่ฝนตก ฟ้าร้อง ลมแรง












เก็บเกี่ยวภาพกันไปพอสมควร สายฝนก็เริ่มซาๆไป พร้อมๆกับความหิวเริ่มมาเยือน
ถึงเวลาเดินลง เป้าหมายแรกคือร้านอาหาร



และเมนูเด็ดของมื้อนี้ คือ พิชซ่า จานนี้นี่เอง

ข้าวผัดจานนี้จะเน้นเครื่องเทศ รสชาติโอเค ราคาโอเค


แต่ไก่ที่นี่ไม่โอเคทั้งรสชาติและราคาสำหรับพวกเรา


เครื่องดื่มร้อนๆ แนวสมุนไพรช่วยได้มากเลย




อาหารทานเล่น




อิ่มแล้วไปเดินย่อยกันต่อ พวกเราได้นั่งกระเช้าลงมาที่สถานีรถราง เดินชมบรรยากาศเก็บภาพกัน



นั่งรถรางกลับเข้าเมือง
ชมบรรยากาศยามเย็นในเมืองกัน ก่อนไปทานมื้อเย็น&ค่ำ



เดินกันจนเมื่อย เริ่มหิวกันแล้ว
ฝากท้องมื้อเย็นมื้อค่ำ ไว้ที่นี่ Heven sapa (อาหารสไตส์โต๊ะจีน ลืมถ่ายภาพ)
จากนั้นก็ไปนั่งดิ่ม ชม ชิลล์ กันต่อที่โซนร้านกาแฟชั้นบน



ทริปวันนี้ สนุกสุดสุด เจอทั้งฝน ลม เย้นสบายประทับใจมากเลย

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



เช้าวันใหม่ แม้ท้องฟ้าจะไม่โปร่งใส แต่คนสดใสสดชื่นกันมากมาย

ชมวิวหมอก ดื่มชา จิบกาแฟ กัน






ยังไงฝนก็คงไม่หยุดตกง่ายๆ อิ่มแล้วก็พร้อมลุยกันต่อ วันนี้มีถุงใส่กันรองเท้าเปื้อนด้วย

จุดหมายปลายทางวันนี้ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village)

เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวเผ่าม้งดำซึ่งอพยพมาจากประเทศจีน

ภาพบรรยากาศจากที่พัก และภายในหมู่บ้านตลอดเส้นทาง








มีแผง ร้านค้า ร้านอาหารของชาวบ้านที่นั่งชิลชิล วิวดีๆระหว่างทาง

พวกเราลองทานข้าวเหนียวปิ้ง มันปิ้ง (มีเนื้อควายย่างขายด้วยนะคะ)

ลองชิมมะพร้าวน้ำหอมเวียดนาม ลูกละ 30 บาทไทย (บ้านเเราน้ำหอมกว่า)
















ใช้เวลาในหมู่บ้าน Cat Cat 3-4 ชั่วโมง เดินบ้างนั่งบ้าง ตั้งแต่ฝนตกจนฝนหยุดตก แล้วก็ตกมาอีกครั้ง

จบทริปในหมู่บ้าน ก็กลับมาที่พักเดิม เพื่อขนสัมภาระไปพักโรงแรมในเมือง (ห่างกัน 1-2 กม.) แต่เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปมูกางจ๋ายวันพรุ่งนี้ พวกเราใช้บริการแท๊กซี่ กันค่ะ ที่นี่เรียกรถได้ไม่ยาก รถมอเตอร์ไซด์ก็มีบริการจำนวนมาก

คืนที่ 4 พักที่ Phuong Nam Hotel (คืนที่ 3 ในซาปา)

ถึงห้องแล้ว วิวห้องจะเป็นแนนนี้

บรรยากาศในโรงแรม


เก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อย ก็มีเวลา ไปเดินเล่นกันอีก (ที่พักอยู่ใกล้ตลาด ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง)
เย็นค่ำ ของวันนี้ พวกเราเดินเล่น นั่งเล่น บริเวณลานกิจกรรม ซึ่งใกล้ๆก็จะมีโบสถ์คริสสวยงาม
บริเวณนี้เป็นศูนย์รวมแหล่งชอปปิ้ง ร้านอาหาร ขนส่ง เป็นที่พักผ่อน สันทนาการของชาว และนักท่องเที่ยว

(ช่วงนี้ไม่ได้เก็บภาพถ่าย)

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็เข้าที่พัก พักผ่อน เตรียมเดินทางไกลวันพรุ่งนี้


อรุณสวัสดิ์ ทานมืิ้อเช้ากัน

อาหารเช้าของที่นีจะเน้นขนมปัง ผลไม้

อิ่มท้องกันแล้ว ก็มีแรงเดินทางกันต่อ โรงแรมได้เรียกแท๊กซี่ให้พวกเราไปยังสถานีขนส่ง

(จองโรงแรมในเมืองไว้เพื่อให้ใกล้กับสถานีขนส่ง แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ พวกเราก็ต้องใช้บริการแท๊กซี เพราะมีสัมภาระ และถนนที่นี่แคบเดินเท้าพร้อมสัมภาระจะไม่ค่อยสะดวก แต่ค่าแท๊กซี่ก็ไม่ได้แพง)


เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปสโลไลฟ์ 8 วัน 7 คืน

ขออนุญาตทำรีวิวเป็นสองตอนนะคะ

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ

สวรรค์บนนาขั้นบันได สุดยอด

https://th.readme.me/p/28171




ความคิดเห็น