ไป กิน กัน Kiin Original Thai Taste ร้านอาหารสุดชิลล์ที่พัทยา รีวิวโดย กินเที่ยว360

วันนี้มีร้านอาหาร Chic Chic Cool Cool เปิดใหม่ ที่พัทยา มาแนะนำครับ ชื่อร้าน กิน Kiin Original Thai Taste ร้านนี้อยู่ในโรงแรม The Monttra Pattaya ซึ่งไม่ต้องเป็นแขกโรงแรมก็สามารถมาทานได้นะครับ ร้าน Kiinเป็นร้านอาหารที่เพิ่งเปิดไม่นานครับ แน่นอนว่าไม่ค่อยจะมีรีวิวอะไรมากนัก ผมก็เลยต้องให้ทางร้

ไป กิน กัน Kiin Original Thai Taste ร้านอาหารสุดชิลล์ที่พัทยา

ไป กิน กัน Kiin Original Thai Taste ร้านอาหารสุดชิลล์ที่พัทยา

 วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 20.22 น.

 วันที่เดินทาง 20 ต.ค. 2562


วันนี้มีร้านอาหาร Chic Chic Cool Cool เปิดใหม่ ที่พัทยา มาแนะนำครับ ชื่อร้าน กิน Kiin Original Thai Taste ร้านนี้อยู่ในโรงแรม The Monttra Pattaya ซึ่งไม่ต้องเป็นแขกโรงแรมก็สามารถมาทานได้นะครับ ร้าน Kiinเป็นร้านอาหารที่เพิ่งเปิดไม่นานครับ แน่นอนว่าไม่ค่อยจะมีรีวิวอะไรมากนัก ผมก็เลยต้องให้ทางร้านแนะนำเมนูเด็ด ๆ มาให้

ในวันนั้นที่เรากินก็มีตั้งแต่ อาหารเบา ๆ อาหารหนัก ยันขนม เอาละตามพวกเราไปกินกันครับ โดยพวกผมกินที่นี่กัน 2 มื้อนะครับ มาดูมิ้อแรกกันนะครับ เราจัดกันไป 4 เมนูด้วยกัน

เมนูแรกที่นำเสนอคือ

ม้าฮ่อ

นี่ถ้าเมนูไม่มีรูปผมคงนึกว่า ม้าฮ่อ น่าจะเป็นเนื้อม้า อะไรแบบนั้น พาลไปนึกถึง บีทบอลของอีเกีย ซึ่งจริง ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อม้าครับ เป็นเพียงแค่สมัยก่อนทรงอาหาร เหมือนม้าโยกเท่านั้นเอง สำหรับม้าฮ่อเป็นหนึ่งในอาหารที่หากินได้ยาก ผมก็เพิ่งเคยคิดครั้งนี้ครั้งแรกในชีวิต ( มองตอนแรกนึกว่า หมูอยู่บนไข่ญี่ปุ่น ) เป็นอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมของ 3 ชาติด้วยกัน ไทย+ญวน+จีนเมื่อก่อนนี้เขาจะเอาใส้ที่เห็นอยู่ด้านบนเขาจะเอาไปยัดกับกลีบส้มเขียวหวาน

แต่ต่อมาก็เปลี่ยนมาวางเป็นสับปะรด ซึ่งที่นี่ใช้ สับปะรด ภูเก็ตหั่นเต๋าพอดีคำมีความเปรี้ยวหวานกรอบ ไม่แข็งนะครับกัดได้พอดี ๆ ด้านบนเป็นใส้หมู ผัดกับไชโป้หวาน กระเทียม น้ำตาลมะพร้าวผสมกัน ถ้านึกรสไม่ออกก็จะเหมือนด้านในสาคูใส้หมูครับ แล้วด้านบนมีพริกเล็กน้อย ด้วยความเปรี้ยว หวาน และเผ็ดปลายลิ้น มันผสมกัน มันก็ลงตัวสิครับ


เมนูนี้ทางร้านจะเสริฟเป็นเมนูแรก เพราะว่าเมนูนี้จะช่วยเปิดโสตประสาทการรับรสทางอาหารของเราครับผมแอบไปดูโต๊ะข้าง ๆ ก็มีสั่งเมนูนี้เหมือนกัน ฉะนั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

มาต่อจานที่ 2 กัน ก้บ

ข้าวตังหน้าตั้ง

ข้างตังกรอบชิ้นไม่ค่อยพอดีคำนัก เพราะให้มาใหญ่เชียว ต้องกัดประมาณ2-3 ครั้งถึงจะหมด โดยมีน้ำราดที่ทำมาจาก มันกุ้งผัดกับไก่กะทิถั่ว เวลากินก็ราดใส่ในแอ่งข้าวตังซึ่งเขาทำแอ่งไว้ให้แล้ว ก็สะดวกดีเพราะบางทีเจอข้าวตังแบบแผ่นเรียบเวลาราดน้ำแล้ว มันก็จะหยดเลอะเทอะ

รสจะออกมัน ๆ หน่อยครับ อันนี้เน้นรสมันจริง ๆจะกินเป็นอาหารจานหลักหรือเป็นออเดิฟ ก็ได้

มีข้าวตังชิ้นใหญ่ 8 ชิ้นเอาจริง ๆ กินคนละ 2-3 ชิ้นก็จะอิ่มแล้วครับ ส่วนน้ำราดนั้นก็ให้มาพอดีครับ บางร้านจะให้น้อยมากน้อยจน กินชิ้นสุดท้ายแล้วไม่มีน้ำราด


จานที่ 3 เพิ่มความหนักเข้ามาอีกหน่อยกับ

ยำส้มโอโบราณ

แน่นอนว่าต้องมีส้มโอ แต่เครื่องยำที่เห็นนี้จะไม่แฉะเป็นน้ำครับ เพราะมันเป็นยำแบบแห้งนั้นเอง เครื่องยำลองเขี่ย ๆ ดูก็ จะมี พริก หอมเจียว กระเทียมเจียวและมะพร้่าวคั่ว คิดว่าคงมีมะขามเปียกด้วยนะ

ผมลองกินเครื่องยำแยกนี้ก็แบบอร่อยอยู่ โดยยำนี้จะใช้เนื้อปลาเ มาแบบเสต็กเลยครับเป็นก้อนเลย ชิ้นแบบใหญ่พอสมควร ไม่ต้องไปควานหาเศษ ๆ ปลากันให้เสียเวลา เวลากิน ก็ตักปลากินพร้อม ๆ กับเครื่อง กันเลย ปลาไม่คาวเลยครับ ถามพนักงานแล้วเขาบอกว่าเป็นปลาอินทรีย์เพราะต้องการไม่ให้คาว

ให้ดูภาพเมื่อเทียบกับมือของทีมงานของเรา จะเห็นว่าชิ้นปลานี่ไม่ได้เล็กเลยนะครับ แต่พอถ่ายใกล้ ๆ อาจจะดูว่าชิ้นเล็ก

รสของเมนูนี้ จะออกเปรี้ยวหวาน แล้วบวกกับเนื้อปลาก็ถือว่าเข้ากันได้ดีครับ เป็นเมนูสุขภาพ กินแลวพุงไม่ออกเวลาจะไปเล่นน้ำทะเลต่อแน่นอน

จานที่ 4

ข้าวผัดปลาเค็ม

ข้าวผัดปลาเค็มพร้อมไข่ดาว ตอนแรกคิดว่ารสปลากต้องเค็มปี้แน่นอน แต่กัดไปแล้วปลาก็ไม่ได้เค็มขนาดนั้นครับ โดยที่นี่จะใช้ปลากุเลา (ราคาปลากุเลา เนียไม่ใช่ถูก ๆ นะ ผมเคยดูราคาที่ตลาด โลนึงเกือบ 2,000 เข้าไปแล้ว )

ทางร้านนำเสนอว่าปลานี้ไม่ได้เอามาผัด ๆ แต่จะมีการไปห่อใบตองแล้วปิ้งจากเตาถ่านด้วย ซึ่งในจานก็จะแยกปลาออกมาด้านข้างครับ ส่วนข้าวผัดนั้นจะเป็นแบบข้าวผัดที่สีค่อนข้างเข้มดูเผิน ๆ นึกว่าข้าวผัดกระเพราคลุกใช่มะ แต่รสก็เป็นข้าวผัดปกตินี่แหละครับ

แต่พิเศษตรงที่ เขาไม่ได้ใส่ พวกหอมหัวใหญ่ในข้าวผัด แต่จะใส่ดอกโสนแทน เวลาเคี้ยว ๆ ก็มีผักอยู่ แต่ก็ไม่ขม รสจะออกเหมือนเรากินข้าวยำปักษ์ใต้นิด ๆ

มื้อสาย ก็จัดไปครับ 4 จานนี้ก็กินแบบจริง ๆ จัง ๆ 2 คน กำลังพอดีครับ

มามื้อบ่ายกันบ้าง เมนูจริง ๆ จัง ๆ ก่อนจะเดินทางกลับ


จานที่ 1 เป็นซุปกันบ้าง กับต้มข่าไก่ เอ่ยไม่ใช่ ถ้ากินต้มข่าไก่ เดี๋ยวจะไล่ไปกินกรุงเทพ มาทะเลก็ต้องเป็นอะไรทะเล ๆ ที่นี้เขามี

ต้มข่าหอยตลับ

เป็นเมนูซุปที่ทางร้านแนะนำ รสก็เหมือนซุปหอยครับ แต่มาเป็นไทย ๆ ก็เป็นชุปแบบต้นข่า โดยจะใช้ส่วนผสมหลักเป็นหอยตลับ ซึ่งรสหอยตลับก็รู้อยู่แล้วว่าหวาน

ในภาพจะเห็นว่ามีการใส่พริกแห้งเม็ดโต แต่เมนูนี้รสไม่เผ็ดนะครับ ออกหวานมัน สามารถซดน้ำซุปได้ โดยควรสั่งคู่กับข้าวผัด หรืออาหารอื่น ๆ ที่มีรสจัด เพื่อให้รสสมดุลย์กัน


จานที่ 2

แกงกะหรี่ประกระพง

ที่นี่จะทำเป็นแกงกะหรี่ไทยนะครับเพราะมีรสครบ หวาน-เปรี้ยว-เผ็ด โดยความหวานมาจากมันเทศเครื่องแกงจะมีส่วนผสมเป็น ดอกเทียนข้าวเปลือก เพื่อให้มีกลิ่นหอมเครื่องเทศ

ส่วนตัวผมชอบเมนูนี้ที่สุด เพราะเป็นคนชอบทานแกงกะหรี่อยู่แล้วด้วย รสก็เข้มข้นครับ และมีอาจาดมากินคู่กันเพิ่มความเปรี้ยวหวานโดย

เราสามารถสั่งกินคู่กับ ข้าว หรือ ขนมจีน หรือ โรตีก็ได้ แต่แกงกะหรี่ก็จะรสเดิมนะ ไม่ใช่ว่าสั่งโรตีแล้วจะกลายเป็นแกงกะหรี่แขก

จานที่ 3

พัดเห็ดสามอย่าง

ก็จะมี เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ด หิเมจิ ผัดกับ กุ้งแห้งซึ่งคงเป็นกุ้งแห้งจืด เพราะถ้ามันเค็มก็คงจะโดดแปลก ๆ รสจะบาง ๆเพื่อให้ซึมซับความเป็นเห็ด โดยเห็ดก็ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นนะครับ จานนี้มาในปริมาณที่เยอะมากครับ ถ้ากิน 3 เมนูนี้ อิ่มแน่นอนครับ และได้ครบรส

จบ 3 เมนูของมื้อบ่ายแล้ว กินคาว ต้องกินหวานจริงไหมครับ

ตบท้ายด้วย เมนู ขนมหวาน

แครอทเค้ก

ดูหน้าก็แบบเหมือนเค้กโบราณ เนื้อเค้กไม่ได้หวานเลี่ยน ด้านในเนื้อเค้กผสม มะพร้าวคั่ว แครอท เม็ดมะม่วงหิมพาน และลูกเกด ราดด้วยข้าวพองบัดเตอร์ครีม ขิงเชื่อม ขิงเชื่อมนี่ก็มีรสขิงครบนะครับ แต่หวานกรอบ เวลากินให้ตักทุกส่วนพร้อมกัน

จะได้ครบทุกรส เวลากินก็จะมีผิวสัมผัสของข้าวพองและขิงผสมรวนอยู่ในปาก อันนี้ชอบรสไม่ได้หวานจัด แต่ที่จะรู้สึกหวานจัดคือ ตัวขิงนี่แหละครับ

และที่นี้ก็ยังมีเครื่องดื่มแบบ ม็อกเทล และ ค็อกเทล ให้เลือก ดื่มด้วยนะครับ

บรรยากาศของร้าน

มีให้เลือกจะกินในห้องแอร์ ซึ่งก็สามารถมองวิวทะเลได้ หรือจะออกไปกินด้านนอกก็ได้ถึงแม้จะเป็นด้านนอก ก็ไม่ต้องห่วง เพราะมีต้นไม้ให้ร่มเงาครับ ในรูปจะเห็นว่าเหมือนเราไปนั่งกินในป่า ถึงแม้ตัวร้านจะเป็นกระจก แต่ก็ไม่โดนแสงแดดส่องมาโดยตรงแค่อย่างใด

สรุป

จาก ที่กินมา 2 มื้อ เขาก็ทำการผสมผสานอาหารแบบโบราณกับสมัยปัจจุบันได้ดี มีการนำวัตถุดิบที่ให้ความรู้สึว่ามากินอาหารริมทะเล รวมทั้งการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ เช่นการ ดิสเพลย์ของจานด้วยการรองใบตอง การฝานมะนาวที่มีรอยบาก รสอาหารก็ไม่ปรับรสเอาใจฝรั่งต่างชาติจนเกินไป เป็นอีกร้านหนึ่งที่ Kintiew360 ขอแนะนำใ้มาทาน สำหรับราคาก็เฉลี่ยประมาณ ร้อยกว่าบาทถึงสามร้อย เพราะขายบรรยากาศกับความพิถีพิถันของอาหาร


Kiin (กิน) Original Thai Taste

เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 11.00 - 22.30 น.

สามารถติดต่อห้องอาหาร Kiin (กิน) Original Thai Taste ได้ที่ https://www.themonttra.com/dining.html

หรือโทร +66 (0) 38 306 333 หรือคลิกจิ้มใน Google map ตามแผนที่ด้านล่างนี้





ความคิดเห็น