The Myth บ้านไร่ปลายนาแห่งมิตรภาพ, แม่ริม - เชียงใหม่ รีวิวโดย Mariabamboo

2nd Nov 2019 เหตุเกิดจากการตามไลค์เพจ เพจหนึ่งในเฟสในวันที่ความคิดถึงวังเวียงเข้าครอบงำ ในวันที่ในหัวคิดถึงแต่ทุ่งนาเขียวสดและสะพานไม้ทอดยาวไปในผืนนาอย่างวังเวียงนั้น บวกกับดีเทลในบริบทของที่พักในเพจที่อ้างก็คล้าย ๆ กับวังเวียงที่พร่ำมา คือมีผืนนา มีสะพานทางเดินทอดยาว และมี "บ้าน" ทำเอาปล

The Myth บ้านไร่ปลายนาแห่งมิตรภาพ, แม่ริม - เชียงใหม่

The Myth บ้านไร่ปลายนาแห่งมิตรภาพ, แม่ริม - เชียงใหม่

 วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 19.51 น.

 วันที่เดินทาง 3 พ.ย. 2562



2nd Nov 2019



เหตุเกิดจากการตามไลค์เพจ เพจหนึ่งในเฟสในวันที่ความคิดถึงวังเวียงเข้าครอบงำ ในวันที่ในหัวคิดถึงแต่ทุ่งนาเขียวสดและสะพานไม้ทอดยาวไปในผืนนาอย่างวังเวียงนั้น บวกกับดีเทลในบริบทของที่พักในเพจที่อ้างก็คล้าย ๆ กับวังเวียงที่พร่ำมา คือมีผืนนา มีสะพานทางเดินทอดยาว และมี "บ้าน" ทำเอาปล่อยใจจิ้นเองไปว่าตัวเองได้ไปเดินอยู่ที่นั่นแล้ว "จริง ๆ"
ตื่น ๆ นี่ฉันฝันกลางวันในที่ทำงานอีกแล้ว....

..............

แต่มันไม่ได้เศร้าอะไรเบอร์นั้น เพราะ จขบ.ได้มีโอกาสได้เยือนที่พัก ที่ตามส่องด้วยแหล่ะ ที่สำคัญ.. ใกล้จมูกนิดเดียว อยู่แม่ริมนี่เอง
ใช่คนเชียงใหม่อ่านไม่ผิดนะ "แม่ริม" ขีดเส้นใต้ด้วยนะ แม่ริมจร๊ะ ไม่ต้องขับไปไหนไกลเมืองเลย ^^





การเดินทาง

(โดยรถส่วนตัวสะดวกสุดค่ะ หรือจะนั่งประจำทางมาลงหน้า อ.แม่ริมแล้วติดต่อที่พักให้มารับก็ได้ค่ะ)


เข้าเรื่องเน๊อะ บ่ายวันเสาร์พอเสร็จจากงาน
จขบ.คว้ากุญแจรถแล้วลากกระเป๋าที่เก็บไม่ถึง 15 นาที ขึ้นรถเราขับจากเมืองเชียงใหม่บ่ายหน้าไปยัง อ.แม่ริม ขับตาม GPS ที่เราปักหมุดไว้ว่า บ้านมิตร ไปเรื่อย ๆ ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงค่ะ ถ้าไม่นับที่เราหลง 555+
คือจะบอกว่า.. ขับเลย และไม่ได้วกรถกลับก็ตาม GPS ไปเรื่อย ๆ จนไปโผล่อีกทางเข้าของ The Myth อีกทางค่ะ คือนึกออกไหมคะ
The Myth อยู่ตรงกลาง มีทางเข้าสองทางเน๊อะ


แต่เราชอบการหลงนะ
เราน่ะ หลงเก่ง

















หลงจนคิดได้ว่า กลับไปเข้าทางเดิมดีกว่า

แล้วก็วกรถกลับมาเจอวัดที่ขับเลย จะมีซอยเล็ก ๆ ให้เลี้ยวเข้า เราเลี้ยวและขับตามทางไปเรื่อย ๆ ค่ะ ตาม GPS ไป ระยะทางจากปากซอยไปยัง The Myth ประมาณ 700 เมตรค่ะ





ทันทีที่ถึงที่พัก

ครอบครัวก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีค่ะ

เขาพาเราไปห้องพักบนชั้นสองค่ะ ยกน้ำมาให้พร้อมแก้ว 3 ใบ

เราเก็บของและเก็บบรรยากาศในห้องพักแล้ว
ก็ไม่ลืมเก็บรูปพักมาฝากนะ
ห้องพักเป็นแบบง่าย ๆ ตามสไตล์บ้านทุ่งค่ะ



แต่ผนังบ้านด้านในทำเอาคิดถึงบ้านพี่สาวที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ ^^
ไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจ รู้แต่ว่ามันคล้ายกัน










ที่นี่มีระเบียงไม้ธรรมดา
ที่วิวไม่ได้ธรรมดาเลยนะ







เราอยากไปเก็บบรรยากาศรอบ ๆ ที่พักแล้วล่ะ

แต่โถงด้านบนก็จัดได้น่ารักดีนะ รวมถึงระเบียง และลานนั่งอ่านตรงกลางของบ้านด้วยค่ะ บรรยากาศดี


ตรงระเบียงที่วิวตรงหน้าอย่างนี้
เดี่ยวเราจะลงไปที่สะพานไม้ไผ่กลางนานั่นกันค่ะ =^^=





......



ลงมาด้านล่าง

นี่เห็นจะเป็นหนแรกในชีวิตเล็ก ๆ ขอโมเสสที่จะได้เห็นเม็ดข้าวกับตา และจับรวงข้าวกับมือของตัวเองกับเขาบ้างแล้วล่ะ








" บ้านมิตร "

ห้องเรียนสีเขียวของใครหลายคน













สามีมองรอบ ๆ แล้วบอกว่านี่มันบรรยากาศ
มานี - มานะ ชัด ๆ







เราใช้เวลาที่สะพานไม้ไผ่สักพักก่อนจะออกไปหาข้าวเย็นกินด้านนอกค่ะ
เพราะเข้าใจว่า
หน้าหนาวแล้วนะ... เดี่ยวจะมืดค่ำเสียก่อน
++ปล.ที่นี่ปิด 4 ทุ่มตามมฐ.ที่พักทั่วไป หากออกไปข้างนอกก็ตรงเวลาด้วยเน๊อะ
......




หลังมื้อเย็นแล้วกลับเข้าที่พัก
ก็จะได้บรรยากาศตอนกลางคืนอย่างนี้ค่ะ




มุมนี้เหมือนล๊อบบี้ของที่นี่ค่ะ
แลอบอุ่นเป็นจุดรวมพลของบ้าน แรก ๆ ก็คิดว่าทำไมบ้านหลังนี้มีแต่ช้างเต็มไปหมด ในสวน ในบ้าน รูปช้างบนผนัง ไม้แกะสลัก ฯลฯ
ถามไปถามมา เจ้าของบ้านคุณแดนผูกพันกับช้างตั้งแต่เด็กเลยชอบช้างค่ะ จึงไม่แปลกที่ ที่นี่จะมีแต่ช้างประดับเต็มไปหมด







.
.
.





เช้านั้น

เราตื่นเช้าเพราะความหนาวเย็นตอนสาง

ๆ นอนพลิกตัวไปมาก่อนตัดสินใจตื่นเพื่อพาตัวเล็กไปวิ่งเล่นที่ทุ่งนาค่ะ

ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะพลาดโมเม้นท์แบบนี้






และจังหวะที่แสงเริ่มมา
และ
เจ้าถิ่นอย่างอัญชันจอมมุด (เจอคู่ปรับ)




แสงที่ส่องกระทบตัวบ้าน
พลันคิดได้ว่าทุ่งนาตอนนี้จะเป็นยังไงนะ
ทำเอาอดใจไม่ได้ที่ดูหยดน้ำค้างบนรวงข้าวสะท้อนแสงที่สะพานไม้ไผ่กันค่ะ






นี่คงเป็นหนแรกที่เห็นโมเสสอดทนทีละก้าวอย่างเงียบ ๆ ไปให้ใกล้นกที่สุด
มีหันมาดุที่เสียงดัง คือกลัวนกบินหนี



...........







หลังใช้เวลาที่สะพานไม้ไผ่ ก็ใกล้เวลาอาหารเช้า
เราเห็นแสงสาดเข้าตัวบ้านแล้ว เอ่อมันสวยดีนะก็กดภาพรัว ๆ






เก็บภาพเพลินเดินไปเจอสิ่งนี้ค่ะ
- รัก -
แบบว่าแต่ละต้น ใหญ่มาก





สักพักอาหารก็พร้อมค่ะ
ที่นี่คุณเอ๊ยและคุณแม่ ลงมือเข้าครัวทำให้เราได้ลองชิมเลยนะคะ
แอบกระซิบว่าไม่มีผงชูรส และอร่อยทุกจานค่ะ




ข้าวต้มร้อน ๆ กับอากาศเย็น ๆ
กาแฟอุ่น ๆ สักแก้วก็ดีนะ






อิ่มแล้ว


เราขึ้นห้องมาเอนหลัง

และใช้เวลากับหนังสือและ wifi สักพัก (ใช้เวลากับอย่างหลังเยอะกว่า สารภาพ)

ก่อนเก็บของเพื่อเตรียมไปที่อื่นกันต่อค่ะ






เป็นห้องอ่านหนังสือที่ "วิวดี"
ว่ามะ



.
.
.







ฮัลโหล !!


** อีกไม่นานเกินรอจะมีส่วนของชา และกาแฟ ที่เสิรฟพร้อมวิวสะพานทอดทุ่งที่ The Myth แม่ริมด้วยนะแจ๊ะ
จขบ.งี้ อยากให้เปิดพรุ่งนี้แล้วล่ะ


** บริการห้องพักตามเรทราคาดังนี้
ห้องสุขใจ พักได้ 2 ท่าน ราคา 1,900 บาท
ห้องเป็นสุข พักได้ 3 ท่าน ราคา 2,200 บาท
ห้องสุขกาย พักได้ 4 ท่าน ราคา 2,500 บาท
และที่นี่บริการเต้นท์ให้ได้นอนชิดทุ่งกันด้วยนะคะ


** และไม่ต้องห่วงว่าถ้าไม่มีนาข้าวแล้ว สะพานจะน่าเดินอยู่ไหม เพราะนาที่นี่เกี่ยวแล้วรอปลูกอีกรอบค่ะ ความหมายคือก็จะสวยวนอยู่อย่างนั้นทั้งปี


The Myth - บ้านไร่ปลายนาแห่งมิตรภาพ

55 หมู่ 7 ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180

โทร 089 688 5959

หรือจะอินบ๊อก ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นก่อนเดินทางได้ที่ FB : The Myth



เราน่ะ... จำคำของเจ้าของที่บอกได้ว่า มาบ้านมิตรแล้ว เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ

ไว้แวะมาลองเองนะคะ "บ้านมิตร" ในแบบของคุณ


ขอบคุณที่แวะมา


ความคิดเห็น