ทริป Bali – Labuan Bajo จัดเต็ม 6 วัน แต่ละที่ เด็ดๆทั้งนั้น อย่าพลาดเชียววว! :- D รีวิวโดย Bliss Out There

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เราจะมีทริปบาหลี แบบจัดเต็ม ครั้งแรกแบบ Bliss Out There ! ส่วนใครที่คาดหวังชิงช้า วัดวา หรือไปดูไดโนเสาร์เนี่ย พักไปได้เลยน้า เพราะทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆไป นอนบังกะโลริมหาดบนเกาะส่วนตัวเก๋ๆ เที่ยวหาดชมพูสุดคิวท์ ฟรีไดรฟ์กับแมนต้าและน้องเต่า แอบไปส่องเจ้ามังกรโคโมโด้ ไ

ทริป Bali – Labuan Bajo จัดเต็ม 6 วัน แต่ละที่ เด็ดๆทั้งนั้น อย่าพลาดเชียววว! :- D

ทริป Bali – Labuan Bajo จัดเต็ม 6 วัน แต่ละที่ เด็ดๆทั้งนั้น อย่าพลาดเชียววว! :- D

 วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 15.08 น.

 วันที่เดินทาง 24 พ.ย. 2562

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เราจะมีทริปบาหลี

แบบจัดเต็ม ครั้งแรกแบบ Bliss Out There !

ส่วนใครที่คาดหวังชิงช้า วัดวา หรือไปดูไดโนเสาร์เนี่ย

พักไปได้เลยน้า เพราะทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆไป

นอนบังกะโลริมหาดบนเกาะส่วนตัวเก๋ๆ

เที่ยวหาดชมพูสุดคิวท์ ฟรีไดรฟ์กับแมนต้าและน้องเต่า

แอบไปส่องเจ้ามังกรโคโมโด้ ไปจนถึงนอนชิลล์ริมสระ

ที่พูลคลับแบบสวยๆ.. คือมันเยอะอะ! ร่ายในย่อหน้านี้

ไม่หมดจ้า ไม่พูดมากแระ เริ่มทริปได้ :- p



และนี่คือโปรแกรมคร่าวๆของเรา *O*

Day 1 : Nebula Cafè

Day 2 : Padar Island | Pink Beach | Komodo National Park | Manta&Turtle Point

Day 3 : Le Pirate Island | Bong Hostel | MolaMola House&Coffee shop

Day 4 : Wall Bay | Mangrove Point | Warung Putu | Lembongun Island Tour | Sea Breeze | Sunday Beach

Day 5 : Mangrove Point | Manta bay | Tendan | Mexicola

Day 6 : Kosone | Green Guru Smoothie Bowls Bar | Expat Roaster | Batu Belig Beach | Yakiniku Sakai

เป็นไงล่ะ เรียกได้ว่าเป็นแพลนที่จุก !

เพื่อนๆจะได้ใช้ 6 วันในอินโดนีเซีย แบบคุ้มค่า

เที่ยวครบทุกแนว เราไปดูราคาสำหรับทริปนี้กันดีกว่า

ออกตัวก่อนน้าว่าทริปนี้เรามีไปดำน้ำ กับมีนั่งเรือไปเกาะส่วนตัว

เลยจะทำให้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนิดนึงฮะ




** ค่าใช้จ่ายต่อคน ของทริปนี้ (ต่อคน) **

1. ค่าที่พัก 5,586 บาท

– Le Pirate Island (2คืน) = 3,740 บาท

– Bong Hostel (2คืน) = 1,120 บาท

– Kosone (1คืน) = 726 บาท

2. ค่าตั๋วเครื่องบิน 5,105 บาท

– Airasia (Bangkok – Bali) = 1,620

– สายการบินอินโด (Bali – LabuanDojo) = 3,485

3. ค่าเดินทางในทริป 3,947 บาท

4. ค่ากิน 5,986

5. ค่าทัวร์-ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ 10,810 บาท

6. อื่นๆ ช้อปปิ้ง ของฝาก etc. 1,653 บาท

รวมทั้งหมด 33,087 บาท




สำหรับทริปนี้เราไปกับ Air-Asia เจ้าเก่าค่า

รูทเยอะประทับใจเหมือนเดิม อยากไปไหนพี่แกจัดให้ทั้งหมด

นั่งสบายตูด ราคาสบายกระเป๋า แถมตรงต่อเวลา บริการดี๊ดี

ส่วนรูทที่บินในอินโดนีเซียเอง จากบาหลี – ลาบวนบาโจ

แอร์เอเชียก็มีเที่ยวบินนะ คิดจะเดินทางไปไหน เมื่อไหร่

ยังไง ต้องจิ้มแล้วค่า https://www.airasia.com



Day 1 : Nebula Cafè


วันแรกของทริปวันนี้ขอยกให้เป็นวันแห่งการเดินทางค่ะ

เดินทางเก่งมาก เครื่องบิน ต่อรถ ต่อเรือ แต่กองทัพ

ก็ต้องเดินด้วยท้องค่ะ แลนด์บาหลีปุ๊ป เราไปที่แรกกันเลยค่า

มานี่ก็คือใช้แกรปเป็นการเดินทางหลักเลยแหละ

เนื่องจากถูกและสะดวกสบายค่ะ Nebula Cafè เราปักหมุด

และเรียกแกรปจากสนามบินไปที่ร้านได้เลย ตกคนละ

34,400 rp (75 บาท) ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีเอง



ที่นี่เป็นคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารที่อยู่ติดกับ

โรงแรม Dekuta ค่ะ ข้างในตกแต่งแบบ Tropical

สไตล์บาหลีแบบที่เราคุ้นเคย แต่ความเริ่ดคือตัวอาหารเค้า

จะเน้นเอาอาหารอินโดมาฟิวชั่นกับอาหารฝรั่ง คือเริ่ดอะ

ที่ขาดไม่ได้คือ Acai Bowl ค่า ด้วยความแร้งลงจัด

เราสั่ง Smoothie bowl มาสองถ้วย แล้วก็ข้าวผัดกระเทียม

กับไก่เปรี้ยวหวาน ทั้งราคาตกคนละ 117,000 rp (254 บาท)

เมนู Recommended ของเค้าค่ะ ร้านเปิดทุกวัน 7AM–10PM

นี่ลิ้งก์จ้ะ https://www.facebook.com/nebularestaurant/




อิ่มหนำกันแล้ว ขากลับสนามบินเราโบกแท็กซี่แถวนั้นเอาค่ะ

ราคาตกคนละ 25,000 rp (55 บาท) กลับมารอขึ้นเครื่องไป

ลาบวนบาโจ เมืองแห่งน้องโคโมโด้นั่นเอง !

พอแลนด์ถึงลาบวนโดโจ ก็ทุ่มนึงพอดี เราเรียกรถแท็กซี่

จากสนามบินเพื่อไปยังออฟฟิศของรีสอร์ทที่จะพักค่ะ

นั่นก็คือรีสอร์ท Le Pirate Island ซึ่งไม่ไกลเลยประมาณ

10 นาทีได้ ในราคาคนละ16,700 rp (36 บาท) นี่ลิ้งก์

โลเคชั่นค่ะ https://goo.gl/maps/8Wd4dFa2Ab9oEacE8

ไปถึงก็จ่ายตังค์ค่ารีสอร์ท รายละเอียดราคาเท่าไหร่จะไปอยู่

ในพาร์ทรีสอร์ทนะค้า จากนั้นพี่ๆพนักงานจะพาเราไปขึ้นเรือค่ะ

เพราะต้องนั่งเรือข้ามไปที่เกาะส่วนตัวของรีสอร์ทอีกที

เดินทางประมาณ 1 ชม. ค่าเดินทางเที่ยวละ 600,000 rp

หาร 3 ก็ตกคนละ 200,000 rp (434 บาท) ราคาค่อนข้างสูง

เพราะ ตารางของเราไม่ตรงกับรอบเรือที่โรงแรมจัดให้

ทำให้เราต้องจ้างเรือรอบพิเศษ แต่เราว่าคุ้ม ! เอาน่ามาถึงแล้ว (:
ถึงที่พักบนเกาะก็ 3 ทุ่มพอดี ก้าวแรกบนเกาะคือ

ประทับใจเลย เกาะเงียบสงบ แสงไฟไม่เยอะจนเห็น

แสงพระจันทร์สะท้อนกับน้ำเลย เราจะขออุปการบรรยาย

โรงแรมไว้เพียงเท่านี้ อิอิ คืนนั้นเรากินข้าวเย็นที่โรงแรมจัดให้

เป็นเซทหมูกระทะ ตกคนละ 150,000 rp (325 บาท)

แต่น้ำจิ้มเค้าออกจะแปลกๆนิดหน่อย อยากพกน้ำจิ้ม

มาเองมากจ้า 5555555 สำหรับวันนี้ขอตัวไปพักผ่อนก่อนค่า


Day 2 : Padar Island | Pink Beach |

Komodo National Park | Manta&Turtle Point


วันที่ 2 วันนี้เราจะไปทัวร์เกาะลาบวนบาโจกันค่ะ

โดยทางเราใช้บริการของทัวร์จาก Le Pirate เลย

ซึ่งตกคนละ 1,250,000 rp (2,710 บาท) ติดต่อทัวร์ได้

จากที่เว็ปของโรงแรมเล้ย https://lepirate.com/island/

ทัวร์นัดหมายเรา 7 โมงเช้าที่ท่าเรือ ทำให้เราต้องออกจาก

โรงแรมตอน 6 โมงเช้า โดยมีค่าเรืออยู่ที่คนละ

200,000 rp (434 บาท) เหมือนเดิม



ในการตื่นเช้าแบบงัวเงียก็ยังมีเรื่องราวดีดีนั่นก็คือ

พวกเราทันได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนนั่งอยู่บนเรือพอดี

สวยมาก ! ถือเป็นการเริ่มต้นวันที่สดชื่นสุดๆ



จุดหมายแรกของเราก็คือ Padar Island ค่ะ

ที่นี่คือ a-must point ของลาบวนบาโจ มันสวยมาก !

ทางขึ้นก็จะยากเย็นหน่อยๆเพราะไม่มีรถนะคะ

เดินเท้าเท่านั้น รวมแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง (ไป-กลับ)

เรียกได้ว่าจุก ที่นี่ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ มีแค่แรงเดินก็พอค่า 555555



วิวระหว่างทางว่าสวยแล้ว พอขึ้นมาถึงยอด

สวยหายเหนื่อยเลยอะ! มุมถ่ายรูปเยอะมาก

แต่ต้องใช้ทักษะการหลบคนหน่อยๆ ฮ่าๆ



ขาเดินกลับขึ้นเรือเราแวะริมหาดของที่นี่จะมีน้องกวาง

ออกมาเดินเต็มเลยน่าร้ากกก เป็นอีกจุดเรียกแขกของที่นี่เลยจ้า

ที่ต่อไปของพวกเราก็คือ Pink Beach ค่ะซึ่งอยู่ไม่ไกลเลย

มองจากจุดชมวิวที่ Padar Island ก็เห็น Pink Beach (:



จริงๆตัวหาดของที่นี่เม็ดทรายมันไม่ได้เป็นสีชมพูเลย

มันเป็นสีขาวแต่แค่มันมีผลึกของหินสีแดงๆที่แซมเข้ามาอยู่

เลยทำให้มองไกลๆแล้วเหมือนสีชมพู สวยอะ

เหมือนหาดในพินเทอเรสเลย สีชมพูคิ้วท์ !



อ่ะ ได้รูปเสร็จสับเล่นน้ำพอให้หายร้อน ก็ไปต่อได้ค่าา

ที่ต่อไปก็คือ เกาะอุทยานโคโมโด้ ค่ะ ที่นี่เราต้องเสีย

ค่าเข้าอุทยาน ตกคนละ 300,000 rp (650 บาท)

บนเกาะนี้เราจะได้เดินป่าค่ะ โดยจะมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง

คอยบอกว่าแต่ละจุดมีอะไรๆ เป็นจุดที่สัตว์จะออกมา

ทำอะไรบ้าง มีน้องกวางโผล่มาอีกแล้ว

อยู่กันตามธรรมชาติเลย อุดมสมบูรณ์มาก



สรุปเดินจนวนรอบเกาะ ไม่เจอโคโมโด้เลยค่ะ

มาเจอเอาทางออก นอนกันเต็มเลย พอนางขยับทีก็กรี้ดกันที

พอนางนอนนิ่งก็รุมถ่ายรูปกับนางกัน ฮ่าๆๆๆ



ที่ต่อไปเป็นจุดดำน้ำดูแมนต้า หรือ ปลากระเบนราหูกันค่า

ตื่นเต้นมาก ! เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้อยากมาทริปนี้สุดๆ

อ่ะพอถึงเรือจอดถึงปุ๊ป โดดน้ำตู้มเจอเลยจ้า !!

แมนต้าว่ายกันเต็มทะเลเลยระดับความลึก 6-7 เมตรเอง

ไม่ลึกมาก ไม่ต้องโชคช่วยว่าจะน้องจะโผล่มามั้ย

เพราะมากันเยอะมาก 4-5 ตัวเลย ว่ายฉวัดเฉวียน เวียนวน

มองดูสับสนอยู่ในทะเลเลยจ้า5555555



ที่ต่อไปเป็นจุดดำน้ำดูน้องเต่า ในที่สุดก็ได้เจอน้องเต่า

กับเค้าสักที ! แต่ที่นี่จะลึกหน่อย 9-10 เมตรเลยและส่วนใหญ่

น้องๆจะนอนกันอยู่ข้างล่าง เห็นจากไกลๆได้ แต่เราโชคดีมาก

น้องว่ายขึ้นมาข้างบนจนเราสามารถว่ายเข้าไปถ่ายรูป

ได้ใกล้ๆพอดี ฟินนนนนนอะพูดเลย !



เป็นอันครบโปรแกรมของทัวร์ เรือมาส่งเราที่ฝั่ง

แล้วเราก็ต้องนั่งเรือต่อเพื่อกลับรีสอร์ทอีกที

ค่าเรือกลับรีสอร์ทตกคนละ 200,000 rp (434 บาท) ค่ะ

กลับถึงก็คือค่ำ ข้าวเย็นวันนี้ที่รีสอร์ทมี ป่อเปี๊ยะสดและ

บาร์บีคิวค่ะตกคนละ 150,000 rp (325 บาท)

วันนี้หมดแรงมากเพราะผจญภัยกันตั้งแต่เช้า รีบนอนเอาแรงก่อน

เพราะพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นขึ้นมาแต่งสวยทัวร์รีสอร์ทค่าาา อิอิ


Day 3 : Le Pirate Island | Bong Hostel |

MolaMola House & Coffee shop



อรุณสวัสดิ์วันที่ 3 ค่า วันนี้เราจะไปทัวร์รีสอร์ท

Le Pirate Island ของเรากันเย่ะ เริ่มได้ !

ตัวรีสอร์ทของที่นี่เองมีหลายสาขามากในอินโดนิเซีย

แต่สาขาที่เราพักคือสาขาลาบวนบาโจ ซึ่งมีความพิเศษ

ตามชื่อเลยที่มีคำว่า Island ต่อท้ายนั่นก็คือ

ที่นี่เค้าตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวเลยจ้า



ห้องพักแต่ละหลังจะเป็นบังกะโลไม้มุงด้วยหลังคาจาก

ชั้นล่างเป็นเหมือนเก้าอี้ชายหาดไว้นั่งชิลล์ ดูวิว

ตากผ้าเก็บของอะไรต่างๆ ส่วนด้านบนจะคลุมด้วยมุ้งผ้า

ตรงกลางมีฟูกอย่างนิ่มมองออกไปเห็นวิวทะเลเลย ฮือ <3



ถัดไปจากโซนที่พักจะเป็นโซนลอบบี้ ห้องอาหาร

และห้องน้ำที่ตกแต่งคลุมโทนไม้ๆมุงจากเหมือนกัน

ด้านหน้าสุดจะเป็นโซนกิจกรรม มีทั้งสนามวอลเลย์บอล

เรือแคนนูให้พาย เปลให้นอนชิล เก้าอี้ชายหาด ไปจนถึง

บาร์คอคเทล เหมาะจะมานั่งๆนอนๆ เปื่อยๆ พักผ่อนมากๆ

เสียดายที่ตารางเราแน่นซะจนไม่ค่อยได้มีเวลาชิลล์ที่นี่

เอาเป็นว่า ติดไว้ก่อนเดี๋ยวมาใหม่ ! :- D



ราคาห้องพักที่นี่ตกคนละ 1,870 บาทต่อคืน

เราจ่ายเป็นเงินไทยตั้งแต่ในเว็ป ถือว่าแบบโอเคเลย

สำหรับที่พักแจ่มๆแบบนี้ ส่วนนี้ลิงค์เว็ปไซต์นะคะ

https://lepirate.com/labuan-bajo/ นั่งเรือจากรีสอร์ท

มาถึงฝั่ง ก็โบกแท็กซี่ตรงนั้นเอา บอกว่ามาลงสนามบินเล้ย

ตกคนละ 16,700 rp (36บาท) ไม่ไกลเลยค่ะ แต่ !

ตรงนี้อยากให้ทุกคนเผื่อเวลาไว้มากๆ เพราะขนาดเรา

เผื่อเวลา 1 ชม.แล้ว ตม.ทำงานช้ามาก จนเราเกือบตกเครื่องอะ !
กลับมาถึงบาหลี ก็เรียกรถแท็กซี่จากสนามบินเพื่อไปที่

ท่าเรือจะไปเกาะ Lembongun ค่ะ โลเคชั่นตามนี้เลย

https://goo.gl/maps/5u2sgKGa44rGZovC6

ค่ารถตกคนละประมาณ 56,000 rp (121 บาท)ใช้เวลา

30-40 นาทีค่ะ เพราะรถติดนิดนึง ถึงท่าเรือก็ไปซื้อตั๋ว

ที่เคาร์เตอร์เรือ ราคาตั๋วตกคนละ 55,000 rp (120 บาท)

ไป-กลับ มาถึงเกาะ Lembongun ใช้เวลาเดินทาง

เกือบชม. นั่งดูวิวเพลินๆแปปเดียวถึงจ้า



เกาะลัมโบงันเป็นเกาะย่อยจากบาหลีอีกที

บนนั้นจะเดินทางลำบากกว่าบาหลีนิดหน่อย

ใครขับมอเตอร์ไซค์เป็นเราว่าควรเช่ามอเตอร์ไซค์ค่ะ

จะสบายมาก ! ส่วนทางเรา 0 ค่ะ แฮร่ ทำให้นี่ต้อง

นั่งสองแถวซึ่งดีที่คิดค่าบริการรวมมากับค่าเรือไปแล้ว

บอกเค้าเลยว่าไปลง Bong Hostel คนขับเค้ารู้จ้า



Bong Hostel จะมีตัวตึกที่แบ่งเป็น 2 ฝั่ง มีห้องทั้งหมด

2 แบบ คือแบบที่เป็นเตียงรวมไม่มีที่กั้น กับเป็นเตียงรวม

ที่มีคอกกั้น ที่นี่ตกแต่งแบบไม้ ผสมกับความปูนเปลือยดิบๆ

ใช้สีจี๊ดจ๊าดไม่ซ้ำกันบนผ้าปูที่นอน – เบาะนั่ง



พวกเราพักแบบ capsule ค่ะ เพิ่มตังค์อีกนิดหน่อย

แต่ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นมา ที่นี่ค่าใช้จ่ายตกคืนละ 1,120 บ.

ต่อคน จ่ายในเว็ปมาค่ะ ที่ล็อบบี้จะมีอาหารเช้าส่วนกลาง

ให้ทำกินได้ในตอนเช้า เป็นพวกแพนเค้ก ซีเรียลต่างๆ

นี่ลิ้งก์ของที่นี่ค่า https://www.facebook.com/bonghostel/




ส่วนนี่โลเคชั่น https://goo.gl/maps/PdKnAiV9KYVzqBgg9

นะจ้ะ เก็บของอะไรเรียบร้อยก็นั่งพักให้หายเหนื่อยสักแพรพ

เราให้พี่ที่โฮสเทลช่วยเรียกรถให้ นัดเวลาให้มารับตอน 5 โมง

ตกคนละ 67,000 rp (145 บาท) ที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือ

Mushroom Bay เป็นเวิ้งชายหาดที่มีร้านอาหาร ร้านนั่งชิลล์

ร้านค้า อยู่เต็มไปหมด ตอนที่รถสองแถวมาส่ง

ก็นัดเวลาให้เค้ามารับได้เลยเน่อออออ



ร้านที่เรานั่งคือ MolaMola House & Coffee shop จ้า

ร้านนี้เป็นคาเฟ่ บาร์และร้านอาหารมู้ดชิลๆริมหาด

โดยตัวร้านเองก็มีบ้านพักให้บริการเช่นกัน น่าอยู่มาก

ข้างในร้านไม่ได้กว้างมาก แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ตกกลางคืนจะจุดเทียนก็ได้ความโรแมนติกไปอีกแบบ

ทั้งหมดยังคงคุมความบาหลี ความหลังคามุงจาก

ความกระท่อมริมหาดต่างๆไว้



อาหารที่เราสั่งกันวันนี้คือมีทุกสัญชาติเวอร์ เริ่มจาก

Nasi Goreng (ข้าวผัดซอสสไตล์บาหลี) เสต็กเนื้อ,

สปาเกตตี้คาโบนาร่า, เบอร์เกอร์เนื้อบด และ Poke Bowl

แซลม่อนกับทูน่า เรียกได้ว่า ทุกคนหิวแหละ ดูออก

ทั้งหมดหารแล้วตกคนละ 166,000 rp (360 บาท)

อิ่มหนำสำราญเลยแหละ ที่ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่

7:30 am -10:00 pm รายละเอียดเพิ่มเติมตามลิ้งก์นี้ค่ะ

http://www.molamolalembongan.com/coffe-shop.php?utm_source=tripadvisor&utm_medium=referral


Day 4 : Wall Bay | Mangrove Point | Warung Putu |

Lembongun Island Tour | Sea Breeze | Sunday Beach


วันนี้เราจะไปดำน้ำกันค่า ! เย่ ทัวร์ดำน้ำที่เราติดต่อไว้

เป็นของทัวร์ Ceningan Paradise Adventure สามารถติดต่อ

ได้ตามลิงค์นี้เลยจ้า https://ceninganparadise.com

ราคาตกคนละ 250,000 rp (542 บาท) ราคานี้จะรวมค่า

มอเตอร์ไซค์ที่จะมารับเราจากโฮสเทลไปด้วยจ้า

ทัวร์นัดเราตอน 07:30 เพราะเรือออกตอน 08:00

แว๊นไปไม่ถึง 5 นาที พึ่งรู้ว่าท่าเรืออยู่ใกล้โฮสเทลมาก

วันนี้จุดดำน้ำที่เราจะไปคือ Manta Bay, Wall Bay และ

Mangrove Point แต่วันนี้กระแสน้ำแรงมาก

เลยอดไปที่ Manta Bay แงๆ T_____T



แรกที่เราไปวันนี้เลยกลายเป็น Wall bay

มันเป็นแนวปะการังที่อยู่ติดกับผาในทะเลทรงของมัน

จะเป็นแนวตั้งก่อตัวขึ้นมาจนเหมือนเป็นกำแพงปะการัง

บอกเลยว่าจุดนี้คือเรารักมากๆ เหมือนว่ายน้ำ

เลียบกำแพงที่มีปะการังโตและฝูงปลาอยู่เต็มไปหมด

สวยมากจริงๆ แถมว่ายไม่ยากเพราะกระแสน้ำ

จะพาตัวเราลอยไปเรื่อยๆ ตามแนวกำแพงปะการัง

ไม่ต้องออกแรงว่ายเลย แล้วปะการังที่นี่คือ

อุดมสมบูรณ์สุด สีสวยกรุบกริบจริง แค่ที่แรกก็ฟินแล้ว !



จุดดำน้ำที่สองหรือ Mangrove Point เป็นแอ่งปะปารัง

ที่อยู่ติดกับป่าชายเลน จุดนี้จะให้ฟีลเหมือนเราอยู่ในตู้ปลา

หรือ อควาเรี่ยมสวยๆเลยเพราะว่ายง่ายมากไม่ลึกด้วย

ปะการังเขากวางแถวนี้ก็คือเหมือนจัดแต่งทรงสำหรับ

การเยี่ยมชมอะ สวยเหมือนตั้งใจทำ และที่ตะลึงมากสุดคือ

ฝูงปลา ปลาเยอะมากกกกก เหมือนอยู่ในตู้ปลาจริงๆ (:



กลับถึงฝั่งก็เที่ยงพอดี หิวแล้วจ้า ! พอเก็บของล้างตัวอะไร

ที่ห้องพักเสร็จ ก็ลงไปหาร้านอาหารกิน ร้านวันนี้ที่เราจะไป

กินมื้อเที่ยงกันเป็นร้านที่พี่ล็อบบี้คนท้องถิ่นแนะนำมา

เป็นร้านอาหารอินโดที่เค้าเคลมว่า อร่อย ถูกและดีย์

ร้านชื่อว่า Warung Putu ร้านไม่ไกลจากที่พักเลย

เดินไปประมาณ 200 เมตรถึง เมนูที่สั่งมาก็คือ ไก่ชุบแป้งทอด

กับเฟรนช์ฟราย และ ข้าวราดไก่ผัดครีมกระเทียม

แค่ชื่อก็ว้าวแล้วปะ ? ปรากฏว่ารสชาติดีเลยจ้า กินง่าย อร่อย

แถมราคาไม่แรงด้วยตกคนละ 52,500 rp (114 บาท)

ให้สามผ่านเล้ย !! ร้านนี้เปิดทุกวัน 08:00 am – 10:00 pm

ไปตามได้ตามโลเคชั่นนี้โลด https://goo.gl/maps/3yr5QaPyYkviXCgz7



ช่วงบ่ายเราให้พี่ที่โฮสเทลโทรเหมามอเตอร์ไซค์

รับจ้างไว้ให้ บรีฟคือ เก็บทุกจุดชมวิวในเกาะให้หมด : p

เราว่าถ้าจะเก็บจุดชมวิวให้ครบคือควรเดินทางวิธีนี้มาก

จ่ายทีเดียวและสะดวกสบาย เพราะบนเกาะต้องมอเตอร์ไซค์

เท่านั้นจริงๆ ถ้าขับรถก็คือรถติดฮะ เพราะถนนแคบมาก

ค่าเหมามอเตอร์ไซค์ตกคนละ 300,000 rp (650 บาท)

จุดแรกที่เราไปก็คือ Blue Lagoon มันเป็นเวิ้งหาดเล็กๆ

ที่จะมีน้ำซัดเข้าออกตลอด ให้วิวเหมือนเป็นแอ่งน้ำใสๆ

แต่อันตรายนะจ๊าาาา55555555 เพราะน้ำแรงมาก



จุดต่อไปคือ Mahana Point Cliff เป็นจุดที่มองลงไป

จะเห็นผาริมทะเล ส่วนตามแนวผาจะเห็นคนเล่นเซิร์ฟอยู่

บนจุดที่เราพักดูวิวอยู่จะมีร้านคาเฟ่ให้นั่งชิลล์ได้ด้วยนะ



ที่ต่อไปคือ Pool Cafè ชื่อว่า Sea Breeze ร้านมี 2 ชั้น

เข้าไปจะเจอส่วนที่เป็นไม้ ตกแต่งแบบบาหลี๊บาหลีจ๋าๆ

ห้อยโคมไม้ ม่านไม้ไผ่ พู่อะไรต่างๆว่าไป ลงมาด้านล่าง

จะมีความงานเพ้นท์ฟีลโบฮิเมียนเบาๆ ตรงกลางจะเป็น

สระน้ำเล็กๆให้คนลงไปแช่ได้ รอบๆจะเป็น bean bag วางกระจายๆ

แต่ทีเด็ดของที่นี่คือ เดินลงบรรไดไปอีกขั้นเราจะเจอทะเลจ้า !

และจุดขายของเค้าอยู่ตรงนี้ค่ะ ตอนน้ำขึ้นเราจะได้ฟีล

ชิงช้าปริ่มน้ำ และวิวพระอาทิตย์ตก ปังๆจ้าแม่

แต่เรามาผิดเวลาไปหน่อยเลยเจอแต่แดดค่า555555555



ร้านนี้เปิดทุกวัน 07:30 am – 11:00 pm ค่า รายละเอียดเพิ่มเติม

ตามลิ้งก์นี้เลยจ้าแม่ https://www.facebook.com/pages/category/Restaurant/Seabreeze-Ceningan-182539728886282/

ส่วนอันนี้โลเคชั่นจ้ะ https://goo.gl/maps/CeP8zekhtUWqCypP9



จุดต่อไปที่เราแวะคือ Dream Beach เป็นเวิ้งหาดกว้างๆ

จะชมวิว หรือจะลงหาดก็ได้ ซึ่งทางเรามองลงไปจากด้านบน

จะเห็นความเข้มของสีน้ำคือน้ำเงินมาก ตั้งแต่หน้าหาดเลย

และน้ำแรงสุด ถ้าไปนั่งก็คงได้แค่ไปนั่งชิลล์จริงๆ

เพราะลงเล่นไม่น่ารอด.. แต่สวยจริง เป็นอีกจุดที่ห้ามพลาดค่า




ที่ต่อไปจุดสุดท้ายตัวพีคสุด Devil’s tears bay

เป็นเวิ้งแง่งหิ้นที่จะเห็นน้ำซัดเข้ามา ซึ่งถ้ามาช่วงพระอาทิตย์

ตกพอดีจะเห็นน้ำที่ซัดเป็นละอองสายรุ้งเลย สวยมากกกกก

แต่ในความสวยก็มีความน่ากลัวเหมือนกัน พี่ที่ล็อบบี้บอกว่า

จุดนี้ชอบมีคนพลัดตก จมน้ำเพราะน้ำสาดแรงจนพาคนที่

ยืนใกล้ๆตกลงไปได้เลย ยังไงถ้ามากันก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

เที่ยวอย่างระมัดระวังค่าาา <3



ตอนขากลับเราขอให้พี่มอเตอร์ไซค์ช่วยแวะจอดตรง

Sea Breeze อีกครั้ง เพราะเราอยากได้ช็อตกับชิงช้ามาก

แต่พอไปถึงปรากฏว่าชิงช้าคิวยาวมาก เราเลยเดินเล่นรอ

จนพระอาทิตย์ตกจนฟ้าเป็นสีชมพูอย่างที่เห็น สวยมากกกกกก

กลายเป็นว่าไม่ได้นั่งชิงช้าก็ไม่เป็นไรแล้วอะ คุ้มแล้วที่ได้มาเห็นวิวนี้ (:



เราแวะกินข้าวที่ร้าน Sunday Beach ซึ่งอยู่หน้าปากซอย

ที่พักเลย แล้วเราก็เจออีกหนึ่งร้านอร่อยบนเกาะนี้จ้า

ร้านนี้มีส่วนที่เป็นสวนน้ำด้วยนะ อยู่อีกฝั่งของร้าน

ตอนกลางวันน่าจะมันส์เลยแหละ ที่นี่จะเน้นขายอาหารฝรั่ง

วิวเด็ดคืออีกฟากของเกาะเวลาสะท้อนกับน้ำเห็น

เป็นเงาสะท้อนเลย สวยเชียวล่ะ ร้านนี้เราสั่ง พิซซ่าหน้าซีฟู้ด,

สปาเกตตี้คาโบนาร่า , เสต็กซี่โครง , เสต็กเนื้อ และ ชีสสติ๊ก

เมนูเด็กอ้วนอีกแล้วจ้า ;P ก็มันอร่อยงะ ! ค่าอาหาร

ตกคนละ 150,000 rp (325 บาท) ค่า วันนี้ Adventure

ซะหนักก็ต้องกินเติมพลังกันหน่อย อิอิ

ร้านนี้เปิดทุกวันเลย 10:00 am – 10:00 pm นะจ้ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม https://sundaybeachlembongan.com

ตามลิ้งก์เลยเด้อ กินเสร็จเราก็เดินกลับที่พักกัน

เพราะที่พักอยู่ฝั่งตรงข้ามของร้านเลย !


Day 5 : Mangrove Point | Manta bay | Yakiniku Tendan | Mexicola


จริงๆแพลนวันนี้ตอนแรกคือเรากะจะนอนให้เต็มอิ่มก่อนกลับเข้าบาหลี

แต่ด้วยความที่เมื่อวานดำน้ำที่ Mangrove Point ไม่สะใจ

วันนี้พวกเราเลยเหมาเรือไปอีกรอบค่า จุกๆ ซึ่งราคาในการ

เหมาเรือครึ่งวันเช้าอยู่ที่ 800,000 rp รอบนี้เราไปกับเพื่อนเรา

แค่คนเดียวหาร 2 เท่ากับคนละ 400,000 rp (867 บาท) ต่อคน

แพงกว่าไปกับทัวร์ของเมื่อวานอีกไม่เท่าไหร่เอง

ทัวร์ที่เราใช้บริการคือทัวร์ Deva Bali Holiday

รายละเอียดตามนี้เลยค่ะ https://www.facebook.com/lembongantravel/

การเดินทางก็คือ ทัวร์จะมีมอเตอร์ไซค์มารับถึงที่พัก

ไปส่งที่ท่าเรือค่ะ วันนี้พวกเราลองเสี่ยงดวงไปที่ Manta Bay

อีกครั้ง เผื่อจะโชคดีเจอ Manta ของลัมโบงันบ้าง

พอนั่งเรือไปถึงคือน้ำแรงมากๆ เลยไม่ได้ลง แง

รีบกลับมาที่ Mangrove Point เจ้าเก่า



วันนี้เราได้อยู่นานขึ้นเพราะไม่มีคนอื่นๆให้ต้องรีบกลับ

หรือรอใคร สบายใจมากแถมพี่คนขับเรือยังมาช่วยถ่ายรูป

ใต้น้ำให้อีกด้วย คุ้มค่ะพูดจริง ก็ถ้ามาคือแนะนำเลยให้เหมาเรือ

ส่วนตัวแพงกว่าไม่มากจริงๆ แต่เราได้เทคไทม์ของเราเลย



กลับมาที่ Mangrove Point วันนี้เราเขยิบมาว่ายอีกฝั่งนึง

ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้นะ มันเป็นรูปปั้นหนุมาน

ที่เค้าเอาลงมาวางไว้ตอนปลูกปะการังให้น้องปลาอยู่

เห็นรูปปั้นในทะเลแบบนี้แล้วนึกถึงอีกจุดดำน้ำในบาหลี

ที่มีรูปปั้นเหมือนกันนั่นคือที่เกาะกีลี ไว้ทริปหน้าเนาะ ! (:



รุ่นพี่เราที่มาด้วยกันเค้าเป็นสาย Scuba ใช่ปะ วันนี้เราแอบ

เอารูปที่เค้าถ่ายได้มาจากตอนไป ดำน้ำลึกที่ Manta Bay มาฝาก

เป็นน้องปลาไหลมอเร่ และ น้องปลากระเบนจุดสีน้ำเงินค่าน่ายักมาก



ดำ Scuba น้ำก็จะค่อนข้างโอเคกว่าเพราะจะเจอกระแสน้ำ

ปานกลางถึงสูง ถ้าแค่ดำ Freedrive แบบเราๆ ไม่รอดค่าแง่ว

เพราะคลื่นที่ผิวน้ำสูงมากกก ว่ายดำผลุดดำโผล่จนหนำใจ

หมดแรงข้าวต้มละ ก็ได้เวลากลับฝั่งกัน
เราแวะกินข้าวเที่ยงที่ Warung Putu ที่เดิม

ก่อนจะไปเก็บของเช็คเอาท์ จากนั้นก็นัดหมายกับรถสองแถว

ที่มาส่งเราที่ที่พักในตอนแรก ซึ่งค่าใช้จ่ายรวมอยู่ใน

ค่าเรือมาเกาะแล้วค่ะ พวกเราไปถึงบาหลีที่ท่าเรือ

ตอนประมาณเกือบๆ 5 โมง หลังจากนั้นก็เรียกแกรปคาร์

เข้าที่พักนั่นก็คือ Kosone เสิร์ชในแมปเจอเล้ย

ตกคนละ 24,000 rp (52 บาท) ความพีคคือรถ โคตร ติด !

จะไปไหนในตัวบาหลีแล้วนั่งแกรปคาร์ หรือเช่ารถขับ

ก็คือต้องเผื่อเวลากันด้วยนะจ้ะ สาวๆ

ถึงที่พักเก็บของเสร็จสับ เราก็เด้งแล้วจ้า เพราะหิวมาก
ร้านที่เราจะไปฝากท้องกันวันนี้ก็คือ Yakiniku Tendan

ร้านปิ้งย่างเกาหลี นั่งแกรปไบค์มา คนละ 30,000 rp (65 บาท)



งงดิมาบาหลีแต่กินปิ้งย่าง แต่ร้านนี้คือ ดีมากจริง

เจ้าของเป็นคนเกาหลีมาดูร้านด้วยตัวเอง

วัตถุดิบเอย อะไรเอยเลยจะพรีเมี่ยมแบบเกาหลีแท้ๆ

ตัวร้านจะเปิดโล่ง เพื่อให้ควันถ่ายเท ผนังเป็นปูนเปลือยดิบๆ

ข้างหน้าร้านมีโคมแดงเด่นหราอยู่ ทุกอย่างให้ฟีลเหมือน

อยู่เกาหลีจริง เนื้อดีงามมากจ้า ! อาหารมื้อนี้พวกเราโดนไป

คนละ 230,000 rp (499 บาท) เรียกได้ว่าจุกเบา

แต่คุ้มเพราะอร่อยจริง อิอิ ร้านเปิดทุกวัน 05:00 pm – 11:00 pm

รายละเอียดเพิ่มเติมลิ้งก์นี้จ้า https://www.facebook.com/pages/TENDAN-Yakiniku-天壇焼肉/338991506872618?rf=364349130402191



อิ่มหนำท้องแล้ว เราก็ต้องไปกายบริหารกันต่อป่าว อิอิ

เพราะเรากำลังจะไปผับตัวจี๊ดของที่นี่ ใครสายดริ้งค์

แล้วเคยมาบาหลีก็อาจจะมีคุ้นชื่อกันบ้าง ร้านชื่อ Mexicola

เสิร์ชในแกรปเจอเลย พวกเรานั่งแกรปคาร์กันมา

ตกคนละ 13,000 rp (28 บาท) ไปถึงคือ งงก่อนเลยหนึ่ง

ร้านสวยมาก ! ตกแต่งแบบวินเทจ 60s ความนีออน

ความป้อปอาร์ตต่างๆ โดนใจไปดิ *O*



แต่บอกก่อนน้าว่าร้านไม่ได้ติดแอร์ คือเต้นไปสักพัก

เหงื่อท่วมได้อยู่ แฮะๆ ตัวร้านจะมี 2 ชั้น ชั้นหนึ่งจะมี 2 ฝั่ง

ฝั่งโถงไว้สำหรับเต้น กับฝั่งตัวบาร์ที่จะติดกับบันไดขึ้นไปชั้นสอง

ที่จะเน้นนั่งชิล ส่วนทางเราก็ต้องโถงเต้นสิคะ รอไร อิอิ

ร้านนี้เปิดทุกวัน 11:00 am – 01:00 am อย่าตกใจที่เปิดเช้า

ขนาดนั้น ช่วงเช้าเค้าจะเป็นร้านอาหารค่า

นี่ลิ้งก์นะจ๊ะ https://www.motelmexicola.info

พวกเรารีบออกก่อนที่ผับจะปิดเพราะกลัวรถติดมาก

ขากลับเรียกแกรปคาร์เหมือนเดิม 10 นาทีถึง

ตกคนละ 24,000 rp (52 บาท)



ก่อนนอนก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพที่นอน ตอนยังสวยๆ

มาให้เพื่อนๆน้า อิอิ เตียงที่นี่ใหญ่เว่อะ พรุ่งนี้วันสุดท้าย

ของทริปแล้ว เราไปเก็บตกบาหลีกันจ้า :- )


Day 6 : Kosone | Green Guru Smoothie Bowls Bar |

Expat Roaster | Batu Belig Beach | Yakiniku Sakai


แง ! มาถึงวันสุดท้ายแล้วค่าทุกคน ไม่อยากกลับเลย

ไม่รอช้าละค่ะไปทัวร์โฮสเทลกัน ! Kosone โฮสเทลที่โคตรป้อป !




บอกเลยคือตอนจองก็ต้องรีบ CF เพราะคิวแน่นสุด

แต่พอมาถึงแล้วก็คือรู้เลยว่าทำไม ที่นี่มีครบจริงแม่

โฮสเทลจะตกแต่งแบบบาหลีประยุกต์ๆ คือเอาความไม้

แบบบาหลีมาผสมกับความคลีนมินิมอล แซมสีฟ้า สีชมพู

โดยจะมีมุมภาพจำที่คนจะคุ้นตานั่นก็คือ สไลด์เดอร์และสระน้ำ



ซึ่งของที่นี่คือเป็นสระน้ำแบบ full option มากค่า

บาร์ในสระน้ำ อ่างจากุซซี่ bean bag บริการเครื่องดื่ม

อาหาร etc. คือเทียบ Pool club หรูๆได้เลยในราคาโ

ฮสเทลอ่ะ มันคุ้ม ! ถ้ามีหนึ่งวันว่างก็มานอนแช่ เล่นน้ำได้ทั้งวัน



ส่วนกลางของที่นี่ก็เริ่ดค่ะ มีบอร์ดเกมส์ ทีวีเครื่องเล่นซีดี

และหนังไว้ให้เปิดดูได้ หรืออยากอ่านหนังสือก็มีให้ยืม

ฟิตนงฟิตเนสไรก็มีเด้อเป็นเล่น ! ดีไปหมดอะ

ห้องพักที่นี่ถ้าใครอยากได้ห้องส่วนตัวเลยเค้าก็มีให้บริการนะ

เราก็จะได้ฟีลห้องพักในโรงแรมค่ะ ค่าใช้จ่ายของเรา

ห้องนอนรวมตกคนละ 335,000 rp (726 บาท) ต่อคืนค่า



ถือว่าโอเคเลยกับส่วนกลางที่เราจะได้ใช้ขนาดนี้

สนใจก็ติดต่อได้ที่เว็ปนี้เลยนาจา https://www.kosonehostel.com

อันนี้โลเคชั่นเด้อ https://goo.gl/maps/EYcwMM8nkL6QwWys6

ตั้งอยู่ย่าน Canggu เลยแกรปคาร์ง่ายมัก !




จังหวะนี้ Acai Bowl ต้องมาแล้วไง ร้านที่เราจะพาไป

เป็นร้านเด็ดของที่นี่ค่ะ Green Guru Smoothie Bowl Bar

เสิร์ชที่อยู่ในแมปขึ้นเลย เดินจาก Kosone ได้ไม่ไกลมาก

ตัวร้านไม่ใหญ่และคนทำมีแค่คนเดียวอะ ยิ่งให้ความรู้สึกว่า

มันต้องอร่อยเกิดความคาดหวังต่างๆอ่ะแกอาหารมาเท่านั้นแหละ

จานเบอเริ่ม ! และอร่อยมากกกกกก คือผลไม้ยกมาทั้งสวนอะ

เราสั่งมา 3 ถ้วยไม่ซ้ำกัน จะได้ชิมหลายๆรส และลงมติกันว่า

Mix Berries อร่อยสุดค่ะ มาแถว Canggu ก็คือห้ามพลาดเด้อ

ราคาตกคนละ 70,000 rp (152 บาท) ร้านเปิดทุกวัน

08:00 am – 06:00 pm โลเคชั่นตามนี้ได้เลยเด้อ

https://g.page/greengurubowls?share

ส่วนนี่ลิ้งก์รายละเอียดจ้า https://www.facebook.com/greengurubali



เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ที่ต่อไปของเราคือคาเฟ่แล้วค่ะ !

Expat Roaster ร้านนี้ขึ้นชื่อมากเรื่องกาแฟ คืออยู่คนละฝั่ง

กับที่พักเลยจากในแมปแต่คือมันมาแล้วอะค่ะ นาทีนี้ต้องลุย !

เรียกแกรปไบค์จาก Kosone ไปเลยจ้าจุกๆ ราคาคนละ 25,000 rp

(54 บาท) ถูกไปเลยเทียบกับระยะทาง



ในร้านตกแต่งแบบ Modern ผสมปูนเปลือยๆ

แต่ใช้ไฟเหลืองเพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นๆ



เราสั่งกาแฟดริปมาชิมค่ะ มันดีมาก ปกติแล้วกาแฟพื้นเมือง

บาหลีจะรสชาติเข้มๆ แต่ของร้านนี้คือเป็นบาหลีที่พันธุ์กรุบอะ

หอมกำลังดีเลยค่ะ โดนกลับบ้านไปเลย 1 ถุงจ้า

เสร็จสิ้นภารกิจก็นั่งแกรปไบค์กลับที่พักค่ะ ราคาเท่าเดิมเลย

คนละ 25,000 rp (54บาท) กลับมาที่พักเก็บของเรียบร้อย

ที่เหลือๆต่อจากนี้ไปจนถึงสนามบิน พวกเราตัดสินใจ

เหมาแท็กซี่ค่ะเพราะจะได้ไม่เสียเวลาเรียกใหม่และคุ้มกว่าด้วย

แถมฝากกระเป๋าเดินทางไว้บนรถได้อีกค่ะ แจ่ม

ราคาตกคนละ 100,000 rp (217 บาท) นี่แอบได้ราคาพิเศษ

มาเพราะว่าเพื่อนเราเคยใช้บริการพี่เค้าแล้ว อิอิ

นี่คอนแท็คคนขับรถค่า FB: Wayan Silver ชื่อพี่ Putu ค่ะ

นิสัยดีมาก แต่ต้องจองล่วงหน้าน้า



ที่ต่อไปก็คือ Batu Belig Beach ไปดูพระอาทิตย์

ตกกันค่า หาดดีมากกกก ยาวเดินเล่นชิลๆ ได้เรื่อยๆเลย

ละได้ลมจากทะเลเย็นๆ แต่ไม่เหนียวค่ะ



พี่คนขับเรือเคยบอกว่าที่น้ำและลมทะเลที่บาหลีเย็น

และมีหมอกในตอนเช้าๆ เพราะว่ามันมาจากกระแสน้ำเย็น

จากออสเตรเลียค่ะ มิน่า ! น้ำโดนเท้าทีนะ สะดุ้งเลย !

อ่ะ พอพระอาทิตย์ตกสิ่งที่ตามมาก็คือท้องร้องค่ะ 5555555

ไปค่ะพี่สุชาติ ร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างกัน (อีกแล้วเหรอ?!)



(คำตอบคือใช่จ้า !! : p )

ทำไมมาบาหลีต้องกินแต่ปิ้งย่าง มันเป็นฟีลลิ่งค่ะ

ฟีลลิ่งว่าต้องไป ! เมื่อวานไม่สะใจ วันนี้เลยเสิร์ชหา

ร้านบุฟเฟต์ไปเลยค่า หวยออกที่ร้าน Yakiniku Sakai จ้า

ราคาตกหัวละ 144,000 rp (312 บาท) นี่โลเคชั่นค่ะ

https://goo.gl/maps/dV74R9jSGukJKttv9

ร้านนี้เปิดทุกวัน 11:00 am – 11:00 pm นะจ้ะ

เฟซบุ๊คลิ้งนี้เลย https://www.facebook.com/pages/category/Japanese-Restaurant/Japanese-BBQ-Yakinikuya-SAKAI-BALI-583454565004639/

นั่งรถไม่ไกลจากหาดเท่าไหร่ แต่รถติดไปถึงก็คือ

แร้งลงสั่งไม่ยั้งเวอร์ แต่ก็คืออร่อยมากกกก

อาจจะเทียบกับร้าน Tendan ไม่ได้เพราะคนละเกรดกัน

แต่ถ้านับเป็นเกรดบุฟเฟต์ก็คือถือว่าดีมากๆ ไปซ้ำแน่นอนจ้าา

กินข้าวกันเสร็จก็ให้พี่คนขับพาไปแวะซื้อของฝากนิดหน่อย

ก่อนจะไปส่งพวกเราที่สนามบินเลยค่า เป็นอันจบทริป !


เป็นไงกันบ้างใครอ่านมาถึงตรงนี้สารภาพมาเลยนะ ว่าชอบมั้ย ?

มันดีจริงๆ ครบรสมั้ยล่ะ ?! รู้สึกได้มีบาหลีแบบของเราที่แท้ทรู

เราอาจจะแนะนำเพื่อนๆว่าเก็บแพลนนี้ไว้สำหรับไปปีหน้าก็ได้น้า

เพราะมันกำลังจะหมดซีซั่นเที่ยวของบาหลีแล้วค่ะ ฟิตหุ่นไป

พลางๆก่อน ฮี่ๆ สำหรับทริปนี้หมดแล้ว เจอกันใหม่ทริปหน้า !

อย่าลืมกดไลค์เพจ Bliss Out There หรือกดติดดาว

See first จุกๆกันไปเลย https://www.facebook.com/BlissOutThere/

ถ้าชอบทริปแบบนี้ฝากแชร์ เป็นกำลังใจ ให้กันด้วยน้า

อิอิ เจอกันค่าา (:


ความคิดเห็น