เชียงใหม่ 10 วัดใน 1 วัน อิ่มบุญ อิ่มวัด อิ่มๆๆ - ไปเองก็ได้ - The Onismjourney รีวิวโดย ไปเองก็ได้ - the onism journey

เชียงใหม่ 10 วัดใน 1 วัน อิ่มบุญ อิ่มวัด อิ่มๆๆ ใครได้มาเที่ยวที่เชียงใหม่คงไม่พลาดในการเที่ยววัดต่างๆในเมืองเชียงใหม่แน่ๆ และอีกอย่างวัดในเชียงใหม่มีหลายวัดมาก ถ้าไปให้หมดคงต้องใช้เวลาหลายวันเหมือนกัน ฮ่าๆ แต่ละที่มีความเป็นล้านนาและเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ ถ้ามาแล้วลองเที่ยววัดเต็มๆดูสักวัน โ

เชียงใหม่ 10 วัดใน 1 วัน อิ่มบุญ อิ่มวัด อิ่มๆๆ - ไปเองก็ได้ - The Onismjourney

เชียงใหม่ 10 วัดใน 1 วัน อิ่มบุญ อิ่มวัด อิ่มๆๆ - ไปเองก็ได้ - The Onismjourney

 วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 21.22 น.

 วันที่เดินทาง 13 ต.ค. 2562

เชียงใหม่ 10 วัดใน 1 วัน อิ่มบุญ อิ่มวัด อิ่มๆๆ

ใครได้มาเที่ยวที่เชียงใหม่คงไม่พลาดในการเที่ยววัดต่างๆในเมืองเชียงใหม่แน่ๆ และอีกอย่างวัดในเชียงใหม่มีหลายวัดมาก ถ้าไปให้หมดคงต้องใช้เวลาหลายวันเหมือนกัน ฮ่าๆ แต่ละที่มีความเป็นล้านนาและเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ ถ้ามาแล้วลองเที่ยววัดเต็มๆดูสักวัน โดยครั้งหน้าจะมีแนะนำเที่ยว 10 วัดใน 1 วัน แบบตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นไปเลยยยย



จุดหมายปลายทาง เรียงตามนี้เลยนะ

1. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

2. วัดผาลาด

3. วัดอุโมง

4. วัดเจ็ดยอด

5. วัดโลกโมฬี

6. วัดราชมณเฑียร

7. วัดเชียงมั่น

8. วัดพระสิงห์

9. วัดเจดีย์หลวง

10. วัดสวนดอก



การเดินทาง

ขับมอเตอร์ไซด์ล้วนๆเลยจ้า 5555 สะดวก สบายและก็ประหยัดด้วย ส่วนใหญ่แค่ในเมือง แต่มีต้องขับขึ้นไปบนดอยสุเทพที่ไกลหน่อย แต่ที่อื่นชิวๆเลยจ้า

ใครอยากไปมากกว่านี้ ก็ยังเพิ่มได้อีกนะ แล้วแต่ความอึดแต่ละคน 555

ติดตามทริปอื่นๆที่เชียงใหม่ได้เร็วๆนี่นะ

ไปเองก็ได้ - onism journey

แพลนเที่ยว

เรียงตามลำดับตามรูปเลยนะ ออกตั้งแต่เช้า 3 ลำดับ แรก จากนั้นก็นอนพัก หาไรกินสักพัก แล้วก็ลุยต่อยาวๆ อีก 7 ที่

ตาม GPS เลยเน้อ ไม่หลงแน่นอน แค่ตอนเย็นๆบ้างวัดอาจจะเป็นทางถนนคนเดิน อาจจะต้องเดินเข้าไปนะ เช็ดดีๆนะ


1. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

วัดแรกที่เริ่มต้นของวันนี้ โดยเริ่มที่ไกลที่สุดจากตัวเมือง ซึ่งเราขับมอเตอร์ไซด์ออกมาค่อนข้างเช้า เช้าบ้านค่อนข้างมาในช่วงเช้าสักการะที่บนดอยเยอะกว่านักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นวันพระด้วย


บรรยากาศข้างบนวัดดอยสุเทพ ยามเช้ากับแสงอ่อนๆ



2. วัดผาลาด

เป็นวัดที่ขาลงจากวัดดอยสุเทพที่ต้องผ่าน เราจึงไม่พลาดที่จะเข้ามาชมที่วัดแห่งนี้ ค่อนข้างจะมีความสงบมาก รวมทั้งร่มรื่นมาก เย็นสบาย เหมาะกับการมาปฏิบัติธรรมนะเราว่า รวมๆเราชอบที่นี่นะ สบายกาย สบายใจ

3. วัดอุโมง

แค่ชื่อก็รู้แล้วจุดเด่นเป็นอย่างไรที่นี่ ห้ามพลาดหล่ะ

ชาวล้านนาสร้างอุโมงค์โดยการก่ออิฐถือปูน แล้วฉาบปูนปิดทับโครงสร้างอิฐอีกชั้นหนึ่ง แต่ปัจจุบันชั้นปูนฉาบนี้ได้หลุดกะเทาะเกือบหมดสิ้นแล้ว คงเหลือก็เพียงส่วนของเพดานโค้งภายในอุโมงค์ที่ปรากฏจิตรกรรมฝาผนังเท่านั้น ส่วนบริเวณด้านนอกเกือบทั้งหมดนั้นไม่ปรากฏชั้นของปูนฉาบแล้ว เหลือเพียงอิฐก่อผนัง และอิฐก่อโครงสร้างอุโมงค์เท่านั้น

4. วัดเจ็ดยอด

ลองนับจากภาพนี้ได้นะ ว่าทำไมเขาเรียกว่าเจ็ดยอด เราวนอยู่หลายรอบเลย 555 ระหว่างที่เรามาถึงวัดนี้สักพัก เราก็ได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากศไปเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงพระเทศน์ ซึ่งจากฟังดูแล้วน่าสนุก น่าฟังมาก จึงเข้าไปฟัง (ซึ่งพระท่านจะเทศน์ในวันพระหรือเทศกาล) แล้วหลังจากได้รับฟัง ก็ทั้งสนุกและได้เข้าใจหลายๆอย่างมากขึ้น โชดดีที่มาทันเวลา


5. วัดโลกโมฬี

6. วัดราชมณเฑียร

เป็นวัดที่อยู่ตรงข้ามจากวัดโลกโมฬีเลย ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว แต่เรามาตอนเย็นแล้วด้วยแหละ ข้างค่อนใหญ่กว่าที่เห็น อย่าลืมแหวะเข้ามาหล่ะ

7. วัดเชียงมั่น

8. วัดพระสิงห์

หรือมีชื่อเต็มว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา พระพุทธรูปเป็นศิลปะ เชียงแสนรู้จักกันในชื่อ "เชียงแสนสิงห์หนึ่ง วัดพระสิงห์ มีสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงามเป็นที่รู้จักและ คุ้นชื่อกันอย่างดี

9. วัดเจดีย์หลวง

เป็นวัดที่มีความใหญ่มากที่อยู่ตัวเมือง แล้วข้างในก็มีอีกย่อยๆหลายที่ ถือเป็นไฮไลด์เเลยก็ว่าได้ วัดเจดีย์หลวงสร้างอยู่กลางใจเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านน รวมทั้ง พระธาตุเจดีย์หลวงนั้นถือว่าเป็นพระธาตุที่มีความสูงที่สุดในภาคเหนือ หรือล้านนา คือ สูงประมาณ 80 เมตร เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณด้านละ 60 เมตร ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ถือว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองเชียงใหม่

10. วัดสวนดอก

เนื่องจากมาข้างค่อยค่ำแล้วจึงไม่ได้เข้าไปชมข้างในตัววัดที่สวย จึงได้แต่ชมภายนอก ก็สวยไปอีกแบบในมุมกลางคืน

ที่มาของชื่อวัด พระเจ้ากือนาธรรมิกราช ได้ทรงพระราชทานอุทยานสวนดอกไม้ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า บริเวณอุทยาน สวนดอกไม้นี้ เต็มไปด้วยต้นพะยอม หรือมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า “สวนดอกไม้พะยอม” เป็นที่สร้างวัด พร้อมกับ พระราชทานนามวัดนี้ว่า “วัดบุปผาราม” ซึ่งหมายถึง วัดแห่งสวนดอกไม้ ต่อมานิยมเรียกสั้นๆว่า “วัดสวนดอก”



ทั้งนี้อย่าลืมติดตามรีวิวท่องเที่ยวต่างๆกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/onismjourney/

เพจ ไปเองก็ได้ - the onism journey


ความคิดเห็น