เขาโมโกจู ฉบับ 4วัน 3คืน สักครั้งในชีวิตการเดินเขา (ไปเองไม่ได้ 55) 7B รีวิวโดย ไปเองก็ได้ - the onism journey

เขาโมโกจู ฉบับ 4วัน 3คืน สักครั้งในชีวิตการเดินเขา (ไปเองไม่ได้ 55) 7B ถือเป็นจุดหมายของนักเดินเขาหลายๆคน "โมโกจู ณ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์" จังหวัด กำแพงเพรช เป็นเขาที่ไม่ใช่ทุกคนอยากจะไปแล้วได้ไปเพราะว่าการจองและการจำกัดคนขึ้นเขาในกา

เขาโมโกจู ฉบับ 4วัน 3คืน สักครั้งในชีวิตการเดินเขา (ไปเองไม่ได้ 55) 7B

เขาโมโกจู ฉบับ 4วัน 3คืน สักครั้งในชีวิตการเดินเขา (ไปเองไม่ได้ 55) 7B

 วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 21.43 น.

 วันที่เดินทาง 24 ธ.ค. 2562

เขาโมโกจู ฉบับ 4วัน 3คืน สักครั้งในชีวิตการเดินเขา (ไปเองไม่ได้ 55) 7B

ถือเป็นจุดหมายของนักเดินเขาหลายๆคน "โมโกจู ณ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์" จังหวัด กำแพงเพรช เป็นเขาที่ไม่ใช่ทุกคนอยากจะไปแล้วได้ไปเพราะว่าการจองและการจำกัดคนขึ้นเขาในการละปีค่อนข้างยากและจำกัด นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมการไปเขาโมโกจูนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้งเมื่อจองได้แล้วก็ต้องเจอกับระยะการเดินที่ยาว ถ้าเป็นปกติจะเดินกันประมาณ 30 km ไปกลับก็ 60 km กว่าแล้ว แต่ในครั้งนี้เนื่องจากมีภัยแล้งเข้ามาจึงลดระยะทางลงไป 16 km ในช่วงแรก

การเดินทาง

กทม - อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

เดินเขา

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ - แคมป์แม่ประสา - แคมป์แม่เรวา - (น้ำตกแม่เรวา) - แคมป์ตีนดอย - ยอดเขาโมโกจู

** อยู่ในภาพที่ 3 นะรายละเอียดเดินทาง

การจอง

การจองต้องรอติดตามเพจอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ในทุกๆปี จะเปิดจองประมาณต้นเดือนตุลาคม ทั้งนี้ก็แล้วแต่ปีด้วยนะ

วิธีการจองจะต้องส่งอีเมลตามตารางของอุทยานที่ส่งมาให้ โดยทางอุทยานจะยึดจากเวลาที่ส่งอีเมลเข้าไปถึงตามเวลที่อุทยานกำหนด เช่น 12.00.01 บ้างวันที่คนเยอะๆ เขาแข่งกันเป็นเสี้ยววิเลยทีเดียว

ช่วงเวลา ปี 2019 ปลายตค. - มค. โดยมีทั้งหมด 10 ทริป ทริปละ 3 กลุ่ม

** โชคดีที่พี่ในกลุ่มส่งได้ ไม่งั้นอดไปแน่ๆเลย และถ้าได้ไปอีกนี่คงโครตๆยาก 55

ค่าใช้จ่าย

ตามที่อุทยานแจ้งไว้ต่อกลุ่ม และค่าอาหาร

โดยกลุ่มเราตกประมาณ 2492 บาทต่อคน

** ภาพที่ 2

- ร่างกายต้องพร้อม ถ้ามีประสบการณ์การเดินเขาจะดีมาก ไม่เหมาะสมหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเดินเขา

- อุปกรณ์การเดินเขา สามารถใช้เต็นท์หรือเปลก็ได้

- ห้องน้ำที่แคมป์แม่กระสาและแคมป์แม่เรวา โอเคอยู่ แต่แคมป์ตีนดอยต้องหาเอาเองนะ

- ช่วยกันรักษาธรรมชาติด้วยนะ เรื่องขยะ เนื่องจากที่นี่เป็นป่าปิดปกติไม่ค่อยมีการรบกวนจากมนุษย์อยู่แล้ว เราเข้าไปก็ช่วยกันดูแลด้วยนะ

#เขาโมโกจู #โมโกจู #อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ #theonismjourney #ไปเองก็ได้

- จำนวนสมาชิก 12 คนต่อกลุ่ม โดยทางอุทยานได้กำหนดจำนวนไว้แล้ว ประมาณนี้

- ค่าใช้จ่าย

กลุ่มละ 16,000 บาท (จ่ายให้กับอุทยาน รายละเอียดสามาเข้าไปดูได้ในเพจ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์นะ)

อื่นๆ ค่าลูกหาบ ของกิน อื่นๆ

ค่าลูกหาบ 600 บาท/วัน/คน แบกสัมภาระไม่เกิน 20 กิโล/คน/วัน แแต่ละกลุ่มใช้ลูกหาบได้ไม่เกิน 3 คน/กลุ่ม

อาหาร ต้องเตรียมเองทุกมื้อ โดยต้องรวม สมาชิกในทีม เจ้าหน้าที่กลุ่มละ 2 คน และลูกหาบ

รวมแล้วกลุ่มเราตกคนละ 2492 บาทต่อคน

- จำนวนวันเดินทางโดยเริ่มจากอุทยานทั้งหมด 4 วัน 3 คืน แต่ถ้าไม่รวมเดินทางด้วยให้เผื่อ ไว้ 5-6 วัน

ระยะทางการเดินเขาโมโกจู (4 วัน 3 คืน)

- วันที่ 1 เริ่มจาก อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ - แคมป์แม่ประสา - แคมป์แม่เรวา - น้ำตกแม่เรวา

โดยปีนี้เราไม่ได้เดินช่วงแรก 16 km เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ทำให้ไม่สามารถเดินได้ เราจึงต้องนั่งรถอีแต๊กขนาดใหญ่เข้าไปแทน ประมาณ 2 -3 ชั่วโมง ทำให้ลดระยะทางเดินไปเยอะเลย จากนั้นพอมาถึงแคมป์แม่กระสาก็พักกินข้าวเที่ยงและเดินยาวไปแคมป์แม่เรวา 4 km พอถึงแคมป์พักผ่อน กางเต็นท์สักพัก ก็ออกเดินไปน้ำตกแม่เรวา

รวมเดินไปประมาณ 10 km สำหรับวันนี้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทางราบ

- วันที่ 2 แคมป์แม่เรวา - คลอง 1 - คลอง 2 แคมป์ตีนดอย

สำหรับการเดินวันนี้เป็นทางชันล้วนๆ 8 km หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกันสำหรับการเดินขึ้นเขาพร้อมกับน้ำหนักของเเป้แบบหนักของเรา เป็นการเดินตั้งแต่เช้าจึงถึงแคมป์ประมาณ บ่ายแก่ๆเลยทีเดียว ตอนเย็นก็เดินไปดูพระอาทิตย์ตกบนยอดโมโกจูอีก 1 km

วันนี้เดินประมาณ 10 km แต่มันช่างแตกต่างจากเมื่อวานจริงๆ

- วันที่ 3 พระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขา - แคมป์ตีนดอย - แคมป์แม่เรวา - (แคมป์แม่กระสา)

ตื่นเช้ามาเราก็ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและรีบกลับมาเก็บของเพื่อเดินลง โดยทีมเราตั้งเป้าว่าจะลงไปพักที่แคมป์แม่กระสาเลย จึงทำให้ต้องทำเวลาเหมือนกัน ไม่งั้นเย็นหรือมืดจะทำให้เดินลำบากรวมทั้งมีสัตว์ป่า ค่อนข้างอันตราย จึงยิงยาวประมาณ 12-13 km เลย เจ็บทางเอาเรื่อง ตอนลงก็คิดว่าตัวเองขึ้นไปได้ไงทางชันมาก 55

** วันนี้กลุ่มไหนไม่อยากรีบมากก็พักที่แคมป์แม่เรวาก่อนก็ได้นะ

- วันที่ 4 (แคมป์แม่เรวา) - แคมป์แม่กระสา - อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

วันนี้เราก็ชิวๆเพราะมารอแคมป์ที่แม่กระสา รอขึ้นรถกลับอย่างเดียว ถึงอุทยานประมาณเที่ยงๆ

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

เป็นอุทยานที่มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดที่ทางอุทยานและเจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษาไว้ ซึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็คงเป็นเสือ ที่มีจำนวนมากติดอันดับต้นๆของประเทศเลยและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย ถือเป็นจุดชี้วัดความอุดสมบรูณ์ของธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

ใจจริงๆก็อยากเห็นเสือในป่าสักครั้ง แต่อีกใจก็ไม่อยากเห็นเหมือนกัน 5555 แปลกๆนะ แต่ทริปนี้ขากลับเราได้เห็นซากกระทิงที่เสือได้ล่าเอาไว้ ถึงจะไม่ได้เห็นตัวเป็นๆ แต่เท่านี้ก็ดีแล้ว ฮ่าๆ

เตรียมของกัน อยู่หลายวันของก็จะเยอะหน่อย

สิ่งนึงที่ยากสำหรับทริปนี้ก็คือเรื่องอาหารที่ต้องเตรียมนี่แหละ ถ้าไม่ได้มากับพี่ๆในกลุ่มที่มีประสบการณ์ รวมทั้งโชคดีมากมีพี่เซฟประจำกลุ่มอยู่ 1 คน ชีวิตการเดินป่านี่อิ่มทุกมื้อจริงๆ 55555 ไม่เคยขาดสักมื้อจริงๆ

วันที่ 1 มื้อค่ำ วันที่ 2 3 มื้อ วันที่ 3 3 มื้อ วันที่ 4 มื้อเช้า

ทั้งหมด 8 มื้อ

สมาชิกทุกคนต้องผ่านการปฐมนิเทศในห้องประชุมอุทานแห่งชาติแม่วงก์ พี่เจ้าหน้าที่ก็จะพูดเกี่ยวกับประวัติของอุทยานต่างๆ ชี้แจ้งในเรื่องต่างๆ รวมถึงตรวจสอบสภาพร่างกายโดยสอบถาม และความพร้อมของแต่ละกลุ่ม รวมทั้งข้อควรระวังต่างๆ ต้องเชื่อพี่เจ้าหน้าท่ทุกท่านนะ เพราะว่าหากเป็นอะไรขึ้นมาระหว่างเดินเขาจะค่อนข้างลำบากและอันตรายเพราะระยะทางค่อนข้างไกล

ข้าวหมูกระเทียม ตอนเข้า วันที่ 1

นั่งรถอีแต๊กขนาดใหญ่เข้าไปที่แคมป์แม่กระสาระยะทาง 16 km ที่นั่งก็จะอบอุ่นกันแบบนี้ฮ่าๆ

ระหว่างทางก็จะมีทางชันบ้าง ทางลงบ้าง ก็ต้องลงไปขยับร่างกายกันหน่อย

แคมป์แม่กระสา อีกกลุ่มรถเร็วมากมาถึงก่อน

ตะกร้าที่แบกของของพี่ลูกหาบ

เริ่มเดินทางที่แคมป์แม่กระสา - แคมป์แม่เรวา

พี่เจ้าหน้าที่ที่ค่อยดูแลกลุ่มเรา

ตัดภาพมาที่น้ำตกแม่เรวาเลย ในภาพอาจดูเล็ก แต่น้ำตกจริงๆใหญ่เหมือนกันนะ แต่ตอนที่ไปเป็นฤดูหนาวจึงไม่ค่อยอยากลงน้ำเท่าไหร่ 555 มันหนาว

หินเรือใบ ยอดเขาโมโกจู

ตัดภาพมาที่หินเรือใบเลยนะ ระหว่างทางเดินอย่างเดียวไม่ได้สนใจอะไรเลยทางมันโหดอยู่ 55 ก็นะเรามาที่นี้เพื่อหินเรือใบก้อนนี้เลย ตอนแรกที่อยากเริ่มเดินเขาก็เพราะเห็นภาพที่โมโกจูนี้แหละ ทำให้อยากเดินเขามันถือเป็นจุดหมายนึงที่ต้องมาสักครั้งให้wfhเลยจริงๆ ด้วยระยะทางการเดินและความยากในการจอง ทำให้ยิ่งอยากมา สุดท้ายก็ได้มา จุดหมายก็สำคัญแหละ แต่ที่เราชอบก็คงเป็นระยะทางที่เรามานี้แหละ  

น่าเสียดายที่ตอนที่ไปเรายังถ่ายรูปดาวไม่เป็นทำให้ไม่ได้ซ้อนรูปหรือศึกษาเวลาที่ถูกมาจึงทำได้แค่เท่านี้ อีกอย่างข้างบนมืดมากเดินก็ระหว่างๆหน่อยนะ กล้องเกือบลงไปข้างล่างแล้วด้วย !! อันตรายจริงๆ

แล้วหลังจากนี้ผมจะไปเขาไหน ติดตามได้ที่ ไปเองก็ได้ - The Onism Journey

ปีนี้เคยไปแล้วหรือจองได้ปีนี้ บอกกันด้วยนะประสบการ์ณจองไปที่เขาโมโกจู

ความคิดเห็น