หลงรัก "ซาปา" เมืองแห่งสายหมอก | " Sapa " The nature city of fog รีวิวโดย Alone Not Lonely

*ภาคต่อจาก ทริปฮานอย https://th.readme.me/p/29070 เกริ่นเรื่องหลังจากที่ถึงฮานอยแล้ว เราก็กินข้าวเย็น ชาร์ตแบตโทรศัพท์จนเต็ม เพื่อความพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปซาปากันต่อ เราจองบัสของ Sapa Queen Cafe VIP Open Bus เพื่อนคนฮานอยเป็นคนจองให้ ราคาไป-กลับ อยู่ที่ประมาณ 1200 บาท ขาไปรอบนี้ มีฝรั่งทั้งคันเล

หลงรัก "ซาปา" เมืองแห่งสายหมอก | " Sapa " The nature city of fog

หลงรัก "ซาปา" เมืองแห่งสายหมอก | " Sapa " The nature city of fog

 วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 12.44 น.

 วันที่เดินทาง 17 ม.ค. 2562

*ภาคต่อจาก ทริปฮานอย

https://th.readme.me/p/29070

เกริ่นเรื่องหลังจากที่ถึงฮานอยแล้ว เราก็กินข้าวเย็น ชาร์ตแบตโทรศัพท์จนเต็ม เพื่อความพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปซาปากันต่อ

เราจองบัสของ Sapa Queen Cafe VIP Open Bus เพื่อนคนฮานอยเป็นคนจองให้ ราคาไป-กลับ อยู่ที่ประมาณ 1200 บาท

ขาไปรอบนี้ มีฝรั่งทั้งคันเลยจ๊ะ ผู้หญิงมากกว่าครึ่ง สบายใจหายห่วงได้เลย

รถบัสเป็น รถนอน มีสองชั้น เพื่อนเราเลือกให้เรานั่งหน้าสุด ชั้นล่าง นางบอกดีสุด อ่ะ เชื่อเพื่อน 555

อากาศหนาวพร้อมนอนมาก ผ้าห่มที่ให้มา บางมากจ้า เตรียมผ้าคลุมมาด้วยนะ

จากฮานอยไปซาปา ประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง ถึงซาปาประมาณ ตี 3 แล้วนอนบนรถต่อ ถึง ตี 5 แต่..คนขับรถนอนกรนดังมากกกกกกกก จนฝรั่งตื่นทั้งคันอ่ะ แล้วนี่อยู่ใกล้สุด นอนไม่หลับจ้า หนาวก็หนาว

Welcome to Sapa กับอากาศ 9 องศา สภาพร่างกายปรับไม่ทัน ช็อคแปร๊บ

พอตี 5 ปุ๊บ ปลุกทุกคน แล้วไล่ลงรถเลยจ้า เช้าก็เช้า หนาวก็หนาว มืดมากก พี่แท็กซี่ เรียกมาเท่าไหร่ ก็ต้องจ่ายอะนะ

แล้วก็ถึงที่พักของเรา Signature Inn Sapa โอ้โห แค่เห็นทางเข้า ไหวมั้ยเนี้ยะ.. กระเป๋าใบใหญ่ กับอากาศหนาวๆ ช่วยไม่ได้ จะย้ายตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ลุยย..

*รูปจาก Booking.com

เราจองห้องรวมหญิง ราคาคืนละ ประมาณ 150 บาท บวกค่าเช็คอินก่อนเวลาด้วย ก็ไม่ได้แย่นะ สะอาด เตียงนุ่ม ผ้าห่มหนา

เรามาถึงก็นอนต่อจนถึงประมาณ 7 โมงก็ตื่นมาอาบน้ำอุ่นๆ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งหน้า ให้ผ่านสำหรับคนเดินทางคนเดียว

อาหารเช้า รวมราคาห้องนะจ๊ะ มีให้เลือก 5 เซต มีนมสด น้ำผลไม้ ครบจ้า

พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ เก่งเลยล่ะ นางก็แนะนำสถานที่ใกล้ๆ

เช้าแรกต้องมาไหว้เจ้าแม่กวนอิม ขอพร เติมแต้มบุญหน่อย ขอให้เป็นทริปเที่ยวที่ดีนะคะ กราบบบงามๆๆ

สาวเวียดนามคนนี้ พักที่เดียวกัน เราเพิ่งมาถึง แต่นางกำลังจะกลับ ตอนออกที่พักเลยมาพร้อมกัน นางก็แนะนำว่า ยูต้องไปตรงนี้นะ ตรงนั้นนะ แล้วก็แยกย้าย..

ซาปา เคยเป็นอานาณิคมฝรั่งเศสมาก่อน บ้านเมืองก็ยังคงเอกลักษณ์อยู่

Sun Plaza เป็นห้างเล็กๆ มีร้านให้ซื้อของนิดหน่อย และเป็น Sapa Station สถานีต้นทางที่จะไป Fansipan ยอดเขาที่ได้ชื่อว่า หลังคาแห่งอินโดจีน เดินจากที่พักเรา ประมาณ 200 เมตรจ้า

ฝั่งตรงข้ามเป็นโบสถ์สวยๆ Notre Dame Cathedral ใจกลางเมืองซาปา เล็กๆตามเมือง

รูปนี้ มีคนเวียดนามถ่ายให้ เราเข้าใจว่า นางอยากได้รูป เลยถ่ายให้เราก่อน แล้วเปลี่ยนให้เราถ่ายให้ .. ดีใจมีรูปกับวิวแล้ว เราเลยขอรูปนี้จากกล้องนางมา 555 แล้วเราก็เดินต่อไปที่ทะเลสาบซาปา [Sapa Lake]


พยายามตั้งกล้องถ่ายรูป รูปเบลอจ๊ะ ปรับแล้วไม่หาย เบลอตลอด ยืนปรับอยู่นาน ก็ยังไม่หายสักที จนมีคุณลุงมาช่วยปรับกล้องให้

คุณลุงเป็นคนมาเลเซีย ตากล้องระดับเทพ เลยบอกลุง งั้นมาถ่ายรูปกันค่ะ สรุป เบลอคู่จ้า 555

และแล้วความพยายามฉัน .. รูปทะเลสาบซาปา กับเมืองแห่งสายหมอก ไอน้ำยังลอยอยู่บนผิวน้ำอยู่เลย เป็นเมืองโรแมนติกมาก อยู่ใกล้น้ำก็จะหนาวกว่าเดิม

เราเริ่มเดินถ่ายตอนแปดโมง หมอกยังไม่หนา พอเก้าโมงเท่านั้นแล่ะ หมอกลง แทบไม่เห็นอะไรเลย

หนาวมากจนต้องแวะร้านคาเฟ่ของเวียดนาม Cong มีทุกมุมเมือง เหมือนเซเว่นที่ไทย

ชาพีชร้อนๆ ผสมเสาวรส มันดีมากจริงๆ บรรยากาศหนาวๆ กับชาร้อนๆ โอ้ยยย เหมือนอยู่ฝรั่งเศส 555

แล้วเราก็เจอคนเวียดนามที่ถ่ายรูปให้เราหน้าโบถส์ นางไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย ก็เลยแก้ปัญหาใช้ Google translate ในการคุยเรื่องเที่ยวในซาปา เราก็โอเค ถือว่ามีเพื่อนใหม่ 555

นางชื่อ Manh เท่าที่รู้เรื่อง เพิ่งเรียนจบ แล้วออกมาเที่ยวเลยเป็นเดือนๆ และมีแผนจะไปทำงานญี่ปุ่นก่อนสิ้นปี

พอมีเพื่อน รูปเดี่ยวก็จะเยอะตามลำดับ .. นี่เราใส่ชุดนอนเมื่อคืนออกเที่ยวนะ 555 มันเลยไม่เข้ากับบรรยากาศเลย เราก็ตั้งใจเดินดูเมืองนิดหน่อยเอง 555

มื้อเที่ยงง่ายๆ แบบ Street food ร้านอยู่ใกล้ๆโบสถ์ เป็นร้านเล็กๆที่ทุกคนดูตกตะลึงที่มีต่างชาติแบบเราเข้าไป 555 ถามมาจากไหน ทำไมมาที่นี่ ฯลฯ แปลโดยเพื่อน ที่ใช้ กูเกิลอีกที 555

นี่คือวิวหมอก หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ไม่เห็นอะไรเลยจ้า

ข้างหลังคือ วิวทะเลสาบซาปา ที่มาตอนเช้า ตอนเที่ยงไม่เห็นอะไรเลย ขาวสนิท โอ้ยยย บุญยังมี ทันเห็นวิวทะเลสาบซาปา เพื่อนเรามีมอไซค์อยู่แล้ว เพราะอยู่มาหลายวัน เลยขับไปเที่ยวนอกเมือง จัดไปจ้าาา

นี่คือ เส้นทางไปหมู่บ้าน "Cat Cat Village" อากาศหนาวอยู่แล้ว ก็ขับมอไซค์ลุยหมอกไปอีก ขับรถประมาณ 15 นาทีก็ถึง แต่หนาวใจจะขาดมากกแม่

พี่คะ หนูขอไฟเพิ่มด้วยค่ะ 555 เค้าบอกพิงไฟก่อน ค่อยเข้าไป

ก่อนถึงทางเข้ามีภาษาไทยด้วย ดีใจจัง...

หลังจากนี้ ก็จะมีแต่รูปเราล้วนๆเลยนะ ขอบพระคุณตากล้องอย่างสูงในการหามุมให้ 555

เพิ่มความอินให้กับสถานที่ เปลี่ยนชุดด้วยค่ะ ราคา 50,000 ดอง ตอนแรกจะไม่ใส่ มันหนาวอ่ะ แต่เพื่อนบิ๊วจ๊ะ มาแล้วต้องใส่ อ่ะ ใส่ก็ใส่

แล้วก็มีสาวเวียดนามมาขอถ่ายรูปด้วย 555 (โอ้ยยยย นึกว่าอยู่ม่อนแจ่ม 5555)

ถ่ายรูปรัวๆกันไปเลยจ้า 555 ดีใจที่ได้เพื่อนเป็นตากล้อง และแทบจะแบกของทุกอย่างให้เราตอนถ่ายรูป 555 เอ็นดูนาง ไว้มาเที่ยวไทยนะจ๊ะ จะดูแลคืนแบบพรีเมียมไปเล้ย

ออกมากินข้าวประมาณ 6 โมงเย็น นี่คือหมอกหนากว่าเดิม เมืองในสายหมอกจริงๆ หมอกแบบ 5 เมตร แทบไม่เห็นทางเดินอะไรแล้ว

หันหลังจะเดินไปหน้าโบสถ์ก็มืดมาก โคตรกลัว เลยอยู่แค่หน้าสถานีนี้พอ

ใช่ค่ะ ยังชุดเดิมทั้งวัน 555 สู้มาก ณ ตอนที่ถ่าย หัวเปียกมากเลยนะ ต้องมีหมวกใส่ตลอดเวลา

นี่คือร้านคาเฟ่ใกล้ๆที่พัก ก็จะอุ่นๆ นมร้อนๆ ก่อนนอน เจอผู้หญิงคนไทย สองคน กำลังเดินไปที่บาร์ใกล้ๆ แต่เราไม่ไหวแล้วจริงๆ หนาววว

เช้าวันที่ 2 อากาศเหมือนจะดี เราเลยฟิตติ้งชุดมาดี พนักงานชม สวยตั้งแต่ต้นซอย ยันท้ายซอยไปเลยจ้า 555

*รูปจากในเน็ต

Fansipan Cable car fee 700,000 VND ไป-กลับจ๊ะ ไม่ต้องซื้อล่วงหน้า ราคาเท่ากันหมด ทั้งคนเวียดนามและต่างชาติ

รถรางดีมาก ยังดูใหม่อยู่เลย สวยงาม สีสดใส

มาถึงสถานีปลายทางแล้วจ้า หลังจากนี้ต้องนั่งกระเช้าไปอีก ใช้ตั๋วใบเดิมนะ เก็บไว้ห้ามหายเลย

Are you ready? ตื่นเต้นสุดๆ ขานั่งกระเช้าไปแทบไม่มีคนเลย สงสัยเพราะหนาวมากแน่ๆ

และนี่คือสิ่งที่เราได้ ...

หมอกหนามากก น้ำตาจะไหล แต้มบุญวันนี้หมดแล้วสินะ ไม่เห็นอะไรเลยจ้า ขาวโพนนนน

ก็ยังพยายามหวัง จะมีแสงสว่างให้เราบ้าง สักนิ๊ดก็ยังดี ถึงขนาดตั้งกล้องรอ

ผ่านไปประมาณครึ่งทาง กรี๊ดดังมากกกกกก ฟ้าเปิดให้ฉันเห็นวิวแล้วววว

ดีใจมากกก ได้มาหนึ่งรูปกับแสงสว่างนี้ ถือว่ายังโชคดี

หลังจากนั้น .... การปีนเขาก็เริ่มขึ้น

นี่แค่เริ่ม ทางปีนเขาขั้นแรก ต้องเดินไปอีกยาวๆ แต่มองไม่เห็นอะไรเลย แค่เงาจริงๆ หนาวและหมอกหนามากกกกกก

เรายังเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ปฏิเสธรถรางขั้นสุดท้าย เพื่อนเลือกเดิน หนาวมาก ลมแรงมาก ไม่เห็นทางเลย

ไปค่ะ เจอป้ายแล้ว ยังต้องเดินไปอีกไกล อย่าเพิ่งหยุด เพราะหยุดมันจะหนาวกว่าเดิม

เข้ามาขอพรอีกรอบ ขอไปให้ถึงจนสุดทาง แล้วรอดจากความหนาวด้วยนะคะ

ความหนาของผ้าพันคอนั้น สองผืนก็เอาไม่อยู่จ๊ะ ดีที่เอามาเยอะ

ณ เวลานั้น 2 องศาจ้า อีกนิดหิมะใกล้มาละ ไหนใครบอกอยากเห็นหิมะซาปา ครายยยยยย !!

หนาวๆ กับชาร้อนๆ นึงแก้ว มันดีต่อใจมากจริงๆ ขอบคุณค่ะ

เพื่อนบอก ยังหนาวไม่พอ ขอไอติมหน่อยสิ เอิ่มม.. คือเพื่อนกินเสร็จ ริมฝีปากแห้งมากก จนเลือดออกเลยอ่ะ ไหวม่ายยยย

ไปกันต่อค่ะ ตอนนี้ไม่มีแล้ว สำหรับแฟชั่นชิคๆกับวิวสวยๆ อะไรใส่เพิ่มได้ก็ใส่ค่ะ

น้ำตาจะไหล หมอกหนาปิดคลุมทางเดินหมดเลย เดินไปเรื่อยๆแบบคนไม่รู้จุดหมายปลายทาง.. แต่ใกล้จะถึงแล้วแล่ะ อีกนิดเดียว.. เค้าบอกมา

เจ็บช้ำน้ำใจข้ายิ่งนัก... ข้าไม่เห็นสิ่งใดเลย นอกจากเจ้า T^T

Finally, Fansipan Mission completed !! ยอดเขาที่เหนือระดับน้ำทะเล 3.143 M. มาถึงแล้วววววววววว!!!!!!

ขี้นไปนั่งเทียบชั้นไปเลยจ๊ะ สุดของที่สุดแล้วเนาะ .. ในที่สุด ฉันก็มาถึงแล้ววว .. ฉันไม่อินกับวิวเลย แงงง

ข้างบนมีร้านกาแฟเล็กๆ สำหรับคนที่ปีนจนถึงจุดสูงสุดจ๊ะ

สุดท้ายเราเลือกกลับรถราง ไม่ไหวจริงๆ เราหนาวมาก เท้าเราชาจนเจ็บไปหมด เดินไม่ไหวแล้ว

รถรางจะช่วยย่นระยะทางให้สั้นลงกว่าเดิมครึ่งนึง แต่ก็ต้องเดินต่อ คนไม่ไหวก็แพ้ไป หนาววววอ่า T^T

ทางลงที่ไม่รู้จุดหมายเช่นเคย เดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสุดทาง หมอกก็ยังคงความหนา และลมที่แรงมากจ๊ะ

แวะไหว้เจ้าแม่กวนอิม ตรงทางลงอีกครั้ง ขอให้หนูไม่ป่วยนะคะ เพี้ยงงงง... 555

ยัง ยังไม่จบ ขากลับที่ประตูทางเข้า ก็ไม่ต่างอะไร กับตอนขึ้นมา T^T ทำไมถึงทำกับฉันได้

คนเหนื่อย คนนอย คนหนาว คนหิว ตอนนี้มารวมตัวกันแล้วจ้า..

รูปช่างสวยบาดตา บาดใจมากจ้า ขากลับมีให้แวะซื้อของฝากอยู่นะ

สองฝั่งข้างทางของรถราง คนที่นี่เค้าปลูกผักกันเป็นภูเขาเลย เดานะ เป็นขั้นบันไดแน่นอน

กลับมาถึงสถานีปลายทางแล้วจ้า เหนื่อยมากกกกับการต่อสู้กลับความหนาว...หาข้าวกินกัน

ร้านอาหารข้างที่พัก เป็นเซต ไม่แพง กินเสร็จก็แยกย้าย กลับไปพักผ่อน เราต้องกลับฮานอยคืนนี้เลย ต้องรีบไปเก็บกระเป๋า อาบน้ำเตรียมพร้อมก่อน

เพราะมั่วนอนหนาวอยู่ในห้อง เลยไม่รีบออกไปขึ้นรถ เกือบตกจ้า 555 เพื่อนโทรมาตามอีก แท็กซี่ก็พูดอังกฤษไม่ได้ เราก็ใช้แผนเดิม ใช้พี่กูเกิล บอกว่ารีบไป จะตกรถแล้ว ..รู้เรื่อง เหยียบคันเร่งถึงทันเวลาคนสุดท้ายเลยจ้า 555 ...


*คำแนะนำ จากมุมมองเรา ในการมาซาปา

1. เราเลือกรถบัสนอนเพราะนั่งรถต่อเดียวถึงซาปาเลย ถ้านั่งรถไฟ ต้องต่อสองรอบ

2. ที่พักซาปา มีเยอะมาก ราคาไม่แพง คนดูแลพูดอังกฤษได้

3. ลองเข้าไปกินร้านข้างทาง ตรงหัวมุมก่อนถึง Sun Plaza ดูนะ ไม่แพงเลย Local food สุดๆ

4. เราควรเป็นมิตรกับทุกคน แต่ก็ต้องระวังตัวเองด้วย ควรมีเบอร์โทรฉุกเฉินติดต่อเพื่อนเก็บไว้

5. ควรเช็คสภาพอากาศให้ดี มาตอนฟ้าเปิดจะสวยมาก

6. ควรมากับแฟน เพราะมันโรแมนติกมากกกกกกกกกกกกกกก 555


ฝากติดตามเพจ #ไปไปดิไป

https://web.facebook.com/GoGoGoodGo/?ref=bookmarks

แล้วช่อง youtube ด้วยน้า

https://www.youtube.com/watch?v=Cr5kWDXbJv8

Final VDO of SaPA trip

https://youtu.be/7mIDiHWbwHs

ความคิดเห็น