รับลมหนาว ดอยอินทนนท์ รีวิวโดย ไปกับพี่พูห์

หน้าหนาวมาเยือนแล้ว สถานที่เที่ยวที่น่าเที่ยวในเชียงใหม่ช่วงนี้ ต้องมีชื่อดอยอินทนนท์มาเป็นอันดับต้นๆ พวกเราก็ไม่พลาดเหมือนกัน ขอไปสัมผัสอากาศหนาวกันหน่อย เริ่มต้นการเดินทาง ทริปนี้เป็นแบบ one day trip ออกเดินทางจากบ้านประมาณ 04.30 น. มาถึงดอยอินทนนท์ประมาณ 06.30 น. ตอนขับรถขึ้นดอยฝ้าขึ้นกระจกต้อง

รับลมหนาว ดอยอินทนนท์

รับลมหนาว ดอยอินทนนท์

 วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.46 น.

 วันที่เดินทาง 10 ธ.ค. 2562

หน้าหนาวมาเยือนแล้ว สถานที่เที่ยวที่น่าเที่ยวในเชียงใหม่ช่วงนี้ ต้องมีชื่อดอยอินทนนท์มาเป็นอันดับต้นๆ พวกเราก็ไม่พลาดเหมือนกัน ขอไปสัมผัสอากาศหนาวกันหน่อย

เริ่มต้นการเดินทาง

ทริปนี้เป็นแบบ one day trip ออกเดินทางจากบ้านประมาณ 04.30 น. มาถึงดอยอินทนนท์ประมาณ 06.30 น. ตอนขับรถขึ้นดอยฝ้าขึ้นกระจกต้องเปิดกระจกขับตลอด

การขึ้นไปยอดดอยอินทนนท์ต้องเสียค่าเข้าอุทยานคนละ 50 บาท, รถยนต์คันละ 30 บาท

อุณหภูมิตอนที่มาถึง 1 องศา เย็นสบายมากๆ ต้องยืนต่อแถวถ่ายรูปหน้าป้ายไฟLED ตอนนี้อยู่ที่ 4 องศาแล้ว โชคดีวันนี้ไม่มีลม ทุกครั้งที่มาอุณหภูมิ 10 องศาและมีลมพัด น้ำมูกไหลกันแน่นอน

วันนี้อุณหภูมิยอดหญ้า 0 องศา แต่ไม่พบเจอแม่คะนิ้งเลย

มีร้านค้าขายข้าวต้มร้อนๆ เครื่องดื่มและขนมปังปิ้งอยู่บริเวณประตูสถานีเรดาร์

นักท่องเที่ยวต่อคิวถ่ายรูปยาวมาก รอไม่ไหวมันนานมากโดนแซงคิวอีก ต้องเซลฟีกันดีกว่า จุดนี้ยังไม่ใช่จุดที่สูงสุดในสยามนะ ต้องเดินขึ้นไปข้างบนอีกนิด

เดินขึ้นมาอีกนิดจะพบกับกู่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย

จุดที่สูงที่สุดแดนสยามของจริงอยู่ตรงนี้

สีของใบไม้หน้าหนาวจะดูจืดๆแห้งๆ ไม่เหมือนกับช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ดูเขียวขจี

นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ไม่ถึงกับแออัด

เดินมาจนสุดทางจะพบกับอาคารนิทรรศการยอดดอยอินทนนท์

ซุ้มต้นไม้หน้าอาคารนิทรรศการตัดแต่งเหมือนหมวก

ที่ด้านข้างมีร้านค้าและร้านเครื่องดื่มบริการ ราคาจะแพงกว่าปกตินิดนึง

หนาวๆแบบนี้ต้องทานอะไรร้อนๆ

มื้อเช้าเบาๆด้วยบะหมี่และโจ๊กร้อนๆ ถ้วยละ 25 บาท

เดินสำรวจจนทั่วก็ไม่พบเจอแม่คะนิ้ง เจอแต่กิ่งไม้แห้งๆและใบไม้ที่เริ่มจะเปลี่ยนสี การขึ้นมาแล้วเจอแม่คะนิ้งขึ้นอยู่ที่ดวงจริงๆ

ลงจากยอดดอยอินทนนท์ก็แวะชมวิวข้างทางที่กิ่วแม่ปาน หากต้องการเดินสำรวจป่ากิ่วแม่ปานต้องจ้างไกด์กลุ่มละ 200 บาท ไม่เกิน 10 คน ใช้เวลาเดินประมาณ 1.5 ถึง 3 ชั่วโมง

รับแดดให้ความอบอุ่นกับร่างกายซักนิด

ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงตอนนี้ไม่มีหมอกให้เห็น

ร้านค้าที่นี่มีซาลาเปาและหมั่นโถร้อนๆน่าทานมาก

แดดเริ่มแรงนักท่องเที่ยวก็เริ่มทยอยกลับ

อีกหนึ่งสถานที่ใกล้ๆกิ่วแม่ปานคือ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ พระมหาธาตุคู่บารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะ ที่จอดรถก็เต็ม พวกเราจึงไม่ได้แวะ ใครมีโอกาสต้องแวะเพราะดอกไม้ที่นี่สวย รูปนี้เป็นรูปเก่าของปีที่แล้ว

ขับรถมาไม่กี่นาที บริเวณนี้จะมีร้านขายของฝากจากชาวไทยภูเขา

สินค้าจะเป็นพวกเสื้อผ้าชนเผ่า ผัก ผลไม้สดและแปรรูป

ที่ด้านซ้ายมือจะเป็นทางเข้าจุดชมวิวดอยผาตั้ง

ขับรถต่อมาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงจะพบทางเข้าน้ำตกวชิรธาร

น้ำตกสูงและเสียงดังก้องไปทั่ว

แค่ยืนใกล้ๆก็เปียกละอองน้ำที่ปลิวมาตามแรงลม

ที่นี่มีป้ายเตือนห้ามลงเล่นน้ำกันนะ

ที่จุดจำหน่ายบัตรเข้าอุทยานยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ออกจากดอยอินทนนท์ พวกเราก็มุ่งหน้าไปวัดพระธาตุศรีจอมทอง ซึ่งอยู่ใกล้ๆนี่เอง เป็นพระธาตุประจำปีชวด

ไหว้พระทำบุญเสร็จก็หาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ มีร้านที่น่าสนใจคือ เก๊ามะขาม Coffee by ปริญดารีสอร์ต อยู่ห่างจากวัดพระธาตุศรีจอมทองประมาณ 5 กิโลเมตร

ก่อนถึงร้านจะผ่าน "ฝายวังปาน" บริเวณนี้จะมีตลาดปลาเล็กๆ ขายทั้งปลาสด ปลาส้ม ปลาแห้ง

และแล้วก็ถึงปริญดารีสอร์ต บรรยากาศดูเงียบสงบ ร่มรื่น ที่นั่งทานข้าวของพวกเราอยู่บนต้นมะขาม

บรรยาดีมากเลย ไม่วุ่นวาย มีลมพัดเข้ามาตลอด

อาหารเผ็ดแซ่บมากๆ เครื่องดื่มก็เข้มข้นเช่นกัน

ทานกันอิ่มก็ไปต่อกันที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังบูรณะ

วิหารนี้จะมีรูปปั้น ชีวประวัติของหลวงปู่มั่น

หอธรรมและพิพิธภัณฑ์วัดเจดีย์หลวง เป็นอาคารเก่าที่จัดโชว์ของเก่าและประวัติของวัด

พระอัฎฐารสเป็นพระประธานในพระวิหารหลวง


สรุปค่าใช้จ่ายสำหรับ 2 คน

- ค่าน้ำมันรถไปกลับ 500 บาท

- ค่าบัตรเข้าอุทยาน คนละ 50 บาท x 2 = 100

- ค่ารถเข้าอุทยานคันละ 30 บาท

- บะหมี่และโจ้ก ถ้วยละ 25 บาท x 2 = 50 บาท

- ค่าน้ำดื่มขวดละ 10 บาท

- ค่าอาหารเครื่องดื่มมื้อเที่ยง 302 บาท

รวมเป็นเงิน 992 บาท


ความคิดเห็น