สะบายดี "หลวงพระบาง " 3 วัน 2 คืน รีวิวโดย หนีเที่ยวกัน

" ห ล ว ง พ ร ะ บ า ง "อีกหนึ่งเมืองของ สปป.ลาว ที่อาจจะพูดได้เลยว่า  ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้มาสัมผัสก็น่าเสียดายมากๆ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่า  เป็นเมืองแห่งมรดกโลกที่คนทั่วโลกอยากจะมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ และความสโลไลฟ์  ที่ชื่อว่า " หลวงพระบาง " ยังไงเราขอฝากช่องทางการเดินทางของเราเพิ่มเติมด้

สะบายดี "หลวงพระบาง " 3 วัน 2 คืน

สะบายดี "หลวงพระบาง " 3 วัน 2 คืน

 วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.44 น.

 วันที่เดินทาง 24 ธ.ค. 2562


" ห ล ว ง พ ร ะ บ า ง "


อีกหนึ่งเมืองของ สปป.ลาว ที่อาจจะพูดได้เลยว่า 

ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้มาสัมผัสก็น่าเสียดายมากๆ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่า 

เป็นเมืองแห่งมรดกโลกที่คนทั่วโลกอยากจะมาสัมผัสมนต์เสน่ห์

และความสโลไลฟ์  ที่ชื่อว่า " หลวงพระบาง "

ยังไงเราขอฝากช่องทางการเดินทางของเราเพิ่มเติมด้วยนะ

FB :: หนีผัวเที่ยว-หนีเมียเที่ยว https://web.facebook.com/neetiewgun
IG :: neetiewgun https://www.instagram.com/neetiewgun/
Twitter :: neetiewgun https://twitter.com/neetiewgun
Youtube :: หนีเที่ยวไปด้วยกัน http://www.youtube.com/c/หนีเที่ยวไปด้วยกัน

แล้วเราจะหนีเที่ยวไปด้วยกัน...

เราเริ่มเดินทางโดยการบินตรงด้วย Airasia ดอนเมืองเวลา  14:30น.  เที่ยว FD 1030 พอมาถึงเขตหลวงพระบาง โอ้ว ก้อนเมฆน้อยใหญ่ ลอยอยู่เหนือ ขุนเขาสลับน้อยใหญ่คือ มองลงมาสวยมากๆ

15:45น. ก็ถึงสนามบินหลางพระบางแล้ว
สนามบินเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก ถูกอ้อมล้อมด้วยขุนเขา สวยดีนะ จากนั้นกรอกเอกสารยื่น ตม.กัน
-ซื้อ sim card ที่สนามบิน 3 gb ราคา 37500 kip 

จากนั้นเราก็ซื้อตั๋วรถบริเวณทางออกสนามบิน ในราคาคนล่ะ 25000 kip 100 บาท มายังโรงแรม เป็นรถตู้ครับ โดยเราจะพักกันที่ SOKDEE RESIDENCE จองผ่านเว็บ ในราคาคืนล่ะ 700 บาทประมาณนั้น ที่พักน่านอนเลย เรียบง่ายๆ ตกแต่งแบบของลาว มีเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อม ไม่ไกลจากตลาดมืดด้วย

บรรยากาศหน้าห้องที่เรานอน

ภายในห้องนอนสะอาดดีครับ แอร์เย็นฉ่ำ 

 เราเดินออกมาจากที่พักโดยมุ่งหน้ามายัง พระธาตุพูสิ เดินผ่านมุมที่ทุกคนต้องคุ้นเคยเป็นย่านท่องเที่ยวเลย

ค่าเข้าก็คนล่ะ 20000 kip 80บาท ขึ้นมาพระธาตุพูสี เพื่อชมวิว รอบๆ เมือง และชมดวงอาทิตย์ตก ขึ้นบันไดมาประมาน 15 นาที ถึง ไม่ไกลเลยครับ ออทางขึ้นอยู่ตรงข้ามกับ หอพระบาง ที่มีตลาดกลางคืนอ่า

บรรยากาศของเมืองหลวงพระบางที่มองมาจากด้านบน พระธาตุพูสี  วิวสวยงามมาก เมืองสงบน่าอยู่สุดๆ  

อันนี้พระธาตุพูสีครับ

ลงกลับมาก็เจอถนนคนเดิน หรือ ที่นั้นเรียกว่า ตลาดมืด ติดกับหอพระบางเลยครับ  ขอเก็บภาพมุมนี้สักหน่อย สวยสมคำร่ำลือ

ที่ตลาดมืด จะมีของฝากมากมาย ที่เด่นๆ จะเป็นงานแฮนด์เมด พวก ผ้าซิ่น ผ้าทอมือ ภาพวาด งานกำไล เครื่องเงิน ศิลปะต่างๆ ประมาณนี้

ผ้าทอลวดลายสวยงามทุกผืนเลย

เดินเล่นเพลินจนท้องร้องแล้ว

เดินพอหอมปากหอมคอแล้วไปหาอะไรกระแทกปากกันดีกว่า...

ถ้าลงจากพระธาตุพูสีก็เดินเลี้ยวซ้าย ยาวๆมาเลย จะเจอ 4 แยก ทางเข้าเป็นตรอกเล็กๆ
จะเป็นแหล่งของกินเลย มีอาหารพื้นเมืองอยู่มากมายให้เลือก อยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัวอดตายแล้ว

ร้านนี้มีให้เลือกเยอะมากๆ 

สำหรับมื้อแรกของผม ที่หลวงพระบาง ต้องนี่เลย แกงหน่อไม้ และ ต้มยำปลา ของเมืองหลวงพระบาง รสชาติอร่อย รับรอง กินแล้วชอบมาก ราคาไม่แพงด้วยนะ
-ข้าวถ้วยล่ะ 5000kipกับข้าว2อย่าง อย่างล่ะ10000=30000kip=120บาท
- แปปซี่ น้ำเปล่า น้ำแข็ง 9000 kip=36 บาท

จากนั้นก็เดินกลับที่พัก  พรุ่งนี้เช้าเที่ยวให้ยับ อิอิ

เช้านี้เราตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมาเดินเล่น ถ่ายภาพวิถีชีวิตยามเช้า ที่ตลาดเช้า ของหลวงพระบาง

ที่นี่จะมีของขาย เป็นจำพวกของสด พืชผัก ของป่า ซะส่วนใหญ่

โคตรปลาก็มา  ตัวใหญ่มากๆ 

เป็นเช้าที่แรกของหลวงพระบางที่น่าประทับใจมากๆ ครับ 

จากนั้นเราเช่ารถมอไซค์มาในราคา  120000 kip 480 บาท เติมน้ำมันเอง 20000 kip 80 บาท เพื่อมุ่งหน้ามายังน้ำตกตาดกวางสี

ขับออกจากตัวเมืองหลวงพระบางมาประมาณ 45 นาที ระหว่างทางวิวสวยมาก มาถึงลานจอดรถแล้วก็เสียค่าฝากรถ 2000 kip และค่าเข้าน้ำตก คนละ 20000 kip/80บาท

ที่นี่มีหมีด้วยครับ ตัวใหญ่มากๆ 

สังเกตุที่สีของน้ำดิ จะออกสีเขียวๆอมฟ้า น้ำใสมากๆเลย ชอบๆ 

ถึงแล้ว น้ำตกกวางสี น้ำตกไหลจากหน้าผาสูง เป็นน้ำตกที่สวยมากๆ ช่วงที่เราไปน้ำไม่มากและไม่น้อยเกิน ถ่ายรูปออกมาสวยมาก  เป็นน้ำตกที่อยากมามากๆ และอยากมาหลวงพระบางเพราะสิ่งนี้

ภาพนี้คงเป็นภาพประทับใจของที่นี่และทริปนี้เลยแหละ 

ตามทางเดินก็จะมีน้ำตกหลายชั้น สวยๆทั้งนั้นเลย 

จุดนี้เป็นจุดที่ให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ จะเป็นสระที่ใหญ่อยู่ สีของน้ำน่าเล่นมากๆ

จากนั้นเราขับรถมุ่งหน้ามายัง น้ำตกอีกแห่ง เปิดmap ขับรถมา เป็นทางสวนเลนผ่านขุนเขา อากาศเย็นสบายดีเว่อบอกเรย 

มาถึงลานจอด เสียค่าจอดรถ 5000 kip และต้องจ้างเรือล่องแม่น้ำไปต่ออีก 10000 kip

ล่องเรือประมาณ 5 นาที ถึงแล้ว 

ที่นี่ น้ำตกตาดเส้ ครับน้ำตกขาวมาก 555   

ค่าเข้าอุทยาน คนล่ะ 15000 kip 60 บาท มีร้านกาแฟ ไว้นั่งดื่มกลางน้ำท่ามกลางน้ำตกด้วย

นี่ไงๆ สวยงามมั้ย น้ำตกตาดเส้ จะเป็นแบบนี้ ไหลมาเป็นชั้นๆๆๆๆถี่ๆ แบบเยอะมาก สวยงามไปอีกแบบนึง น้ำใสน่าเล่นด้วยแหละ

มีทางเดินไปชมน้ำตกได้อีก บรรยากาศดีงามสุดๆ 

คนมาเยอะมากเหมือนกันนะเนี้ยะ

ที่นี่มีช้างด้วย ควาญช้างก็แบบจะโชว์หน่อยๆ เอาช้างไปว่ายน้ำโชว์ไรงี้ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพกับช้าง 

จากนั้นล่องเรือกลับ เจอลำไหนก็ขึ้นๆมาได้เลย

ขับมาสักครึ่งชั่วโมงก็เข้ามายังในเมืองต่อ แล้วก็แว๊นกันต่อ เป้าหมายต่อไปที่ไหน ???

เสน่ห์หลวงพระบางเลยครับ ตึกเก่าๆย่านนี้

คืนนี้เราย้ายมาพักที่ โรงแรมมายลาวโฮม ราคาคืนล่ะ 1100 บาท

ห้องใหญ่ เป็นเรือนไม้ กึ่งปูน 2ชั้น หรูหราดีครับ  นอนหลับสบาย ใจกลางเมืองหลวงพระบาง 

ย้ายห้องเสร็จมาต่อที่ พระราชวัง หลวงพระบาง โดยต้องเสียค่าเข้า 30000 kip 120 บาท 

พระราชวังหลวงพระบางเป็นอาคารแบบฝรั่งแต่หลังคาเป็นแบบทรงลาว
ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคาร เตี้ยๆชั้นเดียว ตั้งอยู่บนพื้นยกสูง ผสมกับศิลปะแบบล้านช้าง 

แต่ด้านในห้ามถ่ายภาพ 

ใกล้ๆกัน ยังมีจุดเด่นอีกแห่ง นั่นคือ หอพระบาง ที่ใครๆมาที่นี่แล้วจะพลาดสถานที่แห่งไปไม่ได้ ความงดงามที่ลงตัวของสถาปัตยกรรมล้านช้าง งดงามจริงๆ

ด้านนอกริมรั้วของ หอพระบาง ด้านข้างก็งดงามครับ ถนนเส้นนี้แหละที่กลางคืนจะเป็นถนนคนเดิน 

หิวแล้วขับรถหาอะไรกินตามริมทางมาเจอร้านนี้ ลองแวะเลย 5555

 ข้าวเปียก คล้ายๆก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา แต่เส้นคงจะเรียกว่าเส้นข้าวเปียก หากินตามข้างทาง 5555 รสชาติดีเยี่ยม อร่อย หรือหิวนี่ 555 มื้อเที่ยงโดนไปในราคา 15000 kip สบายท้องพร้อมลุยต่อ

เห็นฟ้าเปิดแดดดีๆ ฟ้าใสๆ รีบเปลี่ยนแผนมุ่งหน้ามายัง วัดเชียงทองก่อนเลย กลัวฝนจะตก
เสียค่าเข้า คนล่ะ 20000 kip

พอเข้ามาต้องตกใจในความงดงาม ของ วัดเชียงทอง ได้เห็นแต่ในภาพ วันนี้ได้มาเห็นกับตาตัวเอง สวยจริงๆบอกเลย แลนด์มากที่ห้ามพลาดของ หลวงพระบาง

หอพระอันนี้แหละที่เค้า ฮิตๆ มาถ่ายรูปกัน  เราก็ถ่าย 555

ด้านในของวัดเชียงทอง สวยงามยิ่งกว่าด้านนอกเสียอีก แถมนักท่องเที่ยวก็มาเข้าชมอย่างไม่ขาดสาย

ฝาผนังของตัวโบสถ์ก็เขียนลายได้สวยสดงดงามมากจริงๆ 

เมื่อออกจากวัดเชียงทองแล้ว เราเดินทาง แว๊นมอไซค์มานิดนึงมาต่อที่ วัดแสนสุขขาราม 

ด้านหน้าทางเข้าวัด หาง่ายติดถนนเส้นหลัก

ด้านหน้าโบสถ์ สวยงามมาก วัดนี้ต้องปักหมุดเป็นอีกวัดที่เราอยากมา  เพราะลวดลายของผนังโบสถ์สวยมาก พอมองแล้วสวยงามเพลินตากับงานศิลปะของ หลวงพระบาง มาก

อีกทั้งยังมีองค์พระยืนสูงราวๆ 10 เมตร อยู่ด้วย

เรากลับเข้าที่พักไปงีบนิดนึง พอสะดุ้งตื่นก็อาบน้ำ แล้วออกมาหามื้อเย็นทานกันต่อ ที่เดิมเลย แหล่งอาหารของเรา ที่จะทำให้เรารอดในทริปนี้ 555

มื้อนี้ต้องส่งท้าย เ้วย ปลานิลเผา ส้มตำหลวงพระบาง  แกงหน่อไม้ มื้อเย็นนี้รวมๆ
52000 kip 210 บาท ไม่แพงเลย อร่อยด้วยแนะนำๆ

ระหว่างเดินกลับที่พัก สะดุดตากับร้านเครปร้านหนึ่ง ขอลองชิมสักหน่อย ใส่กล้วยหอมด้วย โดนไป 10000 kip

แถมยังมาเจอ ขนมปังฝรั่งเศษ มาลาวกี่ครั้งๆ ก็ไม่พลาด รอบนี้เอาอีกแล้ว โดนไป 10000 kip 40 บาท พอเลิก กลับห้องนอน ท้องจิแตกตายแร้ววว

จบๆ พอๆ  กินเยอะไปล่ะ ....

สวัสดี เช้าวันที่ 2 เช้านี้ตั้งใจตื่นแต่เช้า เพื่อมาเก็บภาพวิถีชีวิตยามเช้าในการตักบาตรข้าวเหนียว เดินออกจากซอยที่พักก็มุมนี้เลย  ขอเน้นว่าตื่นเช้าๆ เวลาตี 5 ตี 5 ครึ่ง พระก็เริ่มเดินบิณฑบาตรแล้วอะ

เรามารอที่นี่เลย วัดใหม่สุวรรณภูมิมาราม แปลเป็นไทยมั่วๆหน่อยนะ แอดมั่วเสมอ ฮ่าๆๆ

เป็นภาพที่งดงามมากๆ สำหรับทริปนี้ ครั้งนึงที่ได้มาหลวงพระบาง แล้วได้เห็น ภาพแบบนี้ประทับใจไม่รู้ลืม

ชาวบ้านที่หลวงพระบางออกมารอใส่บาตร เป็นภาพที่หาชมได้ที่หลวงพระบาง ป้ายยาให้มาเลย

แล้วเราเริ่มต้นอาหารมื้อเช้าด้วยข้าวต้ม 10000 kip ฝั่งตรงข้ามวัดที่ใส่บาตรมีร้านเล็กๆ อยู่

อิ่มแล้วเดินข้ามกลับมาใหม่  ไปชม วัดใหม่สุวรรณภูมิมาราม กัน วัดนี้จ่ายค่าเข้าชม 10000 kip ต่อคนครับ

ด้านในสวยงามอีกเช่นเคย ลวดลายเก่าแก่ ซึ่งดูจากหลายๆ วัดแล้ว รูปทรงลวดลาย การออกแบบก็ไม่ต่างกันมากจะคล้ายๆกัน แต่ถ้าสังเกตุ แต่ละวัดก็จะสวยแตกต่างกันคนละแบบเลย

เราแว๊นมาต่อที่ วัดวิสวนณราช อ่านแบบนี้มั้ย แอดมั่วอีกตามเคย 555555

พอเข้ามาก็ให้ภาพบรรยาย จะมีเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง หลวงพระบาง เป็นเจดีย์ที่ก็ถือว่าใหญ่อยู่  เป็นแลนด์มาร์คสำคัญเหมือนกัน

เวลาเหลือๆ มาต่อที่วัด สุวรรณคีรี 

เป็นโบสถ์เล็กๆ น่ารัก สวยงามอีกแบบ ก่อสร้างแบบเรียบง่าย

ยังๆยังไม่จบ เวลาเหลือ มาได้อีกวัด  นั้นคือ  วัดปากคานคำมงคุณ

เป็นโบสถ์เล็กๆ แต่เราว่าสวยดีนะ  ไปดูด้านในกันครับ

สวยงามไม่ผิดหวัง สีแดงตัดทอง ทำให้ลวดลายดูโดดเด่นมากๆ 

จากนั้นนำรถที่เช่าไปคืนล่ะ พอๆ เดี๋ยวตกเครื่อง 5555

นั่งรถตู้จากที่พัก มาที่สนามบิน ในราคา 50000 kip 200 บาท 15 นาที มาถึงยังสนามบินนานาชาติหลวงพระบาง  กลับแล้วน๊า....หลวงพระบาง 

16:45 น. เดินทางขึ้นเครื่องกลับถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 18:00น. เป็นอันสิ้นสุดทริปนี้ของเรา 

กลับมาแล้วยังคิดถึงหลวงพระบางอยู่เลย อยากไปอีกๆ ....ประทับใจมากๆ เมืองมรดกโลก

ยังไงเราขอฝากช่องทางการเดินทางของเราเพิ่มเติมด้วยนะ

FB :: หนีผัวเที่ยว-หนีเมียเที่ยว https://web.facebook.com/neetiewgun
IG :: neetiewgun https://www.instagram.com/neetiewgun/
Twitter :: neetiewgun https://twitter.com/neetiewgun
Youtube :: หนีเที่ยวไปด้วยกัน http://www.youtube.com/c/หนีเที่ยวไปด้วยกัน

แล้วเราจะหนีเที่ยวไปด้วยกัน...

ความคิดเห็น