2 คืน 3 วัน บึ่งไป บึงกาฬ - นครพนม รีวิวโดย Chittima Yun

2 คืน 3 วัน บึ่งไป บึงกาฬ - นครพนม เดินทางโดย แอร์เอชีย และเช่ารถขับเที่ยว 2 จังหวัด สบายๆ ทริปใกล้ปีใหม่ ส่งท้ายปีเก่า เราจะไปไหนกันดี..... คือคำถามที่ผุดมา เผื่อจะใช้วันหยุดให้หมดของปี 2562 เรามองแผนที่ประเทศไทศ ที่ปักหมุด ทุกจังหวัดที่เราได้เดินทางไป ก็เห็นชัดเจนเลยว่า ภาคอีสาน คือภาคที่เรามีโอก

2 คืน 3 วัน บึ่งไป บึงกาฬ - นครพนม

2 คืน 3 วัน บึ่งไป บึงกาฬ - นครพนม

 วันพฤหัสที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21.51 น.

 วันที่เดินทาง 14 ธ.ค. 2562

2 คืน 3 วัน บึ่งไป บึงกาฬ - นครพนม

เดินทางโดย แอร์เอชีย และเช่ารถขับเที่ยว 2 จังหวัด สบายๆ

ทริปใกล้ปีใหม่ ส่งท้ายปีเก่า เราจะไปไหนกันดี..... คือคำถามที่ผุดมา เผื่อจะใช้วันหยุดให้หมดของปี 2562 เรามองแผนที่ประเทศไทศ ที่ปักหมุด ทุกจังหวัดที่เราได้เดินทางไป ก็เห็นชัดเจนเลยว่า ภาคอีสาน คือภาคที่เรามีโอกาสไปเยือนน้อยสุด จึงวางแผนการเดินทางไปยัง สถานที่เรา อยากไป นั่นคือ จังหวัดน้องนุชสุดท้องของไทยเราคือ ..บึงกาฬ.. เราหาข้อมูลแล้วพบว่า เวลาอันน้อยนิดของเราที่มี กับให้การเที่ยวครั้งนี้คุ้มค่ามากที่สุดคือ การนั่งเครื่องบินไปลง นครพนม นั่นคือ ที่มาว่า เราจะได้มีโอากาศเที่ยวนครพนมอีกเช่นกัน....เราเดินทางโดยแอร์เอเชีย ลงนครพนม พร้อม หารถเช่า บึ่งไปเที่ยวตามโปรแกรมทันที

เราเลือกไฟล์เที่ยวเช้าหน่อย จะได้มีเวลาเที่ยวได้เยอะขึ้น พอถึงปุ๊บ ก็รอรับรถที่สนามบินได้เลย สะดวกดีนะ (สนใจหลังไมค์ได้คะ) เราบึ่งไปไหว้ พระธาตุพนม กันก่อนเลย เพื่อเป็นศิริมงคล เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ของคุณผู้ชาย และสำหรับเราผู้ที่เกิดปีวอกเช่นกัน มาทีเดียวได้ทั้ง 2 คนเลย

ที่พระธาตุพนมคนมาไหว้สักการะกันเยอะ องค์พระธาตุสวยงาม และเราไปกันต่อ ที่พระธาตุเรณูนคร ซึ่งไม่ไกลจากพระธาตุพนม

  องค์พระธาตุมีสีชมพูงดงามโดดเด่น พอไหว้สิ่งศักดิ์ ขอพร เรียบร้อย เป้าหมายถัดไป

ต้นไม้ยักษ์ วัดจอมศรี ต.นามะเขือ นครพนม โลเคชั่นลับที่น้อยคนนักจะรู้จัก นั่นคือ ต้นจามจุรี หรือต้นก้ามปูยักษ์ อายุ 200 ปี  ต้นก้ามปูต้นนี้ตั้งเด่นอยู่กลางวัด 🌿🍃💚#unseenthailand #nottyjourney

 แผ่กิ่งก้านสาขา ให้ร่มเงา สวยมาก แทบไม่อยากละสายตา ทางเข้าจะหายากนิดนึง แต่ไม่อยากเกินความตั้งใจที่จะมาแน่นอน

ออกจากวัดก็ไป อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ เมื่อปี 2557 ให้จังหวัดนครพนมและสมาคมไทยเวียดนาม เพื่อสร้าง บนเนื้อที่ 7 ไร่ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ประธานโฮจิมินห์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

และถัดจาก อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ก็จะไปที่บ้านลุงโฮ ที่ในอดีตเป็นบ้านพักที่ประธานโฮจิมินห์ใช้เป็นฐานที่มั่นในการวางแผน ระดมความคิดพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเวียดนามก่อนกลับไปกอบกู้เอกราช ในช่วงปี 2471-2472 

ปัจจุบันยังมีข้าวของเครื่องใช้ โต๊ะทำงานของจริง มีรูปของท่าน ในช่วงเวลาต่างๆ ให้เราได้ศึกษา         ประวัติศาสตร์ ไปในตัว  อีกทั้ง บรรยากาศ รอบๆ บ้านของท่าน ก็มี ต้นมะพร้าว และต้นมะเฟืองที่ท่านปลูกไว้ให้ชมอยู่ ภายในรมย์รื่น และเรียบง่าย — ที่ บ้านลุงโฮจิมินห์

ที่นี้ถ่ายมุมไหนก็สวย แสงได้ นางแบบพร้อมมาก 555

เต็มอิ่มกับความรู้ทางประวัติศาสตร์แล้ว ถึงเวลาบ่ายๆ แก่ ไปหาร้าน ชิวๆชิคๆ ริมฝั่งโขงกันดีกว่า จังหวัดนครพนม มีพื้นที่ติดกับริมแม่น้ำโขง สวย  สบายตามากๆ เราเลือกไปร้าน 76 คาเฟ่ 

รอบนี้ถ่ายให้นายแบบบ้างไรบ้าง อิอิ โดย เครื่องดื่มและเมนูของหวาน ขนมเค้กอร่อยดีนะ พร้อมกับบรรยากาศร้านที่เป็นตึกเก่า คลาสสิค เก๋ดี เราชอบ

มีที่นั่งโซนด้านในร้านและหลังร้านแบบ outdoor 

นั่งรถมานานขอยืดเส้นแปป เรานั่ง ย้วยๆ ที่นี้สักพัก ถึงเวลา ไปที่พักสักที เราพักที่ Take a rest guest house

เป็นเกสเฮ้าส์ สบายๆ คนไม่เยอะ เพราะมีไม่กี่ห้อง และสามารถเดินไปถนนคนเดินได้ สบายๆ เดินเรียบริมแม่น้ำโขงไปเรื่อยๆ ชิวมากเลยล่ะ กับอากาศ 20 องสา ต้นๆ เพลินๆ

และเดินไปเรื่อยก็จะเจอ พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของนครพนม ประดิษฐานบน ริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน 

ไปหาไรมื้อเย็นทานกันดีกว่า ซึ่งถนนคนเดินที่นี้ ของกิน ของใช้มีให้เลือกสรร เพียบเลย ซึ่งถนนคนเดินก็ตั้งอยู่บริเวณหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างโดยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม เพื่อเป็นที่ระลึกก่อนย้ายกลับเวียดนามตามท่านโฮจิมินห์ 

อิ่มท้องเสร็จสรรพ กลับที่พัก พรุ่งนี้ บึ่งไปบึงกาฬกันต่อเด้อ... วันที่ 2 ตื่นมากับบรรยากาศ หน้าห้องพัก ให้ 10 คะแนนเต็ม กับริมฝั่งโขงวิถีชีวิต ชาวนครพนม  พระจะมาบินฑบาตรทุกเช้า ริมฝั่งโขง 

แหะๆ ตื่นไม่ทันใส่บาตร 

บอกลาเจ้าของเกสเฮ้าส์ ไปแวะเที่ยวที่ อุโมงค์นาคราช เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สำคัญของเส้นทางจักรยานริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม ปั่นก็ได้ เดินก็ดี ถ่ายรูปก็สวย เห็นวิวแม่น้ำโขง

ดูมีความเฮลตี้ วอมร่างกาย ก่อน ขึ้นเขาที่ภูทอก หุหุ  ไปคะ ไปภูทอกกัน บึ่งไปบึงกาฬ.....

ถึวแล้วภูทอก If u never try , you will never know💪🏻
ภูทอก สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันได เวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม

😅 เหนื่อยหนัก แต่ยาก จะตัดใจนัก💓 #nottyjourney — ที่ ภูทอก จ.บึงกาฬ

ระหว่างทางขึ้นบันไดแต่ละขั้น มันก็จะเสียวๆ สั่นๆ นิดหน่อย เหอะๆ ด้วยความที่เป็นไม่ ออด แอด บ้างไรบ้าง 555 

สิ่งที่คิด กับสิ่งทีได้ คือ สวยมาก นับถือ บรรดาผู้สร้าง ที่แห่งนี้ และ สิ่งที่เราคิดไม่ถึง คือ เราแอบกลัวความสูงใช่ไหม 555  เดินลงมาเหนื่อยแฮะๆ แต่ต้องทำเวลาต่อไปที่ หินสามวาฬ... 

ทำเวลาได้ดีมาก บ่าย 2 โมง กว่า เรามาถึง หินสามวาฬ ....บนรถกะบะ (ที่ขอแจม คนอื่นมาด้วยตกคนละ70บาท) ปกติ เหมาจ่ายคันละ 500 บาท ติดต่อที่เจ้าหน้าที่อุทยานได้เลย ระหว่างทางขึ้นภูสิงห์ หินสามวาฬ คุณผู้ชาย บอกว่า ทริปหน้า ขอแบบ นั่งชิวๆ ล่องเรือสำราญ เบิกบานใจ ได้ไหม 555

มีจุดชมวิวให้แวะถ่ายรูป ก่อนถึงหินสามวาฬ พร้อมวิวบึงกาฬ และ เห็นฝั่งลาวไกลๆ

Yahooooo!! ในที่สุดก็ถึงแล้ว บนหลังวาฬาตัวพ่อ ตอนที่เรามาคนน้อย เลยได้ถ่ายรูปสบายๆ

หินสามวาฬ มีลักษณะเป็นก้อนหินขนาดมหึมาวางเรียงกัน 3 ก้อน มีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูก กำลังว่ายน้ำกันจึงเรียกกันว่า”หินสามวาฬ”🐳🐳🐳

เรากับคุณผู้ชายต้องอยู่บนหลังวาฬคนละตัว จะได้ผลัดกันถ่าบรูปจากมุมไกล เพราะเราไ่ม่สามารถถ่ายรูปจากมุมสูงได้ เหมือนในโฆษณาที่เห็น แต่ของจริงที่เรามาสัมผัสนั้น สวยยิ่งกว่า 

#amazingไทยเท่ห์ #unseen my journey so far🤟🏻

ระหว่างทางกลับพี่เจ้าหน้าที่ก็แวะให้ถ่ายรูปกับ ประตูภูสิงห์ เป็นจุดที่มีหินใหญ่สองก้อนตั้งอยู่ริมหน้าผา ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับช่องเขา โพสท่าเก๋ๆ เสร็จ หมดแรง...ลงเขาไปหาไรกินในเมืองบึงกาฬกันเถอะ...เราไม่เน้น รีวิว อาหาร ขอข้ามไปเลย 5555

เช้าวันที่ 3 ก่อนขับรถกลับไปนครพนม เพื่อไปคืนรถเช่าที่สนามบิน เรามีเวลาเที่ยวต่อ เพราะไฟล์บินของเรา ตอน 4 โมงเย็น แต่ต้องคืนรถบ่าย 2 โมง เรามุ่งหน้าไป สะดือแม่น้ำโขง

ที่นี้คือ...ที่ลึกที่สุดในแม่น้ำโขงคือ ลึก 200 เมตร เรียกกันว่า สะดือแม่น้ำโขง มาตอนเช้าอากาศดี ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย😏 มีตำนานเรื่องเป็นจุดรวมของเหล่าปลาบึกยักษ์และชุมนุมพญานาคในช่วงวันออกพรรษา

สะดือแม่น้ำโขง วัดอาฮง อ.เมือง จ.บึงกาฬ

ระหว่างทางกลับ ไปนครพนม เราสังเกตุเห็น ไดโนเสาร์ อยู่ตามรายทาง อันที่จริงก็เห็นตั้งแต่ขามาจากนครพนมไปบึงกาฬล่ะ เราก็คุยกันว่า ขากลับก็คิดว่าจะแวะพิสูจน์ซะหน่อยว่า คือไรอะ??? และแล้วพอเราเห็นป้าย ก็เลยแวะไปดู

สรุปที่นี้แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ค้นพบเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดเล็ก กลุ่มออนิโธมิโนซอร์ ลักษณะคอเรียวเล็กยาว เดินด้วยสองขา มีนิ้วเท้าสามนิ้วคล้ายนกกระจอกเทศ เกือบ ๒๐๐ รอย

..มาไม่เจอใครเลย แม้แต่เจ้าหน้าที่😅 เสียดายทางการน่าจะพัฒนาให้เป็นแหล่งเที่ยวที่ ทางประวัติศาสตร์ และการเรียนรู้ น่าสนใจอีกที่หนึ่ง คุณผู้ชาย ได้กล่าวไว้ 😁เอ็นดูนางเนอะ💓

และแล้วถึงเวลาบอกลา นครพนม บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่่มีเสน่ห์ ในเรื่องของวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม 2 คืน 3 วัน แต่โปรแกรมเราแน่นจนหยดสุดท้ายจริงๆ If u never try , you will never know💪🏻 เที่ยวไทยเท่ห์


ความคิดเห็น