รีวิวภูกระดึง 3 วัน 2 คืน แบบละเอียด รีวิวโดย อยากเที่ยวก็เที่ยว

หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของภูกระดึงเป็นอย่างดี หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิชิตภูกระดึงสักครั้ง รวมถึงเราด้วยสักครั้งนึงนะอยากไปลองดูว่าภูกระดึงจะสวยอย่างที่เค้าว่ามั้ย จะเหนื่อยขาลากอย่างที่เค้าขู่กันหรือเปล่า บอกก่อนเลยทริปนี้เป็นการเดินขึ้นเขาครั้งแรก ที่ตื่นเต้นสุดเป็นทริปที่ไปเที่ยวกับแฟนคร

รีวิวภูกระดึง 3 วัน 2 คืน แบบละเอียด

รีวิวภูกระดึง 3 วัน 2 คืน แบบละเอียด

 วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 08.33 น.

 วันที่เดินทาง 30 ธ.ค. 2562


หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของภูกระดึงเป็นอย่างดี หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิชิตภูกระดึงสักครั้ง รวมถึงเราด้วยสักครั้งนึงนะอยากไปลองดูว่าภูกระดึงจะสวยอย่างที่เค้าว่ามั้ย จะเหนื่อยขาลากอย่างที่เค้าขู่กันหรือเปล่า บอกก่อนเลยทริปนี้เป็นการเดินขึ้นเขาครั้งแรก ที่ตื่นเต้นสุดเป็นทริปที่ไปเที่ยวกับแฟนครั้งแรก ไม่รู้ตกลงกันยังไงไปภูกระดึงกันเฉย นึกว่าเป็นทริปพิสูจน์รักแท้เลยครับ 555+ ทริปนี้วางแพลนไว้ 3 วัน 2 คืน  ทริปนี้เราไปวันที่ 10-12 มกราคม 2562

รายละเอียดข้อแนะและการเตรียมตัว
1.ฟิตร่างกายสักหน่อยอาจจะลองเดินไกลๆหรือวิ่งเบาๆ
2.เตรียมเงินไปเยอะๆ555 เพราะของกินมีทุกซำ
3.ไฟฉาย เอาไว้เดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้น/ตก แต่ว่าใช้ไฟโทรศัพท์ก็ได้
4.รองเท้าผ้าใบควรเป็นคู่ที่เคยใส่บ่อยๆ และรองเท้าแตะเอาไว้ใส่พักเท้าด้านบนภูกับใส่ไปเข้าห้องน้ำ
5.ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด กิน ทาหรือสเปรย์ อันนี้สำคัญมากช่วยได้เยอะ
6.สเปรย์กันทากกันยุง
7.แนะนำถ้าไม่อยากเจอคนเยอะๆอย่าไปช่วงหยุดยาว
8.เต็นท์ยังไม่สามารถจองออนไลน์ได้จองได้เฉพาะบ้านพักกับเครื่องนอน ไม่ต้องกลัวว่าจะเต็มเพราะของร้านค้าก็มีให้เช่าราคาเท่าๆกัน

ระยะทางขึ้นเขา
**ระยะทางขึ้นเขา 9 กม. ขึ้นเขา 5.5 กม. ทางราบ 3.5 กม.**

อัตราค่าบริการ
-ค่าเข้าอุทยาน คนล่ะ 40 บาท
-ค่าพื้นที่กางเต็นท์ 30 บาท/คืน/คน
-ราคาเต็นท์ 2-3 คน 225 บาท/คืน
-ค่าประกันคนล่ะ 10 บาท
-ค่าจ้างลูกหาบกิโลล่ะ 30 บาท
-หมอน ใบละ 10 บาท/คืน
-แผ่นรองนอน 20 บาท/คืน
-ถุงนอน 30 บาท/คืน
-ผ้าห่มใหญ่ 50 บาท/คืน เล็ก30บาท/คืน
-จักรยานล้อเล็ก 360 บาทล้อโต 410 บาท

สัญญานโทรศัพท์มีทุกเครือข่าย การชาร์ตแบตสามารถชาร์จได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเสียค่าบริการครั้งล่ะ 20 บาท พาวเวอร์แบงค์ 40 บาท ร้านค้าชาร์จฟรี

ฤดูกาลเปิด เริ่ม1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม เริ่มขึ้น 07.00น. ไม่อนุญาติให้ขึ้นและลงหลัง 14.00 น.
➡️อยากไปดูน้ำตก ทะเลหมอก ธรรมชาติสีเขียว ไปเดือนต.ค.-พ.ย.
➡️อยากไปดูใบเมเปิ้ลแดง อากาศหนาวๆ ไปเดือน ธ.ค.-ม.ค.
➡️อยากไปดูดอกไม้ ล่าทางช้างเผือก ไปเดือน ก.พ.-พ.ค.

การเดินทางมาภูกระดึงมาได้หลายวิธี
1.รถส่วนตัว ที่ทำการมีที่จอดรถ มีลานกางเต็นท์
2.เหมารถตู้ กรณีมาหลายๆคนคุ้ม
3.รถทัวร์อันนี้สะดวกดี มีตั้งแต่รอบ 2ทุ่มถึง 4ทุ่มแนะนำรอบดึกสุดจะถึงเช้ามืดพอดี โดยเราจะตีตั๋วไปลงที่ผานกเค้า มีรถหลายบริษัท เช่น บขส.999 ซันบัส ภูกระดึงทัวร์ แอร์เมืองเลย ชุมแพ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเจ้าไหนดีสุดนะ ทริปนี้เราขึ้นของซันบัสก็โอเคนะ แนะนำเป็นรถVIP24ที่นั่งจะนั่งสบายกว่า ราคา600กว่าบาท เมื่อถึงผานกเค้าแล้ว ต่อรถแดงเข้าอุทยาน
4.เครื่องบิน สามารถบินมาลงที่สนามบินเลยและสนามบินขอนแก่น แนะนำสนามบินเลยครับใกล้กว่าขามาแนะนำไฟท์เช้าสุด 9 โมงถ้าเป็นรอบเที่ยงจะไม่ทัน ถึงสนามบินเดินข้ามฝั่งจากสนามบินมารอรถอีกฝั่ง รถจะมาทุก30นาที เป็นรถทัวร์ เลย-ขอนแก่น มาลงที่เสงี่ยมฟาร์มหรือตลาดภูกระดึง แล้วต่อรถแดงเข้าอุทยาน ส่วนขากลับจองไฟท์ เย็นแนะนำเป็นรอบ 4โมงเย็นกับ6โมงเย็น แล้วลงจากภูแต่เช้าจะทันเวลาแบบไม่ต้องรีบ

การเดินทางของเราทริปนี้ขาไป
    เดินทางโดยรถทัวร์ของ Sunbus รอบ 22.00 น. เป็นรถVIP24ที่นั่ง ราคา600กว่าบาท ขึ้นรถที่หมอชิต ไปลงที่ผานกเค้า สำหรับรถของsunbusโดยรวมก็โอเคนะ ที่นั่งกว้างนั่งสบาย มีจอทีวีส่วนตัว มีที่ชาร์ตแบต แอร์เย็นใช้เวลาเดิน7ชั่วโมง ถึงผานกเค้าประมาณ 05.00 น. วันนั้นที่ไปรถไม่ได้ไปจอดที่ร้านเจ๊กิมแต่เป็นร้านค้าอยู่ไม่ไกลจากร้านเจ๊กิม น่าจะเป็นจุดจอดรถของSunbus แต่ที่นี่มีห้องน้ำสะอาดด้วย มีที่ล้างหน้าแปรงฟัน มีอาหารตามสั่งด้วยนะ มาถึงก็ทำการล้างหน้าแปรงฟัน แต่ไม่ได้อาบน้ำเพราะหนาวมาก 555+
ไม่ต้องเดินไปตรงร้านเจ๊กิมนะ เพราะมีรถแดงมาจอดรอ คนล่ะ 30 บาท/10คน ส่วนรถเจ้าอื่นน่าจะจอดตรงร้านเจ๊กิม เดินข้ามฝั่งมามีรถแดงเหมือนกัน ราคาเท่ากันคนล่ะ 30 บาท/10คน ถ้าไม่ถึงสามารถเหมาไปได้ในราคาเที่ยวล่ะ 300 บาท ส่วนขากลับคนที่ขึ้นรถทัวร์สามารถซื้อตั๋วตรงร้านเจ๊กิมได้เลย   นั่งรถแดงมาประมาณ 30 นาทีได้มั้ง ผ่านประตูเข้าอุทยานเสียคนล่ะ 40 บาท

จากนั้นก็มารอที่ทำการเปิด เวลา 07.00น. อ่อบริเวณที่ทำการมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำด้วยนะ ด้านหลังมีร้านข้าวแกง ร้านอาหารมีหลายร้าน ใครจะเตรียมเสบียง หรือว่าลืมของใช้สามารถซื้อได้เลยของจะถูกกว่าข้างบน

ส่วนการจองเต็นท์ ก็จะมีป้ายบอกตามช่อง 1234
ช่อง1.คนที่จองผ่านระบบออนไลน์มา
ช่อง2.คนที่นำเต็นท์มาเองต้องเสียค่ากางคนล่ะ 30 บาท/คืน ส่วนคนที่เช่าเต็นท์อุทยานก็ต้องเสียเหมือนกัน เว้นแต่คนที่จองบ้านพักไม่ต้องเสีย
ช่อง 3,4. คือจองเต็นท์
**ข้างล่างเราจะจองเฉพาะเต็นท์และพื้นที่กางเต็นท์ส่วนเครื่องนอนไปจองด้านบน
อีกช่องนึงจะมีเสียค่าประกันด้วย อันนี้ทำก้ได้ไม่ทำก็ได้แต่แนะนำว่าทำไปเถอะแค่คนล่ะ 10 บาท แล้วถ่ายรูปใบค่าเข้าอุทยานกับใบทำประกันคู่กันไว้ด้วยนะ

ส่วนใครที่อยากจองบ้านพัก บนภูไม่ได้มีแค่เต็นท์อย่างเดียวนะ เวxจองhttp://nps.dnp.go.th/parks.php

แนะนำอีกอย่างถ้าอยากให้กระเป๋าถึงเร็วๆให้นำกระเป๋าไปชั่งน้ำหนักก่อนแล้วค่อยมาจองเต็นท์ เพราะวิธีนี้ผมลองมาแล้วกระเป๋าขึ้นไปถึงล๊อตแรกเลย ซึ่งวันที่ผมไปผมไปถึงบนภูประมาณ 13.00น. ลูกหาบแบกขึ้นมาถึงประมาณ 15.00 น. ได้นะ ซึ่งถ้ามัวแต่ต่อแถวจองเต็นท์กว่าจะไปชั่งน้ำหนักกระเป๋าอีกจะใช้เวลานาน แต่ถ้ามาหลายๆคนแบ่งคนเลยก็ได้ครับ จองเต็นท์คนนึงต่อแถวชั่งกระเป๋าคนนนึงจะไวครับ

ก่อนขึ้นจะมีค่ามัดจำขยะด้วยนะ เช่นเราถือขวดน้ำไป2ขวด ขาลงมาเราก็ต้องถือลงมา 2ขวด

ก่อนขึ้นทางด้านขวามือจะมีศาลพ่อปูภูกระดึง และพระพุทธรูป แวะไหว้ขอพรก่อนขึ้นภูให้เดินทางโดยปลอดภัย

พร้อมลุย มาฮะ จะขาลากหรือไม่ลาก 55555  ผมกับแฟนเริ่มเดินขึ้นประมาณ08.00น.การเดินขึ้นภูกระดึงไม่อนุญาติให้ขึ้นหลัง 14.00 น. นะครับเผื่อใครขับรถมาเองหรือว่านั่งเครื่องมาเผื่อเวลากันด้วยน้า

ก่อนขึ้นจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจบัตรเข้าอุทยาน แล้วก็ลงชื่อให้เรียบร้อยก่อนขึ้นนะ 

เดินเข้าไปด้านหลังจะมีไม้เท้า ผู้พิชิต ถือไปด้วยมันช่วยเราได้นะ แต่ตอนขึ้นไม่ได้ใช้กลัวว่าจะเป็นภาระ 5555

เส้นทางเดินขึ้นภู อุทยานศรีฐาน->ปากกกค่า->ซำแฮก->ซำบอน->ซำกกกอก->ซำกอซาง->พร่านพรานแป->ซำกกหว้า->ซำกกไผ่->ซำกกโดน->ซำแคร่->หลังแป ระยะทางขึ้นก่อนขึ้นหลังแป 5.5 กม. หลังแป 3.5 กม.(ทางราบเดินสบาย)

เย้ ถึงแล้วซำแฮก หอบแฮกๆสมชื่อ 5555 บอกเลยว่าซำแรกห้ามรีบเดินนะ จะบอกว่าซำแรก 1 กิโล เป็นซำที่เหนื่อยสุด ทางค่อนข้างชันตลอด ก่อนขึ้นอย่าลืมพกน้ำมาสักขวดเด้อ แต่หลังซำแฮกไปแล้วเดินสบาย มีชันเป็นบางช่วง ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไรหรืออาจจะเป็นเพราะร่างกายเราน่าจะเริ่มปรับตัวได้นะ ทางช่วงแรกจะเป็นต้นไม้แห้ง ค่อนข้างร้อนนิดหน่อย

เค้าบอกว่าขึ้นมาซำนี้ต้องกินแตงโม จัดไป1เสี้ยว 10 บาท ชื่นใจมาก ต่อด้วยสปอนเซอร์อีกขวด 555+

ของขายหลักๆจะเป็นพวกเครื่องดื่ม ผลไม้ พวกแตงโม สัปประรัด น้ำมะพร้าว ผลไม้ดอง ผลไม้เปรี้ยวๆก็มี อาหารตามสั่ง โอ้ยเยอะแยะเลย
แค่มีตังไปอย่างเดียว แนะนำพกไปเยอะๆสบาย 5555 ราคาอาหารตามสั่งจะเพิ่มขึ้นตามความสูงด้วยนะ

พี่ๆลูกหาบฟิตกันมากฮะ ไปก่อนเลยพี่ ผมไม่รีบ 5555

พักเหนื่อยสักพัก เดินต่อฮะซำบอน ทางไม่ชันมากแล้ว เดินชิลหน่อย 5555

ระหว่างทางเราก็จะเจอต้นไม้ใหญ่ ใบไม้เปลี่ยนสี จะร้อนอยู่ซำแรกๆ ซำหลังๆมีร่มทางไม่ชันเดินสบายๆ ระหว่างเดินก็ถามคนข้างๆด้วยนะว่าไหวหรือเปล่า อิอิ ไม่ต้องรีบเดินขึ้นหรอกเชื่อผม เก็บแรงไว้เดินเที่ยวข้างบน ^^ หลายคนกังวลว่า ถ้าปวดฉี่ ปวดขี้จะทำยังไงไม่ต้องกลัวครับเพราะว่าทุกซำมีห้องน้ำให้เราเข้า

ทางร่มแล้ว อากาศไม่ร้อนมาก

พี่ลูกหาบแข็งแกร่งมาก อย่างพี่คนนี้แบก80กิโล เราเดินขึ้นตัวเปล่ายังเหนื่อยเลย 555

เมื่อผ่านซำต่างๆมาแล้ว จนมาถึงบันไดลิง เป็นสัญญานบอกว่า เราใกล้จะถึงหลังแปแล้วเว้ย เป็นความรู้สึกแบบดีใจมาก แต่กว่าจะถึงก็ขึ้นบันไดเอาแย่เหมือนกัน 555 จะมีช่วงสุดท้ายชันมากเกือบ 90 องศา คือตัวเองเดินตัวเปล่าขึ้นก็ว่ายากแล้ว นึกถึงลูกหาบแบกขึ้นบันไดนี่อื้อหือ ยอมเลย

ในที่สุดเราก็มาถึงแล้วหลังแป สุดยอดบอกตัวเอง 5555 เป็นความรู้ที่โคตรดีใจเลยตอนนั้น ถามว่าเหนื่อยไหมก็เหนื่อยนะ แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยมากเท่าไร แต่ถึงป้ายนี้ไม่ใช่ว่าถึงที่กางเต็นท์แล้วนะ ยังจ้า ต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 3.5 กม.แต่เป็นทางเรียบแล้ว โอ้ยสบายมากขอบอก

ตรงที่ทำการ จะมีเมเปิ้ลต้นนึง สวยมาก สวยเด่นอยู่ต้นเดียว เดินขึ้นมาถึงจะเห็นพอดี เด่นเป็นสง่าอยู่ต้นเดียวเลย ตอนไปแดงเต็มต้นพอดี  กำลังเริ่มร่วง แวะถ่ายรูปสักหน่อย แลนางจะชอบมากด้วย กดไปสิบกว่าภาพเฉพาะมุมต้นเมเปิ้ล 5555  

สวยเลย ชอบๆ จริงๆแต่ละปีใบเมเปิ้ลจะแดงช่วงปลายธันวาคม-ต้นมกราคม ยังไงติดตามที่เพจอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพราะจนท.จะมีการอัพเดพตลอดครับ

ไปต่อฮะ ทางราบเรียบ ชิลๆไปเด้

จะมีต้นสนต้นนึงเป็นไฮไลท์ขึ้นอยู่กลางทาง ใครมาก็ต้องถ่ายภาพกับต้นนี้ แต่มันก็เด่นจริงนะ ขึ้นอยู่กลางทางเลย จะมี2 ที่ ขึ้นเดี่ยวๆต้นนึงกับขึ้นเป็นคู่ต้นนึง

ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงเต็มๆ จากด้านล่าง เดินขึ้นมาแบบไม่รีบ พักทุกซำ 5555 ขึ้นมาก็จัดการเอาใบจองเต็นท์จากด้านล่างมายื่น เลือกเต็นท์ โดยจนท.จะยืดบัตรปชช.ไว้วันกลับค่อยมารับคืน 
ค่าเช่าอุปกรณ์ เครื่องนอน
-หมอน ใบละ 10 บาท/คืน
-แผ่นรองนอน 20 บาท/คืน
-ถุงนอน 30 บาท/คืน
-ผ้าห่มใหญ่ 50 บาท/คืน เล็ก30บาท/คืน
ตรงนี้ที่ทำการสามารถฝากชาร์ตแบตได้ เสียบริการ 
-โทรศัพท์ครั้งล่ะ 20 บาท
-กล้อง 20 บาท
-พาวเวอร์แบงค์ 40
-แนะนำชาร์ตที่ร้านค้าฟรี

เช่าเครื่องนอนเสร็จก็นอนรอกระเป๋า เตรียมตัวอาบน้ำไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก กระเป๋ามาถึงประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆได้ ขึ้นมาเป็นล๊อตแรกเลย บางคนล๊อตหลังๆนี่ถึงมืดก็มี

เดินสำรวจร้านค้า จะบอกว่ามีทุกอย่างสากกระเบือยันเรือรบ เผื่อเราลืมอะไรลองถามได้เลยมีขาย ตั้งแต่แปรงสีฟัน ผ้าอนามัย ไฟฉาย ยาแก้ปวด โอ้ยเยอะแยะมากมาย ส่วนของกินอะไรหรอ มีหมดตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว ปาท่องโก๋ หมูกระทะ บอกแล้วว่าเตรียมเงินไปเยอะๆ5555

ราคาอาหารตามสั่ง
ส่วนใหญ่ราคา 60 บาท ข้าว/ก๋วยเตี๋ยว/โจ๊ก
หมูกระทะ/จิ้มจุ่มชุดล่ะ 500 บาท
ส่วนน้ำ ขวดใหญ่ 60 บาท ขวดเล็ก 30 บาท
แนะนำไปหลายวันให้ซื้อขวด 6 ลิตร 180 บาทคุ้มกว่า

ส่วนพวกของฝากเยอะแยะเลย ใครจะส่งโปสการ์ดก็ได้นะ

ได้กระเป๋าแล้ว อาบน้ำเสร็จ เดินมาประมาณ 2 กม. มาถึงผาหมากดูก มีเส้นทางเดินชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง อีกอย่างเพื่อนเดินเพียบ ใครจะเช่าจักรยานปั่นมาก็ได้

ผมออกเดินประมาณสี่โมงกว่าๆถึงผาหมากดูกประมาณ 5 โมงได้

วิวสวยดี คนเยอะพอสมควร เสียดายเมฆเยอะเลยไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตก สงสัยจะอาย 555

มากับแฟนมันก็จะดีแบบนี้ มุมสวยๆเยอะเลย อย่าลืมเตรียมพร๊อพ เตรียมชุดไปให้พร้อมนะ อิอิ

วิว180องศา กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา แอบเสียดายไม่เห็นพระอาทิตย์ตก

ถ่ายรูปเสร็จเดินกลับที่พัก ทางค่อนข้างมืดเตรียมไปฉายไปด้วยน้า

มาภูกระดึงทั้งที มันจะธรรมดาไม่ได้ 555เตรียมพร๊อพไฟใส่ถ่าน ซื้อจากเน็ต250บาท มาถ่ายรูปเล่น สวยดี


เล่นกับไฟหน่อย ในเต็นท์ก็โรแมนติกได้ อิอิ

ตอนเช้า ตี5 มีนัดกับเจ้าหน้าที่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น เดินไปคนเดียวไม่ได้นะต้องมีเจ้าหน้าที่นำไป อันตรายอาจจะเจอช้างป่าได้ แต่ถ้าเราตื่นไม่ทันเราเดินตามไปทีหลังได้แต่ห้ามไปก่อน ระยะทางแค่2กิโลเอง เดินประมาณ 30 นาที

ถ่ายรูปเล่นระหว่างรอพระอาทิตย์ขึ้น

รออยู่นานมาก กว่าพระอาทิตย์จะโผล่ ทำไมพระอาทิตย์ที่ภูกระดึงขี้อายจัง 555 บางคนกลับไปก่อนไม่เห็น เจ้าหน้ายังแซวบอกว่าไม่เกินเที่ยงขึ้นแน่นอน แหมม555 ตอนแรกก็จะกลับ แต่ถ่ายรูปเล่นไปเพลินๆปาไปเจ็ดโมงกว่าๆขึ้นมาแล้วเว้ย

วิวสวยเลย เสียดายไม่เห็นทะเลหมอก ความชื้นน่าจะไม่พอ มันอยู่ที่ดวงด้วยแหละเนาะ บางสถานที่บางคนไปตรงจังหวะมันก็สวย บางคนไปบอกไม่สวย แต่สำหรับผมทุกที่ธรรมชาติมีความสวยงามเสมอถ้าเราไม่คาดหวังมาก ^^

ลูกสน ใหญ่มาก มีอยู่เต็มพื้นที่ภูกระดึง

ระหว่างทางเดิน เจอตรงไหนสวยๆก็ถ่าย มีนางแบบส่วนตัวมันดีแบบนี้นี่เอง อิอิ ทริปนี้กดไป700กว่ารูป บ้าไปแล้ว 555

ถ่ายรูปกับป้ายซะหน่อย แสงสวย

มุมถ่าบรูปบนภูจริงๆนี่เยอะมากเลยนะ อากาศมีมากเหมือนได้มาฟอกปอดจริงๆ

เช้าวันนี้วันที่ 2 ของการเดินทาง หลังจากกลับจากดูพระอาทิตย์ขึ้น
เรามีนัดทัวร์บนภูและตั้งใจว่าจะไปดูพระอาทิตย์ที่ผาหล่มสักซึ่งเป็นไฮไลท์ของภูกระดึง

กินข้าวอาบน้ำเสร็จ เดินเวลาเดินทางไปผาหมากดูก ระยะทาง 9 กม.ไปกลับก็ 18 กิโล 555+ ชิวเนอะๆ
จักรยานก็มีให้เช่านะ ล้อใหญ่ 410 บาท ล้อเล็ก 360 บาท แต่ไม่เช่า อยากลองเดิน มีแผนที่ 1 อันลุยเลย

เส้นทางการเดินของเราคือ จากลานกางเต็น->ลานพระรูป->น้ำตกถ้ำใหญ่->สระอโนดาต->ตัดเข้าผาเหยียเมฆ->ผ่านผาแดง->ถึงผาหล่มสัก ระยะทางคร่าวๆประมาณ 9 กม.

ส่วนขากลับเดินเลียบผา
ผาหล่มสัก->ผาแดง->ผาเหยียบเมฆ->ผานาน้อย->ผาจำศีล->ผาหมากดูก->ตรงเข้าลานกลางเต็นท์ ระยะก็น่าจะประมาณ 9 กม.เหมือนกัน ขากลับไม่อนุญาตให้เดินตัดเข้าทางสระอโนดาตให้เดินเลียบผา เพราะอาจจะเจอสัตว์ป่าได้ แนะนำให้เดินเป็นกลุ่มๆจะได้มีเพื่อน

ที่แรกลานพระรูป แวะไหว้พระขอเดิน ก่อนเดินทางไกล อารมณ์ประมาณ เข้าค่ายลูกเสือยังไงยังงั้น แฟนบอก 555

ที่ต่อมา เป็น1ในที่ชอบมากที่สุดบนภูกระดึงน้ำตกถ้ำใหญ่

ไม่รู้ว่าด้วยดวงหรือความโชคดี มาน้ำตกแต่เจอเพียงน้ำไหลรินๆ แต่ใบเปิ้ลสีแดงสาด ร่วงหล่มเต็มพื้นเลย

นางชอบมาก บอกเลยว่าไปภูกระดึงต้องเตรียมเมมไปเยอะๆ

ใบเมเปิ้ลเยอะมาก ส่วนคนก็เยะมากเช่นกัน แนะนำว่าถ้าไปช่วงที่เมเปิ้ลแดง ช่วงต้นมกราคมจะมีโอกาสเจอเยอะสุด จากที่ถามๆคนที่เคยไปมานะ แต่ว่าไปช่วงนี้ข้อเสียคือน้ำตกจะไม่มีน้ำ

หลังจากถ่ายรูปอย่างเมามัน ไปกันต่อฮะ

จากน้ำตก เรามุ่งหน้าไปยังสระอโนดาต ระหว่างทางเจอทุ่งหญ้ากว้างๆ เลยแวะถ่าย วิวสวยเลย
มองไปฟิวประมาณทุ่งหญ้าสะวันนา มีไฮยีนากำลังวิ่งอยู่ 5555

เดินมาสักพักถึงสระอโนดาต

สระน้ำธรรมดาๆที่ไม่มีอะไรมาก แต่พอถ่ายรูปจะเห็นเป็นเงาสะท้อนน้ำ สวยมาก หลายๆคนแวะกินข้าวที่นี่(ต้องห่อมาจากลานกางเต็นท์นะสั่งให้แม่ค้าห่อให้ก็ได้)

จากสระมุ่งหน้าตรงไปยังผาเหยียมเมฆ ตรงผาเหยียบเมฆนี้มีร้านค้าด้วย เราแวะกินข้าวกันที่นี่ มีอาหารตามสั่ง ส้มตำ ของกินเยอะแยะเลย มีร้านเดียวขายดีมากๆ

ตัวๆทำท่าเหยียบเมฆดิ๊ ดู๊ดู ดูเธอทำ เธอทำท่าอะไร 555

จากผาเหยียบเมฆ เดินมุ่มตรงไปผาแดง ผาแดงไม่มีไรมากนะถ่ายรูปแล้วไปต่อ


จุดหมายปลายทางคือผาหล่มสักที่อยู่ไม่ไกลแล้ว ระหว่างทางเจอหินยื่น เลยแวะไปถ่ายจักหน่อย
ตัวๆ ทำท่ากอดหินดิ๊ ถ่ายออกมาจะเหมือนผาสูงๆมองแล้วเสียว สรุปถ่ายออกมานึกว่าลิงที่ไหน 5555

จริงๆมุมนี้เท่ดีนะ ถ่ายได้หลายมุม

สองเท้าของเราก็สามารถพิชิตภูกระดึงกะเค้าได้เหมือนกันนะเนี่ย

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงผาหล่มสัก โอ้ย 9 กม. มาถึงแว้ว ไม่เหนื่อยนะ แต่เมื่อยเอาเรื่องอยู่ ถ่ายรูปกับป้ายเป็นที่ระทึกซะหน่อย

ตรงผาหล่มสักมีร้านอาหาร ร้านส้มตำ ร้านกาแฟ อ่อมีร้านเค้กบราวนี่ด้วนะเห็นว่าต้องจองก่อนมาถึงจะได้กิน

มีเปลให้นอนพักด้วย งีบสักแปบเด้อ ค่อยไปถ่ายรูป 555

กดรัวไปเลยจ้าพี่จ๋า บอกเลยว่าเราไม่ได้ให้ใครถ่ายให้นะ เราพกขาตั้งกล้องไป

ชอบมุมนี้สุด อิอิ

ส่วนมุมไฮไลท์จะพลาดได้ไง

หินยื่น จุดไฮท์ไลท์ของภูกระดึง ถ้ามาภูกระดึงแล้วไม่ถึงผาหล่มสัก ถือว่ามาไม่ถึงนะ ต้องไปถ่ายตรงหินนี้ด้วย สวยมากมุมนี้ เสียวด้วย 555 ตอนถ่ายก็ระวังๆหน่อยเด้อ ตกไปจะไม่คุ้ม ตอนเราถ่ายกันมีแต่คนบอกว่าอย่าไปใกล้หน้าผามากเดี๋ยวตก555 จริงๆก็เสียวนะตอนนั้น

แสงลอด มองลงไปนี่แบบโคตรสูง ตูเดินขึ้นมายังไงเนี่ย

เราไม่ได้อยู่ถึงพระอาทิตย์ตก เพราะเห็นเมฆค่อนข้างเยอะด้วย พระอาทิตย์น่าจะไม่โผล่ออกให้เห็น อีกอย่างถ้ารอถึงพระอาทิตย์ตกกว่าจะเดินถึงลานกางเต็นท์ดึกแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่คนที่เดินมาจะเดินมาถ่ายรูปแล้วก็กลับจะเหลือเพียงบางส่วน ส้วนใหญ่คนที่อยู่จะเป็นพวกปั่นจักรยาน เอาไว้คราวหน้าล่ะกันเนอะ สรุปทริปนี้ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกเลยจ้า

ระหว่างทางกลับนึกขึ้นได้ว่าเตรียมพร๊อพมาด้วย

พร๊อพถ่ายรูปอันล่ะ 5 บาท เป่าเก่งซะด้วย555 จริงๆก็ดีเหมือนกันนะ ได้ฟิวไปอีกแบบ

ระหว่างทางเดินกลับเราจะเดินเลาะริมผาไปเรื่อย ไปเขาทางผาหมากดูก แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ555
ไม่ต้องห่วงถึงมืดแน่นอน แต่เพื่อนเดินเพียบไม่ต้องกลัวเลย

ระหว่างทางเดินกลับเราจะเดินเลาะริมผาไปเรื่อย ไปเขาทางผาหมากดูก แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ555

สวัสดีเช้าวันสุดท้าย อากาศดีไปอี๊ก น้ำค้างเกาะยอดหญ้า สวยดีนะ  ได้เวลาเตรียมตัวลงภู เพราะเรากลับเครื่องบินเลยต้องลงแต่เช้า  เลยรีบอาบน้ำแต่เช้า เอากระเป๋าไปชั่งฝากลูกหาบแบกลงไป เพราะกลัวว่ากระเป๋าจะถึงช้า

ไปฮะ ไม้พร้อมคนพร้อมลงได้

ขากลับเดินชิลมาก แวะถ่ายรูปกับต้นเมเปิ้ลที่เดิมแต่แทบไม่เหลือใบแว้ว

ชิลไม่ชิลดูจากท่าถ่ายรูป 555

ตรงซุ้มไผ่ก็สวยนะ ตอนขึ้นไม่มีอารมณ์ถ่ายเพราะเหนื่อย 555 เลยได้ภาพตอนลง

ซำแฮกจุดเดิม เก็บภาพไว้เป็นที่ระทึกซะหน่อย เอาจริงๆขาลงไม่เหนื่อยนะ แต่ต้องระวังข้อเท้าดีๆตรงช่วงที่ทางชันๆ

แล้วเราก็ลงมาถึง ขาลงเราใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถึงข้างล่างประมาณบ่ายโมงได้ พอมาถึงกระเป๋าก็ลงมารออยู่แล้ว

ด้านหน้าอุทยานมีผาหล่มสักจำลองให้ถ่ายรูปด้วย 555

จากอุทยาน เรานั่งรถแดงไปยังเสงี่ยมฟาร์ม แล้วต่อรถทัวร์ไปสนามบินเลยใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมงถึงสนามบิน ขากลับเรากลับไฟท์ 18.00 น.เราจองก่อนไปแค่ 2 อาทิตย์ ราคา 990 บาท ราคาก็ถือว่าโอเลยนะแพงกว่ารถทัวร์ประมาณสามร้อยกว่าบาท

เป็นไงบ้างครับ ภูกระดึง 3 วัน 2 คืนในแบบฉบับของเรา จริงๆรูปเยอะมาก กดไปหลายร้อยรูป 5555 งบประมาณคนละ 3000+ บาทได้

สรุป เป็นทริปที่มันมาก สนุก ตื่นเต้น มีความสุข ประทับใจสุดๆ เดินเท้ารวมๆแล้วเกือบ50กม.ที่สนุกมาก เป็นทริปที่เป็นความทรงจำที่ดีมากที่สุด ทริปนึงไม่ได้เหนื่อยเอาเป็นเอาตายแบบที่ใครๆเขาพูดกัน แต่มันกับทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเรื่องราวระหว่างทางมันสำคัญไม่แพ้ปลายทาง และสองข้างทางของกินเยอะมากตลอดทุกซำ 5555 ขนาดผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายยังขึ้นได้ทุกคนก็ขึ้นได้เหมือนกันครับ (ฟิตร่างกายสักหน่อยก่อนขึ้นจะได้เที่ยวสนุก) ถ้าอยากลองขึ้นเขาครั้งแรกแนะนำภูกระดึงเลยครับ  รับลองไม่ผิดหวังแน่นอน ชวนเพื่อนไปก็ได้ แต่ถ้าชวนแฟนอันนี้ก็ดี เราจะได้เรียนรู้กันและกันมากขึ้น ยังไงก็ฝากรีวิวนี้ไว้ด้วยน้า ใครอยากสอบถามข้อมูลอินบ็อกได้เลย เจอกันทริปหน้าครับ^^

ความคิดเห็น