Mori Natural Farm – ฟาร์มสเตย์สุดน่ารัก กลางหุบเขา จ.เชียงใหม่ | Bliss Out There รีวิวโดย Bliss Out There

เที่ยวเชียงใหม่ยังไง ให้เหมือนไปเที่ยวญี่ปุ่น อยากรู้ก็ตามมาดูในรีวิวนี้เล้ยยยย ! ต้นปี 2020 นี้ Bliss out There ขอพามาพักผ่อน ชิลล์ๆที่ “Mori Natural Farm” ฟาร์มสเตย์ กลางหุบเขา ที่อากาศดี๊ดีย์ เย็นสบายยย บ้านพักมีหลายแบบหลายสไตล์ แถมราคาน่ารักอีก! พี่ๆ เจ้าของฟาร์มก็ใจดี เป็นกันเอง เค้าปลูกผัก ช

Mori Natural Farm – ฟาร์มสเตย์สุดน่ารัก กลางหุบเขา จ.เชียงใหม่ | Bliss Out There

Mori Natural Farm – ฟาร์มสเตย์สุดน่ารัก กลางหุบเขา จ.เชียงใหม่ | Bliss Out There

 วันพฤหัสที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 21.36 น.

 วันที่เดินทาง 3 ม.ค. 2563

เที่ยวเชียงใหม่ยังไง ให้เหมือนไปเที่ยวญี่ปุ่น

อยากรู้ก็ตามมาดูในรีวิวนี้เล้ยยยย !

ต้นปี 2020 นี้ Bliss out There ขอพามาพักผ่อน

ชิลล์ๆที่ “Mori Natural Farm” ฟาร์มสเตย์

กลางหุบเขา ที่อากาศดี๊ดีย์ เย็นสบายยย

บ้านพักมีหลายแบบหลายสไตล์ แถมราคาน่ารักอีก!

พี่ๆ เจ้าของฟาร์มก็ใจดี เป็นกันเอง เค้าปลูกผัก

ชนิดต่างๆตามธรรมชาติเลยด้วย ที่เดียวครบ จบทั้ง

พักผ่อน ถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์ ต้องมาแล้วล่ะ

การเดินทาง : ที่พักอยู่ในอ.แม่ริม ขับรถจาก

ตัวเมืองมาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง หรือ จะขึ้นรถ

ประจำทางจาก ตลาดวโรรส (ใกล้กับกาดหลวง)

แล้วมาลงที่เซเว่นโป่งแยงก็ได้ หลังจากนั้นก็

โทรแจ้งที่พัก ให้เค้าไปรับได้เลยยยย : – D

เลี้ยวเข้ามาจากหน้าปากซอยทางเข้าปุ๊บ!

ก็ให้สังเกตป้ายนี้ที่ซ้ายมือเลยจ้า แปลว่าเรามาถึงแล้ว

ใครที่นำรถยนต์มาเอง จอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้โทรหาที่พักได้เลยย แล้วเดี๋ยวพี่ปอ (พี่เจ้าของที่นี่)

จะลงมาช่วยเรายกของหรือหากของไม่เยอะมาก

ก็สามารถเดินขึ้นมาตามโคมไฟสีเขียวๆ มาได้เลยยย

ยิ่งเดินขึ้นมาสูงขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะได้พบกับ

วิวที่สวยขึ้นเท่านั้น !! วิวตอนเช้าของที่นี่ ดีงามม๊ากกก

ยิ่งใครไปช่วงนี้ บอกเลยว่าต้องเจอกับอุณหภูมิ

เลขหลักสิบแน่ๆ ฟินนนนนนนนน <3

ความพิเศษของที่นี่ ก็คือการปลูกพืชแบบธรรมชาติ

นี่แหละ พี่ปอเจ้าของที่พักเล่าว่าอาหารของแขกที่

เข้าพัก พี่ๆเค้าก็ใช้ผักที่เค้าปลูกกันเองนี่แหละ

เดินขึ้นมาอีกนิด จะเจอกับสวนสตรอเบอร์รี่ไซส์มินิ

ที่จะมีพี่ๆ คอยมาเก็บลูกที่สุกแล้ว เอาไปทำอาหาร

ให้แขกที่เข้าพัก แล้วก็แบ่งบางส่วนมาขายให้กับ

แขกที่อยากซื้อกลับด้วยน้าาาาา

เมื่อเดินขึ้นมาถึงโซนส่วนกลาง ด้านบนสุด

ของที่พักแล้วเราก็จะได้ชื่นชมกับวิวหุบเขา

180 องศา แบบนี้เลยจ้า จากมุมนี้ เราสามารถ

มองเห็นบ้านพักทุกหลังเลย แถมยังเห็นฟาร์มอื่นๆ

ที่อยู่ใกล้กับที่พักของเราด้วย >//<

ที่นี่มีน้องหมาน่าร๊ากกก ชื่อน้องมิกกิ(สีขาว)

แล้วก็น้องฮาชิ(สีน้ำตาล) พันธุ์อะคิตะจากญี่ปุ่น

น้องๆ มาอยู่ที่นี่กันตั้งแต่ 2 เดือนครึ่งกันเลย

แถมยังมีน้องแมกซ์ น้องโกวเด้นท์ใจดีอีกหนึ่งตัวนะ!

น้องๆ เฟรนลี่สุดๆ ใครได้ไปที่นี่ เล่นกับน้องๆได้เลย

ทุกๆวันช่วง 10 โมงเช้าหลังเวลาอาหารเช้า

ของแขกกับช่วง 6 โมงเย็นของทุกๆวัน พี่ปอจะพา

น้องหมาออกมาเดินเล่นในฟาร์มด้วยนะ ใครที่เห็น

น้องๆเดินผ่านหน้าบ้านพัก ก็ทักทายน้องๆได้ : – 3

บ้านพักเรียวคัง

มาเริ่มกันที่บ้านหลังแรกกันเลยย

”บ้านเรียวคัง” บ้านพักสไตล์ญี่ปุ่น

ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยเด้อออ

ด้านในตัวบ้าน มีหลายโซนให้เราเลือกชิลล์กัน

ทั้งห้องนอน ห้องเล่น ระเบียง หรือแม้แต่ห้องน้ำ!

เรียกได้ว่าหลังนี้ ถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยเด้อ

หากใครมีเวลาจองล่วงหน้านานๆ เราแนะนำหลังนี้

เพราะจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นนน

ราคา 4,800 บ. / คืน (สามารถเสริมเตียงได้ 1 คน)

เข้าพักได้ 2 คน ราคานี้พร้อมอาหารเช้าเรียบร้อยยย

หากเสริมคนที่ 3 บวกเพิ่ม คนละ 1,000.-

พร้อมอาหารเช้า เด็กโต บวกเพิ่ม 500.

เด็กเล็กเข้าพักฟรีไปเลยจ่ะ

บ้านหลองข้าว

”บ้านหลองข้าว” ตกแต่งสไตล์ล้านนา

จุดเด่นคือพื้นที่ส่วนกลางของตัวบ้านที่กว้างขวางสุด

จะเลือกนั่ง/ยืนดูวิวจากระเบียงหน้าบ้านพัก

หรือจะชวนเพื่อนลงมานั่งเม้าท์มอยด้านล่าง

บ้านพักก็ยังได้ หลังนี้เหมาะมากๆสำหรับ

คนที่มากันเป็นแก๊ง เพราะนอกจากห้องนอน

และใต้ถุนบ้านแล้ว ด้านหน้ายังมีสนามหญ้ากว้างๆ

ให้มานั่งแคมป์ปิ้งกันได้อีกด้วยนะเออ

ราคา ราคา 4,500 บ. / คืน (สามารถเสริมเตียงได้ 1 คน)

เข้าพักได้ 2 คน ราคานี้พร้อมอาหารเช้าแล้วน้า

เงื่อนไขเรื่องเพิ่มคนเข้าพัก เหมือนหลังแรกเลยจ้า

ด้านในห้องพัก จะตกแต่งด้วยงานไม้แกะสลัก

แบบล้านนาเชียงใหม่ พร้อมกับของประดับตกแต่ง

แนวจักสานน่ารักๆ บอกเลยว่าเจียงใหม่แต้ๆจ่ะหลังนี้

บ้าน Cottage Garden

เอาใจคนรักกระท่อมบ้านสวนหลังเล็กๆ

กะทัดรัดกันบ้าง ถึงจะดูเล็กกว่าหลังอื่นๆ

แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ครบครันน้า

พอเข้ามาก็จะเจอกับเตียงคิงไซส์ พร้อมโซน

นั่งเล่น แถมประตูบานใหญ่ เปิดรับลมเย็นๆ

แอบกระซิบบอกว่า หลังนี้วิวดี๊ดี ใกล้เขาแบบสุดๆ

เหมาะกับใครที่อยากมาสวีทกับแฟนมั่กๆ

หรือถ้ามากับเพื่อน ห้องนี้ก็ช่วยเซฟงบไปได้

ราคา 4,000 บ. / คืน (สามารถเสริมเตียงได้ 1 คน)

เข้าพักได้ 2 คน ราคานี้พร้อมอาหารเช้าแล้วเช่นกันจ้า

ไฮท์ไลต์ของห้องนี้ก็คือ โซนห้องอาบน้ำ

ที่เราจะได้เห็นวิวธรรมชาติแบบจัดเต็มไปเลยจ้า *O*

หลังจากที่เราพักผ่อนกันไปเต็มอิ่มเมื่อคืนนี้

ก็ถึงเวลาตื่นมาทานอาหารเช้ากันแล้วว

ตรงนี้จะเป็นส่วนกลางของที่พักที่เราเคยบอกน้า

สังเกตง่ายๆ ก็คือจุดเช็คอิน หรือจุดบนสุดของที่พัก

เราเลือกมานั่งรับลมเย็นๆ กันที่โซนด้านนอก

บรรยากาศดีๆ กับมื้อเช้าอร่อยๆแบบนี้ แถมวิวก็ส๊วยสวย

ชุดอาหารเช้าที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้พวกเรา

จะเสิร์ฟพร้อมกาแฟดริปร้อนๆ หรือจะเลือกเป็น

น้ำส้มสดชื่นๆ ก็ได้ โดยผักและผลไม้ที่พี่เค้าใช้

จะเป็นผักจากฟาร์ม ที่พี่ปอปลูกเองเลยแหละ

แถมยังมีขนมปังกระเทียม กับขนมปังงาดำด้วย

ใครทานชุดเดียวไม่อิ่ม ก็รีฟิลได้จ้าาา : – p

พวกเราโชคดี ได้เกียรติจากพี่ปอ

มาดริปกาแฟร้อนๆให้เราชิมด้วยตัวเองเลย!

กาแฟรสชาติเข้มถูกใจคอกาแฟแน่นอน

ใครไม่ชอบเข้มๆ พี่เค้าก็เตรียมนมสดไว้ให้เรียบร้อย

และสำหรับทริป Mori Natural Farm ของเรา

ก็จบลงแล้วน้า ใครที่ชอบที่พักใกล้ชิดธรรมชาติๆ

แบบนี้ ก็ลองตามเราไปที่นี่กันได้ รับรองไม่ผิดหวัง

สำหรับรอบหน้า Bliss out There จะพาไปชิลล์

พาไปเที่ยว ที่ไหน อย่าลืมติดตามกันน้าาา

ฝากทุกคน กด like เพจ Bliss Out There ด้วยฮับ

https://www.facebook.com/BlissOutThere/

เข้าไปอ่านบทความทั้งหมดของเราได้ที่

http://blissoutthere.com/

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า สำหรับวันนี้ไปแล้วว

ขอบคุณที่ติดตามกันจ้า รักทุกคนเสมอออ <3

ความคิดเห็น