ลาลั้นลา Sapa สวิสเซอร์แลนด์แดนเวียดนามเหนือ รีวิวโดย Jkimney

ทริปนี้เราเดินทางกัน2คน 2วัน1คืนที่ซาปา เริ่มต้นเดินทางจากดอนเมือง-ฮานอย เพื่อที่จะเดินทางไปซาปา มาเริ่มกันเลย ไฟล์ทที่จอง 18.30 แล้วเวลาเลิกงาน 17.00 งานนี้รีบสุดตัวเลยจ้าา วิ่งและวิ่งเท่านั้น ไปถึงเกทก็คนเรียงคิวบอร์ดดิ้งแล้ว เกือบแล้ว.....เกือบไม่ทัน T_T เก็บบรรยากาศที่ดอนเมืองก่อนเหินฟ้าไปฮานอย

ลาลั้นลา Sapa สวิสเซอร์แลนด์แดนเวียดนามเหนือ

ลาลั้นลา Sapa สวิสเซอร์แลนด์แดนเวียดนามเหนือ

 วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 09.18 น.

 วันที่เดินทาง 3 ม.ค. 2563

ทริปนี้เราเดินทางกัน2คน 2วัน1คืนที่ซาปา เริ่มต้นเดินทางจากดอนเมือง-ฮานอย เพื่อที่จะเดินทางไปซาปา มาเริ่มกันเลย ไฟล์ทที่จอง 18.30 แล้วเวลาเลิกงาน 17.00 งานนี้รีบสุดตัวเลยจ้าา วิ่งและวิ่งเท่านั้น ไปถึงเกทก็คนเรียงคิวบอร์ดดิ้งแล้ว เกือบแล้ว.....เกือบไม่ทัน T_T เก็บบรรยากาศที่ดอนเมืองก่อนเหินฟ้าไปฮานอย

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงสนามบิน Noi Bai International Airport ฮานอย ประเทศเวียดนามเป็นที่เรียบร้อย อ่อ...ตั๋วรถนอนที่เราจอง จุด picking up คือที่สนามบินฮานอย เดินออกจากสนามบินมารอตรงเสาหมายเลข1

หน้าตารถนอน สีชมพูหวานแหววจอดเทียบชานชาลา ประมาณนี้ ^^

นี่คือบรรยากาศด้านใน ธรรมเนียมรถนอนที่เวียตนามคือ ทุกคนต้องถอดรองเท้าใส่ถุง culture shockไปอีก O_O ตอนขึ้นรถพนักงานจะแจกถุงใส่รองเท้าเด้อออ

ทางไปจองรถนอน ตามนี้เลยจ้าา

-ขาไป ฮานอย-ซาปา https://booking.baolau.com/s/hanoi/sapa 

มีให้เลือกหลายบริษัท และหลายวิธี ทั้งรถนอนและรถไฟ แต่รู้สึกว่ารถนอนจะถูกกว่ารถไฟนะ เราเลือกใช้รถนอนของบริษัท Inter Line Bus จำง่ายๆ โลโก้เสือดาว

-ขากลับ ซาปา-ฮานอย https://sapaexpress.com/en

จุดขึ้นรถนอนอยู่บริเวณสระใจกลางซาปา มีหลายบริษัทเลยหล่ะ ส่วนเราจองของบริษัทSapaExpress โดยส่วนตัวคิดว่า รถนอนบริษัทนี้ดีกว่าตอนขาไป ด้วยspaceที่นอน และราคา  เลิฟเลยจ้าา หากจองเจ้านี้ทั้งขาไปและขากลับจะได้ส่วนลดด้วยนะ แล้วถ้าหากจะขึ้นรถที่สนามบินฮานอย ก็Remarkไปตอนจองว่า Picking Up ที่สนามบิน แล้วก็ควรติดต่อกับบริษัทให้เรียบร้อยเรื่องรับส่งตรงไหน 

เดินทางมาถึงซาปา ใช้เวลาประมาณ 5ชั่วโมงได้ ถึงตอนเช้าพอดี ตี5 ฟังไม่ผิดค่าท่านผู้ชม จะเดินไปที่พักก็กระไรๆอยู่ จากจุดจอดรถไปที่พักเดินเป็นกิโล งานนี้เปิดGrabเรียกแท๊กซี่เลยจ้า วิธีนี้เราจะโดนโกงน้อยที่สุด

Day 1 พักที่โอมสเตย์ Sapa Tatu Homestay 234,000VND/night (=300THB/night) คือแบบคุ้มมาก คุ้มสุด มีอาหารเช้าให้ด้วยนะ ฟินนนน แต่........ทางเข้าโฮมสเตย์หายากลืม เดินวนอยู่เป็นชั่วโมง ทะเลาะกับGoogle Mapก็แล้ว สุดท้ายเจอทางเข้าเพราะมีท่องเที่ยวเดินออกมาพอดี

บรรยากาศตอนเช้านั้นดีจริง


เติมพลังด้วยมื้อเช้าก็ไปลุยกันเลย ไหน...ซาปาเป็นไง ไปดูซิ....

ตึกรามบ้านช่องที่นี่คล้ายยุโรปนะ แต่ก็จะมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียอยู่บ้าง ที่โดดเด่นสุดเห็นจะเป็น Sun PLaza มันคือตึกเหลืองโดดเด่นท่ามกลางเมืองซาปา ขึ้นไปชั้นสอง มีของขายเยอะเลย หลากหลายแบรนด์ ที่สำคัญมีส่วนลดสำหรับคนไทย ก๊อปไม่ก๊อปเชิญชมด้วยตาตัวเองเลยเด้ออ ส่วนราคานั้นใช้ได้เลยทีเดียว และหากจะไปพิชิตยอดเขา Fansipan ต้องมาซื้อตั๋วที่ห้าง Sun Plaza แห่งนี้ 

เข้าไปด้านในจะเจอเคาเตอร์ขายตั๋ว และคนยืนเรียงรายรอซื้อตั๋วเพื่อไปพิชิตเขาFansipan ตั๋วขึ้นกระเช้า ไป-กลับ 750.000VND (=975THB) แนะนำว่าให้ซื้อแค่ตั๋วขึ้นกระเช้า ส่วนตั๋วรถไฟไปที่จุดขึ้นกระเช้า เรียกGrab หรือมอไซค์ด้านหน้าห้าง เพราะถูกกว่าเยอะเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสกิลการต่อรองล้วนๆ :-P

Sun World Fansipan Legend Map ชี้เป้าสถานที่ต่างๆก่อนเดินไปถึงยอดเขา บอกเลยว่าวิวระหว่างทางนั้นสุดยอดมากก ความเหนื่อยล้าก็สุดยอดเช่นกัน ฟิตแล้วเดินต่อไม่รอแล้วนะ ^^

ระหว่างทางไปขึ้นกระเช้า คือมันดีย์มาก เป็นสวนดอกไม้ ไม่รู้ว่าดอกอะไร แต่คือสวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ให้ภาพมันบรรยาย....

เดินมาเรื่อยๆ จะเจอสถาปัตยกรรม คล้ายแท่งน้ำแข็งตระหง่าน มีม้าให้เช่าถ่ายรูปด้วย ค่าถ่ายรูปไม่รู้เท่าไร เพราะเราถ่ายฟรี ^^

กว่าจะเดินไปขึ้นกระเช้าได้นั้น มีสิ่งสวยงามให้เก็บบรรยากาศระหว่างทางเยอะเลย วัดแห่งนี้ก็เช่นกัน จะเรียกยังไงดีหล่ะ จะจีนก็ไม่ใช่จีนทั้งหมด เรียกวัดกึ่งจีนละกัน 

ข้ามมาตอนวิวรอบข้าง ขณะนั่งบนกระเช้าเลยดีกว่า Stunning มากก ว้าววว จนไม่รู้จะว้าวยังไง มองไปทางไหนก็สวยไปหมด และนี่คือClimaxระหว่างทางนั่งกระเช้า วิวหลักล้านนน ยิ่งสูงยิ่งสวย และอาการข้างเคียงที่สัมผัสได้คือ หูอื้อ ด้วยที่ความกดอากาศด้วยอะเนอะ

พอกระเช้ามาส่งถึงที่ เราต้องเดินขึ้นบรรไดอีกลายร้อยขั้น ท่ามกลางหมอกอันหนา และอากาศที่หนาวเหน็บ หนาวแบบมือแข็ง โอ้วว..แม่เจ้า แนะนำเลยค่าว่าควรพกถุงมือมาด้วย ด้วยความปรารถนาดี :) สำหรับมนุษย์ที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหา มีกระเช้านั่งต่อไปยังยอดFansipan เราจำราคาไม่ได้เพราะเลือกฝ่าความหนาวขึ้นไป

บรรยากาศระหว่างทางสวยไม้แพ้จุดหมายปลางทางเลยจริงๆ

ระหว่างทางขึ้นจะมีวัด พระพุทธรูป เจ้าแม่กวนอิม ตามความเชื่อชาวเวียดนามให้สักการะ ไม่รู้ว่าธรรมเนียมเขาทำกันยังไง ก็ไหว้มันเหมือนเมืองไทยนี่แหล่ะ

และแล้วก็ถึงจุดสูงสุด 3,134Mจากระดับน้ำทะเล ทุกคนที่ขึ้นมาจะต่อคิวถ่ายรูปกับสามเหลี่ยมนี้แหล่ะจ้าา ฝ่าความหนาวมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ กดชัตเตอร์รัวๆกับความภาคภูมิใจพิชิตเขาที่เคลมว่าสูงสุดในอินโดจีน :)

เสร็จภารกิจพิชิตยอดเขาFansipan ก็ไปเที่ยวในตัวเมืองซาปาต่อ จะบอกว่าขากลับเข้าในตัวเมืองซาปานั้นนนน ต่อรองราคากับแท๊กซี่อยู่นาน บุ๊คGrabก็แล้ว แต่ฮีไม่ไปส่งจ้าา เพราะฮีต้องการอัปราคาที่มากกว่าGrab สุดท้ายตกลงราคากันได้ ฮีก็ยอมไปส่ง ปัดโถ่วว ใกล้นิดเดียวทำมาโก่งราคา นี่แหล่ะน้าาาาาเขาบอกว่าเรามาถึงเวียดนามแล้วอย่างแท้จริง ;-(

ฟีลลิ่งเหมือนอยู่ในประเทศสวิสเซอแลนด์เลย

เรียกได้ว่าตรงนี้ คือลานกลางแจ้ง ลานกิจกรรมของคนที่นี่ ร้อง เล่น เต้น นั่งชิว ได้หมดถ้าสดชื่น

ด้วยความที่เป็นเวียดนาม คาเฟ่นั้นเยอะเหลือเกิน เลือกนั่งเลยจ้า ราคากลางๆพอรับได้ รสชาติก็โอเคอยู่นะ

และ signature อีกอย่างนึงคือเด็กกระเตงน้อง คือจะเห็นได้ทั่วเลย ขายของ บลาๆ แต่เค้าจะพูดเวียดนามนะ ฟังไม่ออกแต่ก็จะขาย เรียกได้ว่าน้องยัดเยียดขายดีกว่า ข้อห้ามเลยคืออย่าซื้อหรือให้เงินน้อง ไม่งั้นจะกรูกันเข้ามาเต็มเลย

และนี่คือชีวิตของคนที่นี่ ชาวเขาที่ปลูกผักขายเป็นอาชีพ จะแบกตระกร้าส่งผักตามร้านอาหาร โรงแรม

Night life @Sapa กลางคืนจะมีตลาดNight Market เกาลัดขายดีมาก และราคาถูกมากก ลูกใหญ่ด้วย คั่วสดๆ ฟินมากกก 

ส่วนใหญ่คนที่นี่ขายของแฮนด์เมด เสื้อหนาว ผ้าพันคอ หมวก ของกิน แม่ค้าพูดภาษาไทยด้วยเด้อ ซื้อขายเป็นเงินไทยก็ได้ ต่อรองราคาสนุกที่สุดบอกเลย


Day2 หมู่บ้าน Cat Cat 

สารภาพเลย ตอนแรกแพลนจะไปดูนาขั้นบรรได ซึ่งใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมง แต่ระหว่างเดินทางไปยังจุดหมาย อากาศไม่ดีเอามากๆ หมอกหนาสุด มองแทบไม่เห็นทาง

และสิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแพลนคือ ป้ายกลางถนนอันนี้ ก็พอรู้นะว่า "ห้ามเข้า" เลยไม่เสี่ยงดีกว่า เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมา มันไม่คุ้ม

เราจึงกลับมาตั้งหลักในเมืองซาปา และมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านCat Cat สำหรับการเดินทาง จะขับมอไซค์หรือเดินไปก็ได้  ถ้าขับมอไซค์ 5นาทีก็ถึงจากใจกลางเมืองซาปา ถามว่า ไปยังไง? Google Mapนำทางเลยจ้าาา ทางลงหมู่บ้านนั้นชันมากก เสียวด้วย ขับกันระวังเด้อ และถนนนั้นแฉะมากก ไม่เข้าใจว่าทำไมชาวเวียดนามชอบล้างหน้าบ้าน น้ำก็ไหลเจิ่งนองถนนไปสิ

พอมาถึงต้องซื้อตั๋ว ค่าเข้าหมู่บ้าน 70.000VND (91THB) และหากขับมอไซค์ไป จะต้องเสียค่าจอดอีก 10.000VND (13THB) แต่...จอดฟรี!!! หากเช่าชุดชนเผ่ากับทางร้าน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมเช่าใส่กันเพื่อถ่ายรูป ....จ่ายค่าเข้าก็ลุยเลยยย เดินตามแผนที่เลยเด้อออ จะบอกว่าวิวดีย์มากกกก มองไปตรงไหนก็สวยไปหมด เขียวตลอดทาง ชอบบบบบบบบบ

มันดีย์ใช่ไหมละ ^^ เรียกว่ากดชัตเตอร์ได้ทุกมุมจริงๆ

ชุดชนเผ่า มีให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์มากกกกก ทั้งแบบดั้งเดิมและโมเดิร์น ชุดฮันบกก็มีเด้อ เลือกตามใจชอบเลยยยย นี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้น

ของ Handmade จากชาวม้งที่วางเรียงรายตามสองข้างทาง เกร๋ดี

Welcome to Cat Cat Village นี่น่าจะเป็นศูนย์กลางหมู่บ้าน สิ่งสวยงามเต็มไปหมด หันไปทางไหนก็สวย ว้าวมาก

ก๊อปปี้ดานังก็มา แต่ไม่เป็นไรเนาะประเทศเดียวกัน ถือว่าโอเคอยู่

กังหันน้ำอันนี้ใช้งานได้นะ ไม่ได้มีไว้แค่โชว์เด้ออ ภูมิปัญญาชาวม้ง ดีงาม

เห็นหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้ มีครบทุกอย่างเด้อ ภูเขา ลำธาร ป่า น้ำตก

และหากจะเก็บให้ครบทุกสถานที่ตามแผนที่ แพลนไปเลย 1 วันเต็ม เดินครึ่งวันยังไม่ได้ครึ่งเลย เราเดินมาถึงน้ำตกแล้วตัดสินใจเดินกลับทางเดิม เพระาเดินต่อไม่ไหวล้าวววว

โดยรวมนะ ซาปาดีงามจริงๆ วิว ที่พัก ผู้คนน่ารักมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องการสื่อสาร เพราะคนที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้ อยากให้ลองไปสัมผัสกัน แล้วคุณจะรักหลงรักซาปา....

ค่าใช้จ่ายโดยรวม ต่อคน

ค่าตั๋วเครื่องบิน  ไป-กลับ 2,610 บาท

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทุกอย่าง 3,700 บาท

ค่ารถนอน ฮานอย-ซาปา 464 บาท

ค่ารถนอน ซาปา-ฮานอย 369 บาท

ความคิดเห็น