" สันป่าเกี๊ยะ " ขึ้นไปนอนหนาว แล้วดูวิวดอยเชียงดาว | เชียงใหม่ รีวิวโดย เที่ยวแบบเรา : Once-a-month

เปิดทริปแรกของปี 2562 กันที่ " เจียงใหม่จ้าว " ใครเป็นบ้างมาเชียงใหม่เหมือนกลับบ้าน มาบ่อยยิ่งกว่าอะไร มาที่ไรจุดหมายแทบจะไม่เคยซ้ำกันเลย ทริปนี้ก็เช่นกันเราตั้งใจจะมาถ่ายรูปดอกพญาเสือโคร่ง ซึ่งวันที่เรามาเป็นช่วงวันเด็ก ปกติแล้วดอกพญาเสือโคร่งก็จะเริ่มบาน แต่ปีนี้แต่ละที่ก็ทยอยบานเต็ม 100% กันตั้งป

" สันป่าเกี๊ยะ " ขึ้นไปนอนหนาว แล้วดูวิวดอยเชียงดาว | เชียงใหม่

" สันป่าเกี๊ยะ " ขึ้นไปนอนหนาว แล้วดูวิวดอยเชียงดาว | เชียงใหม่

 วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.31 น.

 วันที่เดินทาง 11 ม.ค. 2563

เปิดทริปแรกของปี 2562 กันที่ " เจียงใหม่จ้าว " ใครเป็นบ้างมาเชียงใหม่เหมือนกลับบ้าน มาบ่อยยิ่งกว่าอะไร มาที่ไรจุดหมายแทบจะไม่เคยซ้ำกันเลย ทริปนี้ก็เช่นกันเราตั้งใจจะมาถ่ายรูปดอกพญาเสือโคร่ง ซึ่งวันที่เรามาเป็นช่วงวันเด็ก ปกติแล้วดอกพญาเสือโคร่งก็จะเริ่มบาน แต่ปีนี้แต่ละที่ก็ทยอยบานเต็ม 100% กันตั้งปีใหม่ พอเรามาถึงก็เริ่มร่วงแล้วก็แตกใบเขียวๆ จะเต็มต้นแล้ว แล้วจุดหมายที่เราตั้งใจมากันที่สุด อีกอย่างนึงก็คือ อยากไปกางเต็นท์นอนมองยอดดอยหลวงเชียงดาวจากสันป่าเกี๊ยะ เรื่องราว เส้นทาง บรรยากาศจะเป็นยังไงไปติดตามกันต่อได้เลย

" BKK - CNX "


เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในคืนวันพฤหัสบดี 9 มกราคม 62 แพลนจะออกจากกรุงเทพกันตอนเที่ยงคืน โอ้เอ้กันจนเลทไปจนเกือบตีหนึ่งกว่าจะได้ออก แต่ก็นะไปกันเองจะเปลี่ยนแพลนตอนไหนก็ได้ 😝😝 ทริปนี้เราก็ไปกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจเจ้าแดง Honda CB500F ของเราอีกตามเคย

จุดหมายแรกของเราคือ " สถานีเกษตรที่ราบสูงสันป่าเกี๊ยะ ดอกแม่ตะมาน อ. เชียงดาว " ระยะทางก็ประมาณ 750 กม. นั่งกันให้ตูดชากันเลย

อย่างที่บอกเรามากันช่วงวันเด็ก เพิ่งจะต้นปีเองแต่ทำไมอากาศในกรุงเทพมันร้อนขนาดนี้ ตอนเราจัดแพคของขึ้นรถไม่มีความเย็นในอากาศเลย ลุ้นกันว่าไปถึงโน้นมันจะหนาวมั้ยเนี่ย พอจัดการกับของบนรถเสร็จก็เดินทางกันเลย

เดินทางกลางคืนก็ดีไปอีกแบบ รถไม่เยอะ แดดไม่ร้อน ขี่กันไปผ่านจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ พอเข้าอุทัยธานี นครสวรรค์ อากาศก็เริ่มเย็นลง เลยขี่กันสบายขึ้นหน่อย

05.30 น. ขี่ๆ กันไปก็เริ่มมีอาการง่วง เลยต้องแวะงีบกันก่อนหน้า 7-11 เนี่ยแหละสว่างดี ตอนนี้ก็ถึงกำแพงเพชรจะเข้าตากแล้ว อากาศดี เย็นกว่าเดิม หลังจากงีบไปได้ 1 ตื่นแล้วก็เข้าไปซื้อกาแฟมาโด๊ฟเพิ่มกันอีกนิดนึง ระหว่างนั้นพระอาทิตย์ก็เริ่มจะส่องแสงแล้ว ทำธุระเข้าห้องน้ำ เติมน้ำมันอะไรเสร็จก็เดินทางกันต่อ

07.45 น. ขี่กันมาเรื่อยๆ จนมาถึง อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ก็เริ่มจะหิวกันแล้ว เลยแวะเติมพลังกันก่อน อากาศตอนนี้เย็นมาก ขี่มาตัวสั่นตลอดทางเลย ขนาดแดดออกแล้วก็ไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นเลย เป็นไงล่ะกลัวอากาศไม่หนาว ตอนนี้หนาวซะใจเลยมั้ยล่ะ 😛 ก๋วยเตี๋ยวหมูร้อนๆ น่าจะช่วยเราได้ ซดน้ำซุปร้อนๆ ก็ค่อยยังชั่ว กินเสร็จก็นั่งพักกันอีกสักแปปก็ออกเดินทางต่อ

12.30 น. มาถึงปากทางขึ้นสันป่าเกี๊ยะ กว่าจะมาถึงระหว่างทางจากเถินนี่พักกันถี่มากเลย ไม่ใช่อะไรเมื่อยตูดเนี่ยแหละ ถึงปากทางก็ขี่เลยมานิดนึงจะมี 7-11 อยู่เราแวะซื้อเสบียงกันก่อนขึ้นไป

ใครที่จะมาสามารถปักหมุดว่า " ปากทางดอยแม่ตะมาน " ได้เลย จากที่สอบถามมาเส้นทางนี้ขึ้นง่ายที่สุดแล้ว ในบรรดาหลายๆ เส้นทางที่สามารถขึ้นสันป่าเกี๊ยะได้ จากปากทางไปจนถึงยอดระยะทาง 23 กม. เป็นทางคอนกรีต 5 กม. ส่วนที่เหลือเป็นทางลูกรังอีก 18 กม. เอ๊ะนี่เรามาสายทางดินแบบนี้แล้วหรอเนี่ย ยังไงก็เตรียมตัวให้พร้อมนะ สำหรับสายมอไซค์อย่างเราใส่ผ้าบัฟกันฝุ่นไว้ด้วยก็ดี ว่าแล้วก็ไปลุยกันเลย


จากปากทางเราก็ขี่ตรงมาเรื่อยๆ ( ย้ำว่าตรงอย่างเดียวเลยนะ ) ขี่ผ่านหมู่บ้านขึ้นมาแปปเดียวเราก็จะเจอกับด่านเก็บเงิน ลงชื่อพร้อมชำระค่าเข้ากันตรงนี้ ค่าเข้าก็คนละ 20 บาท ส่วนรถของเราก็คันละ 20 บาท พอลงชื่อเสร็จเราก็ขี่ขึ้นมากันต่อ

จากด่านขึ้นมาก็ยังเป็นทางคอนกรีตอยู่ แต่ขี่ไปสักพักก็จะตัดเข้าทางดิน ทางชันขึ้นเนินเป็นบางช่วงสลับกันไปกับทางเรียบ จะบอกว่ามันเรียบเหมือนราดยางมันก็ไม่ใช่ ก็จะมีหลุมบ้าง ร่องน้ำตรงกลางบ้าง แล้วทางบางช่วงก็แคบและเป็นโค้งมุมอุบ พยายามบีบแตรให้สัญญาณกันรถที่จะสวนมาด้วยนะ ไม่งั้นได้จ๊ะเอ๋กันในโค้งแน่นอน สภาพทางก็ถือว่าโอเคนะ ไม่ได้ขี่ยากมากอย่างที่คิด พยายามตามไลน์รถ 4*4 โดดๆ เด้งๆ ก้นกระแทกกันบ้าง

ส่วนที่เป็นโค้งขึ้นเนินชันส่วนใหญ่เค้าก็เทคอนกรีตไว้ให้นะ ก็จะสบายหน่อย ช่วงที่เราไปโชคดีหน่อยที่ไม่ค่อยมีฝุ่นหนา เพราะตอนปีใหม่ฝนเพิ่งกระหน่ำไป

ระหว่างทางก็จะเจอกับน้องวัว นอนอาบแดดกันเต็มถนนเลย และขี้ของมันก็เยอะเช่นกัน นอกจากจะหลบหลุมแล้ว ยังต้องหลบขี้วัวกันนุกเลย 555

13.45 น. ขี่ตรงขึ้นไปเรื่อยๆ เราก็จะมาเจอ 3 แยก มีป้ายบอกทางเลี้ยวขวาไปโรงเสันป่าเกี๊ยะ ซ้ายเป็นสถานีเกษตร ตรงแยกนี้เราต้องมาทางซ้ายนะ จากตรงนี้ก็ใกล้จะถึงแล้วอีกอึดใจเดียว ขี่ตรงเข้ามาเรื่อยๆ เลย ไม่ต้องแวะแยกไหนแล้วนะ

แล้วเราก็มาเจอกับ " หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน " อยู่ทางขวามือ ให้เราขี่ตรงตามทางมาเลย ไม่ต้องเลี้ยวขึ้นไปด้านบนนะ เพราะไม่ใช่ที่กางเต็นท์ ดีนะที่เลี้ยวขึ้นไปแล้วเจอเจ้าหน้าที่รดน้ำต้นไม้อยู่ ไม่งั้นก็คงยืนงงอยู่ตรงนั้น เราลงมาผ่านอุโมงค์ดอกพญาเสือโคร่งเข้ามา ประมาณ 500 เมตร

14.00 น. และในที่สุดก็ถึงแล้วจุดหมายของเรา แค่ขี่มาจอดมองวิวก็รู้สึกว้าวแล้ว เราจอดรถแล้วลงไปดูที่ทางที่เราจะกางเต็นท์กันดีกว่า ตอนที่พวกเรามาถึงข้างบนยังมีคนไม่เยอะเลย พื้นที่กางเต็นท์ก็เยอะจนเลือกไม่ถูกเลย มุมนี้ก็ดี มุมนั้นก็สวย เล็งอยู่นานจนได้ที่ลงสมอสักที

ได้ที่แล้วก็ไปขนของลงมาจากรถ แล้วก็เริ่มกางเต็นท์ได้เลย กางเต็นท์เสร็จก็นั่งพักรับลมเย็นๆ กันสักหน่อย จะบอกว่านี่ตอนบ่ายกว่าๆ อากาศนี่เย็นสบาย นั่งชิวๆ กินขนม มองวิวสวยๆ โคตรฟินเลยอ่า

เหมือนเหมาลานเลยเนาะ 😛😛😛 อ้อ ... นั่งๆ อยู่ก็ระวังตัวคุ่นกันด้วยนะ เราใส่ขาสั้นกันนอนเล่นเพลินๆ ก็โดนเลย แนะนำว่าให้ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด หรือใช้ซอฟเฟลฉีดก็ช่วยได้นะ

16.00 น. นอนเล่นกันจนตาจะปิดแล้ว แดดก็เริ่มอ่อนลง เราออกไปเดินเล่นถ่ายรูปกันดีกว่า นอกจากไฮไลท์ที่เป็นวิวยอดดอยหลวงเชียงดาว ข้างบนนี้ก็มีต้นพญาเสือโคร่ง ต้นกาแฟ ให้ได้ดูกันด้วยนะ

อีกด้านนึงที่สามารถมากางเต็นท์ได้ ตรงบริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ แต่ด้านนี้จะไม่ค่อยเห็นวิวของยอดดอยหลวงเชียงดาว แต่จะเห็นเป็นวิวเมืองแทน ตอนกลางคืนเห็นแสงไฟจากหมู่บ้านก็สวยไปอีกแบบ

ทางที่เราผ่านมาเป็นทิวสนก็ถ่ายรูปสวย แถมตอนเย็นสามารถเดินไปดูพระอาทิตย์ตกได้ที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน เดินลงมาแค่ 400 เมตรเอง

ข้างบนนี้มี 7-11 ด้วยนะ เค้าตั้งให้เป็น 7-11 เพราะถ้าเราขาดเหลืออะไรเราสามารถพึ่งที่นี่ได้ แต่ราคาอาจจะสูงนิดนึงนะ ก็กว่าจะเอาขึ้นมาอะเนาะ น้ำเปล่า น้ำอัดลม ขนม ชา กาแฟ เครื่องปรุงต่างๆ ก็มีนะ มาหาซื้อกันได้เผื่อขาดเหลืออะไร

เราเดินเล่นกันได้สักพักก็ไปอาบน้ำ เตรียมทำอาหารเย็นกัน ห้องน้ำห้องท่าที่นี่ก็มีหลายจุดนะ น่าจะสัก 3 จุดได้ น้ำที่นี่เย็นมากตลอดทั้งวัน แนะนำว่าใครกลัวหนาวให้รีบมาอาบน้ำก่อนเลย พวกเราอาบน้ำไปออกมาตัวนี่ชาเลย น้ำเย็นมากจริงๆ อาบน้ำเสร็จแล้วก็ไปทำอาหารกันที่เต็นท์ มื้อเย็นวันนี้ก็ง่ายๆ มาม่าเกาหลี ใส่ไข่ แต่เราแอบเห็นที่ร้านค้าบอกว่ามีส้มตำขายด้วย เราเลยไปจัดมาที่นึง ส้มตำปูปลาร้าดอย อร่อยดีนะ ราคาไม่แพงมากด้วยจานละ 40 บาท อาหารมื้อนี้มีสโลแกนว่า " อาหารหลักสิบ แต่วิวหลัก 1,000,000 นะครับผม "

กินเสร็จก็เคลียร์ข้าวของ ไปล้างจาน แล้วกลับมานั่งเล่นกันต่อที่หน้าเต็นท์ อากาศตอนนี้หนาวมาก ใครที่มาเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวมาให้ดีนะ เรานั่งเล่นกันได้สักพักก็ไม่ไหว ขอหลบเข้าไปซุกตัวในถุงนอนอยู่ในเต็นท์ดีกว่า นอนเล่นโทรศัพท์จนง่วงแล้วก็นอนหลับไป


05.30 น. ปวดห้องน้ำเลยต้องพากันลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ มืดมากยังดีที่มีแสงสว่างจากพระจันทร์อยู่บ้าง เข้าห้องน้ำเสร็จก็เข้ามาเอากล้องออกไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นกัน ส่วนพระอาทิตย์ก็ขึ้นตรงที่เรากางเต็นท์เลยไม่ต้องเดินไปไหนไกล ตั้ง Timelapse ไว้สักหน่อย พอแสงเริ่มมาก็เอาย้ายไปถ่ายบรรยากาศรอบๆ เป็นเช้าที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกฟินมากเลย

เราออกไปถ่ายรูปกันประมาณนึง สายๆ เราก็กลับมาที่เต็นท์เพื่อทำอาหารเช้า มื้อเช้าของวันนี้คือไข่เจียว กับข้าวร้อนๆ ก่อนอื่นก็หุงข้าวก่อนเลย หลังจากข้าวได้แล้วก็ตั้งกระทะเทน้ำมันแล้วเจียวไข่ตาม

เรียบร้อยข้าวไข่เจียวมื้อเช้าของเรา ไข่คนละ 2 ฟองกับข้าวอีกคนละ 2 จาน กินอะไรขนาดนั้น 555 หลังจากกินเสร็จก็เอาจานชามไปล้าง แล้วมาทยอยเก็บของ เก็บเต็นท์กันต่อ กว่าจะเก็บเสร็จก็จะ 10 โมงแล้ว แต่ยังไม่อยากไปจากที่นี่เลย


Trips. จากเพจ สันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน

  • การกางเต็นท์ มีค่าบำรุงคนละ 50 บาท สามารถขึ้นมากางได้เลยไม่ต้องจองล่วงหน้า เอาเป็นว่าถึงก่อนก็ได้เลือกที่กางก่อน
  • สำหรับใครที่ไม่มีอุปกรณ์กางเต็นท์ สามารถเช่าจากข้างล่างขึ้นมากางได้
    *** ติดต่อ " แม็ค แค้มป์ปิ้ง " โทร 083-3213300 ( ติดต่อจองล่วงหน้า 1 วัน )
  • ด้านบนมีบ้านพัก 4 หลัง ราคาหลังละ 1,000 บาท สามารถพักได้ 5 คน มีห้องครัวห้องน้ำในตัว มีระเบียงหน้าบ้านทุกหลัง หรือถ้าบ้านพักเต็มก็จะมีห้องพักเรือนแถวแบ่งเป็นห้องๆ ห้องละ 500 บาท พร้อมเครื่องนอน พักได้ 5 คน ห้องน้ำรวม
    *** จองบ้านพัก ติดต่อ 053-222014
  • การเดินทางขึ้นไปสันป่าเกี๊ยะ สามารถใช้รถส่วนตัวได้ โดยให้ปักหมุดใน gps " ปากทาง ดอยแม่ตะมาน " จากนั้นก็ตรงขึ้นไปอย่างเดียวเหมือนที่พวกเราไปกัน ระยะทางจากปากทาง 23 กม. เป็นทางดินแดงลูกรัง 18 กม. สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถติดต่อรถรับ - ส่งได้
    *** รถรับ-ส่ง โทร 086-1916149
  • อาหาร แนะนำให้ต้องเตรียมมากันเอง แต่ด้านบนก็จะมีร้านค้าสำหรับอาหารแห้ง เครื่องดื่มต่างๆ ตอนนี้มีข้าวไข่เจียว / ส้มตำด้วย
  • สัญญาณโทรศัพท์ตรงที่พักมี แต่อาจจะอ่อนๆ หน่อย เราใช้ของ True กับ AIS
  • ไฟฟ้าที่นี่มีตั้งแต่เย็นค่ำจนถึง 4 ทุ่มเท่านั้น เป็นไฟฟ้าปั่นจากเครื่องยนต์ เตรียมไฟฉายไปกันด้วยนะ

ความคิดเห็น