ทุ่งทะเลหมอก ณ ทุ่งแสลงหลวง รีวิวโดย Titi goaround

ทริปสั้นๆ สำหรับคนมีเวลาแค่ 2 วัน แต่อยากได้บรรยากาศของขุนเขาและทะเลหมอก เรียกได้ว่าเวลาน้อยแต่ความอยากมีเยอะ โจทย์ข้อนี้จึงไปตกอยู่ที่เขาค้อ แต่ก็ยังมีคำว่า "แต่" ตามมาอีกเหมือนเดิม คืออยากได้ที่ที่คนไม่เยอะเท่าไหร่ ฟิลแบบพักผ่อนจริงๆ จึงขอเลยเขาค้อเข้าไปอีกนิดหนึ่งนั่นก็คือทุ่งแสลงหลวง สถานที่ลงตั

ทุ่งทะเลหมอก ณ ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งทะเลหมอก ณ ทุ่งแสลงหลวง

 วันพฤหัสที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 12.32 น.

 วันที่เดินทาง 19 ก.พ. 2561

ทริปสั้นๆ สำหรับคนมีเวลาแค่ 2 วัน แต่อยากได้บรรยากาศของขุนเขาและทะเลหมอก เรียกได้ว่าเวลาน้อยแต่ความอยากมีเยอะ โจทย์ข้อนี้จึงไปตกอยู่ที่เขาค้อ แต่ก็ยังมีคำว่า "แต่" ตามมาอีกเหมือนเดิม คืออยากได้ที่ที่คนไม่เยอะเท่าไหร่ ฟิลแบบพักผ่อนจริงๆ จึงขอเลยเขาค้อเข้าไปอีกนิดหนึ่งนั่นก็คือทุ่งแสลงหลวง สถานที่ลงตัวแล้ว ส่วนที่พักก็พักบ้านพักในอุทยานไปเลย บ้าน 1 หลังกับราคาแค่ 1000 นิดๆ ภายในบ้านพักก็มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้องครัวให้อีกต่างหาก เพรียบพร้อมมาก

พอไปถึงเช็คอินเข้าบ้านก็ดีดตัวออกมาเช่าจักรยานกันอยากปั่นไปดูทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทยเต็มที ตอนปั่นออกมาแรกๆ ก็โอเคกันดีเพราะลงเนินแต่พอต้องปั่นขึ้นเนินปุ๊ป บอกเลยว่าท้อมาก(ฮ่าๆๆ) สรุปคือวันนั้นปั่นพ้นเนินไปได้นิดเดียวถึงกลับต้องตะโกนตามคนที่ปั่นอยู่ข้างหน้าอย่างอ่อนแรงว่า "ข้าไม่ไหวแล้ว จะกลับแล๊ว" 

วันถัดมาตื่นตั้งแต่ตีห้า หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง ชุดนอนไม่เปลี่ยน ได้ผ้าเช็ดตัวของอุทยานมาห่มกายให้อุ่นขึ้นหน่อยหนึงเพราะไม่มีใครเตรียมเสื้อหนาวกันมาเลย แต่วันนั้นอุณหภูมิแค่ 10 องศาเท่านั้น ได้ผ้าเช็ดตัวคนละ 2 ผืนก็ขึ้นรถกันเลย ถึงเวลาล่าหมอกในสภาพที่ไม่พร้อมของพวกเราแล้ว

 พวกเราไปถึงจุดชมวิวก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นจึงนั่งขดตัวภายใต้ผ้าเช็ดตัวถ่ายรูปหมอกขาวๆ นวลๆ ก่อนแสงจะมา 

ที่นี่คนแทบไม่มีเลยทะเลหมอกแห่งนี้จึงเป็นของเราโดยสมบูรณ์(ฮ่าๆๆ) ปลื้มปริ่มมาก จะว่าไปก็มีคู่รักอยู่คู่เดียวเท่านั้นนอกจากพวกเรา แต่พวกเราไม่ได้เข้าไปใกล้ ไม่ใช่เพราะหยิ่งแต่เพราะพวกเขาพร๊อปพร้อมมาก เสื้อหนังเอย หมวกเอย ถุงมือเอย ใขณะที่สภาพเดี๊ยนคือหัวยุ่งเพราะไม่หวี หน้ามันเพราะไม่ล้าง แถมใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมกายอีกต่างหาก (นี่กรูว์พร้อมมาเที่ยวมากเลยใช่ไหมฮ่าๆๆ) นั่งหนาวอยู่ซักพักพระอาทิตย์ก็เริ่มโผล่หน้ามาให้เห็น โอววว! มันสวยมาก!

 แค่พริบตาเดียวนางก็ขึ้นมาให้เราเห็นเต็มๆ เท่านั้นแหละเสียงซัดเตอร์รัวยับ ไม่มีเสียงพูดคุยกันเลย มีแต่รอยยิ้มและความเงียบ เสียงที่ดังอยู่ที่นั่นมีเพียงเสียงซัดเตอร์เท่านั้น

อิ่มเอมกับวิวแล้วพวกเราก็กลับมารวมตัวกันแล้วขับรถกลับมาดูวิวทุ่งหญ้าที่จะปั่นจักรยายมาดูเมื่อวานแต่ไม่ถึง(ฮ่าๆๆ)

แล้วก็มาเก็บวิวป่าสนสนกันอีกหน่อยก่อนกลับไปอาบน้ำถอดรูปกระเซอะกระเซิงนี้ออกซะหน่อย

มันเป็นหนึ่งวันหนึ่งคืนที่มีความสุขมากๆ คุ้มค่ามากๆ วิวสวยและประหยัดที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วย อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็จะไปลุยเขาค้อต่อแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ แต่ไว้รีวิวหน้าจะเอาภาพเขาค้อมาให้ชมกันนะจ๊ะ

ความคิดเห็น