บันทึก ‘ ทริปเชียงใหม่ 6 วัน ’ – 7 คาเฟ่ 7 ร้านอร่อย 3 ที่พัก และอีกเยอะ! :- } รีวิวโดย Bliss Out There

พักทั้งโรงแรม, bed & breakfast และ โฮมสเตย์ กินหมดทั้งร้านริมถนนสุด local และ ร้านขวัญใจนักท่องเที่ยว ที่สำคัญ! เก็บคาเฟ่ กินกาแฟจนตาค้าง ทั้งแวะ ร้านเก่าๆที่เลิฟ และ อัพเดทร้านใหม่ๆในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่เราไปเรียนที่ออสเตรเลีย เราก็ไม่ได้เที่ยวเชียงใหม่เลย แต่ละที่ที่เราไป ในทริปนี้คือเ

บันทึก ‘ ทริปเชียงใหม่ 6 วัน ’ – 7 คาเฟ่ 7 ร้านอร่อย 3 ที่พัก และอีกเยอะ! :- }

บันทึก ‘ ทริปเชียงใหม่ 6 วัน ’ – 7 คาเฟ่ 7 ร้านอร่อย 3 ที่พัก และอีกเยอะ! :- }

 วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 06.49 น.

 วันที่เดินทาง 17 ก.พ. 2563


พักทั้งโรงแรม, bed & breakfast และ โฮมสเตย์

กินหมดทั้งร้านริมถนนสุด local และ ร้านขวัญใจนักท่องเที่ยว

ที่สำคัญ! เก็บคาเฟ่ กินกาแฟจนตาค้าง ทั้งแวะ

ร้านเก่าๆที่เลิฟ และ อัพเดทร้านใหม่ๆในช่วง

2 ปีที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่เราไปเรียนที่ออสเตรเลีย

เราก็ไม่ได้เที่ยวเชียงใหม่เลย แต่ละที่ที่เราไป

ในทริปนี้คือเราเลือกมาแล้ว!! ไม่ได้มา 2 ปี

ได้มา 6 วัน ต้องเอาที่ดีต่อใจจริงๆเท่านั้นอ่ะ

* Highlights *

  • DAY 1 : Homm Hotel / Kinlum Kindee / Ausaa / House No.33 / Ang Kaew / Suki Chang Puek
  • DAY 2 : Graph Contemporary / Kanom Jeen San Pah Khoi
  • DAY 3 : Magokoro Teahouse / Cher Cheeva Homestay ( Chiang Dao )
  • DAY 4 : Cozy / Khao Soi Nimman / Playworks
  • DAY 5 : 9 Sapachafair / Khagee / Waii Nam Pueng / Baan Kang Wat / Kao Tom Suan Dok
  • DAY 6 : Anchan Noodle / FLAT / Life. Coffee bar & beer

ความพิเศษของรีวิวนี้ คือ มันไม่ใช่แค่รีวิว

ที่มาบอกทุกคนว่าไปไหนดี กินไรดี เท่านั้น

แต่มันคือไดอารี่ของเราด้วย ” เรารักเชียงใหม่ ”

และการห่างหายไปเรียนต่อ ทำให้ทริปนี้

มีความหมายกับเรามากๆ เรารู้สึกเหมือน

เราได้กลับบ้าน ( ทั้งที่เราไม่ใช่คนเชียงใหม่ )

ไม่มีการคำนวณค่าใช้จ่ายอะไรทั้งนั้น

นานๆมาที ทำ + กินทุกอย่างที่ทำให้เรามี

ความสุขค่ะ อย่าไปคิดมาก5555555555

จะเกิดอะไรขึ้นในทริปนี้บ้าง? ตามมาอ่านกันเล้ยยย!

.

.

.

ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Vietjet ค่ะ

ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย พนักงานบนเครื่องก็บริการดี

แถมถึงที่หมายตรงเวลาอีกต่างหากกกกก

เวลาบินในประเทศ ปิงชอบใช้บริการสายการบินนี้

เพราะว่าเครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ

ขึ้น airportlink ไปได้ สะดวกเฟ่ออออ

ใครมีแพลนเดินทางไปไหน ก็เขาไปหาตั๋ว

ได้ที่เว็บเค้าเล้ยยย https://m.vietjetair.com

ทริปนี้แบ่งเป็น 2 ช่วงนะ ช่วง 2 วันแรก

ปิงเที่ยวกับน้องๆทีมงานเพจ Bliss Out There

( เพจมีทีมงานเข้ามาช่วย ตั้งแต่ปิงมาเรียนที่

ออสเตรเลียค่ะ จริงๆมี 5 คนคือ เคน ป่าน ว่าน

แซม ไข่แดง แต่ทริปนี้ไข่แดงไม่ได้มาด้วย

ก็เลยเหลือปิงกับน้องๆอีก 4 คน ) ส่วนครึ่งหลัง

อีก 4 วัน ปิงพาเพื่อนชาวเวียดนาม ที่เรียนด้วยกัน

และอยู่บ้านเดียวกันที่ซิดนีย์ มาเที่ยวเชียงใหม่ อิ_อิ



– DAY 1 : Homm Hotel / Kinlum Kindee /

Ausaa / House No.33 / Ang Kaew –

2 คืนแรก เราพักที่โรงแรมชื่อว่า

Homm Boutique Hotel ค่ะ

เป็นโรงแรมน้องใหม่ เพิ่งเปิดเมื่อช่วงสิ้นปี

2019 นี่เอง ถึงจะใหม่ ก็ไม่น้อยหน้าโรงแรม

เก่าๆมีชื่อเสียงทั้งหลายค่ะ เพราะถ้าถามปิง

ที่นี่คือตอบโจทย์มาก หนึ่ง.. เดินทางสะดวก

อยู่ใกล้ทั้งสนามบินและนิมมาน สอง…

โรงแรมดีไซน์ผ่านเลย สะอาด มีสิ่งอำนวย

ความสะดวกครบ wifi แรง ที่เลิฟสุดคือ

ครีมอาบน้ำ ยาสระผม หอมม๊ากกกกกกก

ปิงพักห้อง Deluxe – twin bed ค่ะ

เปิดประตูเข้าไปก็ตกหลุมรักแล้วววววววว

เป็นคนแพ้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน กับผ้ามัดย้อม

ซึ่งที่นี่เค้ารวมมาไว้หมดแล้วอ่ะ! ห้องนี้ขนาด

กำลังดีค่ะ มีมุมให้นั่งเล่นด้วย ราคาคืนละ

2,150 บ. นี่รวมอาหารเช้าแล้วนะ เพื่อนๆ

เลือกได้เลยระหว่างชุดขันโตก, egg benedict

และ สปาเก็ตตี้ไส้อั่ว ซึ่งในห้องทานอาหาร

ก็จะมีอย่างอื่นบริการด้วย ไว้ดูรูปของวันต่อไปนะ

ใครสนใจพักที่ Homm Boutique Hotel

เข้าไปอ่านรีวิวเต็มได้ที่ลิงก์นี้จ้า

https://tinyurl.com/yx7o4cp5

ต้องขอทำแบบนี้ เพราะว่ารีวิวเรายาวถึง 7 วัน

ถ้าเขียนละเอียดหมด เดี๋ยวคนอ่านจะตาลายเอา

นาจาาาาาาาาาาาาาาาา >//<

check in เก็บของที่โรงแรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

พวกเราก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าไปที่ ร้านกิ๋นลำกิ๋นดี /

Kinlum Kindee หนึ่งในร้านโปรดตลอดกาล

ในเชียงใหม่ของปิง.. 3 ปีที่แล้วมากินครั้งแรก

แล้วประทับใจยังไง วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม!

ที่เปลี่ยนไปคือหน้าตาของร้าน ที่รีโนเวทไปแล้ว

ปีกว่าๆ จากร้านสีทึมๆ ไม่ตกแต่งอะไรมาก

นอกจากติดโปสเตอร์เมนูสีสดใส กลายเป็นร้าน

สีขาวน่านั่ง พร้อมลวดลายเท่ๆบนผนัง และ

กราฟฟิกดีไซน์อีกขั้นบนเมนู! ข้อมูลของร้าน

ตามนี้เลย ส่วนสั่งอะไรดี? ดูรูปต่อไปปป :3

– ที่อยู่ : ถ.นิมมานเหมินท์ ซอย 9 ต.สุเทพ อ.เมือง

– เปิด/ปิด : 11.00-21.00 น. เปิดทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 085-867-8993

– FB : https://www.facebook.com/Kinlumkindee/

มาทีไรก็สั่งเหมือนเดิม ไม่เบื่อบ้างไง๊ !? ( ถามตัวเอง )

คำตอบคือ.. ไม่เบื่อจ่ะ จัดไปกับลาบหมูคั่ว

ไส้อั่วย่าง แหนมทอด ต้มหน่อไม้อะไรสักอย่าง

( อันนี้ลองครั้งแรก ) และที่ขาดไม่ได้คือปูอ่อง

มันปูหวานๆ จิ้มทานกับข้าวเหนียวแล้วแม่เอ้ยยยยย

มันดีมากจริงๆๆๆๆๆๆ หลังจากที่ไปลองร้าน local

อาหารเหนือทั้งหลาย ร้านสไตล์เรือนไทย

ทั้งแหล่ อาหารก็ยังไม่ถูกปากเท่าร้านนี้ค่ะ

ใครยังไม่เคยมาลอง มาเชียงใหม่รอบหน้า

อย่าพลาดเชียวววววววว *O*

หมดเวลาอาหาร ก็ได้เวลาคาเฟ่จ่ะ :- p

คาเฟ่ร้านแรกของทริปนี้ชื่อว่า อุษา / Ausaa

เป็นร้านที่ปิงเห็นมาตั้งแต่ก่อนจะมาเรียนต่อแล้ว

แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักที่ เพราะร้านอยู่นอกเมือง

อยู่ในอำเภอแม่ริมค่ะ ถ้าไม่ได้เช่ารถ ก็ต้องเรียก

grab เอา แต่ราคาก็เอาเรื่องแหละ เพราะไกล

รอบนี้ต้องขอบคุณน้องแซม น้องในทีมที่เป็น

คนเชียงใหม่ ขับรถพาปิงกับน้องๆอีก 3 คน

เที่ยวแบบมาราธอนมาก! เรื่องความน่ารักของร้าน

ไม่ต้องพูดถึง ดูจากในรูปก็น่าจะรู้.. เจ้าของร้าน

สะสมของจุ๊กจิ๊ก ตุ๊กตา ของโชว์ เซ็ตถ้วยชา

ปากกา โปสการ์ด ทุกอย่างอ่ะ แล้วเอามารวม

ในร้านนี้ เหมือนเป็นแกลลอรี่ของเค้า เอ้อ…

เห็นร้านหวานๆอย่างนี้ เจ้าของเป็นผู้ชายนะจ๊ะ…

5 คน 5 แก้ว สั่งมาลองกันคนละอย่าง

จำไม่ได้แล้วว่าแต่ละแก้วชื่ออะไรบ้าง

ที่จำได้คืออร่อยละมุนทุกแก้วจ้าาาาา

แล้วดูตัวแก้วสิ น่ารักกระปุ๊กกระปิ๊กมั่กๆๆๆ

– ที่อยู่ : ถ.โชตนา ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม

– เปิด/ปิด : 10.00-17.00 น. หยุดวันอังคาร

– เบอร์ติดต่อ : 089-633-2822

– FB : https://www.facebook.com/ausaacafe/

ส่วนตัวคือชอบร้าน Ausaa มาก แต่ร้านมีที่นั่งไม่เยอะ

นั่งนาน อาจโดนกดดันด้วยสายตาได้ พวกเราเลย

ย้ายมาเม้าต่อที่ ร้านบ้านเลขที่สามสาม คาเฟ่เล็กๆ

ใกล้มช. ที่ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราผิดหวังค่ะ

ตัวร้านเหมือนบ้านชั้นเดียว มีที่นั่งทั้ง indoor และ

outdoor เค้าแผงความน่ารักไปในผนังกระเบื้อง

บางจุด และโต๊ะเล็กๆสีพาสเทล ส่วนเมนูขนม

เครื่องดื่ม เค้าก็มีให้เลือกเยอะค่ะ แต่ที่พลาดไม่ได้

คือสโคนกับชีสเค้ก ซึ่งเด็ดมากจริงจริงงงงงงง

สโคนไม่แข็ง ไม่นิ่ม จนเกินไป แยมก็หวาน สด

ตัวชีสเค้กก็คือ หวาน มัน เค็ม รวมกัน กลมกล่อม

นุ่มละมุน ละลายในปาก >//< นี่ข้อมูลร้านจ่ะ..

– ที่อยู่ : ซอยราชพฤกษ์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง

– FB : https://www.facebook.com/no.33heartmade

– เวลาเปิด-ปิด : 9.00-17.00 น. หยุดวันพุธ

ไปเชียงใหม่มา 20 ครั้งได้ แต่ปิงไม่เคย

ไปเหยียบ อ่างแก้ว เลย นี่แหละครั้งแรก!

ต้องขอบคุณน้องแซมอีกเช่นเคย เพราะนาง

คือคนขับรถพาไปจ่ะ ที่สำคัญนางเรียนจบ

ที่มช. นางก็เลยเป็นไกด์ทัวร์ในมช.ให้ด้วย

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาอ่างแก้ว มันคือ

อ่างเก็บน้ำเล็กๆในรั้วมหาลัยฯเชียงใหม่

ที่บรรยากาศดี๊ดี จะมาเดินเล่น ออกกำลังกาย

หรือพาแฟนมานั่งดูพระอาทิตย์ตกก็เริ่ด

จากอ่างแก้วมองเห็นวิวภูเขาซ้อนกัน สวยเลย <3

หลังจากอ่างแก้วพวกเราไปทานมื้อเย็นกัน

ที่ ร้านสุกี้ช้างเผือก หนึ่งในร้านโปรดที่สุดของปิง

คอนเฟิร์มว่าเนื้อสัตว์ ผัก เค้าสดจริง น้ำจิ้มก็เด็ดจริง

สุกี้มีให้เลือกทั้งแบบน้ำ และ แห้งค่ะ เนื้อสัตว์มี

ทั้งหมู ไก่ เนื้อ และ ซีฟู๊ด หรือถ้าใครอยากลอง

เมนูก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ ทางร้านก็มีนะจ๊าาาาา

รอบนี้เรากินที่สาขาหลังมช.ค่ะ และก็ไม่ได้

เอากล้องถ่ายรูปไว้ เพราะตอนนั้นหิวม๊ากกกก

มีแต่รูปจากมือถือ ขออนุญาตนะคะ :- D

– DAY 2 : Graph Contemporary /

Kanom Jeen San Pah Khoi –

เริ่มวันที่สอง ด้วยอาหารเช้าที่ Homm Boutique Hotel

ห้องอาหารจะอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมค่ะ

วิวเป็นคูเมืองกับตึกรอบๆ และก็ภูเขาไกลๆ

มีทั้งที่นั่งในห้องอาหาร และ ที่นั่งตรงระเบียงค่ะ

นอกจากอาหารจานหลัก ที่เราเลือกไปตอน

เช็คอินแล้ว ทางโรงแรมยังมีสลัดบาร์ เบเกอรี่

ผลไม้ และ เครื่องดื่มอย่างพวกนม น้ำส้ม กาแฟ

ให้เราบริการตัวเองกันด้วยน้าาาาา

ตักรอไปสักพัก อาหารจานหลักก็มาเสิร์ฟแล้ว

นี่คือหน้าตาของชุดขันโตก กับ สปาเก็ตตี้

ไส้อั่วค่ะ ตัวขันโตกจะรวมของดีเชียงใหม่

มาไว้ในชุดเดียว ส่วนสปาเก็ตตี้เป็นสูตรพิเศษ

ของที่นี่ ซึ่งปิงชอบม๊ากกกกกกกก รสชาติไทย

ผสมกับความอิตาเลี่ยนได้ลงตัวเลย อยากเบิ้ล :- p

เกือบลืมบอกไป!! เค้ามีรถรับส่ง โรงแรม กับ

สนามบิน, Maya, One Nimman ด้วยน้า

ใครสนใจก็ ไปอ่านรีวิว Homm Boutique Hotel

แบบเต็มๆได้ที่ https://tinyurl.com/yx7o4cp5

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางโรงแรมที่

– FB : https://www.facebook.com/HommBoutiqueHotel/

– เบอร์ติดต่อ : 09-2992-7488

จากโรงแรม เราก็มุ่งหน้าไปที่คาเฟ่เปิดใหม่

ในจ.เชียงใหม่ ที่ฮอตที่สุดในตอนนี้เลยจ่ะ

นั่นก็คือ Graph Contemporary คาเฟ่

ในเครือ Graph ที่ไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวัง

คือปิงไปร้าน Graph ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ตั้งแต่ยังเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆในซอยราชวิถี

จนเค้าเปิดสาขาใหม่ๆ ก็ตามไป(แอบ)รีวิวตลอด

ต้องบอกเลยว่าสาขานี้ คือสาขาที่ปิงว่าสวยที่สุด!

คือเค้ารวมความลอฟต์, โมเดิร์น และ ความละมุน

แบบเชียงใหม่ มาไว้ในที่เดียว ชั้นล่างมีบาร์สีเงิน

ตรงกลาง มีชั้นวางขายเมล็ดกาแฟของ Graph

และอุปกรณ์ทำกาแฟอื่นๆ ด้านหลังม่านสีขาวนวล

คือโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ เหมาะมากสำหรับคนที่

มาเป็นกลุ่ม หรือ อยากนั่งคุยงานยาวๆ :- )

ขึ้นมาชั้นสองจะเป็นแกลลอรี่ร่วมสมัยค่ะ

ชอบที่เค้าใช้โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ตู้โชว์

คนละแบบกันหมดเลย แต่พอจับมาอยู่

ด้วยกันแล้ว มันเข้ากันมากๆ และมีอีกโซน

เป็นของขาย พวกกระเป๋า หมวก ฯลฯ

เมนูเครื่องดื่มและขนมก็หลากหลายค่ะ

เรื่องรสชาติ ก็ได้มาตรฐาน Graph

ย้ำว่าไปเถอะ ดีจริง! อันนี้ข้อมูลที่เหลือ…

– ที่อยู่ : ถ.เจริญเมือง ต.วัดเกต อ.เมือง

– FB : https://www.facebook.com/graphcontemporary

– เวลาเปิด-ปิด : 9.00-18.00 น. ทุกวัน

และแล้วก็ได้เวลาเผยความจริงงงงงง!!!…

ทริปนี้คือทริปหลอกน้องในทีมมาคุยงาน55555555

ไม่ช่ายยยยยยย ก็อยากพามาเที่ยวเป็นการตอบแทน

ที่น้องๆช่วยรับงาน ออกอีเว้นท์ เขียนรีวิวต่างๆ

ตลาดระยะเวลาที่ผ่านมา 2 ปีด้วยแหละ แต่วันนี้

เราจะมี session คุยงานกันในหัวข้อ

“Bliss Out There ทำอะไรไปบ้างในปี 2019

และจะทำยังไง ให้มันดีขึ้นในปี 2020 และปีต่อๆไป”

( ใครที่อ่านรีวิวนี้ แล้วมีอะไรอยากเสนอก็ inbox

มาในเพจได้เลย ยินดีรับฟังลูกเพจทุกคนจ้าาา )

ต้องบอกก่อนว่านี่คือการประชุมครั้งแรกของ

ทีมงานเพจ Bliss Out There และเป็นครั้งแรก

ที่ปิงนั่งดูข้อมูลหลังบ้าน วิเคราะห์ผลงานที่ผ่านมา

บนเพจตัวเอง วิเคราะห์รูปแบบการทำงานของตัวเอง

และน้องๆในทีม หาข้อเสียที่อยากแก้ไข และ

หาสิ่งดีๆที่อยากพัฒนาต่อ คือนั่งทำ powerpoint

มาเล่าให้น้องๆฟัง และให้การบ้านน้องๆไปวิเคราะห์

เพื่อเอามาคุยกันในวันนี้ด้วย…

ทีแรกคิดว่าการประชุมครั้งนี้น่าจะใช้เวลา 3 – 4 ชั่วโมง

แต่พอคุยไปเรื่อยๆ เนื้อหาเริ่มหนักขึ้นๆๆ จนเราต้องให้

น้องๆเบรค หันมาคุยเรื่องชีวิตของแต่ละคนในปี 2019

กันบ้าง แต่ละคนก็เล่าไฮไลท์ของตัวเอง กว่าจะวนจนครบ

ทุกคนก็ปาไปชั่วโมงกว่า แล้วเราก็กลับมาคุยงานกันต่อ

จนร้านปิด! แต่พวกเราก็ยังคุยไม่จบค่ะ555555555

( นั่น อยากรู้ล่ะสิว่าเราคุยไรกันนนน ถ้าอยากรู้ก็ต้อง

รอดูความเปลี่ยนแปลงบนเพจ Bliss Out There

ในปีนี้นะ ) เราเลยตัดสินใจ ไปหามื้อเย็นทานกันก่อน

แล้วค่อยหาร้านคุยต่อ…

ซึ่งน้องแซมคนเจียงใหม่ของเฮา ก็พาเราไป

ร้านสุด local อย่าง ขนมจีนสันป่าข่อย

ซึ่งมีน้ำราดหลากหลาย ทั้งน้ำเงี้ยวแบบดั้งเดิม

แกงเผ็ดรสชาติถึงใจ ข้าวซอยไก่เนื้อนุ่มๆเค้าก็มี

แต่ที่ถูกใจปิงสุดๆๆๆๆเลยคือ ขนมจีนแกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวานเค้าเด็ดจริงพวกเธ๊อออออออ!!

หวานกำลังดี เผ็ดนิดๆพออร่อย ไม่มันจนเกินไป

ผักสดๆก็เติมได้ตลอด ราคาก็เป็นมิตร

แบบนี้ต้องไปแล้วป่ะ ? :- p

– ที่อยู่ : ตลาดทองคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

– FB : https://www.facebook.com/sanpakoi/

– เปิด/ปิด : เปิดจันทร์ – เสาร์ 15:00 – 02:00น.

( ปิดทุกวันอาทิตย์ )

หลังจากขนมจีนสันป่าข่อย พวกเราก็ไปต่อกันที่

อีกหนึ่งร้านกาแฟ จำชื่อไม่ได้.. เพราะตอนไป

เค้าก็ใกล้ปิดแล้ว อีกชั่วโมงนิดๆมั้งงงง ซึ่งตอนนั้น

เราก็คิดว่า งานเสร็จแหละ เดี๋ยวก็คุยจบ

แต่สุดท้าย.. ไม่จบจ้าาาาาา พอร้านปิด

อีพวกนี้ก็ย้ายไปคุยต่อที่สตาบัค.. คือนี่ซาบซึ้ง

ในสิ่งที่น้องๆในทีมทำมาก คือตั้งใจกันมากจริงๆ

ปิงขอบคุณไปแล้วแหละ แต่ก็อยากขอบคุณ

ตรงนี้อีกรอบนึง เผื่อวันไหนน้องๆ / ตัวเอง

ย้อนมาอ่าน จะได้นึกถึงความรู้สึกดีๆในวันนั้น

อ่ะ.. พอ.. งานเสร็จแล้วก็ไปฉลองสิคะ

พวกเราไปต่อที่ Beer Lab เม้ามอยกันยาวๆ

แล้วค่อยกลับโรงแรมนอนนนน ฮี่ๆๆๆๆ :- ))

( ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย ขออนุญาต insert

story จาก instagram นาจาาาาาา

https://www.instagram.com/blissoutthere/ )

– DAY 3 : Magokoro Teahouse /

Cher Cheeva Homestay ( Chiang Dao ) –

วันที่สามแล้วแมมมมมมมมมมมม่!!

วันนี้พวกเราตื่นปุ๊ปก็ตรงไปที่ห้องอาหารโรงแรม

จัดสปาเก็ตตี้ไส้อั่วไปอีกรอบ เพราะว่าถูกใจพวกเรามาก

เสร็จแล้วปิงก็รีบบึ่งไปรับเพื่อนชาวเวียดนามที่สนามบิน

ในขณะที่น้องๆในทีมเก็บของ แต่งตัว เช็คเอ้าท์

พวกเรานัดไปเจอกันที่ ร้าน Magokoro Teahouse /

ร้านมีใจให้มัทฉะ นั่นเองงงง อะเกน… ปิงไปร้านนี้

ตั้งแต่ยังเป็นห้องแถวเล็กๆ เมนูขนม เครื่องดื่ม

มีแค่ไม่กี่อย่าง แต่ในความน้อยนั้น มันมีความลงตัว

และความดีต่อใจซ่อนอยู่ เมื่อสามปีที่แล้ว

ปิงเขียนรีวิวร้านนี้ลงเพจครั้งแรก แล้วก็เขียนทุกครั้ง

ที่ไปเชียงใหม่ เพราะแวะไปร้านนี้ทุกครั้งจริงๆ

จนร้านรีโนเวท กลายเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

ปรับเมนูใหม่ ปิงก็ไม่ได้มาซะที เพราะไป

เรียนที่ซิดนีย์ วันนี้ได้กลับมา เห็นร้านโตขึ้นมาก

คือมีความสุขแทนเจ้าของร้านค่ะบอกเลย

แล้วปิงเชื่อว่าคนไม่ได้มาที่นี่แค่ถ่ายรูปอ่ะ

เค้ากลับมาเพราะชาเขียวที่นี่คุณภาพดีจริงๆ

เราโดนไปทั้ง Hojicha Latte, Matcha Latte,

Matcha Parfait และ Matcha Roll ทุกอย่างคือ

ได้รส Matcha เต็มๆ เป็นรสหวานขมที่ละมุนมั่กๆ

เป็นอีกร้านที่คนเชียงใหม่ห้ามพลาดเด็ดขาด

คนจังหวัดอื่น มาเที่ยวเชียงใหม่แล้ว อยากให้

หาเวลาไปจริงๆๆๆๆๆๆๆ >______<

– ที่อยู่ : ถ.ศรีดอนไชย ต.ช้างคลาน อ.เมือง

– เปิด/ปิด : 10.00-18.00 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 081-583-2544

– FB : https://www.facebook.com/magokoro.tea/

จาก Magokoro Teahouse เราก็เรียกรถไฟที่

สถานีขนส่งช้างเผือกค่ะ เพราะเรากำลังจะออก

นอกเมืองเชียงใหม่ ไปอำเภอเชียงดาวกันแล้ว!

ใครที่ตามเพจ Bliss Out There มานานระดับนึง

น่าจะพอเดาออกว่าปิงจะไปพักที่ไหนในเชียงดาว…

ใช่ค่ะ เฌอชีวา โฮมสเตย์อันดับหนึ่งในใจตลาดกาล

ของปิงเองงงงงง จากขนส่งช้างเผือก เราต้องขึ้น

รถประจำทางสายเชียงใหม่ – ท่าตอน – ฝาง

บอกกระเป๋าว่าลงที่เซเว่นแม่นะ เค้าก็จะคิดราคา

เที่ยวละ 44 บ. ค่ะ ก่อนรถออก โทรบอกที่พัก

นิดนึง เค้าจะได้กะเวลามารับเราถูก พอไปถึงเซเว่น

แม่นะแล้ว จะมีคนจากโฮมสเตย์ขับรถมารับเรา

ไปส่งที่หมู่บ้านค่ะ ราคาเที่ยวละ 400 บ. นะ

ซึ่งคนๆนั้นก็คือพี่นก คนดี คนเดิม ด้วยความที่

ปิงจำพี่นกได้ พี่นกจำปิงได้ เราก็มีเรื่องคุยกัน

ตลอดทางขึ้นเขา เข้าหมู่บ้านค่ะ :’)

เฌอชีวา ซ่อนตัวอยู่ริมธารในหมู่บ้านแม่แมะ

เป็นบ้าน 3 ชั้น ยกถุนสูง ซึ่งเจ้าของที่นี่

พี่ตรี พี่ฝน และ น้องเฌอ ลูกสาว เค้าก็อยู่ชั้นนึง

อีก 2 ชั้นก็เปิดให้คนมาเข้าพักค่ะ ครั้งล่าสุด

ที่ปิงมา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พื้นที่ส่วนกลางจะมี

แค่ที่นั่งเล่นริมน้ำ แต่ตอนนี้พี่ตรีทำระเบียง

ชั้นล่าง ยื่นออกไป ให้แขกได้นั่งเล่น ทานข้าว

ใช้บริการนวดแผนไทย ฯลฯ

ห้องครัวกับส่วนกลางยังเหมือนเดิมเลย

ของเยอะขึ้นนิดหน่อย ตามกาลเวลาอ่ะเนอะ :3

รอบนี้เราได้พักห้องบนสุดค่ะ เพราะปกติ

ห้องที่ชั้นสอง จะพักได้ห้องละ 2 คน ถ้าเกิน

จากนั้นก็จะได้มาพักห้องบนสุด ตอนปิงจอง

ปิงตั้งใจว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อน 2 คน ( รวมปิง

เป็น 3 คน ) แต่ไปๆมาๆ เพื่อนอีกคนที่เป็นคน

บังคลาเทศ ขอวีซ่าเข้าไทยไม่ทัน ก็เลยเหลือ

แค่ปิงกับเพื่อนเวียดนาม นอนห้องใหญ่กันไป

เหงาๆ พอพวกเราเก็บของแล้ว ก็เดินสำรวจ

หมู่บ้าน สำรวจที่พัก แล้วก็ไปจบที่

ที่นั่งเล่นริมน้ำค่ะ <3

มาที่นี่แล้วนึกถึงแต่ความทรงจำดีๆ

นี่เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ปิงมาพักที่เฌอชีวา

เคยมาตอนเพิ่งเปิดได้สองสามเดือน

แล้วก็กลับมาอีก พาเพื่อนกับรุ่นพี่มา

รอบที่สามมากับเพื่อนต่างชาติอีกสามคน

รอบนี้ก็มากับเพื่อนต่างชาติอีก รอบที่มาล่าสุด

พี่ตรีมีหมา 4 ตัว คือ ไอแดง ไอขาว ไอลาย

ไอต๊อบ ตอนนี้น้องๆ 3 ตัว ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์แล้ว

เหลือแค่ไอลาย ( ไม่ใช่ตัวในรูป ) ที่เหลือ

ก็เป็น generation ใหม่ มีชื่อบ้าง ไม่มีบ้าง

เราเจอเจ้าตัวนี้มาอ้อล้อ พอเราเกาคาง เกาพุงให้

นางก็เคลิ้มใหญ่ พอหยุดเกามีการมองแรงใส่ด้วย

ห้าโมงเย็น ก็ได้เวลาทานข้าวจ้าาาาาา

บอกก่อนว่าอาหารเย็นไม่รวมกับค่าที่พักนะ

จ่ายเพิ่มคนละ 150 บ. ซึ่งเราว่าคุ้มมมมม

มีไส้อั่ว ต้มยำไก่ ผักลวกกับน้ำพริกอ่อง

ข้าวสวย และที่ขาดไม่ได้ คือ ไข่เจียว :- p

อร่อยนะ ทุกอย่างเลย แต่ 2 คน กินไม่หมด

เพราะเยอะม๊าก55555 อิ่มจุก หลับสบายเลยจ่ะคืนนี้

เช้าวันที่สี่ในเชียงใหม่ ปิงตื่นมาเจออุณหภูมิ

16 องศา ฟินๆๆๆๆๆ อากาศแบบนี้ใครเค้าทำ

กิจกรรมกัน เค้านอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเฟ่ยยย

55555555 ตอนแรกนี่ตั้งใจว่าจะพาเพื่อนไป

เดินป่า ดูพระอาทิตย์ขึ้น เพราะมันเป็นกิจกรรม

ที่ปิงทำไปตอนมาพักที่นี่ครั้งที่สอง กับ สาม

ซึ่งมันสนุกอ่ะ ได้ออกกำลังกายด้วย แถมตอนจบ

ยังได้กินข้าวในใบตอง พร้อมกับดูวิวดอยหลวง

ตรงหน้า คือมันดี! แต่รอบนี้ขอบายค่ะ แก่แล้ว

ฮ่าๆๆๆๆ ขอลงไปทานข้าวต้มหมู กับ โอวัลติน

ร้อนๆตรงระเบียงดีฝ่าาาาาาา >//<

ทานมื้อเช้าเสร็จ ปิงกับเพื่อนก็นั่งเล่น

รอหมอนวดมานวดค่ะ.. ใช่ ที่นี่มีบริการนวดด้วย

เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านแม่แมะนี่แหละ

ชั่วโมงละแค่ 200 บ. เท่านั้นเอง และบอกเลย

ว่าอุ๊ยทั้งสองคน นวดดีมาก หายเมื่อยเลยจ่ะ!

แถมนวดในบรรยากาศแบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ

ใครมาพักที่เฌอชีวาก็เรียกใช้บริการไดดดดด้

ใครสนใจมาพักที่นี่ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม

inbox ไปที่เพจเค้าเลย

https://www.facebook.com/FonThatreeMomearth/

หรือจะแอดไลน์พี่ฝนไปก็ได้ค่ะ id : foncher

นวดเสร็จ เก็บของ ปิงร่ำลาพี่ๆ แล้วพี่นก

ก็ขับรถไปส่งที่ท่ารถค่ะ ค่าบริการ 400 บ.

เหมือนเดิม พวกเรานั่งรถประจำทางสายเดิม

กลับเข้าเมืองเชียงใหม่ ในราคาเดิม ใช้เวลาเท่าเดิม

55555555555 เหมือนจะกวน แต่ป่าวนะ :- D

กลับเข้ามาถึงตัวเมืองเชียงใหม่ปุ๊ป

ปิงกับเพื่อนก็หาอะไรทานง่ายๆในสถานี

ขนส่งช้างเผือก เสร็จแล้วก็เรียกรถเข้าที่พัก

นั่นก็คือ Cozy ค่ะ Cozy เป็น Bed & Breakfast

ในสไตล์เรียบง่าย ตัวอาคารเหมือนบ้าน 2 ชั้น

ที่เราเห็นได้ทั่วไป แต่ด้านในจะมีทั้งห้องพัก

สำหรับ 1 คน ไปจนถึง 4 คนเลยจ้า ทุกห้อง

ตกแต่งแบบเรียบง่าย ด้วยผนังขาว เตียง / ฟูก

ขาว ตกแต่งเล็กๆน้อยๆ ชั้นล่างมีตู้เย็นให้เรา

เอาไว้ตุนสเบียง ตอนเช้ามีพวกชา กาแฟ ซีเรียล

ขนมปัง ผลไม้นิดหน่อย ให้เราทานรองท้องด้วย

หรือใครอยากได้กาแฟทำสดๆ กับ เบเกอรี่

ที่นี่ก็มีคาเฟ่ ชื่อ Nuan อยู่ในอาคารเดียวกับ Cozy เลย

สอบถามข้อมูลอื่นๆ + จองได้ที่ 062-545-5963 และ

https://www.facebook.com/funwahnhostel/ ค่ะ

เก็บของ อาบน้ำ นอนเปื่อยกันสักพักกกก

พวกเราก็ไปตามเสียงท้องร้องค่ะ! มื้อเย็นวันนี้

เราฝากท้องกันที่ ข้าวซอยนิมมาน ปิงเชื่อว่าหลายคน

ต้องเคยได้ยินชื่อร้านนี้มาบ้าง ปิงก็ได้ยินมานานแล้ว

แต่เพิ่งมาลองครั้งนี้ครั้งแรกกกกก!! ก่อนหน้านี้ปิง

กินข้าวซอยตามร้าน local อย่างข้าวซอยคุณยาย

และข้าวซอยศรีพรรณ แต่รอบนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

เลยมาจบที่นี่.. ข้อดีของร้านนี้คือเค้า take ข้าวซอย

to the next level ค่ะ มี topping ให้เลือกหลากหลาย

ทั้งข้าวซอยซีฟู้ด ข้าวซอยหมูตุ๋น หมูย่าง ฯลฯ

เมนูอาหารเหนืออื่นๆเค้าก็มีเน่อออออ ราคาแอบแรง

แต่ก็เข้าใจได้ว่าขายนักท่องเที่ยว ปิงลองข้าวซอย

หมูย่างไป ตัวหมูอร่อยใช้ได้ เส้นก็โอเค แต่น้ำซุป

สำหรับปิง ยังสู้พวกร้าน local ไม่ได้คับบบบ

ใครยังไม่เคยลอง ก็ไปลองกัน จะได้รู้! นี่พิกัด…

– ที่อยู่ : นิมมาน ซอย7 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 11.00 – 20.00 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 053 894 881

– FB : https://www.facebook.com/KAOSOYNIMMANSOI7/

ไหนๆก็มานิมมานแล้ว ขอแวะร้าน lifestyle

สุดโปรดหน่อยแล้วกันจ้าาาา ร้านนี้ชื่อว่า Playworks

ปิงเห็นร้านนี้ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ไม่ใช่ที่นิมมานนะ

เค้าเอาของไปตั้งขายที่ถนนคนเดินท่าแพ เค้าขาย

ตั้งแต่กระเป๋าเล็กๆใส่เหรียญ กระเป๋าผ้า เสื้อยืด

เข็มกลัด โปสการ์ด สติ๊กเกอร์ ไปจนถึง ปฏิทิน

ของแต่งห้อง และสารพัดของจุ๊กจิ๊กกกกกกก

ซึ่งทางร้านวาดลาย + ออกแบบเองทั้งหมด

เค้าเอาลายไทยๆมาทำให้ดูเท่ขึ้น โมเดิร์นขึ้น

พอมาเจอ store ของเค้าที่โครงการ Think park

ก็กลายเป็น มาเชียงใหม่ทีไร ปิงต้องแวะมาทุกครั้ง :- )

แวะเข้าช่วง tie-in แปปปป หนังสือที่ปิงเขียน

มีวางขายที่ร้าน Playworks ด้วยน้าาา >//<

เป็นไกด์บุ๊คเชียงใหม่ ชื่อว่า Bliss of Chiang Mai

เล่มเล็ก พกง่าย ดีไซน์สวย แบ่งเป็น 5 บท คือ

ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวเชียงใหม่, ร้านกาแฟ,

ที่พักในเมือง, ร้านอาหาร, โฮมสเตย์ / ที่เที่ยวนอกเมือง

จะไปซื้อที่ร้านนี้ก็ได้ หรือถ้า inbox มาสั่งในเพจ

Bliss Out There จะลดจากเล่มละ 295 บ. เหลือ 250 บ.

รวมส่งลงทะเบียน รีบสั่งกันน้า ใกล้หมดแล้ว!

https://www.facebook.com/BlissOutThere/

– DAY 5 : 9 Sapachafair / Khagee / Waii Nam Pueng

/ Baan Kang Wat / Kao Tom Suan Dok –

ภารกิจของเช้าวันที่ห้า คือการพาเพื่อนเวียดนามไป

ทานมื้อเช้าสไตล์ไทย ปกติปิงชอบไป “โกเผือก โกดำ”

แต่วันนี้ตื่นสายและหิวมาก แล้วคาดว่า ถ้าไปร้านนั้น

คนน่าจะเยอะ ต้องรอนาน ก็เลยพาไปอีกร้านนึง

ที่ปิงเคยไปเมื่อนานมาแล้ว ชื่อ 9 สภาชาชาแฟ ค่ะ

ครั้งล่าสุดที่ไป เป็นร้านเล็กๆเอง ผนัง เพดาน โต๊ะ

เก้าอี้ ไม้ล้วน นั่งกินแบบรับลมธรรมชาติล้วน

แต่รอบบนี้ร้านเค้าย้ายซอย แถมทำใหม่ซะใหญ่โต

เมนูอะไรก็ทำใหม่ + อัพราคา เจาะกลุ่มนั่งท่องเที่ยว

ส่วนตัวไม่ชอบร้าน เพราะมันไม่มีฟีล local

เหลืออยู่เลย TT แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหาร

ยังรสชาติดีเหมือนเดิม ปิงสั่งชุดอาหารเช้า

ที่มีขนมปัง ให้ทานคู่กับสังขยา 2 สี และ

ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก กุนเชียง ส่วนคุณเพื่อน

สั่งไข่กระทะ กับ หมูเด้งรสเผ็ด มาทานคู่กัน :- p

– ที่อยู่ : นิมมาน ซอย7 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 7.30 – 21.00 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 093 556 5255

– FB : https://www.facebook.com/9Gaocafe/

มาต่อกันที่ร้านที่ปิงรักที่สุด ไปแล้วไปอีก ไปซ้ำไปซ้อน

ไปทำไมบ่อยขนาดนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

นั่นก็คือ ร้านขจี ร้านกาแฟน้อยแต่มาก ที่ผสมผสาน

ความเป็นคาเฟ่เชียงใหม่ และ คาเฟ่ญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว

ตัวร้านอยู่ริมแม่น้ำปิงก็ได้ความต่อนยอนไปแล้วหนึ่ง

พอเข้ามาในร้าน กินหอมๆของกาแฟและเบเกอรี่

ก็เตะจมูกเราทันที ร้านนี้ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมาย

แค่โต๊ะ เก้าอี้ คละแบบกันไป มีภาพติดผนัง ม่านบางๆ

แต่ทุกอย่างมันพอดี เข้ากันไปหมด แม้กระทั่ง

เพลงที่เค้าเปิดในร้าน ( ชอบจนเอาร้านนี้เป็นหน้าปก

หนังสือ Bliss of Chiang Mai ง่ะ คิดดูววววว )

ใครอยู่เชียงใหม่ แล้วยังไม่เคยไปถือว่าพลาด

ใครจะไปเที่ยวเชียงใหม่ เอาร้านนี้ลงลิสต์ด่วนๆจ่ะ

– ที่อยู่ : ถ.เชียงใหม่ – ลำพูน ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 10.00 – 17.00 น. หยุดวันจันทร์ อังคาร

– เบอร์ติดต่อ : 082 975 7774

– FB : https://www.facebook.com/khageecafe/

และนี่คือกิจกรรมที่ปิงไม่เคยทำมาก่อนในเชียงใหม่..

ไปช้อปปิ้งกระเป๋าสาน!! มันเกิดจากปิงเห็นคนลงรูป

กับกระเป๋าสานเยอะๆบน IG แล้วเช็คอิน “Chiang Mai”

นี่เป็นคนชอบกระเป๋าสานอยู่แล้ว แต่พอมาอยู่ออส

ก็ไม่ได้ซื้อเลย เพราะราคาแพงเกินเหตุมาก พอเห็นว่า

เชียงใหม่มีอะไรอย่างนี้ เราเลยไปสอบถามผู้รู้จนได้

คำตอบมาว่า ร้านนี้ชื่อ หวายน้ำผึ้ง ขายกระเป๋าสาน

และของใช้จักรสานอื่นๆด้วย แต่เรื่องกระเป๋าเค้ายืนหนึ่ง

มีหลายแบบมาก ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ แบบสะพายข้าง

แบบหิ้ว แบบไขว้หลัง มีหมดจ่ะ ขายทั้งราคาปลีก

และราคาส่ง สุดท้ายได้กลับบ้านใบนึง แฮปปี้เว่อร์

( ร้านอยู่ถ.ช้างม่อย ทางไปกาดหลวง ใกล้ร้าน Brewginning

ไม่ทราบเวลาเปิด – ปิด กับเบอร์ติดต่อจ้า sorry TT )

กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของตัวเมืองเชียงใหม่

ไปแล้ว สำหรับ โครงการบ้านข้างวัด โครงการ

ที่ร่วมเอาธุรกิจ local มาไว้ในที่เดียว ทั้งร้านขาย

งานฝีมือ ของสะสม ของใช้ เครื่องเขียน ไปจนถึง

เสื้อผ้า กระเป๋า ชิคๆ ที่หาได้แค่ที่นี่ที่เดียว และแน่นอน

มีคนมาช้อป ก็ต้องมีคนมาชิม.. ที่บ้านข้างวัดมีคาเฟ่

น่ารักๆ และ ร้านอาหาร หลายร้านเลย แต่ที่ปิงชอบ

ที่สุดคือ “ร้านมาหาสมุด” เพราะนอกจากเค้าจะ

เสิร์ฟชา และ น้ำผลไม้สูตรเฉพาะแล้ว ที่ร้านยังมี

ชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ ให้เราได้เลือกอ่านด้วย

ชิลล์มากบอกเลย ใครยังไม่เคยมาต้องจัดค่ะ

– ที่อยู่ : ถ.บ้านร่ำเปิง ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 10.00 – 16.00 น. หยุดวันจันทร์

– FB : https://www.facebook.com/Baankangwat

ปิดท้ายวันที่ห้าที่ ร้านข้าวต้มพุ้ยสวนดอก ค่ะ

กินตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยฯแล้วขับรถมาเที่ยว

เชียงใหม่กับเพื่อน จนถึงตอนนี้! ไม่ให้กลับไป

ได้ไง ก็รสชาติเค้าอร่อยเหมือนเดิม แถมมีเมนู

ให้เลือกเยอะมาก จะเดินไปเลือกตรง hot bar

หรือจะดูจากเมนูบนโต๊ะก็ได้ ปิงโดนหนำเลี๊ยบหมู

ปลาทอด(ชิ้น) ยำกุ้งแห้งกับผักดองอะไรสักอย่าง

และก็ผัดกระเฉดหมูกรอบ กินกับข้าวต้มร้อนๆ

คือฟินสุด ยิ่งมากินตอนดึกๆยิ่งฟิน5555555

– ที่อยู่ : ถ.สุเทพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 17.30 – 3.00 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 088 260 3567

– FB : https://www.facebook.com/Mr.AunSuandok/

– DAY 6 : Anchan Noodle / FLAT / Life. Coffee bar & beer –

ตื่นมาวันสุดท้ายในเชียงใหม่ ใจมันโหวงๆ

ยังไงไม่รู้ y_____y ไม่ได้มาตั้ง 2 ปี พอได้มา

ก็มีเวลาแค่ 6 วันเองงงง ฮืออออออออออออออออ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านพับกบ เอ้ย!

พบกับ.. ร้านแรกของวันนี้.. ก๋วยเตี๋ยวอัญชันนนนนนนนน !!

พวกเราเช็คเอ้าท์ ฝากของไว้ที่ที่พัก แวะวัดเจดีย์หลวง

( อยู่ใกล้ที่พักมาก ) แล้วเราก็เรียกรถไปทานก๋วยเตี๋ยว

เป็นอีกหนึ่งร้านที่ปิงไปแล้วไปอีก ไม่ใช่แค่เพราะ

เส้นก๋วยเตี๋ยวเค้าสีฟ้า น่าถ่ายรูป แต่เพราะมันอร่อยด้วย!

มีตั้งแต่เส้นหมี่ เส้นเล็ก ธรรมดา ต้มยำ ข้าวหน้าหมูย่าง

อะไรก็มี แล้วข้าวก็สีฟ้าด้วย เหมือนจะเป็นร้านสำหรับ

นักท่องเที่ยวนะ แต่ไม่! คนเชียงใหม่ก็กิน แถมราคาโอเค

อยากให้มาลองกันเน่อออออออออออ :- D

– ที่อยู่ : ถ.สิริมังคลาจารย์ ซอย 9 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 8.00 – 16.00 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 084 949 2828

– FB : https://www.facebook.com/anchannoodle/

จากร้านก๋วยเตี๋ยวอัญชัน จริงๆปิงตั้งใจจะไปร้าน

Payaka Cafe คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยเค้กอร่อยๆ และ

ไม้ดอก ไม้ประดับ ของวินเทจทั่วร้าน คือเห็นใน IG

มานานแล้วไม่ได้ไปซะที พอจะไปรอบนี้ ร้านดันปิด…

บวกกับมีสายมาบอก ว่ามีคาเฟ่หนึ่งเพิ่งเปิดช่วงที่

ปิงไปเชียงใหม่ เราก็เลยจัดซะเลย ร้านนั้นก็คือ

FLAT ร้านนี้เป็นคาเฟ่ง่ายๆ สไตล์มินิมอล

อยู่ในย่านสวนดอก ที่เด็กมช.คุ้นเคยกันดี

ตัวร้านเป็นสีขาวล้วน ติดกระจกรอบด้าน พูดง่ายๆ

คือมองจากข้างนอก มุมไหน ก็เห็นในร้านหมด

ด้านในมีที่นั่งไม่มาก ตกแต่งไม่เยอะ

แต่ในความคลีน เค้ามความทรงพลังของคอนเซ็ปต์

ปิงสั่งเมนู Flat_001 ไป ซึ่งเค้าบอกว่าตัวนี้

จะเปลี่ยนเรื่อยๆ วันที่ปิงลองมันเป็นส้มซูยุกับ

โซดา อีกแก้วคือ Matcha Latte ซึ่งดีย์มั่กๆๆ

มัทฉะเข้มข้น มีรสหวานอ่อนๆ ต้องไปแล้วแหละ!

– ที่อยู่ : ถ.ศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 07.30 – 17.00 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 083 424 2632

– IG : https://www.instagram.com/flat____/?hl=th

ไปต่อกันที่ Life. Coffee bar & beer

ร้านนี้ออกเมืองตัวเมืองเชียงใหม่ไปหน่อยค่ะ

แต่เราก็ยอมถ่อไป เพราะเห็นรูปแล้วมันดีงามจริงๆ

Life เป็นทั้งคาเฟ่และลานเบียร์ ตัวร้านเป็นโครงเหล็ก

สีขาวล้วน แบ่งโซนบาร์ กับ โซนที่ลูกค้านั่งชัดเจน

ทั้งร้านอยู่ใต้ร่มไม้ ทำให้ร้านดูมีชีวิตมากขึ้น

ชั้นสองมีทั้งที่นั่ง indoor และ outdoor ใครอยาก

รับลมธรรมชาติก็เชิญตรงระเบียงเลยจ่ะ

เครื่องดื่มเค้าก็มีให้เลือกเยอะ ราคาไม่แพงด้วย

ปิงว่าเหมาะกับคนเชียงใหม่ ที่หาที่นั่งทำงาน

อ่านหนังสือยาวๆ แล้วอยาก escape จากตัวเมือง

ก็มาแช่อยู่นี่ได้ทั้งวัน อิ_อิ

– ที่อยู่ : ซอย หมู่บ้านธนาวัลย์ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่

– เปิด/ปิด : 08.00 – 23.45 น. ทุกวัน

– เบอร์ติดต่อ : 088 266 9822

– FB : https://www.facebook.com/pages/category/Coffee-Shop/Life-Coffee-Bar-Beer-992725177597533/

นั่นแหละ ทั้งหมด ทั้งมวลของทริปเชียงใหม่

6 วัน 7 คาเฟ่ 7 ร้านอร่อย 3 ที่พัก และอีกเยอะ!

ได้ไปซ้ำทุกร้านโปรด และ อัพเดทร้านใหม่ๆบ้าง

ย้ำว่าทุกสถานที่ในรีวิวนี้คัดมาแล้วค่ะ ดีจริง

ไปตามได้ไม่มีผิดหวังงงง สุดท้ายขอบคุณทุกคน

ที่อ่านมาจนจบน้าาาา ใครยังไม่ได้กด like เพจ

Bliss Out There ฝากเข้าไปกดด้วยจ้า ลิงก์นี้ๆ

https://www.facebook.com/BlissOutThere/

ทริปหน้าปิงจะพาไปไหน เดี๋ยวรู้ >//<

ความคิดเห็น