See Angkor Wat and die : ในที่สุดฉันก็ตายตาหลับอีกครั้ง รีวิวโดย เที่ยวให้ได้ "เรื่อง"

"See Angkor Wat and die" ประโยคสุดคลาสสิคที่  ลุง Arnold Joseph Toynbee นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษได้กวล่าวไว้ ประมาณว่า เห็นแล้วตายได้ แปลเองประมาณนั้น 555 ใช่ ได้เห็นแล้ว ตายตาหลับละ กับ 1 ใน  7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (เคยเป็น) ถึงจะแค่เคยเป็น แต่ก็โคตรคุ้มละ คือมันเอื้อมถึงไง เที่ยวแบบ

See Angkor Wat and die : ในที่สุดฉันก็ตายตาหลับอีกครั้ง

See Angkor Wat and die : ในที่สุดฉันก็ตายตาหลับอีกครั้ง

 วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.12 น.

 วันที่เดินทาง 15 ก.พ. 2563


"See Angkor Wat and die" ประโยคสุดคลาสสิคที่  ลุง Arnold Joseph Toynbee นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษได้กวล่าวไว้ ประมาณว่า เห็นแล้วตายได้ แปลเองประมาณนั้น 555 ใช่ ได้เห็นแล้ว ตายตาหลับละ กับ 1 ใน  7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (เคยเป็น) ถึงจะแค่เคยเป็น แต่ก็โคตรคุ้มละ คือมันเอื้อมถึงไง เที่ยวแบบงบน้อยแบบเรา 5555  คือมันเวอร์วังอลังการงานสร้างมากกกกก มากจนต้องรีวิวลำบาก มากจนต้องกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ ทั้งประวัติและสถาปัตยกรรม 5555 เอ้า ยังไม่ได้บอกว่าไปไหนมา ทริปนี้ไปใกล้บ้านเราฮะ "นครวัด - นครธม" จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา นฐานะหลักฐานทางอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองในอดีตซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้คือ ไฝ่ฝันมานานละ สักวัน สักวัน ประจวบเหมาะปีที่แล้วแอร์เอเชียมีตั๋วโปร 990 บาท จะบอกว่าเป็นการกดตั๋วโปรครั้งแรก ได้เฉย 555 แล้วคือ ตอนกดนั้น กดไปคนเดียวจ้าาาาา ด้วยความต้องไป กดเสร็จค่อยหลอกเพื่อนไป 55555 เดินทางคืนวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ เที่ยวจริง 2 วัน คือวันที่ 15 - 16 กลับวันที่ 17  ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหกพันกว่าบาท มารู้ข้อมูลเบื้องต้นกันก่อน

1. ไปกัมพูชาไม่ต้องขอวีซ่า เขียนใบตม. ใบศุลกากรถ้าไม่มีของต้องสำแดงไม่ต้องกรอก กรอกมาเข้าก็คืน

2. เงินแลกเป็นดอลลาร์ไปก็พอ ที่นู่นใช้ดอลลาร์บางที่ก็ใช้บาทไทย แล้วก็สำหรับ 2 ดอลลาร์ ถ้าเป็นร้านค้าท้องถิ่นจะไม่รับฮะ เขาบอกว่าไม่ค่อยมีคนใช้ ส่วนเงินเรียลเดี๋ยวจะได้กลับมาตอนทอนเอง 5555 คิดค่าตีกลับไปกลับมาเวบาใช้ (4,000 เรียลเท่ากับ 1 ดอลลาร์)

3. คนกัมพูชาน่ารัก ชอบคนไทย ยิ้มแย้ม บางคนก็พูดไทยได้

4. ที่พักให้หาพักใกล้กับ pub street เดินเที่ยวได้ทั้ง night market และ pub Street (อยู่ติดกัน) ส่วนมากมีรถบริการจากสนามบินกับโรงแรมฟรี 1 เที่ยว 

5. เบียร์ถูกว่าน้ำและกาแฟ 5555 กินเบียร์แทนน้ำกันเลยทีเดียวเชียว

6. อาหารตามร้านอาหาร หรือตามโบราณสถานจะราคาแอบแรง 7-9 ดอลลาร์ มันเป็นมาตรฐานของเขาฮะ แต่ตามแผงข้งทาง 1.5 ดอลลาร์ นั่งกินโต๊ะเล็กๆ โคตรคูล อร่อยด้วย 555 ข้าวผัดกระเพราะเนื้อไข่ดาวอร่อยมากกก

7. ส่วนมากจะแนะนำให้มีไกด์ท้องถิ่น ก็ใช่ฮะ ไปหาเอาที่นู่นเยอะมากกกก ราคาไม่แรงด้วย คุยกันชอบใจไปโลด เราด้วยความกังวลจึงหาไกด์ก่อนไป ซึ่งมันแพงมากเมื่อรู้ราคาจริงจากที่นั่น

8. ชาวชาติตะวันตกเยอะมากกกก ทั้งเป็นนักท่องเที่ยว และเป็นเจ้าของกิจการ

9. อากาศร้อน แบบร้อนมาก บวกกับเดินตากแดดชมโบราณสถาน จะเป็นลม 5555 หมวก แว่น ครีมกันแดด น้ำดื่ม พกไปด้วยฮะ อย่าลมฝุ่นด้วย ฝุ่นเยอะ

10. ค่าเข้าชมเมืองพระนครมี 3 แบบ 1 วัน 37 ดอลลาร์  บัตร 3 วัน  62 ดอลลาร์ บัตร 7 วัน  72 ดอลลาร์ ชมได้ทุกปราสาท

plan ที่ไกด์จัดให้ 

Day 1 : ปราสาทแปรรูป ปราสาทบันทายศรี ปราสาทตาโสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทพระขันธ์

Day 2 : นครวัด ปราสาทบายน ปราสาทตาพรหม ปราสาทบาปวน (ขอเขาแวะ)

Day 3 : วัดพรหมโลก แกะสลักเสียมเรียบ เดินสตีทอาร์ต กลับสนามบิน 

จริงๆ คือเราอยากไปเบงมาเลีย แต่ไกด์บอกว่ามันไกล และไม่พาไป 555 ไว้รอจังหวะตั๋วโปรแล้วกดไปใหม่ฮะ ยังไงก็จะไป 555555  มาเริ่มกันเถอะ

เหมือนเดิม รอบนี้เดินทางด้วย แอร์เอเชีย FD618 ตอนไปกดตั๋วโปร 990 บาท ตอนกลับ จองได้ 1400 โดยประมาณ เวลาบินจากกรุงเทพ-เสียมราฐ 1 ชม. 5 นาที ยังไม่ทันจะได้หลับ ถึงละ 555 ถึงสนามบินประมาณ 3 ทุ่มฮะ เวลาบ้านเขากับบ้านเราเท่ากัน ก็เดินตามเขาผ่าน ตม. เข้าไป สบายๆ ขเางในมีเหมือนเคาท์เตอร์รถแทกซี่อยู่ ไม่ต้องกลัวราคาเกินมาตรฐานฮะ 

สำหรับเราจองโรงแรมผ่านแอปเรียบร้อย นัดรถโรงแรมมารับ เคยอ่านกระทู้มาประมาณว่า ให้บอกเวลาเครื่องลงบวกเข้าไป เพราะถ้าเขามารับแล้วไม่เจอเราเขาจะไม่รอ อินี่เพิ่งรู้ บอกเวลาเครื่องลงเป๊ะ แล้วคือ ถึงช้า 30 นาทีไง เอาแล้วสิ จะรอกูมั้ย ผ่าน ตม. ปั๊บรีบออกมาเลยยยยย นังยังอยู่จ้า ยืนชูป้ายยิ้มหวานอยู่ อื้อหือ น่าร้ากกกกก เสวนากับนังแพพ ก็พร้อมไปโรงแรม โดยไม่ลืมที่จะให้ค่าน้ำใจนังไปด้วย เราพักกันที่ Popular Hotel แถวผับสตรีท 3 คืน 3000 กว่าบาท หาร 2 ก็ตกคนละ 1500 บาท โรงแรมก็น่าร้ากกกก รีเซฟชั่นนังเป็นกระเทยน้อยน่ารัก ต้อนรับเป็นอย่างดี กลับมาเจอนังทุกครั้งนังจะถามด้วยความใส่ใจว่า "สบายดีมั้ย" ตอบกลับไปว่า "Very Good"

 Highlight 

     ถึงแล้วไงไยรอช้าาาาาา เก็บข้าวเก็บของ ตื่นตาตื่นใจกับถนนคนเดินพัทยาน้อย  5555 มานี่เพื่อสิ่งนี้ด้วย "Pub Street" กับเบียร์สดแก้วละ 15 บาท ลงพื้นที่สำรวจกันเลยฮะ วันแรกก็แว๊บเข้าบาร์เลย กับ Angkor What Bar อย่างเก๋ กดชัตอเตอร์เก็บภาพไปเยอะเลยฮะ ดูได้ตามนี้ "อัลบั้มภาพ Pub Street"

นอกจาก Pub Street แล้วก็ยังมี Night Market  อยู่ติดกันล่ะ คือจะว่าไนท์อย่างเดียวก็ไม่ใช่ กลางวันเขาก็ขายนะ 555 ของขายเยอะมาก ชอบตรงภาพวาดสีผ้าใบ มันเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของเขาเชียว พีคตรงที่ ซื้อเสื้อยืด ในตลาด 5 ดอลลาร์ เดินออกมา 3 ดอลลาร์ ออกมาอีกแถบ 1 ดอลลาร์ เจ็บตรงจ่ายไป 5 ดอลลาร์ นี่ล่ะ 55555 เก็บภาพเช่นเคย ตามนี้ฮะ "อัลบั้มภาพ Night Market"

คืนแรกสำหรับการพักผ่อน นัดรถรับตอน 07.30 เพื่อเตรียมตะเวน ต่อไปนี้ไม่ขอเรียงที่ไปนะฮะ ขอเล่าคร่าวๆ แล้วรูปคร่าวๆ รูปเยอะๆ ก็คลิ๊กเข้าไปในลิ้งที่แนบให้แต่ละสถานที่ได้เลยฮะ แบบกดชัตเตอร์เยอะมาก 555555

Day 1

ตะลอนวันแรก นัดไกด์มารับแต่เช้า (ประมาณ 7.00 น.) โชคดีที่พี่ไกด์พูดไทยได้ เราเลยพอเสวนารู้เรื่องบ้าง 555 เดินทางด้วยรถตุ๊กๆ ซึ่งเป็นพาหนะยอดฮิตของที่นั่น พี่ไกด์ของเราชื่อพี่สิทธิชัย ได้ข้อมูลจากเว็ปพันทิป แล้วก็แอดเฟสบุ๊กพี่เขาไป เนื่องจากเราด๋อยเรื่องภาษามาก ก็เลยต้องเลือกไกด์ที่พอพูดไทยได้ฮะ ประกอบกับเท่าที่หาข้อมูล พี่ไกด์แกเป็นช่างภาพ ใครอยากมีรูปสวยๆ ติดต่อแกได้ฮะ ไปเริ่มตะลุยกัน :)

ปราสาทแปรรูป

เป็นปราสาทแรกที่แวะ มันก็จะแชะภาพเยอะหน่อย  ตามข้อมูลที่พี่ไกด์เล่าให้ฟังก็จะประมาณว่า ที่นี่เป็นที่ทางพิธีกรรมเกี่ยวกับการจัดการศพของพระเจ้าราเชนวรมันที่ 2 (ใช้คำไม่ถูก 5555) แปรรูป น่าจะมาจากการแปรสภาพของร่างการ อะไรประมาณนี้  สำหรับอัลบั้มภาพตามนี้ฮะ "อัลบั้มภาพปราสาทแปรรูป"

ปราสาทบันทายศรี 

หรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร (ไกด์พูดอิฉันงงมาก 555) หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรีสร้างตอนปลายสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมินทร์ (พ.ศ.1510) เป็นปราสาทหลังเล็กๆกลุ่มหนึ่ง สร้างด้วยหินทรายสีชมพูแกะและสลักภาพนูนสูงได้อย่างสวยงามมากเป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรี มีความอ่อนช้อยงดงามช่างได้แกะสลักอย่างวิจิตบรรจงจนทำให้เหล่านางอัสราและเทพธิดาที่ประดับบนผนังดูเสมือนมีชีวิตจริงๆ จนได้รับการขนาดนามว่าเป็นปราสาทแห่งความรัก จริงๆ ระหว่างเดินดูพี่ไกด์แกก็จะเล่าไปเรื่อย อิฉันก็ลืมไปเรื่อย 5555 ข้อมูลบางส่วนก็หามาจากในอินเตอร์เน็ต สำหรับภาพส่วนมากจะเป็นรูปสลักที่สมบูรณ์มาก ดูงดงามจริงๆ ฮะ "อัลบั้มภาพบันทายศรี"

ปราสาทตาสม (Ta Som Temple)

หาข้อมูลไม่ค่อยเจอ แต่ได้ว่า "เป็นปราสาทขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับปราสาทบายน ซึ่งสร้างในสมัยเดียวกัน ด้วยความที่เป็นปราสาทขนาดเล็ก ทำให้กรู๊ปทัวร์ ไม่ค่อยมา จึงไม่วุ่นวาย เหมาะกับการเข้าไปท่องเที่ยวเพื่อดูภาพสลักที่สวยงาม และปราสาทตาสมเองก็มีต้นไม้ขึ้นเหนือปราสาทเช่นเดียวกับ ปราสาทบายน " แต่สำหรับเรา เราว่ามันใหญ่นะ แล้วก็ร่มรื่นมาก ถึงกับนอนที่นั่งพักหนึ่งเลย ตรงนี้ได้รูปเยอะอยู่ ได้ถ่าย Street ด้วย ระหว่างทางเดินเข้าก็จะมีร้านขายของ ขายภาพวาด เข้าไปข้างในมีต้นไม้ใหญ่จะมียายนั่งสานกระเป๋าตรงรากต้นไม้ สอยกระเป๋ามาเช่นเคยฮะ นับเป็นปราสาทที่มีมุมเยอะ และสวยมากในเสียมราฐ แวะดูอัลบั้มภาพได้ฮะ "อัลบั้มภาพปราสาทตาสม"

ปราสาทนาคพันธ์

ปราสาทนาคพันธ์ เป็นปราสาทน้อยกลางน้ำ มีสะพานทอดยาวเดินข้ามไปยังปราสาท ผังของปราสาทจำลองสระอโนดาต ก็ไม่มีอะไรฮะ มีอย่างที่เห็น เขาพาไปก็ไป ชมรูปได้ตามนี้ฮะ "อัลบั้มปราสาทนาคพันธ์"

ปราสาทพระขรรค์ 

 เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5 ตารางกิโลเมตร สร้างขยายไปทางทิศเหนือนอกกำแพงเมืองนครธม สร้างสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในรัชสมัยของพระองค์มีราชครูกว่าหนึ่งพันคนปราสาทแห่งนี้ จึงใช้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งพระพุทธศาสนา บริเวณที่สร้างปราสาทพระขรรค์ ถูกขนาดนามว่าเป็นทะเลแห่งเลือด เพราะในบริเวณนี้เคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างพวกขอมที่อยู่ในเมืองพระนครและพวกจาม พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างปราสาทพระขรรค์นี้เพื่ออุทิศให้แก่พระราชบิดา โดยสร้างหลังจากที่พระองค์ทรงสร้างปราสาทตาพรหมเพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาแล้ว 5 ปี (ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต) "อัลบั้มภาพปราสาทพระขรรค์"

Day 2 : นครวัด

ใช่ฮะ นี่คือความหวังของการมาที่นี่ เวอร์วังอลังการงานสร้างมากมายเหลือเกิน ฉันคงตายตาหลับสมแล้วสินะ "ลาก่อนชาวโลก ฉันเห็นนครวัดแล้ว ฉันตายได้แล้ว" กดชัตเตอร์ไปเยอะมาก พีคสุดคือการแหกขี้ตาตื่นไปจองที่สำหรับถ่ายมุมมหาประชาชนแต่เช้า มืดก็มืดวิ่งบนแพน้ำ 555 หัวจะทิ่ม เท่านั้นไม่พอพื้นดินเปียก เละสิฮะ จองหน้าสุดติดขอบน้ำเลย คือเรียกได้ว่าแทบจะนั่งในน้ำ คนข้างหลังก็ดันกันไป ตะโกนกันไป นึกว่าจะไม่รอดกลับมาละฮะ 5555 คิดแล้วอนาถนัก 5555 แต่ก็นะ ครั้งหนึ่งในชีวิต ตายไปจะได้ไปคุยกะเค้าได้ 555 ไม่พูดพร่ำเยอะ ตามไปดูรูปได้ในเพจเลยฮะ ขอโทษที่มีข้อมูลน้อย 555 แต่รูปรูปเยอะมาก   "อัลบั้มภาพนครวัด"

นี่คือมุมมหาประชาชน มุมที่วิ่งไปตบตีแย่งชิงกับเขามา 555555

note : อารยธรรมโบราณของอาณาจักรขแมร์ เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ใช่เวลาสร้างร่วม 100 ปี โอ้โหฮะ อละงการงานสร้างจริงๆ บอกเลย กำแพงชั้นนอกรอบปราสาทมีภาพแกะสลักหินเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เรื่องราววรรณคดี และรูปสลีกนางอัปสรอีก 1,635 รูป ใช่ มีเยอะมาก

อาณาจักรนครธม 

ตอนแรกเข้าใจว่า นครธม เป็นเหมือนนครวัดที่เป็นปราสาทใหญ่ๆ ระแวกเดียวเลย แต่เท่าที่ทราบจากไกด์และจากอินเตอร์เน็ต นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเป็นเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ เมืองหนึ่งที่มีปราสาทน้อยใหญ่มากมาย จึงเป็นที่มาของถ้าบอกว่าไปนครธม เขาจะถามว่าไปปราสาทไหน 555 ก็งงสิฮะคนไม่รู้ความก่อน ใจกลางนครธมเป็นปราสาทหลักที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า "ปราสาทบายน" ซึ่งยังประกอบด้วยกลุ่มปราสาทและลานกลางแจ้งขนาดใหญ่โดยรอบ งั้นเรามาเริ่มที่ปราสาทบายน (Bayon) กันก่อนเลยฮะ 

ปราสาทบายน 

คือ ปราสาทหน้ายิ้ม หนึ่งในปราสาทที่เป็นไฮไลท์ของนครธรม ลักษณะเด่นก็คือ ใบหน้าที่ยิ้มอยู่ทุกด้านข้างบน คือรูปพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโบกิเตศวร มี 216 หน้า รวม 54 ปรางค์ พระพักตร์หันออกไปทั้ง 4 ทิศ เพื่อสอดส่องดูแลทุกสุขของชาวบ้านทำให้อยู่เย็นเป็นสุข เขาเรียกรอยยิ้มนั้นว่า "ยิ้มแบบบายน" ชอบๆ ถ่ายมาเพียบเลย (เพียบทุกที่ 555) ดูรีวิวภาพเต็มในลิงค์ได้เลยฮะ "อัลบั้มภาพปราสาทBayon"

Note : สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศืลปะเขมรและพุทธมหายาน แตกต่างจากเขมรยุคอื่น เรียกว่า ศิลปะแบบบายน/ เป็นปราสาทแห่งเดียวที่ไม่มีกำแพง แต่ใช้กำแพงของเมืองนครธมแทน.

ปราสาทบาปวน (Baphuon)

อันนี้หาข้อมูลไม่ได้เลยฮะ แต่ก็ชอบ (อีกแล้ว) เป็นปราสาทที่ขอไกด์แวะระหว่างทางไปปราสาทตาพรหม แล้วคือชอบมากแชะรูปเยอะมาก แล้วก็ร้อนและเหนื่อยมาก 55555 ดูรูปก็แล้วกันเน๊อะ "อัลบั้มภาพปราสาท Baphuon"  

ปราสาทตาพรหม 

ปราสาทสุดท้ายของวัน คือปราสาทที่รู้จักในนามปราสาททูมไรเดอร์ แต่เราเรียกว่า "ปราสาทรากไม้" คือ ที่นี่จะมีรากไม้ขนาดใหญ่ยึดกับซากเยอะมากกก มันดูมีความขลัง ด้วยเดินไปตรงไหนก็จะเห็นรากขนาดใหญ่ปกคลุมตัวปราสาท และซากปรักหักพัง นางอัปสรที่แอบอยู่ตามก้อนอิฐ รากไม้ คือ ชอบที่นี่ (ชอบทุกที่)  "อัลบั้มปราสาทตาพรหม"

Note : ปราสาทสร้างสมัยเดียวกับปราสาทบายน (พระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ได้รับยกย่องจาก UNESCO เป็นมรดกโลกในปี 1992 ได้รับการบันทึกว่าเคยมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ถึง 2,740 รูป หัวหน้าพระสงฆ์ 18 รูป และคนดูแลอีกนับหมื่นคน ทำให้ปราสาทแห่งนี้มีแผนผังที่ซับซ้อนและอลังการมาก จุดเด่นอีกจุดที่นี่นอกจากรากไม้แล้ว ยังมีรูปนางอัปสรที่ถูกรากไม้คลุมจนเหลือแต่ใบหน้าส่งยิ้มให้กับเรา ดูงดงามและมีมนต์มากฮะ

ปราสาทแม่บุญตะวันออก (East Mebon Temple)

อันนี้คือขอไกด์แวะอีกแล้ว 5555 ปราสาทแม่บุญตะวันออก ปราสาทน้อยที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง แวะไปถ่ายรูปนิดนึง สวยดีฮะ เห็นมีช้างยืนสี่มุมเลย หาประวัติในเน็ตไม่เจอ "อัลบั้มปราสาทแม่บุญตะวันออก"

Day 3 

วัดพรหมโลก เป็นวัดที่ไกด์พาแวะฮะ หาข้อมูลในอิเตอร์เน็ตไม่เจอ 5555 มีมาแค่นี้ล่ะ 

"Artisan D'Angkor" หมู่บ้านแกะสลัก 

ที่สองวันสุดท้ายตาม plan ที่พี่ไกด์วางไว้ แกพาไปดูโรงแกะสลักเมืองเสียมราฐ ดูวิธีการแกะสลักรูป มีทั้งไม้ ทั้งหิน ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ก่อนเข้าก็รับบัตร แล้วเดินดูแบบเงียบๆ ไม่ให้เป็นการรบกวนฮะ ยกมือถือถ่ายรูปเบาๆ ก็ยังได้ภาพมาเยอะอยู่ 555 ชมภาพกันได้ฮะ "อัลบั้มภาพหมู่บ้านแกะสลัก" 

Street Art SiemReap 

เวลาเหลือจากแผนที่ไกด์วางไว้ให้ ก็เดินรอไปสนามบินฮะ ไกด์พาเดิน Street เสียมราฐ จริงๆ มันคือบริเวณที่เป็น ผับ Street นั่นล่ะ แต่ฟิลล์แบบกลางวันกับกลางคืนผิดกันเยอะมากกกกกกก ได้อารมณ์อีกแบบ "อัลบั้ม Street Art Siemreap"


กลับสนามบินแล้วคร้าบบบบบ เตรียมกลับบ้านเรา เดินดูเรื่อยๆ เงินเหลือต้องใช้ให้หมด 555 เลยสอยแก้วน่ารักๆ ติดมือมาด้วยฮะ  :)

เย้ๆๆๆ ในที่สุดก็จบทริป ช่างเป็นทริปที่รีวิวยาวนานเหลือเกิน ไปเดือนกุมภาพันธ์ จบรีวิวเดือนตุลาคม 5555 ขอบพระคุณที่อ่านกันจนมาถึงนี่ฮะ แวะไปเยี่ยมกับได้ที่เพจน้อยๆ ของอิฉันได้นะฮะ Bye 

"เที่ยวให้ได้เรื่อง"

ความคิดเห็น