[EP.8] ลองกิน Omakase ครั้งแรก คอร์สละแค่ 1,500++ รีวิวโดย กิน จน จน

   ลองกิน Omakase 🍣🥢ครั้งแรก คอร์สละแค่ 1,500++           ซูชิ Omakase 🍣 เริ่มมีการแพร่หลายมาก ๆ ในบ้านเราตอนนี้ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ตอนนี้น่าจะมีร้านโอมากาเสะเกิน 30 ร้านแล้วแน่นอน แต่ละร้านก็จะมีจุดเด่นและราคาแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่มักจะแพงมา

[EP.8] ลองกิน Omakase ครั้งแรก คอร์สละแค่ 1,500++

[EP.8] ลองกิน Omakase ครั้งแรก คอร์สละแค่ 1,500++

 วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 10.05 น.

 วันที่เดินทาง 21 ก.พ. 2563

   ลองกิน Omakase 🍣🥢ครั้งแรก คอร์สละแค่ 1,500++

          ซูชิ Omakase 🍣 เริ่มมีการแพร่หลายมาก ๆ ในบ้านเราตอนนี้ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ตอนนี้น่าจะมีร้านโอมากาเสะเกิน 30 ร้านแล้วแน่นอน แต่ละร้านก็จะมีจุดเด่นและราคาแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่มักจะแพงมากกกก บางที่หลักหมื่น เมนูอย่างหรู วัตถุดิบอย่างดี กินแล้วตัวมีแสงบินได้ 55555 ซึ่งชาวรากหญ้าอย่างเรา พูดกันตามตรงว่าไม่อาจเอื้อมร้านเหล่านี้ได้หรอก ฮรือ เศร้า!!!

          และแล้วเราก็ได้รู้จักกับร้าน ๆ หนึ่ง อยู่แถวสยามนี่เลย เดินทางง่าย ร้านชื่อว่า "Shinkanzen Sushi" ซึ่งเป็นร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นที่มีทั้งอราคาสและโอมากาเสะ โดยคอร์สเริ่มต้นแค่ 1,500++ เท่านั้น ซึ่งถือว่าราคาไม่ได้ถูกหรอกเมื่อเทียบกับราคาอาหารหนึ่งมื้อ แต่แกรรรร โอมากาเสะอะะะ ราคาแบบนี้กับสิ่งที่จะได้กิน มันคุ้มค่ามากนะ เรามองว่าสำหรับใครที่ไม่เคยกินโอมากาเสะแล้วอยากลองซักครั้ง ต้องมาลองค่ะ ราคาเอื้อมถึงอยู่นะ เราเองก็ไม่เคยกินมาก่อน จึงตัดสินใจและจองไปกินอย่างไว วันนี้ "กิน จน จน" จะพามารู้จักร้านนี้กันค่าา

           ทวนซ้ำอีกรอบ ร้านนี้ชื่อว่า Shinkanzen Sushi 🍣 เป็นร้านซูชิราคาไม่แพงนะ ตั้งอยู่แถว ๆ สยาม เส้นอังรีดูนังต์ เปิด Google Map เดินตามก็เจอ ร้านจะอยู่ใกล้ ๆ กับร้านชามุก Bear House ร้านนี้ชั้น 1 และ 2 จะเป็นที่นั่งสำหรับเมนูอราคาส ซึ่งคิวรอหน้าร้านยาวมากกก แต่ชั้น 3 จะเป็นส่วนของโอมากาเสะค่ะ                 

           เราขอแนะนำเลยว่า การไปกินโอมากาเสะทุกครั้ง แนะนำให้จองล่วงหน้านะคะ เพราะว่าร้านโอมากาเสะส่วนใหญ่จะสั่งวัตถุดิบมาตามออเดอร์เท่านั้น walk in เข้าไปนี่หน้าแห้งเดินออกร้านเน้อ 555555 ซึ่งเราจองข้ามเดือนเลยเพราะว่ากลัวที่นั่งเต็ม โดยคอร์สที่เราเลือกคือคอร์ส 1,500++ สุทธิแล้วก็ประมาณ 1,7xx บาท ลืมเลขไปแล้ว 5555 คอร์สนี้มี 17 คำนะ (รวมทุกอย่าง) ซึ่งเทียบราคาและจำนวนคำถือว่าเยอะมากก ซึ่งร้านนี้จะต้องโอนมัดจำก่อน คนละ 750 บาทนะคะ แล้วค่อยมาจ่ายที่เหลือหลังกินเสร็จค่ะ

           การไปกินโอมากาเสะ ควรไปถึงก่อนเวลานะคะ เพราะว่าทางร้านจะเสิร์ฟตรงเวลา เราไปถึงที่ร้านก็เดินผ่านฝูงชนที่รอคิวอยู่หน้าร้าน เดินขึ้นไปชั้น 3 อย่างผู้ชนะ 555555 ซึ่งเราก็ไปถึงก่อนเวลา และทุกร้านก็จะมีพื้นที่ให้นั่งรออยู่แล้วค่ะ สภาพร้านในส่วนโอมากาเสะ แตกต่างจากชั้น 1 และ 2 ที่เดินผ่านขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง ตกแต่งญี่ปุ่นมากและดูดีโคตรร เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายบรรยากาศร้านมา ถ่ายแต่เมนูที่กิน เพราะเราไม่เคยรู้ว่าวันนึงจะมาทำเพจรีวิวอาหาร 55555 

            เล่ามานานแล้วขอแวะอธิบายซักนิดเผื่อใครยังไม่เคยรู้ Omakase เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า แล้วแต่เชฟ หรือ ตามใจเชฟค่ะ ซึ่งร้านโอมากาเสะก็หมายถึง การกินเมนูที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดูกาลโดยที่เชฟจะเป็นผู้คัดเลือกเมนูมาให้ ลูกค้าเลือกไม่ได้ค่ะ จ่ายตั้งแพงแต่ฉันเลือกอะไรได้ไหม เลือกให้เธอไม่ไปได้หรือเปล่า ถุ้ย 5555555 

            แต่ด้วยความที่ต้องกินวัตถุดิบที่เชฟจัดมาให้ตามฤดูกาล ทำให้แต่ละช่วงที่มาอาจจะได้กินเมนูที่ไม่เหมือนกันในแต่ละครั้งค่ะ ถ้าใครมาอ่านรีวิวนี้แล้วไปลองกินตามเรา อาจจะได้กินเมนูที่ต่างจากเราค่ะ เออเกือบลืมไป สำหรับใครที่ไม่ทานเมนูอะไร ให้รีบแจ้งทางร้านตั้งแต่ตอนจองโต๊ะนะคะ เช่น ใครไม่กินเนื้อ ไม่กินปลาไหล แพ้ปลาหมึก ฯลฯ ทางเชฟจะหาเมนูอื่นที่อยู่ในระดับใกล้ ๆ กันมาแทนให้ค่ะ

            รูปไม่ค่อยมีเพราะงั้นเข้าเรื่องเลยค่ะ 55555 พอถึงเวลาพนักงานก็จะเรียกไปประจำที่ ทางร้านจะเสิร์ฟผ้าเช็ดมือและขิงดองค่ะ ขิงดองกินได้เรื่อย ๆ นะคะ ถ้าหมดเขาจะเติมให้ค่ะ ใครกลัวมากินแล้วไม่อิ่มให้จัดขิงดองเยอะ ๆ เลยค่ะ 5555555 แล้วก็ให้เลือกระหว่างชาเขียวร้อนและชาเขียวเย็นค่ะ จากนั้นเชฟก็เตรียมตัวเสิร์ฟเมนูแรกแล้วว อีกคาแรคเตอร์ของการกินโอมากาเสะคือ เชฟจะเสิร์ฟคำต่อคำเลยค่ะ ซึ่งแต่ละคำก็จะมีการเรียงลำดับรสชาติจากเบา ๆ ไปหาเจ้มจ้นค่ะ

เราเลือกชาเขียวร้อนค่ะ 🍵

และแล้วก็มาเริ่มทานกันได้เลย

Kombu Maki 🍸

           เริ่มจากคำแรก คำนี้ชื่อ Kombu Maki เป็นข้าวห่อสาหร่ายคอมบุค่ะ ไส้เป็นปลาดิบแต่ลืมแล้วว่าปลาอะไร ท็อปมาด้วยอิคุระ หรือไข่ปลาแซลม่อนค่ะ ซอสจะเป็นซอสวาซาบิ คำนี้รสชาติจะเปรี้ยว ซึ่งเชฟตั้งใจให้รสเปรี้ยวมาเปิดต่อมรับรสของเราค่ะ นี่หลักวิทยาศาสตร์เลยค่ะ สมแล้วที่ตอนเรียนได้สี่จุด 5555555 แล้วก็เราชอบมากกก คืออร่อยมาก พูดตรง ๆ ว่าว้าวตั้งแต่คำแรกเลย จำได้อยู่เลยว่าหลังจากกินคำนี้แล้ว รู้สึกตื่นเต้นมากว่าคำต่อไปจะเป็นไงนะ

                                                       Chawan Mushi Foei Gras 

           ต่อกันกับคำที่สองนะคะ เป็นไข่ตุ๋นซอสฟัวกราส์ เชฟบอกว่าเขาใช้เฉพาะไข่ขาวเลย อันนี้ก็อร่อยยย ไข่คือนุ่มละมุนมาก แล้วซอสคือรสชาติเป็นฟัวกราส์จริง ๆ เลย เหมือนซูชิฟัวกราส์ในร้านแพง ๆ ที่เอามาทำเป็นซอสอะ คำที่สองก็ยังตื่นเต้น งุ้ยยยย 

Shima Aji

          และแล้วซูชิคำแรกก็มาแล้วค่ะ คำนี้ชื่อว่า ปลา Shima Aji ค่ะ อ่านเป็นไทยว่า ชิมะอาจิ เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลปลาทู รีวิวนี้เราไม่ได้เปิด Google มาตอบเหมือนทุกทีนะคะ ตอบจากที่เคยดู ๆ มาใน Youtube แล้วก็ที่เชฟเล่าตอนทานค่ะ เพราะงั้นบางอย่างที่ไม่รู้ก็จะข้ามไปเลยนะคะ 55555 

          ปลาชิมะอาจิจริง ๆ แล้วเป็นปลาเนื้อขาว แต่รสชาติจะเข้มข้นเหมือนเนื้อแดง เข้าปากปุป อร่อยมากกกก สำหรับคนที่กินแต่แซลม่อนกับทูน่าแช่แข็งมาตลอด คำนี้โคตรว้าว รสชาติเข้มมาก ทำให้เห็นอีกอย่างว่า ข้าวซูชิของร้านโอมากาเสะจะเข้มข้นกว่าข้าวที่เราเคยกินร้านทั่ว ๆ ไปมาก คำนี้ติดใจมากจริง ๆ ค่ะ

Aodai

          คำต่อไปชื่อว่าปลา Aodai อ่านเป็นไทยว่า อาโอได คำนี้รสเข้มพอ ๆ กับชิมะอาจิเมื่อกี้ เพราะการปรุงรสค่ะ โอมากาเสะ เชฟจะปรุงให้เราทุกคำค่ะ ปลาที่มีชื่อลงท้ายด้วย "ได" จะเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลปลากะพงค่ะ ปลากะพงญี่ปุ่นเวลากินดิบ คาแรคเตอร์เฉพาะตัวคือปลาจะเด้ง แล้วก็จะเคี้ยวแล้วอยู่ในปากนานกว่าปลาอื่นนิดหน่อย ไม่ได้ละลายขนาดนั้นถ้าไม่ใช่ปลาเทพจริง ๆ ดังนั้นคำนี้จะเด้งกว่าชิมะอาจิ แต่ว่าจะหวานสู้ไม่ได้เพราะชิมะอาจิรสจะออกไปทางปลาเนื้อแดงที่เข้มกว่า แต่คำนี้ก็ยังอร่อยมากอยู่ดีค่ะ 

Aori Ika 🐙

           คำต่อไปเป็นปลาหมึกชื่อว่า Aori Ika ค่ะ อ่านเป็นไทยว่า อาโอริอิกะ เป็นปลาหมึกที่นิ่มมาก ปลาหมึกบ้านเราเท่าที่กินมาหา Texture ไม่เหมือนตัวนี้เลยค่ะ เคี้ยวง่ายมาก แต่ด้วยคาแรคเตอร์ของปลาหมึก ตัวรสชาติจะไม่ได้จัดมากอยู่แล้ว แล้วปลาหมึกอาโอริก็ไม่ได้เป็นชนิดที่เป็นตัวท็อปขนาดนั้นพูดกันตรง ๆ คำนี้จะรสชาติบาง ๆ ใช้คำว่ารสชาติกลม ๆ ไม่ได้มีรสอะไรโดดขึ้นมา กินเอา Texture ของปลาหมึกที่นิ่มมาก ๆ ค่ะ

Aka Ebi 🦐

           คำต่อไปเป็นกุ้งค่ะ ชื่อว่า Aka Ebi หรือกุ้งแดง ตัวนี้เพิ่งเคยกินเหมือนกัน ด้านบนเป็นเยลลี่ที่ทำจากน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าว กุ้งสดมาก เยลลี่ด้านบนให้รสเปรี้ยวที่ไม่กระโดด เปรี้ยวที่ดีว่างั้น 55555 แต่ว่ากุ้งแดงเนี่ย จะเป็นกุ้งที่มีรสชาติกึ่งกลางระหว่างหลาย ๆ กุ้ง ให้เทียบง่าย ๆ คือ หวาน แต่ไม่เท่ากุ้งโบตั๋น กรอบ แต่ไม่เท่ากุ้งลายเสือ แต่ว่าถือว่าอร่อยมากอยู่ดี ไม่ได้อวยนะคะ ตั้งแต่กินมาทุกคำอร่อยหมดเลย

Hotate Yaki 

          คำนี้เป็นหอยเชลล์ย่าง ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Hotate หรือโฮตาเตะ แปลว่าหอยเชลล์ค่ะ หอยเชลล์ชิ้นใหญ่โคตร ๆ เราแนะนำว่าคำนี้ต้องกินคำเดียวหมดค่ะ แล้วจะอร่อยที่สุด หอยเชลล์หวานมาก แต่รีวิวของเราพูดตรงอยู่แล้ว คำนี้สาหร่ายเหนียวไปนิดค่ะ ทำให้ถ้ากัดแบ่งมันจะยากหน่อย แล้วก็รสจะเข้มข้นไม่สุด หอยเชลล์เป็นหอยที่หวานแต่รสค่อนข้างอ่อน ดังนั้นให้กินคำเดียวหมดเลยค่ะ สิ่งที่รู้สึกคือ หวานและเต็มคำมาก อร่อยยย เสียดายถ้าสาหร่ายกรอบกว่านี้จะฟินมาก

Mosaku 🥗

          ต่อไปจะเป็นสาหร่ายชื่อว่า "Mosaku" คำนี้ไม่ชัวร์ น่าจะโมซากุแหละค่ะ 55555 เป็นเมนูที่เอามาล้างปาก เพื่อเตรียมเข้าสู่หมวดปลาเนื้อแดง รสชาติจะสดชื่นเพื่อรีเฟรชรสชาติในปากค่ะ

Akami 🍣

          เริ่มแล้วค่ะกับปลาเนื้อแดงคำแรก คำนี้ชื่อว่า "Akami" หรือทูน่าเนื้อแดง อ่านเป็นไทยว่า อากามิ ซึ่งเป็นทูน่าส่วนเนื้อแดงไม่มีมันค่ะ ใครที่เคยกินปลาทูน่าตามร้านซูชิทั่วไป หรือที่ซื้อจากซุปเปอร์ในห้าง พวกนั้นที่กินกันมาตลอดเป็นทูน่าพันธุ์ Yellow Fin หรือทูน่าครีบเหลืองนะคะ ส่วนที่เสิร์ฟในร้านโอมากาเสะ หรือร้านซูชิในญี่ปุ่น รวมถึงคำนี้ เป็นทูน่า Blue Fin อาจจะเคยได้ยินมาบ้าง คำนี้เข้มข้นมาก ลืมทูน่าที่เคยกินมาตลอดไปเลยค่ะ

Anago 

          คำต่อไปคือ Anago อ่านแบบไทยว่า อานาโกะ เป็นปลาไหลทะเลญี่ปุ่น จะไม่เหมือนปลาไหลที่เคยกินมา อันนั้นเป็น Unagi ปลาไหลน้ำจืด คำนี้หวานมากกก ละลายหายไปเลย เนื้อปลาเป็นครีมมาก แฟนเราชอบคำนี้ที่สุดในมื้อนี้เลยค่ะ

Chutoro

          คำต่อไปเป็น Chutoro นะคะ อ่านว่าชูโทโร่ เป็นทูน่าที่มีความมันระดับปานปลาง อยู่กึ่งกลางระหว่างอากามิและ Otoro คำนี้เราคาดหวังมากเพราะเคยไปกินชูโทโร่ในร้านบุฟเฟ่ต์มาแล้วอร่อย ด้านบนท็อปมาด้วยคาเวียร์ คำนี้กินเข้าไปคือละลายไปเลยค่ะ คาเวียร์ไม่ได้รู้สึกเท่าไหร่ แต่เราว่าอากามิอร่อยกว่านะ บางคนอาจจะชอบก็ได้ แต่สำหรับเราคำนี้เฉย ๆ ค่ะ รสไม่ได้เข้มข้นมาก อาจเป็นเพราะปลาไหลคำก่อนหน้ารสชาติมันและหวานมาก คำนี้เลยดรอปมั้งคะ อารมณ์คล้าย ๆ กินหวานแล้วกลับมากินของคาว 5555

Uni 👑

          คำต่อไปคือ Uni ค่าา หรือไข่หอยเม่น คำนี้เชฟบอกว่าเป็นคำที่ผสมระหว่าง Bafun Uni และ Aka Uni เข้าด้วยกัน คำนี้เราไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่นะคะ แฟนเราบอกว่า ถ้าจะให้รสเข้มข้นจริง ๆ ต้องเป็น Bafun Uni ทั้งคำเลยค่ะ เพราะว่าพันธุ์บาฟุนรสจะหวานเด่นมาเลย ทราบจากเชฟทีหลังว่า ต้องเป็นคอร์ส 3,000++ ถึงจะได้กิน Bafun ทั้งคำ แล้วก็ถ้าใครไม่เคยกินไข่หอยเม่นมาก่อน จะงงกับคำนี้พอสมควรค่ะ 5555 รีวิวตรงไปมั้ยคะ กลัวโดนเชฟตามมาตบจังเลย

Negitoro Temaki  🌯

          และแล้วก็มาถึงซูชิคำสุดท้ายแล้วนะคะ คำนี้ชื่อว่า Negitoro ค่าา เป็นข้าวห่อสาหร่าย Hand Roll ไส้จะเป็นปลาสับ ผสมกันระหว่างอากามิและชูโทโร่ คำนี้อร่อยมากกกก จบมื้อของคาวอย่างสวยงามจริง ๆ รสชาติเข้มข้น ปลาเยอะตลอดทั้งคำค่ะ

Tamagoyaki 🍞

          เข้าสู่ช่วงท้ายคอร์สแล้วนะคะ คำนี้เป็นไข่หวานค่ะ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tamagoyaki (ทามาโกะยากิ) ถ้าใครเคยกินไข่หวานเย็น ๆ เวลาไปกินร้านซูชิ ให้ลืมไปให้หมดค่ะ ไข่หวานในร้านโอมากาเสะจะต่างกันคนละเรื่องเลย อันนี้จะอุ่น ๆ ฟู นุ่ม Texture ตอนถืออยู่บนมือคือนุ่มมากกก มีเสียงเวลาจับด้วย 555555 รสชาติคล้ายเค้กมากกว่า อร่อยย นุ่ม ไม่หวานมากค่ะ

ซุปปลา 🥣

       เมนูนี้เป็นซุปปลา เป็นซุปใส ๆ รสชาติกลมกล่อมมากค่ะ จำไม่ได้ว่าเป็นปลาอะไร 55555

                                                                   Cheese Cake 🍰                                        
                                                                                                                                                                          คำนี้เป็นชีสเค้กญี่ปุ่นค่ะ อร่อยย ของหวานของที่นี่ไม่ได้หวานจัดนะคะ ข้อเสียคือชิ้นเล็กไปหน่อยค่ะ ค่ำครึ่งก็หมดแล้วค่ะ 55555555

Melon 🍈
และเมนูสุดท้ายคือ เมล่อน ญี่ปุ่นค่าาา อันนี้ไม่ต้องอธิบายเนาะ เมล่อนก็คือเมล่อนค่ะ 5555555

          และนี่คือทั้งหมดของ Shinkanzen Omakase ค่ะ เราอยากแนะนำจริง ๆ สำหรับคนที่อยากลองทานโอมากาเสะเป็นครั้งแรก ราคาเทียบกับสิ่งที่ได้กินคุ้มค่ามากจริง ๆ แม้แต่จำนวนคำก็ถือว่าเยอะเมื่อเทียบกับราคาค่ะ ร้านนี้ไม่มีข้อเสียนะสำหรับเรา แต่อยากฝากถึงคนที่ยังไม่เคยกินโอมากาเสะ ออกตัวก่อนเลยว่าเพิ่งเคยกินโอมากาเสะครั้งเดียวก็จากร้านนี้แหละ แต่ว่าไม่อยากให้คาดหวังว่ารสชาติจะต้องว้าวมาก ๆ ทุกคำตั้งแต่ต้นจนจบ 

          บางเมนูเราอาจจะมองว่าธรรมดา เช่น ชูโทโร่ หรือปลาหมึกที่เรากินไป แต่นั่นเป็นเพราะว่าเชฟต้องการให้แต่ละเมนูมีรสชาติที่ต่างกันค่ะ เพื่อให้เกิดสีสันของการทานโอมากาเสะ ซึ่งเป็นเหมือนกันทุกร้านทุกราคาเรากล้าพูดเลย เพราะดู Youtube มาเยอะ คนที่เขาไปกินมื้อละเป็นหมื่นเขาก็ไม่ได้ว้าวทุกคำนะคะ แต่คำที่อร่อยมันอร่อยมากกกก จริง ๆ ค่ะ มาลองกันเถอะทุกคน แนะนำจริง ๆ นะ

📍 วาร์ปร้านค่าาา

Shinkanzen Omakase 🍣
Shinkanzen Sushi สาขาสยามสแควร์ ชั้น 3


💰 ราคา

- Omakase Course 1500++ (Service 10% Vat 7%)
16-17 Courses (ราคานี้รวมชาเย็น/ชาร้อนแล้ว)
- Omakase Course 3000++ (Service 10% Vat 7%)
20-21 Courses (ราคานี้รวมชาเย็น/ชาร้อนแล้ว)

📆 เปิดให้บริการ ทั้งหมด 3 รอบ

- เวลา 12.30-14.00 น.
- เวลา 18.00-19.30 น.
- เวลา 20.00-21.30 น.
🚫 หยุดให้บริการทุกวันจันทร์ 🚫 เนื่องจากเป็นวันที่ตลาดปลาที่ญี่ปุ่นปิดค่ะ


แล้วกลับมาพบกันใหม่กับพวกเรา "กิน จน จน" ในรีวิวต่อไปกันนะคะ บ๊ายบายยยยย

By #กินจนจน

Fanpage : https://web.facebook.com/KiinJonJon/

ความคิดเห็น