“สงขลา” กินเที่ยวหลากสไตล์ หลายวัฒนธรรม รีวิวโดย เที่ยวไปทั่ว

      เที่ยวสงขลา 2  วัน 1 คืน มาทั้งทีต้องเที่ยวแหลกแล้วก็กินกันตัวแตกไปเลยเพราะเมืองสงขลาแห่งนี้เป็นเมืองเก่าตั้งแต่สมัยโบราณที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้อยู่  เป็นเมืองน่ารักที่มีวัฒนธรรมหลากหลายแต่ลงตัวมากจริงๆ ที่งเรื่องที่เที่ยว ที่พัก และเด็ดสุดคงหนีไม่พ

“สงขลา” กินเที่ยวหลากสไตล์ หลายวัฒนธรรม

“สงขลา” กินเที่ยวหลากสไตล์ หลายวัฒนธรรม

 วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 19.52 น.

 วันที่เดินทาง 8 ก.พ. 2563

      เที่ยวสงขลา 2  วัน 1 คืน มาทั้งทีต้องเที่ยวแหลกแล้วก็กินกันตัวแตกไปเลยเพราะเมืองสงขลาแห่งนี้เป็นเมืองเก่าตั้งแต่สมัยโบราณที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้อยู่  เป็นเมืองน่ารักที่มีวัฒนธรรมหลากหลายแต่ลงตัวมากจริงๆ ที่งเรื่องที่เที่ยว ที่พัก และเด็ดสุดคงหนีไม่พ้นของกิน ที่เรากินตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ยังไม่หมดจริงๆ  วันนี้เราจะแนะนำที่กินที่เที่ยวของสงขลากัน มาดูกันเลยว่าเราไป กิน เที่ยว เล่น ที่ไหนกันบ้าง

 **ที่เที่ยวแหลก**

 - ถนนเมืองเก่าสงขลา เช็คอิน Street Art 

 - โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น

 - ให้อาหารลิงเขาตังกวน

 - แหลมสนอ่อน

 - หาดสมิหลา / รูปปั้นนางเงือก

 -  วัดเขาเก้าแสน

 - ตลาดนัดวันอาทิตย์ สถานีรถไฟเก่าเมืองสงขลา

 - พระนอนวัดแหลมพ้อ

 - สถาบันทักษิณคดีศึกษา

 - มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา

     **ที่กินตัวแตก**

 -  ร้านฮับเซ่ง

 -  ร้านเดือนฉาย

 -  ร้าน Café De See          

 -  Lyn Cafe’

 -  ถนนคนเดินสงขลา

 - ร้านโกหอม

 - โคโคโระเค้ก

 - Good Mountain

 - ร้านมหัศจรรย์เกาะยอ

 - ตลาดน้ำคลองแห

     **ที่พักสุดชิว**

 - Lyn Hometel

 - Glow Rattana

 - De Roo Classic Hometel

     **กิจกรรม Workshop / DIY **

  - Workshop ทาอาหารเมนูข้าวมันแกงไก่และขนมดู ที่ Tho Co – Creation 

 - นั่งสองแถวไม้ชมเมืองและถ่ายภาพเมืองสงขลา

 - ชมสวนจำปาดะลุงวี ทำกิจกรรมถักโคร๊ะ

 - DIY ปกสมุดด้วยผ้าทอเกาะยอ ที่กลุ่มทอผ้าร่มไทร

 - ชมชิมการทำเมนูสลัดทะเลสาบ

 จะบอกว่าทั้งหมดนี้จบได้ภายในเวลาเพียง 2 วัน 1 คืนแบบชิวๆไม่ชะโงกทัวร์แน่นอน แถมเดี๋ยวนี้เดินทางมาสงขลาง่าย ลงเครื่องที่หาดใหญ่นั่งรถต่อมาครึ่งชั่วโมงก็ถึงสงขลาแล้ว เราไปดูกันเลยว่าเราไปทำอะไรที่สงขลาบ้าง

#ชีพจรลงsouth #กินหลากสไตล์หลายวัฒนธรรม

#สงขลา #tathatyai #เที่ยวไปทั่ว

    เราบินจากกรุงเทพไฟลท์เช้าสุดไปยังหาดใหญ่แล้วเดินทางไปสงขลา ใช้เวลาจากกรุงเทพถึงสงขลาราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว เช้าๆแบบนี้ ท้องร้องแล้ว เราแวะกันก่อนเลยที่ร้านอาหารเช้ากลางย่านเมืองเก่าสงขลากันที่ ร้านฮับเซ่ง

    ร้านฮับเซ่ง ร้านในตำนานคู่เมืองสงขลากว่า 90 ปี ต้นตำรับเมนูขนมปังสังขยาแท้ๆที่ยังคงอยู่ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าเมนูที่ต้องลองนั่นก็คือ ขนมปังสังขยาสูตรโบราณจากมณทลไหหลำ ความต่างที่เห็นได้ชัดมากก็คือสังขยาสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งร้านเขาทำเองนะเคี่ยวเป็นวันเลยกว่าจะได้มา และแน่นอนไม่ใส่สารกันบูดใดๆทั้งสิ้นแนะนำมาลองทานพร้อมขนมปัง และชานมร้อน

ที่ตั้ง : ร้านฮับเซ่ง ถนนนางงงามใกล้กับ street art รูปคนดื่มกาแฟ

เวลาเปิด-ปิด : 6.00 -12.00 น.
 

  อิ่มท้องกันแล้ว เราเดินชมเมืองกันหน่อย หน้าร้านฮับเซ่งก็จะมี Street art อยู่เลย เราสามารถเดินไปได้เรื่อยๆเลย ชมทั้ง Street art และชมบ้านเมืองเก่าของสงขลาที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้ดีเลย

 

เดินไปเรื่อยๆตามซอกมุมต่างๆแน่นอนว่ามี street art แอบอยู่ทุกซอก ทุกมุมแถมบ้านเรือนของที่นี่ยังคงเอกลักษณ์และสถาปัตยกรรมไว้ได้ดีอีก ด้วย

 

เดินไปเรื่อยๆผ่านศาลหลักเมือง ก็แวะเข้าไปไหว้ได้

 

บรรยากาศของเมืองนี้น่ารักอย่าบอกใคร เราสามารถถ่ายรูปได้ทุกๆมุมเลย เราเดินไปเรื่อยๆ มุมไหนๆก็สวยถ่ายได้หมดเลย ที่นี่คลาสสิคมากๆ
 

สงขลาเป็นเมืองที่เดินได้เรื่อยๆถ่ายรูปได้ไม่เบื่อเลยจริงๆ

 

เราเดินมาถึง Tho Co – Creation ศูนย์การเรียนรู้และการจัดกิจกรรม Workshop ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าสงขลา เป็นศูนย์การเรียนรู้ทั้งเรื่องของสิ่งประดิษฐ์ต่างๆจาภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารถิ่น ขนมพื้นบ้าน โดยต้องจองมาก่อนนะ สำหรับกิจกรรมแรกวันนนี้เราจะมาทำข้าวมันแกงไก่กับป้าแล่มกัน

ติดต่อได้ที่ workshop Tho co-creation
244 ถนนนครใน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90000
โทร 084-508 8963

 

กิจกรรมแรกของเราในวันนี้อย่างที่บอกไปก็คือ ข้าวมันแกงไก่ เมนูอาหารท้องถิ่นสงขลาเป็นเมนูที่เครื่องเคียงเยอะมากกก ประกอบไปด้วย ข้าวมันหุงกับกะทิราดแกงไก่มะเขือพวง กินกับพริกน้ำส้ม น้ำพริกมะขาม ปลาจิ้งจั้งทอดกรอบ และกุ้งหวาน ทุกอย่างอร่อยมาก ฝีมือแม่แล่มสุดจริงๆ

 

  กินคาวแล้วต้องต่อด้วยหวานกับ Workshop ขนมดู โดยขนมดูเป็นขนมโบราณในจังหวัดสงขลา ปัจจุบันถือเป็นขนมที่หาทานได้ยาก ไม่ค่อยนิยมทำขาย แต่ยังคงพอหาทานได้ตามตลาดพื้นเมืองในจังหวัดสงขลา

 

  ขนมดูทำมาจากแป้งข้าวเหนียวในการทำ เริ่มโดยการเคี่ยวน้ำตาล ใส่แป้งข้าวเหนียว และมะพร้าวขูดลงไปกวนให้เหนียวยกพักไว้ เมื่อหายร้อนแล้วปั้นเป็นก้อน นำไปคลุกแป้งอีกรอบก็จะได้ขนมดูออกมา ลองชิมแล้วไม่หวานเลยกำลังดี อร่อยด้วย

 

  ทำขนมดูเสร็จมีแถมทำขนมโก๋มีไส้ด้วย รอบนี้เรามีแป้นพิมพ์รูปนางเงือกด้วย อิ่มกันไปจุกๆ

 

  อิ่มกันยังไม่จุใจเราไปทานข้าวเที่ยงกันต่อที่ ร้านเดือนฉาย ที่ดัดแปลงมาจากบ้านไม้โบราณสร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีอายุไม่ต่ำกว่า 80 ปี มาเปิดเป็นทั้งร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์

 

  สำหรับเมนูของร้านเดือนฉายเราบอกได้เลยว่าเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเมนูสเต็ก หรือ เมนูอาหารอื่นๆต้องบอกว่าอร่อยมากเลย จากนั้นเมื่อเราทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ไปชมพิพิธภัณฑ์กันต่อเลย โดยอาจารย์จรัส จันทร์พรหมรัตน์ อาจารย์ของโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา เป็นคนพาเราเดินชมพิพิธภัณฑ์ โดยทางร้านและพิพิธภัณฑ์เปิดเฉพาะวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 10.00-19.00    น.

 

 กินกันอิ่มแล้วเรามาต่อกันที่ที่พักน่ารักๆกันบ้าง กับที่นี่ Lyn's Home Boutique Hostel อาคารตึกสีแดงจากการรีโนเวทอาคารเก่ามาทำเป็นที่พัก ที่นี่ทีทั้งหมด 6 ห้องด้วยกัน ทั้งในส่วนของ Private room และแบบ Dorm ที่สามารถมานอนรวมด้วยกันกับแก๊งเพื่อนกลุ่มใหญ่ได้เลย. ด้วยที่ที่เขารีโนเวทจากบ้านเก่าแต่ก็ยังเก็บเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์จีนไว้ได้ดีเลย เช่นใ นส่วนของโถงกลางบ้านจะเปิดโล่งไม่มีหลังคา

 

  ราคาที่พักที่นี่เริ่มต้นที่ราคาประมาณ 550 บาทราคาจะต่างๆกันไปตาม type ห้องต่างๆ ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมแต่สะอาดมากๆเลย ส่วนชั้น 1 จะเป็นในส่วนของโซนส่วนกลางที่มีพื้นที่ให้เราได้ใช้กันอย่างสะดวกสบาย ด้านล่างมีร้านกาแฟเล็กๆให้ดื่มกัน แล้วก็มีร้านกาแฟใหญ่ของที่พักห่างกันไปไม่ไกลนัก

 

  ได้เวลายืดเส้นยืดสายกันแล้ว เรามาต่อกับ Workshop ถัดไปกันเลย กับ workshop ถ่ายภาพ กับ อ. เอกร้อยลี้ พี่เอก หรือพี่ณรงค์ศักดิ์ สุริยาวรกุล เป็นช่างภาพอาชีพตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 เจ้าของเว็บไซต์ photosunday.com เป็นวิทยากรอบรมให้กับบริษัท Canon Thailand ,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ , มหาวิทยาลัยทักษิณ , โรงเรียนม.อ.วิทยานุสรณ์ เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาถ่ายรูปให้ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่และถ่ายงานรับเสด็จให้กับหลายหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสงขลา

 

  จุดแรกที่เรามาแวะกันนั่นก็คือ โรงสีแดง หับ โห หิ้น เป็นโรงสีข้าวเก่าแก่ของเมืองสงขลาที่ทางสีแดงไปทั้งหลังเลย ตั้งอยู่บนถนนนครนอก ด้านในของโรงสีข้าวติดกับทะเลสาบสงขลา มีท่าเรือและมีรือประมงจอดอยู่หลายลำเลย นอกจากนี้ในโรงสีแดง มีภาพและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลา และจุดถ่ายรูปอื่นๆอีกเยอะมากเลย

 

  จากนั้นเราเดินทางไปต่อกันที่เขาตังกวน เราแวะให้อาหารลิงตรงนี้กัน โดยเขาตังกวนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในเมืองสงขลา เป็นเนินเขาสูง จากระดับน้ำทะเลประมาณ 60 เมตร จากยอดเขาตังกวนนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบ แต่เราไม่ได้ขึ้นไปข้างบนนะ เราให้อาหารน้องลิงอยู่ด้านล่าง
 

  เรามาต่อกันที่หัวพญานาคพ่นน้ำ ที่สงขลา อยู่ที่สวนสองทะเล เป็นจุดชมวิวบริเวณปากอ่าวทะเลสาบสงขลาได้ โดยประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดสงขลาโดยมีส่วนลำตัว และส่วนหางอยู่บริเวณชายหาดสมิหลาอีกด้วย

 

  แหลมสนอ่อนอยู่ทางเหนือสุดของตัวสงขลา บริเวณนี้ร่มรื่นไปด้วยต้นสน และบริเวณปลายแหลมเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เราสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลสาบสงขลาได้เช่นกันจากแหลมสนอ่อน แถมยังเป็นสถานที่ปิกนิคสำหรับชาวสงขลาอีกด้วยวิวดีมากๆ

 

  จากแหลมสนอ่อนเราข้ามไปต่อกันอีกฝั่งหนึ่ง เรานั่งรถไปไม่นาน ก็จะมาถึงที่นี่ วัดเขาเก้าแสน วัดเก่าแก่ของสงขลา จากจุดนี้เราสามารถเดินไปยังบริเวณ หินศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ริมผา ชื่อว่า “หัวนายแรง”

 

  ที่นี่มีประวัติบอกเล่ากันมายาวนาน ว่า “นายแรง” พ่อค้าเรือสำเภาผู้มีจิตศรัทธานำทรัพย์สินแก้วแหวนเงินทองมูลค่าประมาณ “เก้าแสนบาท” ในยุคนั้น เพื่อจะไปร่วมสร้างพระธาตุที่เมืองนครศรีธรรมราช แต่เมื่อมาถึงเมืองสงขลา กลับได้ทราบข่าวว่าพระธาตุยได้สร้างเสร็จแล้ว นายแรงจึงตัดสินใจฝังสมบัติไว้ที่นี่ และอธิษฐานให้ยกหินก้อนใหญ่มาปิดเอาไว้  ก่อนตาย นายแรงได้ตั้งจิตอธิษฐานเทวดาฟ้าดินว่า คนที่จะมายกหินก้อนนี้ออกได้ต้องเป็นทายาทของตนเองเท่านั้น และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครมายก หรือผลักหินก้อนนี้ให้ตกลงทะเลไปได้ ชาวสงขลาจึงเรียกหินก้อนนี้ว่า “หัวนายแรง” และเรียกเนินเขาที่ทอดยาวลงสู่อ่าวสงขลาว่า “เก้าเส้ง” ซึ่งเพี้ยนมาจาก “เก้าแสน”

 

จากนั้นเราย้อนกลับมายังแหลมสมิหลาช่วงเย็น ในวันเสาร์ คนก็จะเยอะๆหน่อย

 

  มาสงขลาแล้วไม่ได้มาหาดสมิหลาถือว่ามาไม่ถึงสงขลา เหมือนว่าจะคำพูดที่จริงแท้แน่นอน ทำให้หาดสมิหลานี้ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแหล่งท่อง เที่ยวที่ทุกคนห้ามพลาด ด้วยหาดทรายที่ขาวสะอาดร่มรื่นด้วยทิวสน และเราจะยังได้ชมวิวเกาะหนูและเกาะแมว และรูปปั้นนางเงือกทอง นอกจากนี้เรายังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆได้อีกมากมายเลย

 

  จากนั้นมาต่อกันที่มื้อเย็นเลย ถ้าจะหาร้านอาหารเย็นที่สงขลาแล้วเราแนะนำร้านนี้เลย กับร้านชิวๆอย่าง ร้าน Café Der See Nakornnok

 

ร้าน Café Der See Nakornnok ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านนครในที่นี่มีทั้งอาหารมื้อหลัก นอกจากนี้ยังมีกาแฟและเค้ก ร้านมีทั้งโซนห้องแอร์และโซนริมทะเลสาบวิวดีมากกก. บรรในกาศในร้านตกแต่งน่านั่ง มีเพลงฟังสบายๆ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ : 074-898595,081-5999272
Facebook : Café Der See Nakornnok

 

ยังยัง ยังไม่จบแค่นี้เรามาต่อกันที่ร้านเด็ดๆอีกหนึ่งร้านที่ช่วงกลางวันเราไปบุกที่ โรงแรมเขามาแล้วนั่นก็คือ lyn's The Shanghai Cafe'

 

  lyn's The Shanghai Cafe’ คาเฟ่สไตล์เซี่ยงไฮ้ย่านถนนนครใน ที่ดัดแปลงจากบ้านเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ถูกตกแต่งดัดแปลงให้เป็นร้านกาแฟ เราว่าที่นี่เด็ดตั้งแต่ตัวร้านจนถึงเมนูต่างๆที่พิถีพิถันตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ ทุกเมนูอาหารมีที่มาและมีเรื่องราวให้ได้ฟังกัน ทุกเมนูมี QR code ให้ scan ดูเรื่องราวที่มาของเมนูต่างๆกันด้วย
เปิด : 10.00-21.00 น. ปิดทุกวันอังคาร
ที่ตั้ง : ถนนนครใน
โทร : 083-2439977

 

  เมนูที่ร้านนี้เด็ดมากต้องลองเลยโดยเฉพาะกล้วยหินย่างราดด้วยน้ำผึ้ง และ นอกจากนี้มีเมนูอื่นๆอีกเยอะมากเลยลองไปชิมกันได้เลยที่ร้าน lyn's The Shanghai Cafe’

 


  เหมือนยังไม่อิ่มเราไปเดินกันต่อที่ถนนคนเดินสงขลาหรือถนนคนเดินสงขลาแต่แรก ตลาดตอนเย็นที่มีทั้งสินค้าแฮนด์เมด  ขนมของใช้ต่าง ๆ สินค้าพื้นเมือง เด็ดสุดก็คือของกินมีเยอะมาก แล้วก็ราคาถูกด้วย
โดยที่นี่จัดขึ้นทุกวันศุกร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ณ บริเวณถนนจะนะ  ในตัวเมืองสงขลา

 

. เช้าแล้ว โน๊ตไว้เลยว่าหากใครอยู่สงขลาเช้าวันอาทิตย์แนะนำให้ไปเดินตลาดนัดเช้าวันอาทิตย์แถวๆสถานีรถไฟเก่าสงขลา นอกจากของกินที่มีเยอะมากแล้ว เสื้อผ้ามือสองที่นี่ก็เยอะมากไม่แพ้กันเลย อย่าลืมใครไปสงขลาตรงกับวันอาทิตย์ต้องมาลองแวะทีนี่ได้เลยย

 

  วันที่สองในสงขลา เราก็กินกันต่อกับเมืองนี้ทีของกินเยอะไปหมด แถมอร่อยอีก เช้าวันนี้และร้านแรกของเราวันนี้เราจะมากันที่ร้าน Cafe De Roo และร้านโกหอม

 

  ร้าน Cafe De Roo ร้านที่ต้องเดินเข้าไปในรูหรือซอกเล็กๆ บรรยากาศซ่อนตัวอยู่ใน Secret area เป็นโบราณอายุกว่าร้อยปี ที่นี่มีเครื่องดื่มหลายอย่างให้เราได้ดื่มกัน หรือใครจะทานอาหารคาวเราขอแนะนำข้าวหมูแดง ส่วนร้านโกหอมข้าวหมูแดงโบราณ หมูแดงนุ่มน้ำราดอร่อย เด็ดสุดก็กุนเชียงรสชาดเอกลักษณ์เลย หรือใครจะสั่งแบบสามกษัตริย์ ที่มีทั้ง หมูแดง หมูกรอบ กุนเชียง หรือใครจะสั่งข้าวซอย ต้มเล้งที่นี่ก็มีหมดเลย

 

  ที่ร้าน Cafe De Roo นี้นอกจากจะมีร้านอาหารและ Cafe ที่นี่ยังเปิดเป็นที่พักด้วยชื่อว่า De Roo Classic Hometel ที่พักที่น่าพักมากๆ ในบ้านเก่าอายุกว่า 160 กว่าปีที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ขายให้กับคนอื่น และที่นี่ยังเป็นอดีตบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาด้วย เมื่อท่านย้ายไปยังจังหวัดอื่นแล้ว ยังคงเก็บรักษาบ้านนี้ไว้และมีคนมาดูแลตลอดเวลา ในบ้านของที่ใช้เป็นของเดิมที่อยู่ในบ้านทุกชิ้น โดยที่นี่มี 5 ห้องแต่ละห้องเก๋มากๆ ทีทั้งห้องน้ำในตัวและห้องน้ำรวม โดยสนนราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้น

 

  ที่ร้าน Cafe De Roo นี้นอกจากจะมีร้านอาหารและ Cafe ที่นี่ยังเปิดเป็นที่พักด้วยชื่อว่า De Roo Classic Hometel ที่พักที่น่าพักมากๆ ในบ้านเก่าอายุกว่า 160 กว่าปีที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ขายให้กับคนอื่น และที่นี่ยังเป็นอดีตบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาด้วย เมื่อท่านย้ายไปยังจังหวัดอื่นแล้ว ยังคงเก็บรักษาบ้านนี้ไว้และมีคนมาดูแลตลอดเวลา ในบ้านของที่ใช้เป็นของเดิมที่อยู่ในบ้านทุกชิ้น โดยที่นี่มี 5 ห้องแต่ละห้องเก๋มากๆ ทีทั้งห้องน้ำในตัวและห้องน้ำรวม โดยสนนราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้น

 

  ออกมาจากตัวเมืองสงขลาเรามาแวะกันที่เกาะยอกัน เมื่อเรามาจากสงขลา ข้ามสะพานติณสูลานนท์แห่งแรกแล้วให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวเข้าวัดแหลมพ้อกันเลย ไฮไลต์ของวัดแหลมพ้อนักท่องเที่ยวจะได้มากราบไหว้พระนอนปางปรินิพพาน ที่มีความสวยงาม และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสวยเด่นเหลืองอร่ามตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา วัดนี้ในวันเสาร์อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียแวะกันมาเยอะมาก

 

  เราแวะกันมาต่อในเกาะยอ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องจำปาดะ และสวาหรือละมุด แน่นอนเราจะพาทุกคนมาเที่ยวกันต่อที่สวนเกษตรลุงวี และชิมขนมเค้กจำปาดะขนุน และชิมจำปาดะขนุนกันสดๆอีกด้วย หลังจากนั้นเราก้ได้ร่วมกันทำกิจกรรม workshop ที่ครอบผลไม้กันแมลง ที่ชาวใต้เรียกว่า “โคร๊ะ”

 

  ลุงวีบอกว่าสาเหตุที่โคร๊ะกันแมลงได้เพราะ แมลงไม่กินพวกใบไม้แห้ง พอเจอโคร๊ะที่เป็นใบไม้แห้งก็จะไม่เข้ามากินจำปาดะด้านใน ซึ่งลุงวีบอกว่าบางครั้งก็จะปล่อยจำปาดะไว้เฉยๆ 1-2 ผลโดยไม่ห่อ เพื่อแบ่งเป็นอาหารให้แมลงไปรุมกินและจะห่อบางส่วนไว้ สวนลุงวีมี 3 ไร่กว่าๆ ลุงวีได้วางแผนชีวิตตอนเกษียณมาตั้งแต่ตอนเป็นทหาร อายุ 45 ปี โดยเราสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ จากนั้นลุงได้เอาจำปาดะขนุนมาให้ทานอร่อยมากๆ และชิมเค้กจำปะดะ อร่อยเข้าไปอีกมาสงขลา มาเกาะยอ อย่าลืมแวะสวนลุงวีได้นะ

 


  ชิมเค้กจำปาดะที่สวนลุงวีแล้ว อย่าลืมมาแวะกินเค้กสวาหรือละมุดกันที่ ร้านโคโคโร๊ะ เค้ก ที่มีทั้งเค้กสวา เค้กจำปาดะขนุน และเค้กอื่นๆให้เราได้ซื้อของฝากจากเกาะยอ และยังมีเครื่องดื่มกาแฟให้เราได้ลองชิมกันอีกด้วย

 

  มาเกาะยอแล้วห้ามพลาดแลนด์มาร์คนี้เด็ดขาดกับประติมากรรมโนราห์เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญของเกาะยอและจังหวัดสงขลา ที่มองทอดยาวไปด้านล่างเป็นวิวของสะพานติณสูลานนท์ ซึ่งที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมที่โอบล้อมไปด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติ เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้เรื่องที่สำคัญของภาคใต้ อย่าลืมแวะเข้าไปเยี่ยมชมกันนะ

 

เราสามารถชมวิวเกาะยอได้ทั้งหน้าและหลังเกาะเลย อย่าลืมเดินให้ทั่วนะ

 

มากินกันต่ออีกแล้วกับร้านวิวทะเลสาบสงขลาร้านนี้กับร้าน มหัศจรรย์เกาะยอ ร้านเด็ดร้านดังบนเกาะยอเลย

 

ร้านมหัศจรรย์เกาะยอ เป็นร้านวิวทะเลสาบสงขลา บรรยากาศดีมาก วิวทะเลสาบสงขลาสวยมาก เราสามารถชมชมพระอาทิตย์ตกดินได้จากที่ร้านเลย อาหารทะเลสดๆ และเมนูอาหารอื่นๆก็อร่อยทุกอย่างเลย ทั้งแกงส้ม กั้งทอดกระเทียม ปลาหมึกนึ่งมะนาว ปูม้านึ่งสดๆ

ที่ตั้ง : บนเกาะยอ เลยจากสถานบันทักษิณศึกษา จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนด้านในเกาะ ขับไปเรื่อยๆร้านจะอยู่ทางขวามือ
เปิดปิด : ทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 – 22:00 น.
โทร: 095-440-3111

 

  มาต่อกันที่ workshop ถัดมากับการทำ สลัดทะเลสาบ หรือ ยำสาหร่ายผมนาง อาหารถิ่นที่มาเกาะยอแล้วต้องกิน โดยสาหร่ายผมนางพบมากในทะเลสาบสงขลารอบบริเวณเกาะยอโดย จะขึ้นในความลึก ๑ - ๒ เมตร แตกแขนงเป็นเส้นกิ่งก้านยาวมีสีน้ำตาล คล้ายเส้นผมจึงเรียกกันว่า “ สาหร่ายผมนาง ” ทำยำสาหร่ายแล้วทานคู่กับเครื่องเครื่องเป็นใบชะพลู หอมแดง พริกขี้หนูเม็ด แล้วก็เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อร่อยและเข้ากันสุดๆ

 

ทริปยังไม่จบเราไปกันต่อ เรายังอยู่กันที่เกาะยอ ตอนนี้เราแวะมาต่อกันที่ กลุ่มทอผ้าร่มไทร
 

   กิจกรรม DIY ที่เราจะทำกันต่อเลยก็คือกิจกรรม ทำปกสมุดไดอารี่ และ ตกแต่งด้วยผ้า ทอเกาะยอสีต่าง ๆ โดยคุณยมนา ประธานกลุ่มทอผ้าร่มไทร
  ผ้าทอเกาะยอเป็นผ้าทอพื้นเมืองของชาวบ้านในตาบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ที่มีความประณีตและสีสันท่ีสวยงามโดยมีการทอยกดอกท่ีมีลวดลาย อ่อนนุ่ม ถือเป็นสัญลักษณ์หตัถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้และยังเป็นสุดยอดหน่ึงตำบลหน่ึง ผลิตภัณฑ์ OTOP ปีพ.ศ.๒๕๔๙

 

เสียไปเท่าไหร่แล้วกับคำว่าร้านใหม่ต้องลอง กับร้านนี้ Good Mountain จุดเช็คอินใหม่ของเมืองสงขลาที่วิวอลังการล้านแปดมากๆ กาแฟสักแก้วกับเค้กสักก้อนแล้วนั่งมองวิวทะเลสาบสงขลากันยาวไปเลยจ้า
เปิดปิด : ทุกวันเวลา 10.00-19.30 น.
โทร : 093-625-6629

 

  ก่อนกลับสนามบินเราแวะกับจุดที่ไม่แวะไม่ได้อีกแห่งของจังหวัดสงขลา นั่นก็คือ “มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา” หรือ “มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม” เป็นศาสนสถานซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของช่างภาพอย่างเราๆ เพราะด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีสระน้ำด้านหน้ายาวกว่า 200 เมตร คล้ายคลึงกับทัชมาฮาลที่อินเดียยังไงยังงั้นเลย โดยช่วงเย็นบรรยากาศดีมากๆเลย แถมน่าถ่ายภาพมากๆ

 

  ผ่านมาหาดใหญ่ก็แวะอีกหน่อยสำหรับที่สุดท้ายของทริปนี้ที่ ตลาดน้ำคลองแห หาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นตลาดน้ำเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างตลาดน้ำจำหน่ายสินค้าในเรือ และตลาดโบราณบนบก มีอาหารพื้นบ้านของภาคใต้ให้ได้ลองทานกันหลายอย่าง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเยอะมากๆเลย

 

  เรามาสงขลาคราวนี้ต้องใช้คำว่า เกินความคาดหมาย สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในตัวจังหวัดสงขลา รวมถึงของกิน และกิจกรรมต่างๆ จนอยากจะบอกทุกคนว่าสงขลาไม่ใช่ทางผ่านของเราอีกอย่างแน่นอน ด้วยที่เมืองสงขลาเป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตไว้ได้หลากหลายมันเลยทำให้ที่นี่มีเสน่ห์เกินที่เราคิดไว้เยอะเลย เราอยากให้ทุกคนลองแพลนทริปที่สงขลาดูสักคืน แล้วเราจะพบว่าความหลากหลายของที่เที่ยว ที่กิน และกิจกรรมของสงขลา มันมีมากกว่าที่เราคาดไว้เยอะมาก

ความคิดเห็น