"ตุรกีหน้าหนาวกับ First Snow แรกของปี" รีวิวโดย Wandererme

โลกนี้ยังมีอีกหลายต่อหลายมุมที่เรายังไม่รู้จักและรอให้เราออกไปค้นหาและตุรกีก้อเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ บอกเลยว่าเดินทางมาหลายต่อหลายประเทศแต่เราขอยกให้ประเทศนี้เป็น "The Must" ที่ควรค่ากับการมามากๆๆๆๆๆ  ตุรกีดินแดน 2 ทวีปซึ่งเรากล้าพูดเลยว่าทริปตุรกีถ่ายรูปมันส์มากกกกกก เที่ยวง่ายมากกก

"ตุรกีหน้าหนาวกับ First Snow แรกของปี"

"ตุรกีหน้าหนาวกับ First Snow แรกของปี"

 วันพฤหัสที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 16.24 น.

 วันที่เดินทาง 27 ก.พ. 2563

โลกนี้ยังมีอีกหลายต่อหลายมุมที่เรายังไม่รู้จักและรอให้เราออกไปค้นหาและตุรกีก้อเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ

บอกเลยว่าเดินทางมาหลายต่อหลายประเทศแต่เราขอยกให้ประเทศนี้เป็น "The Must" ที่ควรค่ากับการมามากๆๆๆๆๆ 

ตุรกีดินแดน 2 ทวีปซึ่งเรากล้าพูดเลยว่าทริปตุรกีถ่ายรูปมันส์มากกกกกก เที่ยวง่ายมากกกกก ค่าครองชีพถูกและที่สำคัญปลอดภัยมากเว่อร์ค่ะเราใช้เวลา 10 วันกับ 3 เมืองหลักอย่างคัปปาโดเกีย (เมืองนี้ประทับใจที่สุด) ต่อที่ปามุคคาเล่และจบที่อิสตันบูลซึ่งดีงามไม่แพ้กัน


- การเดินทาง : Turkey trip 3 เมือง 10 วัน

ข้อควรรู้ก่อนไป “ตุรกี”

- ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย

- เวลาที่ตุรกีช้ากว่าที่ไทย 4 ชั่วโมง

- ใช้สกุลเงินลีร่า 1 ลีร่า = ประมาณ 5.5 บาท

- แลกเงินเป็นยูโรจากไทยไปก่อน แล้วไปแลกที่นู่น 1 ยูโรประมาณ 6 บาท

- เราไป 4 - 14 ธันวา อากาศคือหนาวมากโดยเฉพาะคัปปาโดเกียคือติดลบ

- ซิมการ์ดใช้ Ready to fly ของ AIS ราคา 899 บาทใช้ได้ 7GB 15 วัน เนทแรงทุกเมืองแถมไม่ต้องเปลี่ยนซิม

- น้ำดื่มขวดละ 1.5 ลีรา หรือ 8 บาท

- ปลั๊กไฟใช้แบบหัวกลมๆ

- ขับรถพวงมาลัยซ้าย

- จะเช่ารถขับเองที่นี่ต้องใช้ใบขับขี่สากล

- ผู้ชายตุรกีคืองานดีมากแม่ หล่อเข้ม อิอิ

- อาหารไม่แย่แค่ไม่มีหมู ควรเตรียมมาม่าไปด้วยเพราะกินไปหลายๆวันจะเบื่อ

- ผู้คนใจดีแม้หน้าจะดุ ที่ไปไม่มีแก๊งค์ล้วงกระเป๋าเหมือนยุโรป

- หน้าหนาวพระอาทิตย์ขึ้น 8 โมง ตก 5 โมงครึ่งควรวางแผนดีๆ

- ที่ตุรกีมีหิมะด้วยนะเออ ที่คัปปาโดเกียขาวโพลนไปเลยค่ะ

______________________________________________

แพลนเส้นทาง ไปทั้งหมด 3 เมือง ตามนี้น้า

5 Dec ออกจาก กทม (คืนวันที่ 4 Dec) Flight EY 97 ถึงอีสตันบูลตอนบ่าย 2 แล้วต่อเครื่องไปคัปปาโดเกียเลยตอน 5 โมงเย็น ลงสนามบิน Kayseri เวลา 19.45 (นอน Divan Cave Hotel)

6 Dec ถ่ายรูปร้านพรม ต่อด้วย Red Tour (นอน Mithra Cave Hotel)

7 Dec ขึ้นบอลลูนแล้วไป Green Tour (นอน Mithra Cave Hotel)

8 Dec ถ่ายรูปใน รร เที่ยวในเมืองคัปปาโดเกียชิลๆ ขึ้น Overnight Bus ไปปามุคคาเล่ บัสออก 19.40 ถึง 6 โมงเช้า (นอนบนรถ)

9 Dec เที่ยวในปามุคคาเล่ ปราสาทปุยฝ้าย เมืองโบราณ (นอน Venus Hotel)

10 Dec บินเข้าอีสตันบูลตอนเช้า Domestic Flight Turkish Airline ใช้เวลาบิน 1 ชมลงที่สถามบิน Sabina Gokcen เข้าที่พักเก็บกระเป๋า เดินเล่นชมเมือง (นอน Azade Hotel)

11 Dec เที่ยวอีสตันบลู ฮายาโซเฟีย วังทอปกะปึ ทักซิมสแควร์ (นอน Azade Hotel)

12 Dec อีสตันบูลล่องเรือช่องแคปบรอสฟอรัส Grand บราซา Blue Mosque (นอน Azade Hotel)

13 Dec ทานข้าวเช้า เชคเอ้า ไปสนามบิน Flight EY 96 เครื่องออก 14.50 ต่อเครื่องอาบูดาบี 3.5 ชม

14 Dec ถึง กทม 9 โมงเช้า

_____________________________________________

ที่พัก

- เมือง Cappadocia คืนแรก พักที่ Divan Cave Hotel 1คืน

ค่าที่พักคืนละ 1,188 บาทต่อคนรวมอาหารเช้า (เราพักห้อง 3 คนนะคะ ค่าห้องต่อคืนประมาณ 3,500)

เป็นโรงแรมถ้ำ น่ารักดีค่ะ เนื่องจากไปถึงดึกเลยไม่อยากพักที่แพงๆ แล้วจะได้วิวถ่ายรูป 2 ที่อีกด้วย **จองล่วงหน้า 6 เดือนค่ะ

อีก 2 คืนพักที่ Mithra Hotel เป็น รร ถ้ำอีกเช่นกันห่างจากที่พักคืนแรก 100 เมตร เดินถึงค่ะ

รร สวยมาก มุมถ่ายรูปเยอะ บริการดี อาหารอร่อย พนงดู Profession กว่าที่แรก

ราคา 1,600 ต่อคืนต่อคน รวมอาหารเช้า (เราพักห้อง 3 คนนะคะ ค่าห้องต่อคืนประมาณ 4,800)**จองล่วงหน้า 6 เดือนค่ะ

- เมือง Pamukkale พักที่ Venus Hotel 1คืน

ค่าที่พักคืนละ 700 บาทต่อคนรวมอาหารเช้า (เราพักห้อง 3 คนนะคะ ค่าห้องต่อคืนประมาณ 2,100)

เป็นโรงแรมเล็กๆ เดินไปสถานที่ท่องเที่ยงง่าย อาหารเช้าพอได้แต่ Wifi ไม่แรง พนง พูดจารู้เรื่องดี **จองล่วงหน้า 2 เดือนค่ะ

- เมือง Istanbul พักที่ Azade 3 คืน

ค่าที่พักคืนละ 760 บาทต่อคนรวมอาหารเช้า (เราพักห้อง 3 คนนะคะ ค่าห้องต่อคืนประมาณ 2,300)

เป็นโรงแรมอยู่ที่ย่านสุลต่านอาเม็ด เดินไปสถานที่ท่องเที่ยงง่ายมาก ดาดฟ้า รร มองเห็นทะเลและ Blue Misque อาหารเช้าดี Wifi ดี พนง น่ารัก **จองล่วงหน้า 2 เดือนค่ะ

—————————————

การเดินทางท่องเที่ยวแต่ละเมือง

- คัปปาโดเกีย เราใช้บริษัททัวร์จองไปจาก

กทมบริษัทชื่อ Reliance Agency ติดต่อ คุณ Ismet ที่ Whatapps +90 538 598 5444 บริการดีมาก ตอบเร็ว ราคาไม่แพง เราซื้อเป็น Private Group 7 คน ราคาคนละ 115 ยูโร ราคานี้รวม

* รถรับจากสนามบิน ส่งที่ท่ารถบัส รถตู้เพดานสูงอย่างดี

* Red Tour เต็มวัน

* Green Tour เต็มวัน

* รวมค่าเข้าสถานที่ทุกที่ อาหารกลางวัน ไกด์ที่ Professional และน่ารักมากๆ 

เราสามารถออกแบบที่เที่ยวเองได้นะคะ คุยกับเค้าได้เลย

ปล. ค่าขึ้นบอลลูนจ่ายแยก 150 ยูโร ถ้าไม่ได้ขึ้น คืนเต็มจำนวน

- ปามุคคาเล่ เดินทางเที่ยวเองได้ค่ะ จองรถรับ ส่งกับทางโรงแรมได้เลย ราคาประมาณ 350 บาทต่อคน

- อีสตันบูล เที่ยวเองค่ะ ใช้แทรม Subway เรือ โดยใช้ Istanbul card ค่าแรกเข้า 6 ลีราไม่ได้คืน จากนั้นเติมเงินเรื่อยๆ

** Tip ถ้าไปหลายคนไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรทุกคนนะคะ เราใช้ 3 คนต่อ1บัตร ให้เพื่อนแตะให้แล้วค่อยๆเข้าค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียค่าบัตรไปฟรีๆ

————————————

ประกันเดินทางซื้อของ Krungthai Axa ราคา 343 บาทต่อคน ควรซื้อนะคะ แนะนำเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจ่ายเองจะแพงมากซื้อง่ายที่นี่ >>

https://www.gettgo.com/ เวปนี้เค้าจะเปรียบเทียบราคาให้เลย ซื้อง่ายมากตัดบัตรเครดิดได้ 

————————————

อินเทอร์เน็ต- Ready to fly by AIS 899 บาท 7 GB 15 วันสัญญาณดีมากค่ะไม่ต้องเปลี่ยนซิม

————————————

สรุปค่าใช้จ่าย รวมตั๋วเครื่องบิน ราคาต่อคน **คำนวนเรท 33 บาท/1 ยูโร**

ค่าตั๋ว 19,000.-

ตํ๋วในประเทศ 2 ขา 1,751.-

ค่า Overnight Bus 660 บาท

โรงแรม 7 คืน 8,961.-

Internet 899.-

ประกัน 343 บาท

บอลลูน 4950 บาท

ทัวร์ที่คัปปาโดเกีย 2 วัน 3,795 บาท

ค่าเข้าที่ท่องเที่ยวรวมๆ 2,000.- บาท

ค่ากินค่าเดินทางคร่าวๆ 10,000.- บาท

รวม 10 วันใช้จ่ายไป = 52,359.- บาท ต่อคน

————————————

การเดินทางไปตุรกีสามารถบินตรงได้โดย Turkish Airline

แต่เราเน้นประหยัดเลยใช้ Etihad Airway ต่อเครื่องที่อาบูดาบี 3.5 ชมราคา 19,000 **จองล่วงหน้า 6 เดือนค่ะ

เริ่มการเดินทาง เราต่อเครื่องที่อาบูดาบี สถานบินเฉยๆนะ แต่เนทแรงมากเว่อร์ โดยรวมโอค่ะ 

อาหารบนเครื่องมีให้เลือก ไก่กะแกะ รสชาติไม่แย่ แต่ก้อไม่ได้เริ่ด  ส่วนมูสมะม่วงอร่อยดี เครื่องดื่มจัดเต็ม กระเป๋า 30 กิโล

ถึงอิสตันบูล รอต่อเครื่องไปคัปปาโดเกียเลยค่ะ สายการบิน Turkish Airline บินชั่วโมงกว่า ค่าตั๋ว 800กว่าบาท คุ้มมากๆ มีอาหารว่างให้ด้วย นน กระเป๋า 15 กิโล เครื่องออก 18.50 ถึง 19.45 จากนั้นจะมีรถมารับ โดยเราใช้บริการเอเจ้นซี่ที่จองจากไทย คนขับพามาส่งที่รรเรียบร้อย

เป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่ก็สนุกดีค่ะ

**คนที่ของเยอะให้เอากระเป๋ามาแบ่งน้ำหนักถือขึ้นเครื่องนะคะ เพราะเค้าให้แค่ 15 กิโล Self check in ไม่ยาก**

ตื่นเช้ามาก้อมีเรื่องเสียใจนิดนึง เพราะอากาศไม่เป็นใจ เราเลยไม่สามารถจะขึ้นบอลลูนได้ โปรแกรมของเราวันนี้คือ กินข้าวเช้า ถ่ายรูปที่รร ต่อด้วยไปถ่ายรูปร้านพรม ร้านนี้ชื่อว่า Galeri İkman ตั้งอยู่ในตัวเมืองเลย เดินทางง่ายและสะดวกสบาย ค่าถ่ายรูปคนละ 50 ลีราหรือประมาณ 300 บาท (ตากล้องไม่คิด) ถามว่าคุ้มไหมเราว่าโอเคเลยนะคะ เพราะเค้าไม่ได้จำกัดเวลา เราสามารถถ่ายจนพอใจจนกว่าจะได้รูปที่ต้องการ

แนะนำว่าควรไปช่วงเวลาสัก 3-4 โมงค่ะเพราะคนน้อย และทิปอีกอย่างคือเราควรเตรียมชุดไปเองนะคะ เพราะแม้ว่าจะมีให้เช่า แต่ชุดที่นุ่นก้อไม่ปังแถมเสียเพิ่มอีก 50 ลีราอีกต่างหาก ไม่แนะนำค่ะ

ต่อด้วย Red Tour โดยไกด์ของเราจะพาไปที่ต่างๆ อากาศหนาวถึงขึ้นติดลบค่ะ ยังไงก้อเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมด้วยน้า

ที่คัปปาโดเกียมีร้านสตาบัคด้วยนะคะ ราคาพอๆกะที่บ้านเราเลย

มาต่อวันที่ 2 ในคัปปาโดเกียกันค่ะ หลังจากเมื่อวันแต้มบุญไม่พอ มาวันนี้อากาศดีฟ้าเปิด เราจะไปขึ้นบอลลูนกัน เย้ๆๆๆ
รถมารับเราที่ รร ตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อไปลานจอดบอลลูน อากาศวันนี้ก้อติดลบอีกเช่นเคยแต่ลมไม่แรงเท่าเมื่อวาน
โดยเราใช้เวลาอยู่ข้างบนประมาณ 50 นาทีนะคะ วิวบนนั้นคือสวยมากจริงๆ แล้วก้อไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ
เมื่อมาเมืองนี้เลยค่ะ ห้ามพลาด ออ คนขับบอลลูนจะขาย USB ที่บันทึกภาพข้างบน ราคา 40 ยูโร อันนี้ไม่ต้องซื้อกลับมานะคะ ภาพไม่ได้สวยอะไร รูปซ้ำๆไม่ค่อยชัดด้วย บอกต่อกันไว้ก่อน ณ จุดนี้

ราคาบอลลูน 150 ยูโรต่อคน เค้าคืนเงินให้เต็มจำนวนนะคะถ้าขึ้นไม่ได้ พอลงมาก้อจะมีการเปิดแชมเปญฉลองพร้อมมอบประกาศค่ะ น่ารักดี

จากนั้นรถจะพาเรากลับ รร ไปทานอาหารเช้าแล้วมารับเราอีกทีตอน 10 โมงเพื่อไป Green Tour
สำหรับทัวร์วันนี้เค้าจะพาเราออกนอกเมืองไปชมสถานที่ต่างๆ 2 ข้างทางสวยมาก ขาวโพลนไปหมด ซึ่งเราได้มีโอกาสขี่อูฐถ่ายรูปด้วยน้า ราคา 120 บาทเท่านั้นเอง น้องอูฐน่ารัก แม้ว่าตอนปืนขึ้นจะน่ากลัวไปสักหน่อย ส่วนอาหารกลางวันรวมในค่าทัวร์เรียบร้อย รสชาติอร่อยดีเลยค่ะ ส่วนไอติมจ่ายเพิ่มต่างหาก อันละ 90 บาท

วันนี้เราต้องโบกมือลาเมืองคัปปาโดเกียกันแล้ว หลังจากใช้เวลาอย่างคุ้มค่ามา 3 วันเต็มๆค่ะ 💚
เมืองต่อไปที่จะพาทุกคนไปเที่ยววันนี้คือเมืองปามุคคาเล่ เมืองเล็กๆที่มีสถานที่ท่องเที่ยวไม่ได้เยอะแยะมากมายแต่ทำไมเมืองนี้ถึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนตุรกี เดี๋ยวเราจะได้รู้ค่ะ
จากคัปปาโดเกียเรานั่ง Overnight Bus ออกจากเมืองประมาณ 19.40 ใช้เวลาเดินทางบนรถเกือบๆสิบชั่วโมง เรียกว่านอนกันยาวเลยทีเดียว บนรถก้อนั่งสบายใช้ได้ค่ะ มีจอทีวี ที่ชาจไฟ WiFi ให้พร้อมแต่สำหรับเราขอนอนเอาแรงก่อน ค่ารถคนละ 110 ลีราหรือประมาณ 660 บาทไทยค่ะ
ถึงปามุคคาเล่ประมาณหกโมงเช้า เราเอากระเป๋าไปเก็บที่รรก่อนพร้อมล้างหน้าล้างตาก่อนจะออกไปลุยกัน ลืมบอกท่ารถบัสไม่ได้อยู่ใกล้ที่พักซึ่งเราพักใกล้ๆปามุคคาเล เค้ามีบริการรถตู้มาส่งฟรีในตัวเมืองให้นะคะ ไม่ต้องตกใจคือไว้ใจได้แค่เค้าจะมาขายทัวร์เราเพิ่ม ถ้าเราไม่รับก้อบอกจองมาแล้วก้อได้ค่ะ

“Cotton Castle” หรือปราสาทปุ้ยฝ้าย เป็นแลนมาร์คแรกของเราในวันนี้ ที่นี่เกิดจากปรากฏการณ์ที่ตะกอนของหินปูนทำปฏิกิริยากับอากาศ จับตัวแข็งกลายเป็นแอ่ง และมีธารน้ำแร่ใต้ดินไหลเอ่อล้นผุดขึ้นมาบนพื้นผิว รวมเป็นแอ่งน้ำหินปูนที่ลดหลั่นกัน กว้าง 300 เมตร ยาวกว่า 3 กิโลเมตร ก่อนไหลลงจากผาสูง 100 เมตร จากระดับน้ำทะเล ที่นี่สวยและเหมาะกับการถ่ายรูปสุดๆค่ะ เตรียมชุดกระโปรงมาด้วยน้า เพื่อความสวยงามของรูป อิอิ

จากที่นี่เราเดินต่ออีกนิดไปก้อจะถึงนครโบราณเฮียราโปลิส ซึ่งถ้าใครไม่ชอบประวัติศาสตร์อาจจะไม่อินเพราะมันก้อคือเศษซากปรักหักพัง แต่เราออกจากบ้านมาโดยทิ้งความคาดหวังต่างๆเอาไว้ที่ไทยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราเลยรู้สึกได้ความยิ่งใหญ่และอดีตอันรุ่งเรืองของดินแดนแห่งนี้ คุ้มค่าที่ได้มาค่ะ
คืนนี้เราจะค้างกันที่ปามุคคาเล่หนึ่งคืนก่อนจะบินเข้าอิสตันบูลซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้าย
**Tip - ค่าเข้าสถานที่จ่ายครั้งเดียวเลยค่ะ คนละ 60 ลีราหรือประมาณ 360 บาท

อยู่ปามุคคาเล่คืนเดียวก้อเพียงพอแล้วค่ะ เพราะเมืองเล็กไม่ได้มีอะไรมากมาย เราบินเข้าอีสตันบูลด้วย Domestic flight ของ Turkish Airline เช่นเคย ราคา 900 กว่าบาท 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

จากนั้นเราใช้บัสเข้าเมืองจากสนามบิน เราสามารถถามเจ้าหน้าที่ได้เลยว่ารถบัสเข้าเมืองจอดตรงไหน เดินข้ามถนนไปนิดเดียวเองก้อเจอ ราถาถูกมากแค่ 110 บาทและจ่ายตังค์บนรถได้เลย บัสจะพาเราไปส่งที่ย่านทักซิม ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นใช้รถใต้ดินต่อมายังที่พัก

ซึ่งเรานอนย่านสุลต่าน อาเหม็ด ย่านนี้มี Land mark มากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ฮายาโซเฟีย Blue Mosque พระราชวังทอปกะปึ โรงเก็บน้ำใต้ดิน เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ

3 วันในอิสตันบูลถือว่าเพียงพอนะคะ ตัวเมืองสวย มีที่ให้ไปเยี่ยมชมมากมาย เป็นทริปที่ได้รูปสวยๆกลับมาเยอะเลยทีเดียว
มาถึงอิสตันบลูแล้วอย่าลืมมานั่งเรือชมความงามของช่องแคปบอสฟอรัสด้วยนะคะ แนะนำว่าไม่ต้องซื้อทัวร์ก้อได้ เราไปขึ้นเรือที่ท่าอิมิโนนุ
เป็นท่าใหญ่ ค่าโดยสารเรือเพียง 20 บาทแค่นั้น อยากนั่งนานเท่าไหร่ก้อได้ คุ้มค่าค่ะเพราะวิวระหว่างทางคือสวยมากเว่อร์ อากาศเย็นสบาย
ฟินมากๆ

Highlight ต่อไปของเมืองอิสตันบูลที่อยากจะพาอีกที่คือ วิหารเซนต์โซเฟียค่ะ
เซนต์โซเฟียนับเป็นสิ่งก่อสร้างจากฝีมือมนุษย์ที่มีความสวยงามอลังการตั้งอยู่ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือปัจจุบันคือกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี สุเหร่าแห่งนี้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 ในยุคกลางด้วยนะคะ
เดิมสุเหร่าเซนต์โซเฟียแห่งนี้เคยเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์มากว่า 900 ปี ต่อมาเมื่อเติร์กเข้าครองเมืองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์แห่งนี้เป็นสุเหร่า ในปี ค.ศ. 1453 โดยการฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก นับเป็นการปิดฉากความยิ่งใหญ่ของโบสถ์คริสต์ พร้อมๆกับการเริ่มต้นรูปแบบใหม่ของการสร้างมัสยิดในรูปทรงโดมแบบโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นมาในอาณาจักรออตโตมัน ซึ่งเป็นต้นแบบของสุเหร่าต่างๆอีกมากมาย
แม้ว่าที่นี่จะดูเก่าแต่บอกเลยความขลังยังไม่เสื่อมคลาย แถมข้างในยังสวยตะลึงถือว่าเป็นสถานที่ห้ามพลาดเมื่อมาตุรกีค่ะ
*Tip ค่าเข้า 72 ลีราหรือประมาณ 450 บาทแต่จ่ายเถอะค่ะ คุ้มค่ามากมายจริงๆ

มาต่ออีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญของเมืองอีสตันบลูอย่าง Blue Mosque หรือสุเหร่าสีน้ำเงินอันเลื่องชื่อกันบ้าง
Sultan Ahmed Mosque (Sultan Ahmet Camii) เป็นชื่ออย่างทางการของมัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) เป็นมัสยิดที่มีความสำคัญตั้งอยู่ในนครอีสตันบูล ของประเทศตุรกี มัสยิดนี้ถูกสร้างตามคำสั่งของสุลต่านอาห์เมตที่ 1
ด้วยการตกแต่งภายในที่โดดเด่น ด้วยกระเบื้องสีฟ้ามากกว่า 20,000 ชิ้น ออกแบบเป็นลวดลายมากกว่าห้าสิบแบบ และหน้าต่างกระจกสี มากกว่า 200 บาน ทำให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาไปพร้อมกับโคมไฟระย้าจำนวนมากภายในจึงทำให้ Blue Mosque แห่งนี้โดดเด่นจนเป็น A must to see ของประเทศตุรกีที่ห้ามพลาดจริงๆค่ะ
**Tip ค่าเข้าฟรีนะคะ แต่ควรเลี่ยงเวลาละหมาด 5 เวลา ได้แก่ ย่ำรุ่ง (ตี 5 – 6 โมงเช้า), บ่าย (เที่ยงครึ่ง – บ่ายโมงกว่าๆ), เย็น (บ่าย 3 ถึง 5 โมงเย็น), พลบค่ำ (6 โมงครึ่ง ถึง ทุ่มกว่าๆ) และกลางคืน (ก่อนนอน ประมาณ 1 ทุ่มเป็นต้นไป)

** ผู้หญิงจะต้องคลุมศีรษะ เมื่อเข้าสู่มัสยิด ซึ่งมีผ้าคลุมบริการฟรี ที่ประตูทางเข้าของ Blue Mosque และภายในต้องถอดรองเท้านะคะ

ต่อมาเป็นจุดถ่ายรูปลับๆ ที่ว่าลับเพราะทางเข้าเหมือนตึกร้างค่ะ ที่นี่เรียกว่า Kubbe Istanbul ค่าถ่ายรูป 100 ลีร่า หรือ 600 บาท ข้างบนนกเยอะมากเพราะเค้าเลี้ยงไว้ให้คนมาถ่ายรูป กด google map แล้วเดินจากย่านสุลต่าน อาเม็ดไปครึ่งชมค่ะ ถามว่าคุ้มไหมมันแล้วแต่คนน้า เพื่อนเราไม่อินเลยรอข้างล่าง แต่เราอยากได้รูปสวยๆก้อจ่ายไป

เดินจนเมื่อก้อได้เวลาไปทานข้าวกันกันที่ Seven hills Restaurant ที่นี่ถือว่าเป็นอีกที่ที่ห้ามพลาด เพราะข้างบนเราจะได้วิวทะเล พร้อมทั้งฮายาโซเฟียและบลูมอสในที่เดียวกัน อาหารไม่แพง ขึ้นไปกินกาแฟอย่างเดียวก้อได้ค่าแก้วละร้อยนิดๆ จากนั้นเราก้อไปอุโมงค์เก็บน้ำโบราณที่เป็นที่ถ่ายหนังเรื่องนึง แต่จำไม่ได้ละว่าเรื่องอะไร แฮร่ๆ สุดท้ายไปชอปของฝากต่อที่แกรด์บราซา เหมือนจตุจักรเลยค่ะของเยอะมากต่อราคากันสนุกเลยของที่นี่ราคาไม่แพงมาก ของก้อปเยอะด้วย ส่วนของพื้นเมืองของฝากน่าซื้อค่ะ

และแล้วก้อเตรียมตัวกลับบ้านกันค่า สนามบินอีสตันบูลยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ สวย สะอาด ใหญ่ ตม ช่องกว่า 50 ช่อง ที่สำคัญร้านให้ช้อปเพียบบบบบ ประทับใจสนามบินสุดๆ เราว่าดีพอๆกับชางฮีที่สิงคโปร์เลย ส่งท้ายกันด้วยภาพสนามบินด้วยความประทับใจ "ตุรกีงานดีมากแม่" ชื่อนี้มีที่มาและไม่เกินจริง!! มาลองด้วยตัวเองกันนะคะ

ถ้าชอบรีวิวนี้ก้อฝากกด Like กด Share เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า เป็นรีวิวที่ยาวที่สุดและตั้งใจเขียนมากที่สุดละ
หรือจะกดไลค์เพจก้อได้ไม่ว่ากันค่ะ
https://www.facebook.com/wanderermeannie

ออกเดินทางกันเถอะนะคะ โลกมันกว้างแต่ไปไม่ยากค่ะ ❤️❤️❤️

#wandererme

ความคิดเห็น