เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ) highlights: 1. MRT สนามไชย -มิวเซียมสยาม 2. MRT ท่าพระ-ข้าวหมูแดงหมูกรอบ3. MRT วัดมังกร-วัดมังกร-บ้านเก่าเล่าเรื่อง4. MRT หัวลำโพง-เยาวราช--------------------------------------------------------------------------------- จากตอนที่แล้ว [เที่ยวในกรุงเท

เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ)

เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ)

 วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 15.26 น.

 วันที่เดินทาง 19 ก.ย. 2562

เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ)

highlights:

1. MRT สนามไชย 
-มิวเซียมสยาม

2. MRT ท่าพระ
-ข้าวหมูแดงหมูกรอบ

3. MRT วัดมังกร

-วัดมังกร
-บ้านเก่าเล่าเรื่อง

4. MRT หัวลำโพง

-เยาวราช
---------------------------------------------------------------------------------

จากตอนที่แล้ว [เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 1)] ที่เรายับเยินมากทั้ง ขึ้นรถ ลงเรือ พอเรามาถึงที่ Hostel ปุ๊ป ฝนก็ตกแบบถล่มทลายปั๊ป หวุดหวิดสุดๆ

ตื่นเช้ามา DAY 2 เราตื่นสายได้นิดหน่อยเพราะว่ามิวเซียมสยามเปิดตอนสิบโมงเช้า แล้วเราพักอยู่ที่ MRT สามยอด ห่างจากมิวเซียมสยามที่อยู่ MRT สนามไชยแค่สถานีเดียวทันเหลือเฟือ 

แล้วความดีงามที่เราเลือกไปมิวเซียมสยามวันนี้คือ "เข้าฟรี" จ้าาาาาาา >////< แพลนเราไป 18-19 กันยา มิวเซียมสยามเข้าฟรี 19 กันยา เนื่องในวันภาษาไทย เราก็เลยเลือกวันที่เข้าฟรีสิจ้ะ รออะไร 55555

มิวเซียมสยามเป็นอะไรที่เราอยากไปมานานมากกกกกกกกกกกกก แค่สถาปัตยกรรมตึกเราก็หวีดมากแล้ว แถมมีนิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับ VR virtual ที่เราอยากเล่นมากกกกกกกกกกกกกกกก เพราะเราเคยเห็นราคาที่สิงคโปร์ก็ประมาณ 300 แล้วได้มาเล่นฟรีที่นี่คือปลื้มปริ่มมากจ้าาา 

ความประทับใจแรกคือทางขึ้น MRT สนามไชย เป็นหลังคาใสจ้าาาาา วิวสวยมากกกกกกกก

ด้วยความออกมาเช้าไป มิวเซียมสยามยังไม่เปิด ก็ยืนเคว้งๆ ถ่ายรูปกันแปปนึง แล้วก็มีกลุ่มทัวร์ขึ้นมาจาก MRT เคว้งตามเรา 55555 เขาก็เลยชวนกันไปวัดโพธิ์ข้างๆ เราเลยเดินตามเขาไปเลยจ้ะไม่ต้องคิดไรมาก

แล้วตอนที่เราดูในแมพคือวัดโพธิ์น่าจะอยู่ไกลมากกก เลยไม่ได้อยู่ในแพลนเรา แต่พอเดินมาจริงๆ เอ้า อยู่ใกล้แค่นี้เองหรอ แล้วที่นี่มีน้องแหมวเต็มไปหมดดดด >/////< ไม่ได้อะไรเลยนอกจากถ่ายรูปแมวอะ

หลังจากที่เราถ่ายรูปแมวจนพอใจแล้ว เราก็กลับมาที่วัตถุประสงค์ของเรา คุณมิวเซียมสยามเปิดแล้วจ้าาา คือเราก็ไม่ได้คาดหวังว่าที่นี่จะต่างจากมิวเซียมอื่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนความคิดเราไปอยู่ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าเลย ถ้าดูแค่ตึกนี่ให้ความเก่าและความโบราณขั้นสูงสุด ไม่น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ในนี้ ในราคา 100 บาทไทย (ถึงเราจะเข้าฟรีก็เหอะ) ถ้ามีโอกาสก็มาเถอะ มันสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกแล้วคุณจะไม่อยากไปมิวเซียมแบบเก่าอีกเลย

โดนดักตั้งแต่หน้าประตูเลยจ้ะ 5555 จะมีตู้ปั๊มโลหะมีลายที่เป็นเอกลักษณ์ของมิวเซียมอยู่ไม่ซ้ำกันเลย 20 บาทเอง แถมยังเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย ชอบบบบ >////<

แล้วเราก็เลือกเดินสุ่มๆ เข้ามาห้องนึง เฮ้ยแกรรรรร มันเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการสักยันต์ที่ไม่น่าจะมีไรสนใจ แต่เขาแต่งห้องแน่นมากกกกกก มันเลยทำให้ห้องนี้มันน่าสนใจขึ้นมาทันที

แล้วมีของเล่นและเทคโนโลยีเยอะมากก สนุกสุดๆ ไม่เหมือนมิวเซียมไทยๆ อะ มันเหมือนพิพิธณ์ภัณฑ์วิทยาศาสตร์มากกว่า มีทั้งเทคโนโลยีโลกเสมือนก้าวสู่โลกความจริงทั้ง AR และ VR เกือบทุกห้อง

ชอบสุดคือ VR virtual คืออยากเล่นมานานแล้ววววว เหมือนเราได้เดินทุกห้องในมิวเซียมโดยที่เราไม่ต้องออกจากห้องนี้เลย สนุกมากกกกกกกก ที่นี่เทเวลาไปเลยครึ่งวันคุ้มทุกห้องแน่นอน

อยู่ที่มิเซียมมานานก็หิวข้าวเที่ยงกันแล้ว ตอนแรกกะไว้ว่าจะไปลองชิมอาหารอินเดียกัน แต่เพื่อนเราก็ร่ำร้องอยากจะกินอาหารไทย 555555555 แต่ก็ไม่รู้จะไปกินที่ไหนดี จากข้อมูลที่เรารู้มาว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้นของ MRT คือมันมีสถานีนึงที่ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโผล่ขึ้นมาลอยฟ้า อยากจะรู้ว่าความรู้สึกที่มันอยู่ใต้ดินแล้วลอยฟ้ามันจะเป็นยังไง เราก็เลยชวนกันไปหาอะไรกินที่ MRT ท่าพระ พอออกมาจาก MRT คือไม่เจออะไรเล๊ยยยยยยนอกจากถนน 5555555555555 ก็เลยถามพนักงานที่สถานีว่า ปกติไปกินข้าวที่ไหนกัน เขาก็แนะนำตลาดใกล้ๆ มา เราก็เลยได้กินข้าวหมูแดงหมูกรอบกัน 5555555

กินข้าวกันอิ่มแล้ว เราก็มาต่อกันที่ MRT วัดมังกร สถานีนี้นอกจากจะสวยแล้วยังมี AR ให้เล่นตามฝาผนังด้วย แทบไม่ต้องออกจากสถานีไปเที่ยวไหนเลย 55555 แต่ก็ไม่ได้สิ เราเลยต้องตัดใจออกมาเดินข้างนอกก่อน เพราะบางสถานที่มันมีเวลาเปิดปิด MRT ปิดตั้งดึกเดี๋ยวค่อยกลับมาเล่น

ออกจากสถานีจะไปวัดมังกร แต่ดันเดินหลงทางไปเจอบ้านเก่า เก่าจริง ขั้นบันไดแคบมากกกก แล้วข้างในไม่มีใครเลย โคตรหลอนน่ะ 

เดินงงไปงงมา ก็มาเจอวัดมังกร ควันธูปแน่นมากแมรรร่ ถ้าจำเป็นต้องมาก็ให้ถือผ้าปิดจมูกมาด้วย ระหว่างทางเจอขนมชื่อแปลกๆ "กะลอจี๊" มันคือแป้งก้อนคลุกน้ำตาล หวานมากกกกกก เห็นชื่อแปลกๆ ก็เลยลองชิมดู

สถานที่ต่อไป คือ "ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช" อยู่ข้างในวัดวัดไตรมิตร จะอยู่ใกล้กับ MRT หัวลำโพงมากกว่า หรือเราจะเดินจาก MRT วัดมังกรไปเลยก็ได้ แต่ดูจากแดดประเทศไทยแล้ว ไป MRT เถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมไปสะก่อน 55555

เขาจะเปิดให้เราเข้าฟรี ถ่ายรูปได้แต่ห้ามเปิดแฟลช ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่มีใครรู้จักที่นี่หรอกมั้ง แต่ผิดคาดที่นี่มีคนเข้ามาเรื่อยๆ เลย

มุมถ่ายรูปก็เยอะนะ แต่จะเป็นแบบมืดๆ ถ้าจะถ่ายรูปต้องพกเทคนิคถ่ายภาพกลางคืนมาเยอะๆ หน่อย ถ่ายยากมาก

มาเยาวราชทั้งที สิ่งที่ต้องกินคือ "ไอติมซีอิ้ว" จ้าาาาาา อร่อยเหมือนเดิม

แล้วครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นยาวราชกลางคืนครั้งแรกของเราเลย ครึกครื้นไม่ต่างจากตอนกลางวันเลยทีเดียว

ทริปนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นทริป MRT เลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่เราใช้แต่ MRT ต่างจากทริปที่แล้วที่เป็นทริป BTS [เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ Explore Bangkok by BTS] ซึ่งมันสะดวกมากๆ ทั้งสองวิธี แล้วก็งบที่เราใช้ในทริปนี้ 2 วัน 2 คืน ในกรุงเทพ รวมทุกอย่างแล้วอยู่ที่ประมาณ 1,500 แต่ถ้าเราจ่ายค่า MRT กับค่าเข้ามิวเซียม อาจจะแพงกว่านี้หรือถูกกว่านี้ขึ้นอยู่กับแพลนที่เราวางไว้ 

สิ่งที่เราได้จากทริปนี้มันสนุกๆ มากๆ ได้เปิดหูเปิดตาเรื่องความต่างของวัฒนธรรม อาหารการกิน รวมไปถึงนิสัยใจคอของผู้คน และตื่นตาตื่นใจไปกับเทคโนโลยีที่เมืองไทยก็เจ๋งมากไม่แพ้ใคร ถ้าใครเป็นคนบ้าแบบเราก็ลองไปเที่ยวแบบนี้ตามเราก็ได้ 555555

และสามารถติดตามการเดินทางอื่นๆ ของเราได้ที่ เพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ขอบคุณที่ติดตามค่าาาา ❤
Try to Try ก็แค่ออกไปลอง

ความคิดเห็น