เที่ยวเชียงใหม่ใกล้ชิดธรรมชาติตามแนวดอยสุเทพ-ปุย รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

มีคนบอกกับเราว่า "เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวตามแนวดอยสุเทพ-ปุย" ด้วยความที่เราเคยไปเที่ยวเชียงใหม่แค่ครั้งเดียว ก็คือการไปเที่ยวบ้านแม่แดดน้อย อําเภอกัลยาณิวัฒนา ดังนั้นแล้วแผนที่ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอะไรที่เราแทบไม่รู้จักเลย 55555 พอมีคนจะพาขึ้นดอยตามแนวดอยสุเทพ-ปุย เราก็เอ๊ะมันเป็นดอยใกล้เมืองมันจะส

เที่ยวเชียงใหม่ใกล้ชิดธรรมชาติตามแนวดอยสุเทพ-ปุย

เที่ยวเชียงใหม่ใกล้ชิดธรรมชาติตามแนวดอยสุเทพ-ปุย

 วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 21.45 น.

 วันที่เดินทาง 16 พ.ย. 2563

มีคนบอกกับเราว่า "เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวตามแนวดอยสุเทพ-ปุย" ด้วยความที่เราเคยไปเที่ยวเชียงใหม่แค่ครั้งเดียว ก็คือการไปเที่ยวบ้านแม่แดดน้อย อําเภอกัลยาณิวัฒนา ดังนั้นแล้วแผนที่ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอะไรที่เราแทบไม่รู้จักเลย 55555 พอมีคนจะพาขึ้นดอยตามแนวดอยสุเทพ-ปุย เราก็เอ๊ะมันเป็นดอยใกล้เมืองมันจะสูงไหมนะ มันจะสวยไหมนะ คนมันจะเยอะไหมนะต่างๆ นานา

โดยในวันนี้ที่ที่เราจะไปก็คือ...

- จุดชมวิวเมืองเชียงใหม่

- บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน

- จุดชมวิวดอยปุย

- หมู่บ้านม้งดอยปุย

ซึ่งที่แรกของเราก็คือ จุดชมวิวเมืองเชียงใหม่ ที่อยู่ห่างจากอ่างแก้ว มช. เพียงแค่ 11 km แต่ทางคือคดเคี้ยวเลี้ยวลดมากกว่าดอยที่บ้านแม่แดดน้อย แล้วก็มากกว่าดอยที่เชียงรายที่เราไปมาสะอีกกกก นี่คือดอยใกล้เมืองที่เราเคยมองข้ามไปจริงหรือนี่ TT^TT


ซึ่งวิวที่เราได้มาก็คือ เห็นเมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองเลยแมรร่ แบบ 180 องศาเลยยยย เอาจริงๆ ถ้าใครไม่ถนัดนั่งรถขึ้นดอยสูงที่ทางก็คดเคี้ยวขนาดนี้ มาถึงแค่นี้ก็ตอบโจทย์แล้วแหละ เพราะตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่ค่อนข้างปลอดภัยมีรั้วเหล็กกั้นสูงระดับอก ดูแล้วแน่นหนาน่าคบหาเป็นอย่างยิ่ง ^^

จุดถัดไปของเราก็คือ ลานกางเต็นท์ดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งจะอยู่ห่างจากจุดชมวิวเมืองแค่ 10 กว่ากิโล แต่มันจะเป็นการไต่ภูเขาขึ้นไปเรื่อยๆ และทางก็คดเคี้ยวอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีแผ่ว 


จุดนี้นี่เองที่เราสามารถเข้าห้องน้ำ หรือพักทำใจตรงนี้ได้ 55555 แต่ก็ไม่ได้เห็นวิวอะไรเท่าไหร่ ระหว่างที่รอทุกคนแวะพักเข้าห้องน้ำกันก็เหลือไปเห็นป้ายที่ว่า "จุดชมนางพญาเสือโคร่ง 2 km" ลองไปดูหน่อยก็คงไม่เสียหายหรอกใช่ไหมแค่สองกิโลเอ๊งงง 5555

ปรากฏตลอดทางที่ไปนอกจะยากลำบากและทางแคบมากๆ แล้ว ก็ไม่เห็นดอกพญาเสือโคร่งสักดอก TT^TT แถมยังหลงมาที่หมู่บ้านขุนช่างเคี่ยนที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,400 เมตรกันอย่างงงๆ ไหนป้ายบอกแค่สองกิโล๊ นี่ล่อไปกี่กิโลกันนน 5555


มาจนถึงที่หมู่บ้านนอกจากคำว่าหนาวแล้วเราก็ไม่รู้จะใช้คำไหนมาบรรยายหมู่บ้านแห่งนี้ เราคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นจุดสูงสุดของดอยนี้แล้วแหละมั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วยอดดอยจะมีลดพัดแรงอยู่ตลอด 

หลังจากเราลงเขามาจากขุนช่างเคี่ยน จุดถัดไปของเราก็คือ จุดชมวิวหมู่บ้านดอยปุย 


จากตรงจุดชมวิวนี้จะทำให้เรามองเห็นทั้งหมู่บ้านม้งดอยปุยได้หมดทั้งหมู่บ้าน และเป็นวิวที่สวยมากๆ แต่ให้ระวังกันนิดนึงที่จุดชมวิวนี้ค่อนข้างแคบและชัน รวมถึงมีแค่ราวกั้นกันตกเป็นแค่ไม้เตี้ยๆ ดังนั้นแล้วต้องระวังกันมากๆ นี๊ดดดดนึงนะจ๊ะ

จากจุดชมวิวที่เรามองเห็นได้ทั้งหมู่บ้านที่ เรามองเห็นเหมือนมันจะใกล้กันก็จริง แต่เราต้องลงเขาอ้อมไปอีกใกล้เลยกว่าจะถึงที่หมู่บ้าน

ซึ่งหมู่บ้านนี้ก็คือ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งดอยปุย เป็นหมู่บ้านลักษณะที่เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม


โดยที่จะมีไกด์เยาวชนท้องถิ่นที่จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างไม่คาดสาย และวันนี้น้องผู้หญิงคนสวยคนนี้จะเป็นไกด์พาเราทัวร์หมู่บ้าน ตอนเราอายุเท่าน้องเรายังไม่เก่งเท่าน้องเลยนะ น้องเก่งจริงๆ น่ารักด๊วยยย >//<

หมู่บ้านนี้จะมีชุดชาวเผ่าให้เราเช่ามากมายหลายร้าน ในราคาที่ถูกม๊ากๆ ในราคาเพียงชุดละแค่ 50 บาทเท่านั้นพร้อมเครื่องประดับครบเซ็ทที่สวยมากๆ และมีช่างภาพคอยบริการอีกด้วย ซึ่งราคาก็ย่อมเยาอีกเช่นกัน มีทั้งรับเป็นภาพที่ปริ๊นออกมาเลย หรือจะรับเป็นไฟล์ก็ได้อีกเช่นกัน

ในช่วงที่เราไปเป็นช่วง COVID-19 ก็ทำให้หมู่บ้านนี้เงียบเหงาไปหน่อย มีนักท่องเที่ยวบ้างประปราย ที่ทำให้ช่วงนี้เป็นยุคทองของคนที่ชอบสถานที่สวยๆ แต่อยากได้ความสงบเลยแหละ

แล้วที่นี้ก็มีต้นไม้ ดอกไม้แปลกๆ เต็มไปหมด

แถมมีของถูกๆ มากมายให้เลือกสรร ทั้งผลไม้ เสื้อผ้า งานฝีมือ ที่ราคาต่างจากในเมืองราวฟ้ากับเหว 5555 แล้วด้วยความที่นี่เป็นดอยใกล้เมือง ทำให้ยังมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเร็วและแรงม๊ากกก ดังนั้นโอนจ่ายซื้อของได้อย่างหายห่วงเลยจ้า

เดินมาอีกฟากนึงของหมู่บ้าน ก็ยังมีที่ที่สวยๆ รอให้เรามาชม ซึ่งตรงนี้คนจะน้อยกว่ามาก เพราะต้องเดินขึ้นมาไกลก็เลยไม่ค่อยจะมีคนเดินกันมาเท่าไหร่

เห็นวิวนี้คือหวีดม๊ากกกก ฉันจะไปลำบากลำบนที่บ้านแม่แดดทำไมกัน 555555 มาดูวิวที่ดอยนี้ก็สวยเหมือนกัน

ซึ่งการมาที่ดอยสุเทพ-ปุยแห่งนี้ ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองต่อดอยมาง่ายใกล้เมืองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากเป็นดอยที่เรามองข้าม กลายมาเป็นดอยที่สวยากๆ ดอยนึง มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าบางครั้งกรอบแนวคิดของเรา ความเชื่อของเรา ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกือบพลาดสิ่งดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย...

แล้วเจอกันบทความต่อไปจ้าาาา และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ขอบคุณที่ติดตามค่าาาา ❤
Try to Try ก็แค่ออกไปลอง


ความคิดเห็น