ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 10) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 10) highlights: กิจกรรมรอบกองไฟวิถีชนเผ่าดาวเต็มฟ้าที่สวยม๊ากกกกกกิจกรรมคืนเปิดใจต่อกัน --------------------------------------------------------------------------------- หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 9)] ที่เราทำถนนกันอย่

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 10)

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 10)

 วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 19.33 น.

 วันที่เดินทาง 14 พ.ย. 2563

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 10)

highlights:

  • กิจกรรมรอบกองไฟวิถีชนเผ่า
  • ดาวเต็มฟ้าที่สวยม๊ากกกกก
  • กิจกรรมคืนเปิดใจต่อกัน

---------------------------------------------------------------------------------

หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 9)] ที่เราทำถนนกันอย่างตรากตรำ ไอ้เราก็นึกว่าคืนนี้จะไม่มีกิจกรรมอะไร แต่ที่ไหนได้เราแอบเห็นว่าชาวบ้านแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ากันอย่างสวยงาม เท่าที่ฟังมาคืนนี้จะมีกิจกรรมรอบกองไฟกันนน ซึ่งเราก็นึกว่าคงเป็นกองไฟเล็กๆ แหละ ก่อกันหน้าบ้านครูชัยล่ะมั้ง

ที่ไหนได้ กองไฟกองใหญ่ม๊ากกกกกและชาวบ้านก็มาร่วมกิจกรรมกันเยอะม๊ากกกกกกก และอากาศก็หนาวม๊ากกกกกก เนื่องจากตอนที่เราไป 4 วัน 3 คืน 

ตอนที่มาถึงคืนแรกก็ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ พอคืนที่สองก็เริ่มหนาวมากขึ้น และคืนที่สามก็คือคืนนี้นี้เองที่หนาวมากที่สุด ที่เราไม่รู้ว่ากี่องศารู้แค่เพียงหนาวม๊ากกกกก หนาวจนไม่อยากเดินออกห่างจากกองไฟกันเลยทีเดียว

กิจกรรมรอบกองไฟถูกจัดขึ้นที่ลานโล่งกลางหมู่บ้านท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นโดยรอบ วันนี้เป็นวันที่ชาวบ้านและครูอาสามารวมกันอย่างหนาตา เพราะคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่เหล่าครูอาสาจะอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ 

รวมถึงชาวบ้านก็จัดเตรียมการแสดงรอบกองไฟแบบชนเผ่ามาให้เราได้ชมอีกด้วย ส่วนการแสดงของเหล่าครูอาสาก็จะเน้นไปแนวเฮฮากันสะมากกว่า ที่เรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมที่ชมอยู่รอบๆ 

ปกติแล้วชาวบ้านจะทำอาชีพทำไร่ทำสวนกันในตอนกลางวัน แล้วก็จะเข้านอนกันช่วงหัวค่ำ แต่ในวันนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างพาลูกเล็กเด็กแดงมาชมการแสดงกัน ครึกครื้นและสนุกสนานกันมากๆ

(ขอขอบคุณภาพจาก: พี่ต้นซุง)

ช่วงสุดท้ายของการแสดงก็จะเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้เหล่าครูอาสาพูดถึงความรู้สึกที่ได้รับจากหมู่บ้านแห่งนี้

(ขอขอบคุณภาพจาก: ครูออย)

ตอนแรกเราก็คิดว่าคงหมดแล้วแหละ ได้เวลาไปนอนแล้ว แต่ก็ยังจ้าาาา เรายังต้องไปรวมตัวกันที่โรงเรียนกันอีก ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีกิจกรรมอะไร

ระหว่างทางที่เดินไปคือดาวสวยม๊ากกกกกกกก สวยจนไม่อาจละสายตาไปได้เลย ซึ่ง ณ จุดนั้นไม่มีใครถ่ายดาวมาเพราะไม่มีใครที่ถือกล้องไป มีแต่กล้องมือถือที่ก็ไม่มีความชัดใดใดทั้งสิ้น เราก็แอบเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้ภาพดาวเต็มฟ้ามาฝากทุกคน TT^TT

แต่ แต่ ด้วยความบังเอิญที่เราเปิดๆ ดูในอัลบั้มรวมภาพที่ทุกคนถ่ายกันมา ปรากฏว่าพี่ต้นซุงถ่ายดาวมาได้สวยม๊ากกกกกกก เราก็เลยได้ขออนุญาตนำภาพสวยๆ ของพี่ต้นซุงมาให้รับชมกันจ้าาาา ขอบคุณพี่ต้นซุงมากๆ ค่าาา >//< 

แต่ถ้าใครอยากมานอนดูดาวสัมผัสวิถีชาวบ้านและธรรมชาติที่สวยงามแบบเรา ก็สามารถติดต่อได้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านลอบือ ก็คือพี่เอนก 082-2267005, พี่ทิพย์ 061-2890272 ได้เลยนะจ๊ะ ^^

(ขอขอบคุณภาพจาก: พี่ต้นซุง)

(ขอขอบคุณภาพจาก: พี่ต้นซุง)

พอเราเดินกันมาถึงที่โรงเรียนก็มาทำกิจกรรมคล้ายๆ กับว่าเป็นคืนเปิดใจต่อกัน ก็เลยดับไฟจุดเทียนให้ได้บรรยากาศ ไม่ใช่ไฟดับแต่อย่างใด 55555 

ซึ่งหลายคนพูดได้ดีม๊ากกกกก บางคนตอนสมัยเรียนไม่ได้มีโอกาสมาค่ายเนื่องจากไม่ค่อยมีเงินแต่พอทำงานไปสักพักบวกกับลางานได้ก็เลยได้มาที่โครงการนี้ ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันที่ตอนเรียนก็ไม่มีเงิน 

ดังนั้นฝันของการได้มาค่ายครูบ้านนอกก็เลยได้เป็นเพียงแค่ความฝันมาตั้งหลายปี แต่พอมีโอกาสได้มาเหมือนความฝันในเรื่องนี้ของเรากลายเป็นความจริงที่เราได้มาทำ และเราก็ประทับใจกับค่ายนี้มากกกกกกก ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนลองมา มันดีมากจริงๆ ที่เรามีเงินมากกว่านี้แต่เราอายุมากขึ้นมันก็จะไม่สนุกเท่านี้อีกแล้ว...

(ขอขอบคุณภาพจาก: พี่ต้นซุง)

ระหว่างที่ฟังคนอื่นพูดไป เราก็รู้สึกว่ามันหนาวขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะมันดึกขึ้นเรื่อยๆ ลมก็พัดแรงขึ้น และอาจจะเป็นเพราะนั่งอยู่บนพื้นกระเบื้องด้วยมันเลยทำให้หนาวมาก มากกกกกก

หนาวถึงขนาดที่เราต้องเอามืออังกับเปลวเทียน แล้วก็มีเสียงฟันกระทบกันกึกๆ จนน้องข้างๆ ถามว่า พี่หนาวขนาดนั้นเลยหรอ ก็หนาวน่ะสิ บางแสนที่ฉันอยู่มันไม่เคยมีหน้าหนาวอะแกรรร แล้วอยู่ๆ มาบนดอยเชียงรายตอนเดือนพฤศจิกา คิดดูแล้วกันว่าจะหนาวขนาดไหน 555555

(ขอขอบคุณภาพจาก: พี่ต้นซุง)

ส่วนช่วงท้ายของกิจกรรมเป็นอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อน ก็คือให้เขียนจดหมายถึงตัวเองในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ตอนที่เขียนเราก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้วแหละว่าเราเขียนอะไรลงไปบ้าง ตอนที่เขียนก็คิดว่าหนึ่งปีข้างหน้าแล้วค่อยส่งมันนานมากๆ เลยนะ ที่ไหนได้ตอนเรากลับมานั่งเขียนบทความนี้คือครบหนึ่งปีพอดี 5555555

แต่เราคิดว่าเราคงไม่ได้รับจดหมายฉบับนี้หรอก เพราะเราได้ย้ายที่อยู่จากบางแสนกลับมาอยู่บ้านแล้วคงได้แต่เก็บความประทับใจจากค่ายแห่งนี้ในรูปของบทความก็แล้วกัน ขอบคุณตัวเองจริงๆ ที่กล้ามาโครงการนี้คนเดียว กล้าที่จะก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเอง 

บทความของเรายังเหลือตอนหน้าเป็นตอนสุดท้าย และเราเองก็ไม่อยากให้ทุกคนพลาดเพราะเราเพิ่งค้นพบว่า ภาพที่เราถ่ายวิวข้างทางตอนขากลับมันสวยม๊ากกกกกกกกก แล้วพบกันในตอน [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 11 จบ)] และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น