รีวิว เที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi- Sapa) เสน่ห์ของเวียดนามเหนือ รีวิวโดย ReviewPapai

รีวิวทริปเที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi - Sapa)   เสน่ห์ของเวียดนามเหนือ  เจอกันอีกทริปกับรีวิวเที่ยวเวียดนาม เพราะพวกเราหลงเสน่ห์ประเทศเวียดนามเข้าแล้วววว ;) เดินทางง่ายใกล้บ้านเรา ซึ่งทริปนี้เราจะพาไปเที่ยว ฮานอย-ซาปา เวียดนามเหนือ (Hanoi to Sapa) ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามแถมราคาไม

รีวิว เที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi- Sapa) เสน่ห์ของเวียดนามเหนือ

รีวิว เที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi- Sapa) เสน่ห์ของเวียดนามเหนือ

 วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 22.10 น.

 วันที่เดินทาง 20 มี.ค. 2563

รีวิวทริปเที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi - Sapa) 

 เสน่ห์ของเวียดนามเหนือ 

เจอกันอีกทริปกับรีวิวเที่ยวเวียดนาม เพราะพวกเราหลงเสน่ห์ประเทศเวียดนามเข้าแล้วววว ;) เดินทางง่ายใกล้บ้านเรา ซึ่งทริปนี้เราจะพาไปเที่ยว ฮานอย-ซาปา เวียดนามเหนือ (Hanoi to Sapa) ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามแถมราคาไม่แรง รับรองต้องหลงรักเวียดนามเหนือแน่นอน :)


การเดินทาง กรุงเทพ-ฮานอย -ซาปา 

หากจะไปซาปาต้องบินจากกรุงเทพฯ (DMK) นั่งเครื่องไปลงที่สนามบิน ฮานอย (HAN) ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเอง เดินทางง่ายราคาตั๋วไม่แพง แพลนล่วงหน้าตั๋วยิ่งถูก มีงบเหลือเที่ยวแบบสบายๆ  

บินกับ AirAsia  ราคาตั๋วเริ่มต้นประมาณ 1xxx- 3xxx (ขึ้นอยู่กับช่วงการเดินทาง) เช็คราคาตั๋วได้ที่ https://www.airasia.com/th/th

ก่อนเดินทางก็ต้องเตรียมซื้อซิมการ์ด  SIM2Fly ของ AIS แบบ 399 บาท ที่สามารถใช้ได้ที่เวียดนาม  สะดวกดี ใช้ได้แบบ 4G/3G Data Roaming 6GB ใช้ได้ 10 วัน ไม่แพงแถมไม่ต้องยุ่งยาก สามารถซื้อที่ Sales Counter ของ AirAsia ได้เลยค่ะ  

เราบินกันเที่ยวเช้า รอบ 7 โมงเช้า จึงต้องสั่งข้าวกินกัน แน่นอนเมนูเด็ดของ In-flight Meals ของแอร์เอเซียก็ คือ บิมบิมบับกับไก่บุลโกกิ สูตร Chef Hong  นี้แหละ รสเด็ด อิ่มกำลังดี ตามด้วยเมนูเครื่องดื่มประจำเดือนกุมภาพันธ์ ชานมไข่มุก หอมอร่อย ไม่หวานจนเกินไป เมนูเครื่องดื่มเขาจะเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนนะคะ หากใครที่สนใจอยากลองแนะนำให้สั่งโล้ดดด 

แพลนเดินทาง  4 วัน 3 คืน ทริปเที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi - Sapa) 

Day 1: One Day Trip เที่ยวในเมืองฮานอย จากนั้นนั่งรถไฟนอนไปซาปา ตอน 4 ทุ่ม 

Day 2: Hello ยินดีที่ได้รู้จัก Sapa :) พักผ่อน ชิลล์กลางสายหมอก ที่ Sapa Jade Hill Resort & Spa

Day 3 : เที่ยวซาปา ทัวร์ Cat Cat Village ชมวิวยอดเขาฟานซีปัน Fansipan "หลังแห่งคาอินโดจีน"

Day 4: นั่งรถทัวร์กลับฮานอย และเที่ยวในฮานอยก่อนกลับไทย 
   

การเดินทางจาก ฮานอย ไป ซาปา (Hanoi-Sapa) สามารถเลือกการเดินทางได้หลายแบบ

1. เดินทางด้วยรถไฟ (ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชม.)  

  • ขึ้นที่สถานีรถไฟฮานอย ทุกขบวนจะขึ้นที่สถานีเดียวกันหมด และไปลงที่สถานีรถไฟ Lao cai
  • รถไฟ ตู้นอนสำหรับ 4 คน ราคาเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 8xx – 12xx/คน (ราคาขึ้นอยู่กับสายรถไฟ)
  • รถไฟ ตู้นอนสำหรับ 2 คน (ห้อง private) ราคาคิดเป็นห้อง มี 2 เตียง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23xx – 4xxx ( ราคาขึ้นอยู่กับสายรถไฟ และความหรูหราภายในห้องนอน)
  • รถไฟมีรอบเดียวที่ไปซาปา คือเวลาประมาณ 9.00 PM -10.00 P.M. (ขึ้นอยู่กับสายรถไฟ) และไปถึงซาปาประมาณ 5.30 am – 6.30am
  • หากขึ้นรถไฟไป จะต้องทำการต่อรถเพื่อเข้าไปซาปาอีก โดยจะมีรถตู้บริการ สามารถซื้อบัตรได้ในสถานทีรถไฟ Lao cai หรือซื้อเลยตั้งแต่ตอนซื้อตั๋วรถไฟจากสถานีก็ได้ (ราคา 40.000 ดอง)

2. รถทัวร์ (ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชม.)

  • มีบริการหลายรอบ ตั้งแต่เช้า-ดึก 7.00am – 10.00pm ราคาเฉลี่ย 3xx – 6xx / คน (ราคาขึ้นอยู่กับที่นั่ง)
  • นั่งสบายเหมือนกัน มีตั้งแต่เบาะธรรมดา, เบานอน VIP และแบบตู้นอนก็มีเช่นเดียวกัน เป็นทางเลือกที่เราคิดว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง เพราะสบาย และราคาถูก ที่สำคัญไปจอดที่กลางเมืองซาปาเลย ไม่ต้องต่อรถอีกรอบ
  • เช็คเวลาเดินทางคร่าวๆ ได้ที่ https://ticketing.12go.asia/en/bus/hanoi/sapa


Day 1: One Day Trip เที่ยวในเมืองฮานอย 

ถึงสนามบิน ฮานอย หรือ Noi Bai International Airport ประมาณ 8 โมงเช้านิดๆ สำหรับคนไทยไม่ต้องกรอกใบ ตม. นะคะ หลังจากได้กระเป๋าและเข้าห้องน้ำแล้วเราก็จะออกมานั่งรถบัสสาย 86 เข้าไปแถวสถานีรถไฟเพื่อรอขึ้นรถไฟนอนตอน 4 ทุ่มไปซาปา ดังนั้นก็เหลือเวลาทั้งวันในการตะลอนเที่ยวเมืองฮานอย เราจึงแพลนจองห้องพักถูกๆ คืนละไม่กี่บาทเพื่อฝากกระเป๋าและไว้อาบน้ำแต่งตัวพร้อมนอนตอนขึ้นรถไฟ 

ไปตะลอนเมืองฮานอยกัน :) เมื่อออกจากตัวสนามบิน ให้เดินมาทางด้านนอกและเมืองหาป้ายรถบัส สาย 86 เป็น Airport Shuttle Bus วิ่งเข้าเมืองฮานอยและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟฮานอย ราคาตกคนละ 35.000 VND ใช้เวลาประมาณ 45 นาที แนะนำเลยค่ะเพราะสะดวกและไม่แพง 

สถานีสุดท้ายคือ GA HA NoI สถานีรถไฟฮานอย ก็ลากกระเป๋าเดินไปที่พักกัน

พวกเราได้จองห้องพักใกล้สถานีรถไฟ ที่ Eternity Hotel เดินไปได้ในราคาที่ถูกมากคืนละ 500 บาท (ตอนที่จองนะ) เพราะต้องการที่จะฝากกระเป๋าและอายน้ำพร้อมนอนบนรถไฟเลย จะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องกระเป๋าและอาบน้ำอาบท่าให้พร้อมนอนเลย แต่เพราะมาถึงที่พักก็ประมาณเกือบ 10 โมง เรายังเข้าห้องไม่ได้ มันยังเช้าอยู่เลยได้แค่ฝากกระเป๋า ไปเที่ยวในเมืองหาข้าวกินก่อน ตอนบ่ายๆ ค่อยกลับมาเช็คอิน

นั่งแท็กซี่เข้าไปเที่ยวเมืองฮานอย นั่งรถมาแค่10 นาที ไปแถวทะเลสาบ Hoàn Kiếm Lake
 

 ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม Hoàn Kiếm Lake 

จุดแรก ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบใจกลางเมืองฮานอย เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น วัดหง็อกเซิน (Ngoc Son Temple) มีสะพานสีแดงเชื่อมระหว่างริมฝั่งกับวัดหง็อกเซิน ชื่อว่า สะพานเทฮุก (The Huc Bridge)

วัดหง็อกเซิน (Ngoc Son Temple) 

วัดหง็อกเซิน หรือ วัดเนินหยก เป็นวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ เป็นวัดเก่าแก่ขอฮานอย

ค่าเข้าชม: 30,000 VND
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 18.00 น

ซึ่งต้องเดินข้ามสะพานสีแดง ชื่อ สะพานเทฮุกไป ตรงนี้วิวสวย

หากใครที่ชอบเที่ยวสายวัด หรือ ชอบไหว้พระขอพร ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่แนะนำ

หอคอยโบราณตั้งอยู่ท้ายทะเลสาบ ชื่อ ทาพรัว หมายถึง หอคอยเต่า


จากนั้นก็แวะไปหาของกินใกล้กับบริเวณวัด อันนี้แนะนำค่ะ ว่าอร่อย ไม่แพงมาเวียดนามทีไรต้องมองหาทุกที กับแซนวิช เวียดนาม ราคาไม่แพงได้เยอะเว่อร์ ราคาก็แล้วแต่เราเลือกไส้มัน เริ่ม 26.00 VND 

ได้แชนวิชก็เดินกลับมานั่งทานที่ริมทะเลสาบ วิวดี บรรยากาศดี 

เมื่ออิ่มก็มองหาร้านคาเฟ่นั่งชิลๆ รอเวลาไปเช็คอิน และนอนพักผ่อนเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับเท่าไร

เราเลือก Cộng Cà Phê เป็นร้านอารมณ์ชิคๆ บรรยากาศน่ารัก อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบ

เราต้องสั่งด้านล่างและค่อนขึ้นไปนั่ง พนักงานเขาจะตามไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะเลย

บรรยากาศเก๋ๆ ไม่กว้างเท่าไร แต่วิวดีเลย ราคาไม่แรง เราชอบเมนู กาแฟไอติมมะพร้าว เข้ากันมากก

เมื่อทานและนั่งชิลล์ประมาณบ่าย 2  ก็กลับมาเช็คอินที่โรงแรม  อาบน้ำ นอนพักเอาแรงหน่อยเพราะเมื่อคืนนอนดึกกันไปนิด แอบง่วงภาพตัดดดดไปเลย ตื่นมาอีกทีก็ 5.30 >,<

พอตื่นก็เดินเล่นและหาไรทานแถวโรงแรม ได้มาแวะทานที่ร้านเฝอเนื้อ ราคาไม่แพงแถมรสชาติอร่อยด้วย 

เฝอเนื้อ ราคาเริ่มที่ ชามละ 40.000 VND เอง ชอบๆ 

เมื่อได้เวลาก็กลับมาเก็บของ อาบน้ำเตรียมตัวลากกระเป๋าไปที่สถานีรถไฟ แนะนำว่าต้องไปก่อนเวลารถไฟออกสัก 30 นาที 

นอนรถไฟตู้แบบ VIP สู่ ซาปา (Hanoi to Sapa)

คืนนี้จะนอนรถไฟตู้นอนแบบ VIP 2 เตียง กับ Chapa Express ตกคนละ $80/ คน หรือ 2,500 บาท

รถไฟจะออกตอน 4 ทุ่ม และไปถึงสถานี Lao cai ประมาณ5.30 และจากนั้นจะต่อรถตู้ไปที่ซาปาอีก 45 นาที

ตู้นอนดูดีมาก เป็นส่วนตัว ด้านในมีผลไม้ ขนมและเครื่องดื่ม (เบียร์และน้ำอัดลม) ฟรีให้ด้วย  

มีโซนห้องน้ำ และอ่างล้างหน้าตอนเช้า สะอาดดี ไม่วุ่นวาย

ถึงสถานี Lao Cai ก็ต่อรถตู้ไปซาปาเลย  สามารถซื้อบัตรได้ในสถานทีรถไฟ Lao cai หรือซื้อเลยตั้งแต่ตอนซื้อตั๋วรถไฟจากสถานีก็ได้ (ราคา 40.000 ดอง)

Day 2: Hello ยินดีที่ได้รู้จัก Sapa :) พักผ่อน ชิลล์กลางสายหมอก ที่ Sapa Jade Hill Resort & Spa

ซาปา (Sa Pa) เมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาตั้งอยู่จังหวัดหล่าวกาย (Lao Cai) ภาคเหนือของเวียดนาม มีชายแดนติดกับจีน บรรยากาศดี มีธรรมชาติที่สวยงามสวยงามล้อมรอบไปด้วยหุบเขา สามารถเที่ยวได้ตลอดปี มีหมอกสวยงามในหน้าฝน บรรยากาศโรแมนติกได้อารมณ์แบบเที่ยวยุโรป แถมยังมีหิมะในหน้าหนาว เรียกได้ว่าเที่ยวใกล้ๆ แต่ได้อารมณ์ แถมงบประหยัด

พวเรามาถึงซาปาเช้ามาก ประมาณเกือบ 7 โมงเช้าได้ รถตู้จะมาส่งที่บริเวณในเมืองพอดี จากตรงนี้ก็เรียกแท็กซี่ไปที่พักเพื่อฝากกระเป๋า และค่อยเช่ามอเตอร์ไซค์ออกมาหาข้าวเช้าทาน 

เมื่อเช่ารถจากที่พักเสร็จ ก็ขับออกมาที่ตัวเมืองเลยไม่ไกล ประมาณ 10 นาที 

ทานข้าวเช้ากันที่ร้านอาหารเวียดนาม เฝอเนื้อและขนมกับเนื้อตุ๋น เมนูดูธรรมดานะ แต่รสชาติดีเลย 

ทานข้าวเสร็จก็มาหากาแฟทาน พร้อมนั่งฟินดูหมอกยามเช้าของที่นี่ เนื่องด้วยมาแต่เช้าเลยไม่ค่อยมีคนเท่าไร ร้านน่ารักดี ชื่อ Dao Coffee 

Check  in ที่ Sapa Jade Hill Resort & Spa

ทริปนี้เราพักที่ Sapa Jade Hill Resort & Spa  ห้องพักสวย วิวดี บรรยากาศได้ พนักงานบริการดี (ชมจากใจนะ เพราะประทับจริง)  ตอนไปตอนเช้าเขามีการวัดไข้ก่อนให้เข้าด้วย เพราะเนื่องจากสถานะการณ์ COVID 19 พร้อมแจกหน้ากากให้ลูกค้าที่เข้าพักด้วย 

พอได้เวลาก็ขับกลับมาเช็คอิน ประมาณเกือบเที่ยงเขาให้เช็คอินก่อนเวลาเพราะห้องว่างแล้ว 

เราพักห้อง Mountain View Bungalow ราคาไม่แพงมาก ตก 2,xxx / คน  เป็นวิวหมอกกับภูเขา

ห้องพักดูดี โทนอบอุ่น ตกแต่งด้วยไม้อย่างดี มีระเบียงให้ชมวิว ชมหมอก ที่สำคัญมีอ่างแช่น้ำร้อนส่วนตัว และเตียงมี heater ใต้เตียง ปรับระดับความอุ่นได้ ไม่ต้องนอนบนเตียงเย็นๆ 

เมื่อบรรยากาศมันได้ หนาวๆ แบบนี้เราต้องแช่น้ำร้อน จิบชาอุ่นๆ ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายสิเนอะ :) 

พออาบน้ำเสร็จ นอนพักก็สักพัก ฝนก็ดันตกเบาและหมอกลงแรงมากมองไม่เห็นถนนเลย ถนนลื่นด้วย เลยอดออกไปเที่ยวข้างนอกต่อ ก็เลยพักผ่อนกันในรีสอร์ทจนถึงเย็น และทานอาหารเย็นที่รีสอร์ทเลย 

Day 3: เที่ยวซาปาท่ามกลางสายหมอก ทัวร์หมู่บ้าน Cat Cat Village และชมวิวยอดเขาฟานซีปัน Fansipan "หลังแห่งคาอินโดจีน" 

Good morning Sapa :) ตัดภาพมาตอนเช้าเลยหมอกหนามากเช้านี้ 

ตื่นมามาทานข้าวเช้าตอน 9.00 ก่อนเรียกแกร็บมารับไปเที่ยวในเมือง แพลนคือ Cat Cate Village และ Fansipan Mountain และที่อื่นๆ หากหมอกไม่ลงหนักมาก

แต่น่าเสียดายที่เช้าวันนี้อากาศเย็นและหมอกลงเยอะมาก หมอกไปทางไหนก็ขาวไปหมด ถ่ายรูปออกมาก็เจอแต่หมอก สวยไปอีกอารมณ์แต่หากมีแดดหน่อยรูปจะสวยมาก


โบสถ์ Sapa Stone Church (The Ancient Stone Church

จุดถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซาปา (ดูหมอกสิมันเยอะมาก เลยตัองรอบ่ายๆ ถึงจะขึ้นไปยอดเขา Fansipanเพราะไปตอนเช้าก็คงมองไม่เห็นไร) 


หมู่บ้านกั๊ต กั๊ต ของชาวม้ง (Cat Cat Village )

ไปต่อกันที่ เดินทัวร์หมู่บ้านกั๊ต กั๊ต ของชาวม้ง (Cat Cat Village )  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวม้งที่อพยพจากประเทศจีน ที่บอกเลยว่าห้ามพลาดเพราะที่นี่สวยและมีเสน่ห์มาก มีจุดถ่ายรูปสวยๆ หายจุด  

อยู่ห่างจากตัวเมืองซาปาเพียง 3 กม. สามารถเรียกแกร็บไปได้ แต่เขาจะไม่อยากกดมิเตอร์นะเพราะมันใกล้ ราคาที่เขาบอกจะประมาณ 100.000 VND ต่อเที่ยว ส่วนเราโชคดีเจอวินใจดี พาไป-กลับช้อน 2 คิด แค่ 100.000 ดอง ไปส่งไว้ พอจะกลับให้อินบ็อกบอกเขาเขาจะมารับถึงที่ หรือจะอยากให้เขาพาไปไหนต่อรองได้นะ ใครสนใจลองทักไปนะ คุยภาษาอังกฤษได้ FB ชื่อ https://web.facebook.com/PhanTriusapa 

ค่าเข้าคนละ 70.000 ดอง /คน แต่คุ้มค่ะ แนะนำว่าต้องสุขภาพแข็งแรงหน่อยนะคะ เพราะต้องเดินขึ้นลงรอบหมู่บ้านราว 2 กิโลเมตรได้ 

ข้างในมีน้ำตกที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่  คือ “น้ำตกเตียนซาน” หรือ “น้ำตกนางฟ้า” ซึ่งจะมีจุดให้ถ่ายรูปสวยๆ หลายมุมเลย วิวสวยมาก มีร้านอาหารและร้านกาแฟของชาวบ้านอยู่ข้างใน ใครจะแวะพักได้


ชมวิวยอดเขาฟานซีปัน (Fansipan Mountain, Sapa)

เป็นอีกไฮไลท์ที่เมื่อมาซาปา ทุกคนต้องขึ้นชมวิวที่ ยอดเขาฟานซีปัน Fansipan Moutain เพราะเป็นจุดที่สูงที่สุดของคาบสมุทรอินโดจีน ได้ชื่อว่าเป็น "หลังคาของอินโดจีน" มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ถึง 3.143 เมตร 

การเดินทางไป : วิธีที่ดีที่สุดแบบไม่เหนื่อย คือ นั่งกระเช้าที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก (Sun World Fansipan Legend Cable Car) โดยมีความยาวถึง 6,292 เมตร หรือประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 

พิกัด:  ขึ้นกระเช้าที่ Sapa Station ตรงตึก Sun Planza https://goo.gl/maps/HTgkAG73E9...

เปิดทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่ 07.30-17.00  

ราคาตั๋ว: รวมทุกอย่าง ค่าขึ้นเคเบิ้ล ค่ารถไฟและรถรางแล้ว ไป-กลับ อยู่ที่ 1,000,000 dong /คน 

จะขึ้นแค่กระเช้าและไม่ขึ้นรถรางไปยอดเขาฟานซีปันแล้วเดินขึ้นบันได 600 ขั้นเหลือ 850,000 dong/คน

โดยราคาจะแยกตามนี้  

  • Fansipan Cable Car
    • ผู้ใหญ่: 750.000 VND/ คน
    • เด็กโต  (1.1, -1.3m): 500.000 VND/คน
    • เด็กเล็กสูงไม่เกิน 1.1 m: ฟรี
  • Muong Hoa Mountain Train:
    • Funicular ticket – ขาขึ้น: 70.000 VND/คน
    • Funicular ticket – ขาลง: 80.000 VND/คน
  • Do Quyen Funicular Station : 100,000 VND / คน 

ต่อแรก ต้องนั่งรถไฟขึ้นต่อกระเช้า 

นั่งกระเช้าราวๆ 30 นาที ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร  วิวมันอลังการมาก แบบพาโนราม่า 360 องศา อารมณ์เหมือนลอยเหนือเมฆเลย


ต่อที่ 3 คือรถรางไฟฟ้า Do Quyen Funicular ขึ้นไปยอดเขาฟานซีปัน แบบไม่ต้องเดินขึ้นบันได 600 ขั้น ใครที่อยากออกกำลังกาย ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วรถรางนี้ ก็เดินขึ้นบันไดเลย เบาๆ แค่ 600 ขั้นเอง ><

หมอกเริ่มลงหนักมาก เลยต้องรีบลงกัน  แนะนำว่าให้เช็คสภาพอากาศดีๆ นะ นี้ขนาดว่าเราเช็คแล้วว่ามีแดด ยังมองไม่มีแดดเลย :(


Day 4: Sapa-Hanoi นั่งรถทัวร์นอนกลับฮานอย และเที่ยวในฮานอยก่อนกลับไทย 

เราสามารถเดินทางกลับไปที่ฮานอยได้โดยรถทัวร์แบบนอนได้ ฟรี  fi-wi กับ Green Bus โดยรถจะออกจากซาปาประมาณ 08.00 โมง และถึงฮานอยประมาณบ่าย 2  ราคาคนละ $12 ซึ่งรถจะจอดพักให้เข้าห้องน้ำและทานข้าว แค่ 2 จุดเท่านั้น  

สวัสดีฮานอยอีกรอบ มาถึงประมาณบ่าย 2 เราก็เอากระเป๋าไปฝากกับเอเจนซี่ Viet Express Travel ที่ซื้อตั๋วรถทัวร์จากซาปา ซึ่งเขาดูแลดีมาก หากใครจะไปลองติดต่อดูที่ https://web.facebook.com/vietexpresstravelcom-184847602219849/

มหาวิหารเซนยอแชฟ (St Joseph Cathedral) 

เมื่อฝากของที่ออฟิศของเอเจนซี่เสร็จก็เดินมาเที่ยวที่ มหาวิหารเซนยอแชฟ (St Joseph Cathedral) เป็นโบทถ์นีโอกอธิคที่เก่าแก่ที่สุดในฮานอย โดยสร้างจากต้นแบบของวิหาร Cathédrale Notre-Dame de Paris ที่ปารีส เข้าชมฟรี 

จากนั้นก็แวะทานพิซซ่าเอาแรง


วิหารวรรณกรรม Temple of Literature

ที่นี่ถือเป็นจุดเที่ยวแนะนำของฮานอย วิหารวรรณกรรม Temple of Literature เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศเวียดนาม ตกแต่งมีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และการศึกษาของเวียดนามที่สำคัญแห่งหนึ่งในเมืองฮานอย ห่างจากทะเลสาบแค่ 2 กิโมเมตรเอง ด้านในร่มรื่นด้วยสีเขียว และเงียบสงบ 

พิกัด: https://goo.gl/maps/sXx6GPZYZB... 

เปิดทำการ: 08.00-18.00 ทุกวัน

ราคาเข้าชม: 30,000 dong/คน


หลังจากเดินเล่นทั่วเมือง แวะซื้อของฝากนิดหน่อย ก็กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้และก็ตรงมาที่สนามบินเลย 
ขากลับเราบินรอบ2 ทุ่ม ขากลับ AirAsia เหมือนเดิมจ้า บินง่าย ราคาสบายกระเป๋า

 กลับดึกก็ท้องร้องเลยต้องจักกุ้งอบวุ้นเส้นเมนูโปรดของเรา อร่อยเด็ดจริงเมนูนี้ 

จบแล้วทริปนี้ของพวกเรา เที่ยว ฮานอย-ซาปา (Hanoi to Sapa) เวียดนามเหนือ เที่ยวง่าย ไม่ไกล แถมงบไม่แพง เป็นทริปที่ประทับใจมาก 

เช็คราคาตั๋วโปรโมชั่นได้ที่ https://www.airasia.com/th/th


บ๊ ะ บ า ย ^ ^

ติดตามรีวิวอื่นๆได้ที่ https://th.readme.me/id/ReviewPapai

ฝากเพจด้วยนะคะ หากมีคำถาม สงสัยตรงไหน inbox เข้ามาทักกันได้ที่ https://www.facebook.com/ReviewPapai/ แล้วพบกันใหม่ : )


ความคิดเห็น