See Angkor Wat and Don't die. รีวิวโดย go_with_puay

/\ สวัสดี... ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ตื่นเต้นเสยยยย :: เขียนช่วง Covid-19 pandemic :: มะ....เริ่ม >> เมื่อวันที่ 02/02/62 เราได้โอกาสได้โชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำทริปไปยังประเทศกัมพูชา (ประเทศที่รักมากก..คือพูดจริงไม่ประชดนะ) ลูกทัวร์ของเราก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แม่ฉันเอง และน้องชายคนเดิม "แก็งเดอะเทอมินอ

See Angkor Wat and Don't die.

See Angkor Wat and Don't die.

 วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2563 เวลา 21.24 น.

 วันที่เดินทาง 2 ก.พ. 2562

/\ สวัสดี... ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ตื่นเต้นเสยยยย

:: เขียนช่วง Covid-19 pandemic ::

มะ....เริ่ม >>

เมื่อวันที่ 02/02/62

เราได้โอกาสได้โชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำทริปไปยังประเทศกัมพูชา (ประเทศที่รักมากก..คือพูดจริงไม่ประชดนะ) ลูกทัวร์ของเราก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แม่ฉันเอง และน้องชายคนเดิม "แก็งเดอะเทอมินอล (ใช่ค่ะ...มันมีที่มา)" 

เราเริ่มออกจาก ขอนแก่น ตี5 เอิ่มมม..นั่นคือสิ่งที่คิดไว้ เรื่องจริงคือ 6 โมงเช้า เลทไป 1 ชม. ขับรถส่วนตัวไป ฟิ้วววว..... คืองี้ถ้าใครจะไปเส้นทางนี้ ปัก google map ไปเลย ปลายทางด่านช่องจอม ขับผ่านตลาดช่องจอมมาไม่ต้องกังวล ถึงแม้จะแอบระแวงนิสหน่อว่ามาถูกมั้ยวะ พอใกล้ๆ ถึงด่านจะมีที่ฝากรถ จอดเลยจ้า จำไม่ได้ว่าค่าจอดเท่าไหร่ แต่ไม่แพงจนน่าเกลียดคิดราคาเป็นคืนนะ  เคร...คือขับเร็วมากปั๊มไม่แวะด้วยนะ ก็ยังถึงสุรินท์ไม่ทันกับที่เรานัดรถประจำทางไว้ (ขั่วปอดมากก) ซี่งเรานัดไว้ที่ช่องจอม เลยคุยกับพี่เอเจนซี่รถบัส(ขอเรียกงี้ละกัน) พี่เอเจ่นดูก็รู้ว่าอยากให้เราไปกับรถเช่าส่วนตัวที่แกหามาให้ เอออ ไปก็ไปวะ จากช่องจอมเข้าเสียบเรียบ 50$  เอิ่มมม...ไม่รู้ว่าเส้นทางนี้เขาเดินทางกันกี่ดอล แต่เอาเป็นว่า กรูรู้สึกเลยว่าขูดเนื้อกรูไปเยอะทีเดียว การบริการดีสมราคาจ้าคนขับรถมารับด่านไทยเลยนะ ถือเป๋าถือไรให้ พอจะไปปั๊มผ่านแดนฝั่งโน้นเท่านั้นแหละ ค่าทำธุรกรรมคนละ 100 บาท  เรานี่ขึ้นเลยยย เดินทางมาแล้วหลายครั้งไม่เคยเสีย เราเถียงด้วยภาษาเขมร สำเนียงกะเหรี่ยง หึ+++ ผลออกมาก็ต้องจ่ายเหมือนเดิมม เห้อออ เสียเวลาโมโหแบบเปล่าประโยชน์ 55555 

และก็ขึ้นรถไปแวะซื้อซิมโทรศัพท์ แถวๆด่านบอกให้คุณคนขายเขาเปิดเครือข่ายให้เลยนะ ฟังไทยได้ พูดไทยได้ จริงๆ แม่ค้าแถวนั้นก็พูดได้หลายภาษาอะ อินเตอเนชันแนล มากแม่...

นั่งรถชมวิวข้างทางกันไป วิวที่คุ้นเคย ไม่เห็นกันมา 2 ปีกว่าๆ รู้สึกเลยว่า ก็คิดถึงเบาๆนะ การเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 6 ผ่านจังหวัดอุดรเมียนเจย นั่งชิลๆ มา 2-3 ชั่วโมง

ถึงละจ้าาา....krong Siem reap 

เราพักกันที่ The Local time village จองจาก Booking.com ที่พักคือเรียกได้ว่าประทับใจนะ เงียบ ใจกลางเมือง สะอาด มีสระว่ายน้ำ อาหารเช้า ราคาสำหรับคนธรรมดาเดินดิน 9/10 ไปเลย 


 เวลาอาหารเที่ยง พาคุณแม่เดินจ้าาาา บ่ายละ แดดแรง หิวด้วย .... เข้าห้าง Lucky mall เปิดตัวด้วย Lucky burger ชอบร้านนี้และคิดถึงไก่ทอดมากกกก เลยต้องมาเพื่อรับความเป็นขแมร์เข้าร่างก่อนจ่ะ 

ละยังไงละทีนี้ ก็แซบสิ แหลกไปเยอะมากก พออิ่มท้อง

ก็ไปต่อกันที่ Angkor national museum

ใน Angkor International museum เป็นที่ๆมีเพื่อการศึกษาและรวบรวมความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และความเชื่อต่างๆ ได้ดีมากๆ คือเป็นมีให้เลือกฟังหลายภาษาด้วย 5$ เท่านั้นสำหรับ Audio แปลภาษาตามจุดต่างๆ ควรมาอะ ไม่ว่าจะมาก่อนไปเที่ยวอังกอร์ทั้งหมด หรือหลังจากไปเที่ยว เพิ่มความอินในการดูสิ่งก่อสร้างหินโบราณพวกนั้นได้เป็นอย่างดี เราจะไม่ได้มองแค่ว่ามันยิ่งใหญ่เฉยๆ อะ

เดินในเดินในเดิน เที่ยวชมเมือง ผู้คนออกมาใช้ชีวิตในตอนเย็นๆ ออกกำลังกายตามความถนัด ความสนุกสนานที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน 


แล้วก็แวะกินราเมงรสเด็ดข้างที่พักก่อนกลับไปนอน พักผ่อน

วันที่ 03/02/62

ตอน 4.30 น. เราไปเจอ Tuk Tuk driver "คุณ Sokha" ที่นัดกันไว้ทางโทรศัพท์ ดีล กันที่ One day trip คนละ 20$ Sokha พาเราไปทำบัตรเข้าชมที่จุดขายบัตร มันคนละที่กับตรงปราสาทนะ อยากง่ายๆ ก็บอก TT driver ไปเลยจ้า เค้าไปพาโหมดดด ราคามีแบบ 1 วัน 35$ และ 1-3 วัน เท่าไหร่ไม่รู้หาในนะ google เพราะมันอาจมีการเปลี่ยนแปลง ใช้เวลาแปบเดียวเท่านั้นก็ได้บัตรมาละ ซิ่งต่อเลยจ้า

แผนที่จาก google ไง จะใครละ 

TT drive ส่งเราที่หน้า Angkor Wat ยังๆ ยังไม่ตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น เพราะรอบๆคือยังมืดไง แต่สัมผัสได้ถึงจำนวนคนที่เยอะมากๆ ไฟหน้ารถเกือบจะทุกชนิดมาอยู่หน้าบริเวณทางเข้า ถึงประมาณ 5.30 น. เราเดินเข้าไปมีเจ้าหน้าที่ตรวจบัตร และเสนอไกด์มีหลายภาษามากจ้า เลือกใช้บริการกันได้ ใครจะเลือกอิตาลี สเปน ก็ได้นะ ตามความบันเทิง 555555 (เพื่อไรอะ) ค่าไกด์ประมาณ 20$  เคร....เดินเข้ามา ตามฝูงชนจำนวนมากแหละ เดินตามเขามา ข้ามน้ำมาก่อนนะ และจะเข้ามาในบริเวณชั้นแรก 

เคร...พอฟ้าเริ่มสว่าง ก็เริ่มตื่นเต้นละมันยิ่งใหญ่มากอะ  เรานั่งอยู่กับตรงประตูทางเข้าแหละสิงตามกำแพงหิน  เรากำลังรอพระอาทิตย์ขึ้น สลับที่ไปมา หาจุดที่ดีที่สุด สิงเสานั่น ฝังเสานี้ 5555 คนก็เริ่มเยอะ เราเลยตัดสินในนั่งแหมะตรงบันไดหน้าประตูทางเข้าที่ปิดอยู่ ไกลจากปราสาททีเดียว

6.40 น. พระอาทิตย์เริ่มขยับขึ้นมาจากยอดปราสาท มันคือความธรรมดา พระอาทิตย์กำลังทำหน้าที่เหมือนทุกวัน แต่วันนี้กลับส่งความสุขให้เราแหะ เราแค่นั่งดูก้อนกลมๆ นี้ทำงาน เราลิ้มรสผ่านดวงตาแต่มีผลต่อความรู้สึกซะงั้น ชอบอะ 

พอแดดเริ่มทำงานเต็มที่ เราเดินเข้าไปในผ่านทางเดินยาวเหยียดตามแบบฉบับการเดินทางสู่สรวงสวรรค์แบบฮินดู พอหันหลังมาที่ประตูทางเข้าเห็นบอลลูนกำลังลอยยจากกลุ่มมนุษย์ที่ซื้อความสุขได้ด้วยเงิน ...อิจฉาหรออ บอกเลยว่าป๊าววววววววว

และเดินไปมุมมหาชน

เดินเข้าประตูชั้นถัดไปเข้าไปเท่านั้น 

คนรอขึ้นเขาพระสุเมร(พระปรางค์ยอดสูงสุดอะ) เยอะมากกกก ครบทุกชนชาติเลยจ้าาา ต่อแถวเป็นชั่วโมง ถ้าถามว่าท้อมั้ย....ฉันตอบเลยว่าไหม้ ยืนรอและก็ดูผู้คนที่มาเยี่ยมชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่นี่ ค่ะ ละก็ถึงคิวเราขึ้นไปที่ต้องต่อแถวนานๆ คือเขาจำกัดคนขึ้นค่ะ รอบละเท่าไหร่ไม่รู้ลืมอะ 5555555 

เมื่อถึงคิวละ เราก็ต้องเดินขึ้นบันไดที่ค่อนข้างชัน มือแทบเปียกเบาๆ เสียวกะความสูง

บรรยากาศข้างบนค่ะ

ภาพจากมุมสูงและผู้คนยังเดินเข้ามาเยี่ยมชมนครวัดนี้อย่างมากมาย

ส่วนตัวเราเองประทับใจสุดก็เหล่านางอัปสรา คือแบบท่าเยอะและแฟชั่นจ๋ามากอะ นางไหน Hot สุด นมจะมันเป็นพิเศษ ส่วนนางไหนนมไม่มันแสดงว่าอยู่ในจุดที่เอื้อมถึงยาก ถถถถ  (ตามความเชื่อนางอัปราคือนางฟ้าผู้ดูแลศาสนสถานเกิดขึ้นมาในช่วงที่มีการทำพิธีเกษียรสมุทร)

รอบๆ ก็จะประมาณนี้


สามแม่ลูกเดินกันเพลินมาก จน TT driver โทรมาตามอะ 5555555 อารมณ์แบบ "จะนอนนี่กันรึงายยย" แงงง....เดินทางต่อก็ได้ สถานที่ต่อไป "Angkor Thom" ไปตามแผนที่นักท่องเที่ยวมาตรฐานสากลเลยจ้า คือเส้นทางไปแต่ละปราสาทก็จะวนๆไปคล้ายๆกัน ถ้าแพ็คเกจ one day trip อะนะ  แผนที่ของเราไม่มีนอกจากรูปที่ถ่ายต่อมาจากแผนที่แผ่นเคลือบจากพี่ TT Driver 

ระหว่างทางที่จะไปนครธม 

"Angkor Thom"

เอิ่ม.... "Thom แปลว่า ใหญ่" "Wat ก็แปลว่าวัด" คือมันก็ ธม มากอะ เราชอบที่นี่นะ เห็นละแบบพูดไม่ออกอะ รู้แต่ว่ามันมีไรที่น่าหลงใหลมาก

>>>>>

เราก็ต้องเดินไปต่อตามแผนที่ ไปตามปราสาทต่างๆ เอาจริงว่าชื่อไรบ้างเราก็จำไม่ได้ละ 

คือตอนนั้นมันก็อินอยู่อะนะ แต่มันนานละนี่นาาาา 


จบเส้นทางที่ระเบียงช้าง พี่ TT driver ก็จอดรอเราอยู่พร้อมกับสหาย TukTuk มากมาย

พักเที่ยง Sokha พาเราไปทานข้าวร้านที่เขาได้ Deal ไว้แล้วจ้าาา ด้วยความที่เคยเป็นประชาชนเขมรมาเกือบ 4 ปีรู้เลยว่า นี่มันราคานักท่องเที่ยวมากแม่....แต่ก็ตามนั้นค่ะ วันนี้เรามาเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างแดนนี่นา .

>>>>> ต่อกันที่  Pasat Ta Prohm, Pasat Bayon สองปราสาทนี้มีความคลาสิกมาก คือ ควรเก็บความพลาดไว้ทำกับเรื่องอื่นอะ ที่นี่คือพลาดไม่ได้จริงๆอะ

สุดท้ายจบที่พนมบาเคง "Phnom Bakkeng" 

Phnom แปลว่า ภูเขา ใช่ค่ะ เรากำลังจะเดินขึ้นภูตอนบ่าย3 ฝนตกตามเคยใครมาพนมบาเคงแล้วไม่เจอฝนตก เรียกได้ว่าอาจจะมาไม่ถึงงง 555555 เหมือนว่าแม่เราจะพกบุญมาด้วย ทำให้ฝนตกแปบๆ ก็พากันเดินขึ้นไป คนน้อยมากค่ะ จนคิดว่าหลงทาง(ก็ต้องน้อยสิ ใครจะมาบ่ายสาม จุดนี้เป็นจุดที่เป็น Sun Set view point นะคะ) ขึ้นไปตอนนี้เลยกลายเป็น Sunshine view point เลยยย แดดข้างบนยังคงแรงเหมือนเดิมเพราะไม่มีร่มให้ยืนเลยค่ะ แต่เราก็อย่างที่บอกสิงเสาไปค่ะ หลบเงาแดดพอๆได้ และนั่งมองนครวัดที่เห็นได้จากจุดนี้ มันดูสงบมาก เพราะเราไม่เห็นความวุ่นวายของคน และเงียบมากเมื่ออยู่บนนั้น ซักบ่าย 4 โมงกว่าๆ เราลงมากจากภูเก็บความสวยงามที่ได้เห็นจากสถานที่สุดท้ายและความสงบที่ได้สัมผัสกลับที่พัก

เราพักผ่อนและเย็นๆ เราก็ออกเดินทางหาของกินตามแบบคน Local 555555 คือเราชอบทางนี้ไง ทางถนัด ได้เวลาาา ป่ะ......ไปปซากันนน "Pasar แปลว่า ตลาด" 

วันที่ 04/02/62

8.30 น. ไม่เชิงปุ๊บปั๊บทัวร์มาก แต่ก็เรียกได้ว่าปุ๊บปั๊บ เอ๊ะ ยังไงเพราะเราเพิ่งคิดแผนการเดินทางวันนี้เมื่อวานนี้เอง เราอยากขึ้นไป Phnom Kulen ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ (Phnom Kulen national park with temples and a waterfall) ว่ากันว่าในอดีต หินที่สร้างนครวัดถูกขนมากจากภูเขาที่นี่ คือเราก็นัดกับ Sokha คนดีคนเดิม แต่วันนี้นางมาในรูปโฉมใหม่(นางไม่ได้ขับ) พร้อมกับรถ Leksus รถยอดนิยมของประเทศนี้ (มันคือรถเก่าที่มากจากดินแดนยุโรปและมาขายเป็นรถมือสองสามที่นี่)  driver คนนี้เราลืมชื่อไปแล้วแต่จะขอย่อว่า DV แล้วกันนะ พี่ DV พูดเก่งและเราเองก็พูดเขมรสำเนียงต่างด้าวแบบเรา ชวนกันคุยไปตลอดทางและเราก็โม้ไปเยอะ อวยไปก็เยอะ 555555 นั่งแปบๆ ถึงละ ระยะทางประมาณ 50 km.ชั่วโมงกว่าๆ

สถานที่นี่ไฮไลท์ คือ ศิวลึงค์ใต้น้ำ ถามว่าเราไปถึงมั้ย...ตอบเลยว่าไม่ อีกละ (อะไรที่ไฮไลท์ พลาดทุกงานจ้าาาา)

เราเริ่มต้นจากการซื้อตั๋วเข้าอุทยานแห่งชาติเหมือนบ้านเราเลย และก็ขับรถขึ้นไปบนภูเขาด้วยเส้นทางความกว้าง 1 ช่วงคันรถครึ่ง ลูกรังบ้าง คอนกรีตประปราย ระหว่างทางเป็นป่ากึ่งๆแห้งแล้ง ใบไม้และลำต้นเป็นสีส้มสีแดงที่เกิดจากฝุ่นเกาะเวลาที่รถขับผ่านไปมา มองดูเหลืองๆส้มๆ ดีแหะ ข้างทางบางจุดก็เช่นเคย จะมีเด็กๆคนแก่ยืนขอตังค์ บ้างมีจอบถือเป็นอุปกรณ์ทำท่าขุดดิน จุดประสงค์คือเพื่อให้เห็นว่าฉันกำลังทำให้ถนนมันเรียบและรถคุณวิ่งผ่านได้สะดวกนะ เอาเงินมาช่วยเป็นค่าแรงค่าเหนื่อยฉันหน่อยสิ คือมุกนี้มุกสากลมากในประเทศนี้ เราเคยเจอแบบนี้ตอนไปจังหวัดอื่นเหมือนกันแต่คนละภาคนะ และขายของป่าตามข้างทาง อย่าเรียกว่าข้างทางเลย เรียกว่าข้างป่าดีกว่า ของที่ขายก็จะประมาณนี้ ใช่ค่ะ เราซื้อหน่อมันมาปลูกด้วยยย (โลจิสติกตินเอากลับไทยคือตัดใบเหลือแต่หน่อ แล้วห่อหนังสือพิมพ์ยัดลงไปในกระเป๋าลาก สุดท้ายเอามาลงดินก็ไม่รอด5555)

"Phnom Kulen temple"



วัดที่กัมพูชา จะมีความน่าฉงนใจอยู่อย่างคือ ไม่ว่าที่ไหนที่เรียกว่าวัดแม้ให้บรรยาศรอบนอกวัดจะเป็นยังไงก็ตาม พอเข้ามาข้างในวัดมันจะมีความเย็นกายเย็นใจอย่างบอกไม่ถูก นี่ไม่ได้เว่อร์นะ แต่สัมผัสได้จริง 555555 จะเรียกว่าไรดีละ อาจเพราะความศรัทธาในศาสนามันยังมีความเข้มข้นอยู่มั้ง เราเองไม่ได้เป็นพุทธศนานิกชนที่ดีนักหรอกและไม่ค่อยได้ศรัทธาอะไรมากมาย แต่ถ้าไปต่างที่เราชอบที่จะเข้าวัดกับตลาดสด ไปดูความศรัทธา ความเชื่อ วัฒนธรรม การอยู่การกิน ของบ้านอื่นเมืองอื่น เหมือนกับว่าเราได้รู้จักพวกเขาได้ลึกซึ้งอีกระดับนึง

ต่อกันที่น้ำตก และจะชื่ออื่นเป็นไม่ได้นอกจากจะได้ชื่อว่า "Phnom Kulen waterfall"  เอาจริงน้ำตกที่นี่มีกี่ชั้นไม่รู้ แต่เราเดินลงไปแค่ 2 ชั้น เย็นสบายและยังอุดมสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว

และไฮไลท์อีกอย่าง ถ้าได้เดินทางออกจากอาณาจักรนครวัด ต้องห้ามพลาดปราสาทบันทายสรี ปราสาทสีชมพู และใช่ค่ะ เราออกมาไกลขนาดนี้ แต่เราก็พลาดที่จะไปชมอีกละ (เพราะปราสาทนี้ต้องใช้บัตรที่เข้าเยี่ยมชมอังกอร์วัดใบเดียวกันค่ะ จะต้องซื้อเพิ่มค่ะ)

แต่ไม่เป็นไร เรากลับเข้าเมือง แวะวัดประจำกรุงเสียมเรียบซักหน่อย

และไปตลาดหาซื้อของฝากกันค่ะ

กลับที่พักแยกจากคุณพี่ DV และเราเดินทางหาของกินแบบขแมร์ เทรดดิชั่นนอลฟู้ด จริงๆ เราก็สั่งสิ่งที่เราประทับใจสุดของเมืองนี้ "ละเบาะจู" นั่นคืออะไรก็ตามที่ทำให้น้ำลายสอ เรารวมไว้ให้ท่านแล้ววว กับน้ำราดที่หลากหลายแบบแห้ง แบบน้ำ แบบข้นขลุกขลิก อลังการมากหายคิดถึงเมืองขแมร์แลนด์กันเลยทีเดียว

วันที่ 05/02/62

8.30 น. ถึงเวลาต้องกลับ เรานัดกันกับคุณพี่ taxi เพื่อไปส่งเราที่ด่านช่องจอมคิดถึงข้าวกระเพราหมูไข่ดาวแบบสุดๆ ละ . . . . . . . . กลับแล้วนะขแมร์ บายยยยยยย

*** my Note (คหสต)

- ความรู้สึกของการที่ได้เจอปราสาทครั้งแรก คือป๊าาดดดด สร้างขึ้นมาได้ไงเนี่ยยยยย ใครช่วยสร้างบ้างนะ เหนื่อยมั้ย กินข้าวตอนไหน พักผ่อนเพียงพอป่าว มีคนตายในงานนี้แน่ๆ สร้างมาทำไมนักหนา และ "ความศรัทธาและความเชื่อน่ากลัวฉิบหาย"

- ไปเขมรไม่ยากเลย ใครที่คิดว่าน่ากลัว เค้าจะฟังเรารู้เรื่องมั้ยนะ เราจะรอดมั้ยนะ บอกเลยว่าคิดใหม่แปบเนาะเมืองเค้าเจริญระดับนึง ผู้คนน่ารัก และบอกเลยว่าเค้าพยายามที่จะสื่อสารและพูดกับเรามากๆ บางคนภาษาอังกฤษดีที่เดียว และรถราอาจวุ่นวายหน่อย นั่นถือว่าเป็นสีสัน 

- ด้วยความที่เสียมเรียบเป็นเมืองท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเยอะหลากหลายชาติ ค่าครองชีพจะสูงนิดนึง เมื่อเทียบกับเมืองต่างๆในประเทศ

- อยากกลับมาอีกครั้ง แต่ขอแบบทัวร์ปราสาท 3 วันติดแบบปั่นจักรยานหรือเช่ามอไซค์เที่ยว เพราะยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้ไป เลยยย เพราะฉะนั้น... "See Angkor wat and อย่าเพิ่งตาย"

- อย่าลืมดูและอ่านเรื่องราวประวัตศาสตร์ของยุคเขมรเรื่องอำนาจไว้มากๆ เพราะมันจะอินกับสิ่งที่เห็นเพิ่มขึ้นอีก 80% 

- สุดท้ายนี้ " I LOVE CAMBODIA " เหมือนเดิมนะ

ความคิดเห็น