เที่ยวชลบุรี นอนโรงแรมวิวทะเล แวะ เที่ยวเกาะล้าน รีวิวโดย กินเที่ยว360

พัทยา เราจะไป พัทยา ๆ ๆ จังหวัดที่อยู่ใกล้ ๆ เอ่ย เมืองที่อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพ เดินทางง่ายเดินทางสะดวก สะดวกจนบางทีผมไม่ค้างคืนเช้าไปเย็นกลับ แต่วันนี้ไปกับเพื่อน ๆ ก็อยากเที่ยวแบบเต็ม ๆ อยากค้าง อยากนั่งคุยอยากชิล และที่สำคัญอยากถ่ายรูปเล่นกัน ทริปนี้ไปกัน 3 คน เราออกเดินทางกันสายหน่อย ออกจากกร

เที่ยวชลบุรี นอนโรงแรมวิวทะเล แวะ เที่ยวเกาะล้าน

เที่ยวชลบุรี นอนโรงแรมวิวทะเล แวะ เที่ยวเกาะล้าน

 วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.58 น.

 วันที่เดินทาง 21 ก.พ. 2563

พัทยา เราจะไป พัทยา ๆ ๆ จังหวัดที่อยู่ใกล้ ๆ เอ่ย เมืองที่อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพ เดินทางง่ายเดินทางสะดวก สะดวกจนบางทีผมไม่ค้างคืนเช้าไปเย็นกลับ แต่วันนี้ไปกับเพื่อน ๆ ก็อยากเที่ยวแบบเต็ม ๆ อยากค้าง อยากนั่งคุยอยากชิล และที่สำคัญอยากถ่ายรูปเล่นกัน

ทริปนี้ไปกัน 3 คน เราออกเดินทางกันสายหน่อย ออกจากกรุงเทพ โดยจุดแรก พวกเราไปแกรนแคนยอนกัน แกรนด์แคนย่อน คีรี อยู่แถว ๆ เซ็นทรัลชลบุรี ครับ เดินทางจาก กรุงเทพราว ๆ ชั่วโมงก็ถึง โดยถ้ามา มอเตอร์เวย์ก็ต้องออกกลางทาง ไปถึงที่ แกรนด์แคนย่อน คีรี จะมีลานจอดรถ ที่จะมีเจ้าของพื้นที่แถวนั้นเก็บเงิน 20 บาทเป็นค่าจอดรถ ส่วนค่าเข้าไม่มีครับ เข้าฟรีเลย จะมีร้านขายอาหารและน้ำอยู่ตรงหน้าทางเข้า ที่นี่เคยเป็นบ่อดินลูกรังเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ซึ่งขุดไป ๆ ๆ มันก็ลึกมากจนกลายเป็นหุบเขาแบบที่เห็น 

รอบ ๆ ทางเดินมีชิงช้าให้นั่ง ถ่ายรูป แต่ก็ควรใช้ความระมัดระวังด้วยนะครับ เพราะถ้าออกไปนอกแนวกั้น ถ้าตกไปคือ... เกมเลยนะ เดินไปอีกหน่อยจะเห็นจุดชมวิวอันกว้างใหญ่ เหมือนเราอยู่ในแกรนด์แคนย่อน

โดยมีรั้วเหล็กสีแดงกั้นอยู่ กั้นเหมือนเป็นพิธี ถ้าคุณซุ่มซามคือก็มีโอกาสตก คือเตือนคืออย่าไปพิงราวเหล็กใด ๆ อยู่ห่าง ๆ ไว้เป็นดี

เดินไปต่ออีกหน่อยจะต้องเดินผ่านพงหญ้า จุดนี้ก็ถ่ายรูปได้ ตามสมัยนิยมถ่ายรูปกับดอกหญ้า เดินต่อไปจะมีทางเดินขึ้นเนินเขาหินปูนเล็ก ๆเราต้องเดินต่อไปอีกไกลอยู่นะครับ และตรงนี้ต้องใช้ความระมัดระวัง ในการขึ้นลง เพราะเขาไม่ได้สร้างบันไดไว้ให้ ต้องใช้ใจ กับความแข็งแรงในการ ปืนขึ้นไป และก็เผื่อใจไหลตัวลงมา

ถ้าเดินไปสุดทางจะมีหินฝุ่นสีแบบเหมือนหิมะ ผมมองดูจากไกล ๆ นะไมได้เดินเข้าไปตรงโซนนั้น เพราะว่ากลัวเหมือนกันว่าแร่ที่อยู่ในนั้นสูดดมเข้าไปจะมีผลไหม

เอาเป็นว่าผมแนะนำนะ หยุดตรงที่มันเป็นแกรนด์แคนย่อน ตรงนั้นพอแล้ว เข้าไปด้านในทางเดินอันตราย และไกลพอสมควรที่จะไปถึงภูเขาหินฝุ่นขาว ๆ นั้น หลังจากตัวเราไหม้เกรียมด้วยแสงแดดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปที่พักต่อกันเลย

ใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมงจากจุดแกรนด์แคนย่อน คีรี มาถึง ที่พัก Royal Beach View Pattaya โรงแรม อยู่ในโซน ช่วงเขาพระตำหนัก แต่ไม่ต้องตกใจว่ามันจะอยู่บนเขาแล้วลงหาดไม่ได้ เพราะโรงแรมนี้มีทางเข้าถึงหาดได้ ถึงแม้ว่าโรงแรมนี้จะไม่ติดหาด แต่ก็มีเพียงแค่ถนนกั้นและเดินอีดนิดหน่อยเท่านั้น ทำให้เราสามารถมองวิวทะเลได้จากห้องพัก จึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกที่นี่ เพราะมีบางคนไม่เคยพักโรงแรมติดทะเลเห็นวิวทะเลแบบนี้

ไปไม่ถูกดูพิกัดโรงแรมได้ที่แผนที่นี้ได้เลยครับ


จุดเด่นของโรงแรมนี้คือห้องค่อนข้างใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัว มาพัก ดูจากผังแล้วพบว่ามีแค่ห้องใหญ่ และก็ใหญ่มาก และแต่ละห้องก็สามารถมองวิวทะเลได้ทั้งหมด แต่ก็มองได้แบบเฉียง ๆ นะครับ จะมีบางห้องที่สามารถมองแบบตรง ๆ ได้เลย

โรงแรมตกแต่งเหมือนเราอยู่ในรีสอร์ท ท่าเรือชาวประมงค์ หมู่เกาะทะเลใต้ พนักงานที่นี่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี มี Welcome Drink และ แนะนำร้านอาหารอร่อยแถว ๆ นี้ด้วย โดยเราจะได้รับ Keycard มาพร้อมกับจ่ายเงินมัดจำ 1,000 บาท ซึ่งจะได้คืนภายหลังจากการ Check out 

สำหรับราคาห้อง ก็ตามภาพนี้ครับ อาจจะมีลดราคาตามสถานการณ์ แต่ถ้าอยากรู้โปรติดต่อโรงแรมโดยตรงก็ได้ครับ ที่ http://royalbeachview.com

ที่นี่มียูนิตห้องไม่เยอะ เพราะจะเป็นห้องใหญ่ ๆ ทั้งหมด จึงเงียบและเป็นส่วนตัว ซึ่งแถวนี้ปกติก็จะเงียบอยู่ แล้ว ห้องน้อย ๆ แบบนี้คือเงียบมากส่วนตัวมาก จนตอนแรกเรางงว่า นี่เรามาพักอยู่ห้องเดียวหรือเปล่า จะรู้ว่ามีคนอื่นด้วยก็ตอนที่ลงไปกินอาหารเช้านี้แหละ

พามาดูบรรยากาศส่วนพักผ่อนของโรงแรมกันครับ ตกแต่งแบบรีสอร์ทเลยมะสวยใช้ได้นะครับ น่านั่งบวกกับลมเย็น ๆ ที่พัดมาจากทะเล ก็ทำให้ความรู้สึกการมาพักโรงแรมไม่ต่างจากรีสอร์ทริมทะเลเลย

เพื่อความฟิน เราเลือกชั้น 7 ห้อง Family suite seaview จะได้เห็นวิวไกล ๆ สำหรับที่นี่ ที่นี่มีลิฟท์แค่ตัวเดียวนะครับ เพราะยูนิตน้อยเน้นความเป็นส่วนตัว เดินออกจากลิฟท์ก็จะเป็นทางเดินแบบระเบียง นั้นก็เพราะว่าห้องมีฝั่งเดียวเท่านั้น 

วัสดุการตกแต่งโดยรวมของห้อง เป็นโทนสีขาวเปลือกไข่ สลับกับไม้ ห้องดูเหมือนมีการปรับปรุงใหม่ ปลั๊กไฟ ทีค่อนข้างน้อย เวลาจะชาร์จโทรศัพท์ ค่อนข้างลำบาก พื้นเป็นแกรนิตดูสะอาดและทำความสะอาดได้ง่าย เทียบกับโรงแรมที่เป็นพื้นพรมแล้วผมชอบพื้นแบบนี้มากกว่า เดินไปทางดา้นซ้ายจะเป็น Mini-Bar เอาไว้เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม มีอ่างล้างจาน ไมโครเวฟ และตู้เย็น แต่ไม่มีเตานะครับ ฉะนั้นไม่สามารถมาปิ้งย่างผัดไฟลุกอะไรแบบนี้ไม่ได้

ถัดมาเป็นโซฟาใหญ่ยักษ์ ขนาดของมันเราสามารถนอนได้ 1 คนสบาย ๆ แล้วห้องนี้ก็จะเป็นเตียง3.5 ฟุต 2 เตียง แยกกัน มี ทีวี LED ใหญ่ยักษ์ให้ชม

ผนังหลังทีวีกั้นระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องโถง โดยตอนนอนสามารถปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวได้

ส่วนห้องกลางนี้จะมีแต่ห้องส้วมและอย่างล้างหนัา ไม่มีที่อาบน้ำ จริง ๆ ขนาดของห้องน่าจะใส่ที่อาบน้ำเข้าไปได้นะ ทำให้ทั้งยูนิต จะมีที่อาบน้ำเพียงห้องเดียวเท่านั้น

ไปห้องนอนใหญ่กันบ้าง สำหรับห้องนอนใหญ่เป็นเตียงแบบ 6 ฟุต King Size มีทีวี LED จอใหญ่ยักษ์ให้เช่นกัน ห้องนี้จะมีห้องน้ำแยกเป็นส่วนตัว 


แต่... ไม่มีที่ล็อกประตูนะเป็นแบบ บานกระจกขุ่น ๆ ผลัก ด้านในห้องน้ำมีที่แขวนเสื้อผ้า ไดร์เป่าผม ตู้เซฟ ชุดคลุม และรองเท้าใส่ในห้อง ถัดไปเป็นอ่างล้างหน้าและกระจกแต่งตัว ซึ่งมีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เวลาไดร์ผมแล้วก็สามารถ ดูผมด้านหลังไปด้วยได้เลย 

โถชักโครงก็ได้มาตรฐานนั่งสบาย สายฉีดอยู่ด้านขวามือ ถูกต้องตามหลัก สำหรับส่วนอาบน้ำ ไม่ได้เป็นประตู แต่เป็นกระจกกั้นเพียงครี่งเดียว แน่นอนว่าเวลาอาบน้ำ น้ำก็จะกระเด็นออกมาเลอะพื้น ในห้องมีทั้งฝักบัวและ เรนชาวเวอร์

สำหรับห้อง Family suite seaview จะมีระเบียงใหญ่ยักษ์สามารถเข้าถึงได้ทั้ง ห้องสว่นกลางและห้องนอนใหญ่ ที่ระเบียงมีโต๊ะไม้ 1 ตัว และเก้าอี้ให้ 2 ตัว เก้าอี้สตู 1 ตัว แอบขัดใจตรงที่ห้อง 4 คนน่าจะมีเก้าอี้ให้ครบจำนวนคน หัวมุมระเบียงจะมีต้นไม้ตั้งอยู่ ข้างละต้น

และนี่คือจุดเด่นของที่นี่คือห้องระเบียงกว้างมาาาาาาก และเห็นทะเลด้วย


เราก็ออกไปหาอะไรกิน กัน โดยพี่พนักงานแนะนำร้านให้ไปกินที่ The Sky Gallery Pattaya ซึ่งร้านพวกนี้ควรไปกินตอนช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก วิวจะสวยมา แต่เนื่องจากมีสมาชิกหิวมาก และอยากได้ร้านสวย ๆ ซึ่งผมเองอยากไปร้านท้องถิ่นมากกว่า แต่ก็นะ ลองดู เห็นว่าราคาก็ราว ๆ 2 ร้อยต้น ๆ

ช่วงนี้ถนนแถวพระเขาตำหนักจะมีการซ่อมทาง ฉะนั้นดูทางให้ดี ๆ เพราะ Google map ก็อาจจะพลาดได้ ผมเองขับวนไปมาหลายรอบมาก ทางเข้า The Sky Gallery ตอนนี้ให้นึกภาพแข่งรถวิบากครับฝุ่นตลบมาก ที่นี่มีที่จอดรถเหลือเฟือ โดยเขาจะมี 2 ร้านติดกัน ก็คือร้าน Chocolate factory กับ The Sky Gallery สำหรับจะกินอาหารก็ต้องไปฝั่ง The Sky Gallery

ที่นี่มีทั้งโซนนั่งข้างในและนั่งข้างนอก ร้านจะอยู่บนหน้าผา อยากเดินลงไปเล่นทะเลก็จะมีบันไดลงไป แต่นี่มากินก็เลยไม่ได้ลงไปข้างล่างสุด เพราะเวลาจะไม่พอไปเล่นน้ำแถวที่พัก

เราเลือกที่นั่งแบบเห็นวิวทะเลชัด ๆ ตามรูปเลยครับสวยไหมละ คือผมอะสวยนะเพราะนั่งฝั่งเห็นทะเล ส่วนเพื่อนที่อยู่ในกล้องคือนั่งมองหน้าผมไปละกัน

ต้องขอชมว่าเมนูอาหารมีรูปภาพประกอบทุกรายการ ทำให้ดูเพลินดูแล้วดูอีกดูทั้งรูปดูทั้งราคา ราคาก็แอบแรง แต่ก็ตามเหรตของร้านอาหารขายวิวอะนะ

ที่นี่อาหารได้เร็วมาก ขนาดเราบอกว่าเอามาทีเดียวนะ ไม่อยากกินหมดเป็นจาน ๆ มาดูกันครับว่าแต่ละเมนูที่สั่งมีอะไรกันบ้าง

1. ไข่เจียวปู เขาบอกว่าไข่ 2 ฟอง แต่ผมคิดว่าพนักงานคงไม่รู้ปริมาณบอกไปงั้น ๆ ว่า 2 ฟอง ตอนแรกเพื่อนจะสั่ง 2 จาน ดูขนาดแล้ว ถ้า 2 จานเย็นนี้ไม่ต้องกินอะไรกันแล้ว ดูคร่าว ๆ ผมว่าไข่น่าจะ 4ฟองได้ ตอนที่นึกภาพในใจคิดว่าปูมันต้องอยู่ข้างในเน้น ๆ แต่พอกินไปแล้วเหมือนกินไข่อมน้ำมัน แต่มีปูโรยหน้า รสสัมผัสคือสำหรับผมไม่ผ่านนะ เน้นปริมาณก็โอเคแต่คุณภาพ ไม่น่าจดจำ

2. ผัดผักกุ้งสด ก็ผัดผักก็คือผัดผักครับ กุ้งสดจริง ตัวใหญ่กว่าร้านทั่วไป แต่มันเป็นเมนูไม่อยากความต่างรสอร่อยก็เลยไม่มาก ถือว่ากินได้ครับ ให้คะแนนตรงกุ้งเยอะและก็กุ้งอร่อย

3. ปีกไก่ทอด เมนูนี่งง มาก คือดูในรีวิวคนอื่น ได้เยอะหลายชิ้น แต่พอมาเจอกับตัวเอง ไหงมา 5 ชิ้น ก็ไม่ทราบรสคือไม่ได้โดดเด่นอะไร เนื้อไก่ก็แน่นอยู่

4. ทอดมันกุ้ง อันนี้อร่อยกุ้งแน่น ๆ เนื้อเน้น ๆ ให้มา 4 ชิ้น

5. ยำรวมมิตร เป็นยำแบบยำยุค 90 ไม่ใช่ยำยุคนี้ที่ใส่น้ำยำอะไรไปกันใหญ่ ไม่ได้เผ็ดจัดมาก แต่ไม่โทษพ่อครัวนะ เพราะว่าเพื่อนผมบอกว่าไม่เอารสจัดมาก จริง ๆ เวลาสั่งอาหารถ้าจะอยากรู้รสผมค่อนข้างจะตามใจพ่อครัวนะ เพราะถ้าการปรับรสมันทำให้ ตัดสินไม่ได้ว่าจานนี้อร่อยหรือไม่อร่อย ฉะนั้นจานนี้ผมไม่ขอ Comment เนื่องจากทางเราเองสั่งปรับรสของอาหารลง แต่ปริมาณปลาหมึกก็เยอะทีเดีย

ที่เหลือคือข้าว 1 โถ น้ำเปล่า 2 ขวด น้ำแข็ง 3 แก้ว

ผมนั่งตรงโซนต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้นี้มีกระรอกด้วย ไม่ใช่ตัวเดียวน่าจะเป็น 10 ซึ่งกะรอกก็จะลงมากินอาหารที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ ถ้าแขกอยากจะร่วมให้อาหารก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ก็ต้องระวังพวกนกจะมาแย่งอาหารจากเราไปซะก่อนนะครับ 


ค่าเสียหายอยู่ที่ 1060 บาท ก็ตกราว ๆ คนละ 353 บาท ก็ถือว่าถ้าเป็นค่าวิวบวกอาหารก็ถือว่าก็ได้อยู่ รสและราคาคงเทียบกับร้านท้องถิ่นไม่ได้ เพราะนี่มันมีต้นทุนค่าที่ค่าบรรยากาศค่าพนักงานแฝงอยู่ ก็พอเข้าใจ  แต่ถ้ามานั่งกินตอนเย็น ๆ คงจะฟินและคุ่มค่าเงินกว่านี้

ข้อดีคือ วิวดีวิวสวย ถ้าเป็นเมนูกุ้งคือดี เนื้อกุ้งดี ข้อเสียคือ ไข่เจียวปูคือไม่ไหวจะเคลีย ถ้าไข่เจียวอร่อย แล้วปูโรยก็ยังให้อภัย ถามว่าผมจะกลับไปกินหรือพาเพื่อนไปกินไหม คำตอบคือที่นี้ไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกของผมหากต้องหาร้านที่กินแถวพัทยา ร้านวิวสวย ๆ ของพัทยา มีหลายที่ครับ และอร่อยกว่านี้แบบไม่ต้องกังขาก็มี 



เริ่มจะเย็นแล้วก็จะกลับไปเล่นน้ำที่โรงแรมแล้ว ระหว่างทางกลับจากร้านไป โรงแรมจะงง ๆ หน่อยเพราะทางเขาซ่อม ทำให้ถึงโรงแรมช้ากว่าที่เราคิด จากนั้นเราก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเตรียมไปเล่นน้ำกัน แต่ก่อนจะไปเล่นน้ำที่ทะเล ก็ขอไปเยี่ยมเยียนสระน้ำของที่โรงแรมสักหน่อย สระน้ำโรงแรมอยู่ชั้น 1 

สระน้ำที่นี้ไม่ใหญ่มากนะครับ แต่ก็ไม่ได้เล็กขนาดบ่อแช่ตัว  สระค่อนข้างลึก ฉะนั้นเด็ก ๆ ก็ควรระวัง แต่ความลึกมันทำให้ว่ายได้สะดวก ถ้าสระตื้น ๆนี่บางทีว่ายแล้วมือจะไปจ้วงพื้นเอา หรือมีความรู้สึกว่าเดินเอาง่ายกว่า

พอจบจากสระก็ไปลงทะเลกันต่อ แต่เราไปถึงทะเลก็พระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้าแล้วแต่ไม่เป็นไรมันก็สวยไปอีกแบบ สำหรับหาดหน้าโรงแรมจะเป็นต้น ๆ หาดของหาดจอมเทียน มันไม่ใช่แหล่งชุมชนจึงไม่มีเตียงผ้าใบมาขัดขวางสายตา เดินจากถนนก็ลงหาดได้เลย

บรรยากาศพระอาทิตย์ตกแบบนี้ก็สวยดีนะครับ ว่ามะ   ตอนที่ผมไปน้ำไม่ได้ใสมากนะ แต่ทะเลก็ดูสะอาด ดูโล่ง เวิ้งว้าง น่านั่งโง่ ๆ ยิ่งนัก ตอนเดินทางกลับโรงแรมเจอเจ้าเหมียวเจ้าถิ่นนอนเสื่ออยู่ด้วย

พอพระอาทิตย์ตกแล้วเราก็กลับขึ้นไปอาบน้ำกัน สำหรับเมนูตอนเย็นไม่ได้พิเศษอะไร เราหากินสุกี้ง่าย ๆ ในห้าง 

แล้วก็กลับมานั่งเล่นนอนเล่น ดูทีวี พูดคุยกัน แล้วก็หลับไป เพราะพรุ่งนี้เช้าจะต้องไปลุยกันต่อกับที่เกาะล้าน

เช้าวันที่ 2 หลังจากได้นอนไปขอรีวิวที่นอนกันหน่อย ที่นอนเพื่อนที่นอนข้างนอกบอกว่ามันค่อนข้างแข็ง แต่ผมนอนข้างในเตียงใหญ่ก็ปกตินะ ก็หลับสบายดีทั้งผ้าห่ม และแอร์ที่เย็นสบาย ผมตื่นมาถ่ายรูปทะเลตอนเช้าๆ ริมระเบียง มองไปข้างล่างไม่มีคนสักคนเลย โล่งมาก ถ้าไม่รีบไปไหน ก็แนะนำว่าเล่นน้ำตอนเช้าอีกสักรอบก็ดีนะครับ แต่พอดีผวกผมต้องไปเที่ยวที่อื่นต่อ

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ลงไปทานอาหารเช้าของทางโรงแรมกันอาหารเช้าของโรงแรมจะมีเมนูให้เราสั่งให้เราเลือก

ของผมคือแบบเช้า ๆ อยากกินอะไรร้อน ๆ เลยสั่งเป็นข้าวต้ม ส่วนเพื่อนอีก 2 คน สั่งเป็นชุดออมเลต ไข่เบเนดิกต์ และ แพนเค้ก ไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าทำไมมา 3 คนแต่ได้ 4 อย่าง เพราะห้อง Family suite seaview ได้ 4 สิทธิ์ (ซึ่งจริง ๆ จะมีเพื่อนอีกคนมาด้วยแต่เขาดันติดธุระ )

สำหรับเครื่องดื่ม นม ชา กาแฟ ก็เชิญชงเติมเองกันได้เลยเขาไม่มีเสิร์ฟให้

มาแล้วครับ จะกินหมดไหมเนี่ย อาหารเขาสีสันสวยงามมากนะ จนผมต้องเอาข้าวต้มของผมหลบไปไกล ๆ เพราะไม่เข้า set กับเขา


โดยนอกจากชุดที่สั่งก็จะมี ชุดอาหารแบบ Continental breakfast พ่วงมาด้วย เป็นขนมปัง ครัวซอง ครัวซองค์ และ ผลไม้


กินข้าวเสร็จสรรพขึ้นไปเตรียมตัว เก็บของตอนนั้นก็ราว ๆ 10 โมงแล้ว เอาละกลับแล้วก็มาถ่ายรูป แอ๊คอาทตรงบันไดกันหน่อย

หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ่ายกับป้ายทำไม ทำอย่างกับคนแก่มาถ่ายป้าย ผมจะบอกให้นะครับว่าการถ่ายป้ายเนียอาจจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่ลองนึกภาพนะ ผ่านไป 10 ปี เราอาจจะจำสถานที่ที่เราถ่ายรูปนี้ไม่ได้แล้วว่ามันคือที่ไหน ตามประสบการณ์ผมที่เที่ยวโรงแรมหลาย ๆ ที่คือ ลืมจริง ๆ ครับ อาจมีบางคนบอกว่าก็ดู tag geo สิ คุณครับ บางที tag geo ก็มีปัญหามานั่งงมอีก ฉะนั้นถ่ายมันเถอะครับ จะแอ๊คไม่แอค หรือไม่มีคนก็ได้ แต่ขอให้ถ่ายเก็บไว้กันลืม 

เราก็เดินทางไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮาย เพื่อนำรถไปจอดและข้ามไปเที่ยวเกาะล้านกันต่อ สำหรับที่จอดรถมี 2 ที่หลัก ๆคือ แบบจอดในอาคารอัตโนมัติ วันละ 300 บาท หรือ ชั่วโมงละ 30 ข้อดีคือมันอยู่ใกล้ท่าเรือสุด ๆ แต่ถ้าเป็นทั่ว ๆ ไปรอบ ๆ ชั่วคราว 100 บาท ค้างคืน 200 บาท สำหรับผมคือใช้บริการอาคารธรรมดาครับ มันก็ปลอดภัยอยู่เพราะมีเจ้าหน้าที่คุมดูแล และผมเองเป็นคนขี้ลืมและเรายังต้องเตรียมของและแต่งตัวในรถด้วยฉะนั้น อาคารธรรมดาสะดวกสบายกว่า

เราก็เดินตากแดดไปที่ท่าเรือ ค่าโดยสารสำหรับเรือหวานเย็น คือ 30 บาท แต่ถ้ารีบก็ Speed boat ประมาณ 200 บาท แต่ใช้เวลาเดินทางแค่ 15 นาที สำหรับเราผู้มีอันจะกินขอนั่งเรือใหญ่ดีกว่า ราคา 30 บาท เรือก็ก่อนออกจากฝั่งก็คือโคลงเคลง แต่พอไปกลาง ๆ ทะเลก็สบาย ๆ แล้วครับ ใครเมาเก่ง ควรกินยาแก่เมามาก่อนขึ้นเรือ 30 นาทีนะครับ

ผมมองกลับไปที่ฝั่งของพัทยาแล้วนึกถึง เมือง Auckland ที่ NewZealand ขึ้นมาเลย ค่อนข้างเหมือนนะเนี่ย


ถึงแล้ว หาดตาแหวน เดินจากสะพานเรือมาด้านขวามือจะมีทางแยกไปหาด หาดสังวาลย์ โดยเดินไปตามสะพานไม้เชื่อมไปยังหาด ระหว่างทางจะมีจุดพักให้ถ่ายภาพ เป็นสะพานไม้ยื่นออกไปยังทะเล ( แต่ก็ยื่นไม่ไกลมาก แต่ก็สวยดีครับ ควรมาเก็บภาพตรงนี้ ) 

เมื่อเราเดินไปสุดทางก็จะถึงหาดสังวาลย์ เป็นหาดที่มีความยาวหาดไม่ถึง 200 เมตร ดูเล็กมาก แต่ก็สวยนะ เพราะว่ามันได้น้ำใสแบบเดียวกับหาดตาแหวน และ มีโขดหินด้วย ถ้าไปหาดตาแหวนมันกว้างมาก แต่มันก็มีแต่ชายหาดไปซะหมด

เราก็ได้แค่เอาเท้าแตะ ๆ น้ำ เดินเล่นตามโขดหิน ดูปู ดูฝรั่งที่มาเที่ยวไปเรื่อย สักพักก็เดินทางต่อไปยังหาดตาแหวน โดยเดินย้อนกลับไปทางเดิมครับ

ผมไม่ได้มาหาดตาแหวนน่าจะ 2-3 ปีได้แล้ว ที่นี่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปตรงการจัดการบริหารเรือไม่จอดเกะกะ เหมือนเมื่อก่อนโซนว่ายน้ำเยอะขึ้น ส่วนเตียงผ้าใบก็เหมือนเดิม วันที่ผมไป ค่าเช่าเตียงถ้าเป็นแบบริมหาดด้านนอกจะ 100 บาท แต่ถ้าเตียงผ้าใบแบบ บ้าน ๆ หน่อยก็ราคา 30 บาท แต่มันอยู่ด้านในๆ ( อารมณ์มันเหมือนกับดู Concert นั้นแหละ ) สำหรับที่นี่มี 7-11 แล้วราคาบวกนิดหน่อยครับ แต่ไม่มาก ลองไม่มี 7-11 สิครับ ร้านอาหารร้านน้ำทั่วไปจะแพงกว่านี้ การมี 7-11 ทำให้ราคาของน้ำและอาหารบนเกาะ ไม่ถูกโก่งราคามากจนเกินไป

ส่วนห้องน้ำล้างตัวก็เหรต 30-40 บาท แล้วแต่ที่ แต่ถ้าเข้าห้องน้ำล้างเท้า ขับถ่ายก็ราคา 10 บาท ครับ ก็คือว่าราคาแบบนี้ นี่คือเกาะ ทุกอย่างมันมีต้นทุนที่มากกว่าเดิม

ไปครับไปเล่นน้ำกัน มาซะบ่ายซะเที่ยงแดดแรงเป็นธรรมดา จำไว้ว่าแดดแรงคือภาพจะสวย 

<  จริง ๆ มีรูปเยอะกว่านี้เดี๋ยวจะกลายเป็นโชว์ แฟชั่นset ไปยังไงก็ตามดูใน Page ของเราแทนนะครับ  >

แอบเสียดายพวกเราบริหารเวลาผิดเราควรจะกินอะไรรองท้องก่อนขึ้นเกาะ แต่เนื่องจากเรากินข้าวเช้ากันสายมาก ราว 9 โมงแล้ว ฉะนั้นจะให้กินตอน 11  โมง ขึ้นเรืออ๊วกแน่นอน แผนในใจผมคือกินอะไรเบา ๆ บนเกาะ แต่ปรากฏว่าเพื่อนบางคนหิวอยากินอะไรหนัก ๆ ในเงื่อนไขที่ว่าอาหารบนเกาะไม่อร่อย ฉะนั้น คำตอบเดียวคือ ต้องรีบเที่ยวให้เสร็จแล้วเดินทางกลับ ... เร็วขึ้น  1 ชั่วโมง  ทำให้เราต้องเลื่อนเวลากลับฝั่งเร็วขึ้นจากเดิม 4 โมงเป็น 3 โมง ทำให้เวลาเล่นน้ำเราก็มีนิด ๆ หน่อย ๆ ถือซะว่ามาดูบรรยากาศก็แล้วกัน ได้เอาเท้าแตะน้ำวิ่งบนพื้นน้ำ ถ่ายรูปสวย ๆ กลับไป ผมจึงเรียกว่าการมาเกาะล้านครั้งนี้คือการ ดูทะเล มากกว่าเล่นทะเล เพราะเราเหลือเวลากับทะเล 2 ชั่วโมง เท่านั้น ทริปนี้เลยได้ภาพน้อยมากกว่าที่ควรจะเป็น ไม่เป็นไรครับ ไว้มาใหม่ได้ พัทยาใกล้นิดเดียว ครั้งหน้าจะไปเรือเที่ยวแรก และกลับเที่ยวสุดท้ายไปเลย เอาให้ดำเกรีมกันไปเลย 

ระหว่างหาดมายังท่าเรือก็เผื่อเวลาเดินด้วยนะครับ ถ้าคุณเดินช้าละก็เผื่อเวลาสัก 15 นาทีก่อนขึ้นเรือ ไม่งั้นรออีกทีรอบหน้าเลยนะครับ 1 ชั่วโมง

ผมเดินทางถึงฝั่งราว ๆ 4 โมงเย็นก็ไปหาอะไรกินง่าย ๆในห้างแล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพ ก็ถึงราว ๆ 1 ทุ่มได้ เป็นอันจบทริปพัทยา 2 วัน 1 คืน ก็ทริปไม่ได้ perfect นะครับ มีพลาดมีหลุดไม่ได้ดั่งใจบ้าง และฟ้าไม่ค่อยสวยนัก แต่อากาศร้อนมาก กลับมาคือผิวเข้มไป 1 ระดับ

จบแล้วครับ ฝากติดตาม กินเที่ยว360 ในทุก ๆ ช่องทางด้วยนะครับ

 

ความคิดเห็น