Benelux by Rail : เที่ยวเบเนลักซ์ โดยรถไฟ รีวิวโดย Yuva Kanta

การที่เราจะวางแผนการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง เราต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่างเช่น จุดหมายปลายทางที่เราจะไป ช่วงเวลาที่เราจะไป วิธีการเดินทาง และงบประมาณที่เราตั้งไว้ ทริปนี้เราจะไปเที่ยวสามประเทศเล็ก ที่เรียกรวมกันว่าเบเนลักซ์ ซึ่งประกอบไปด้วย เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมบวกส์ เราเดินทางกันแค่สองคน

Benelux by Rail : เที่ยวเบเนลักซ์ โดยรถไฟ

Benelux by Rail : เที่ยวเบเนลักซ์ โดยรถไฟ

 วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2563 เวลา 19.23 น.

 วันที่เดินทาง 21 ม.ค. 2561

การที่เราจะวางแผนการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง เราต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่างเช่น จุดหมายปลายทางที่เราจะไป ช่วงเวลาที่เราจะไป วิธีการเดินทาง และงบประมาณที่เราตั้งไว้ ทริปนี้เราจะไปเที่ยวสามประเทศเล็ก ที่เรียกรวมกันว่าเบเนลักซ์ ซึ่งประกอบไปด้วย เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมบวกส์ เราเดินทางกันแค่สองคน และการเดินทางในสามประเทศนี้ก็สะดวกมากโดยรถไฟและรถสาธารณะ ทริปนี้เราเน้นความยืดหยุ่นเป็นหลัก เราวางแผนคร่าว ๆ ไว้ว่าเราจะไปไหนบ้าง แล้วปรับเปลี่ยนเมื่อไปถึง เพราะช่วงเวลาที่เราไปคือฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บางวันฟ้าไม่สวย บางวันฝนตก เราเช็คพยากรณ์อากาศวันต่อวัน ปรับเปลี่ยนสถานที่ที่เราจะไปวันต่อวัน ถ้าฝนตกอากาศไม่ดีเราก็ไม่ไป เลือกไปที่อื่นแทน เราเน้นเที่ยวแบบไม่กดดันตัวเอง ทริปนี้เราใช้พาสหลาย ๆ แบบ โดยการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย แบบไหนเหมาะกับเรา แต่สำหรับคนที่ต้องการประหยัดไม่จำเป็นต้องซื้อพาสก็ได้แต่ใช้วิธีการจองตั๋วรถไฟล่วงหน้า สำหรับการเดินทางข้ามประเทศ แต่ข้อเสียคือ จะปรับเปลี่ยนวัน หรือเวลาไม่ได้ 


พาสแรกที่เราใช้ในทริปนี้คือ Eurail Pass – Benelux 4 วัน โดยเราซื้อจากเอเย่นต์ในกรุงเทพฯ เราจะไม่พูดถึงราคาเพราะแต่ละช่วง มีโปรโมชั่นต่างกัน 

จบทริปแล้วส่ง Travel Diary กลับไปทางไปรษณีย์ พับกลับไปเป็นซองที่เขาให้มาเลย ถ้าส่งในยุโรปก็ไม่ต้องติดสแตมป์ค่ะ แล้วเขาจะส่งของที่ละลึกกลับมาให้ เราได้เป็นถุงผ้า 2 ใบ (พาสสำหรับ 2 คน)

Eurail Pass สำหรับ Benelux ซึ่งจะจัดอยู่ในหมวด Eurail One Country Pass 

- ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนการเดินทางในแต่ละวัน

- ไม่จำเป็นต้องเดินทางติดกันทั้ง 4 วัน

- มีอายุ 1 เดือน นับตั้งแต่วันเปิดใช้

- เรายังไม่ต้องเขียนอะไรก่อนเปิดใช้ การเปิดใช้ก็ไปที่ช่องขายตั๋วในสถานีรถไฟ และให้พนักงานประทับตรา และลงวันที่เปิดใช้ ทั้งสองหน้าของตั๋ว (แผ่นที่1 จะเป็นตั๋ว และ แผ่นที่สอง เป็น Control Voucher) เจ้าหน้าที่จะแนะนำว่าจะต้องเขียนอย่างไร ใช้อย่างไร

- เวลาที่เราจะเดินทางไปไหน ให้เขียนรายละเอียดลงในตั๋ว ใน Travel Diary นายตรวจจะมาตรวจและประทับตรา ในแต่ละช่องใน Control Area ยื่นพาสให้นายตรวจพร้อมพาสปอร์ต

- ห้ามใช้ดินสอเขียน ให้ใช้ปากกาดำ หรือน้ำเงินเท่านั้น

- ห้ามเขียนผิด ห้ามลบ หรือแก้ไข

- ถ้าจะใช้บริการ รถไฟความเร็วสูง เช่น Thalys จาก อัมสเตอร์ดัม ไป บรัสเซลล์ จะต้องมีค่าสำรองที่นั่ง  

- ถ้าจะใช้ขึ้นรถไฟในเนเธอร์แลนด์ ให้สแกน บาร์โค้ด ที่อยู่บนซอง Euro Rail Pass กับเครื่องสแกนเพื่อเข้า / ออก ชานชลา เพื่อ ในเนเธอร์แลนด์ จะต้อง check-in / check-out

- รถไฟ Inter City Brussels จากอัมสเตอร์ดัม ไป บรัสเซลส์ ไม่ต้องสำรองที่นั่ง สามารถเลือกที่นั่งได้เลย

ตั๋วที่ได้มาจะมี 2 ใบ เป็นตั๋ว 1 ใบ เป็น control voucher และ travel diary

control voucher 1 ใบ จะมีชื่อ นามสกุล หมายเลขพาสปอร์ต อยู่บนนั้น จะมีลายละเอียดว่าใช้ได้กี่วัน กี่คน ไปไหนได้บ้าง (ของเราคือ Benelux ผู้ใหญ่ 2 คน ใช้ได้ 4 วัน ใน 1 เดือน แบบไม่ต้องใช้ติดกัน)

 Travel Diary ที่ต้องเขียนก่อนขึ้นรถไฟค่ะ ต้องตั้งใจเขียนมากค่ะ กลัวผิด วันที่ที่เดินทาง เดินทางจากเมืองไหน ไปเมืองไหน

ทริปนี้เราเดินทางไปกลับจากสนามบินอัมสเตอร์ดัมค่ะ โดยเริ่มเที่ยวในอัมสเตอร์ดัมก่อน ช่วงวันแรก ๆ เราจะยังไม่ใช้ Eurail Pass แต่จะใช้พาสที่ซื้อในอัมสเตอร์ดัม

เราเริ่มใช้ยูเรล พาส เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม ไป บรัสเซลส์ ที่เบลเยี่ยม เราเลือกจะพักที่บรัสเซลส์เป็นหลัก และเดินทางโดยรถไฟจากบัสเซลส์ ไปเมืองอื่น ๆ

วันที่ 1 ของการใช้พาส เราเดินทางจาก Amsterdam ไป Brussels กับรถไฟ Inter City เลือกเวลาเดินทางโดยที่สะดวก ไม่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าค่ะ

วันที่ 2 ของการใช้พาส เราใช้เดินทางจากบรัสเซล ไป Ghents และ Bruges สองเมืองนี้จะอยู่ใกล้ ๆ กัน แต่ถ้ามีเวลามาก เที่ยวเมืองละวันก็ได้ค่ะ หรือบางคนเลือกที่จะพักที่เมืองนี้ แต่เราขี้เกียจลากกระเป๋า พื้นถนนในยุโรปส่วนมากเป็นหิน ลากยากค่ะ

วันที่ 3 ของการใช้พาส เราเดินทางจาก Brussels ไป Luxembourg

วันที่ 4 ของการใช้พาส เดินนทางจาก Brussels กลับไปที่ Amsterdam 

Pass ที่ 2 ใน เบลเยี่ยม ที่เราซื้อคือ Rail pass 10 journeys  ราคาตอนนี้คือ 83 ยูโร สำหรับรถไฟชั้นสองเราพักในบรัสเซลล์ 5 คืน ใช้เดินทางได้ 10 เที่ยว ใช้ได้ทั้งสองคน ไปไหนก็ได้ ทั่วประเทศ ซึ่งเราเดินทางกัน 2 คน ก็คนละ 5 เที่ยว เราสามารถซื้อได้ตามตู้ขายตั๋ว (ใช้บัตรเครดิต) หรือ ซื้อที่ช่องขายตั๋วในสถานี เราต้องลงรายการก่อนที่จะขึ้นรถไฟ โดยมีช่องให้เขียน วัน / เวลา / สถานีต้นทาง / สถานีปลายทาง

ถ้าหากเราเดินทางสองคน ก็เขียนสองบรรทัด ต่อเที่ยว

จาก Brussels to เมือง Diant เมืองนี้รถไฟวันละไม่กี่รอบ ต้องเลือกเวลาดี ๆ ค่ะ จะได้ไม่ต้องรอนาน

Louven เมืองนี้เป็นเมืองมหาวิทยาลัย เป็นเมืองที่น่าเดินเล่นอีกเมืองหนึ่งของเบลเยียม 

เราไปเที่ยวในเดือน มกราคม ซึ่งเป็นฤดูหนาว นักท่องเที่ยวในแต่ละเมืองจะมีให้เห็นน้อยมาก รถไฟแต่ละขบวนก็มีที่นั่งสบาย ๆ ไม่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า หรือไม่ต้องแย่งที่นั่งกับใคร

การขึ้นลงรถไฟ ในอัมสเตอร์ดัมและ เบลเยี่ยม ต้องคอยระวังเวลาจะขึ้นลง เพราะช่องว่างระหว่างชานชลาและโบกี้ ค่อนข้างห่าง และบางขบวนจะมีบันไดทำให้การยกกระเป๋าขึ้นลง ค่อนข้างลำบาก ขบวน intercity จะมีที่ว่างกระเป๋าค่อนข้างน้อย ส่วนมากจะอยู่กลางโบกี้ เก้าอี้จะหมุนสลับด้านไม่ได้ บางขบวนจะมีตู้ที่ห้ามใช้เสียง อีกอย่างที่ต้องระวังเป็นพิเศษในเบลเยี่ยมคือมิจฉาชีพ มาในหลาย ๆ รูปแบบ แต่เกือบทุกขบวนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขึ้นมาเดินตรวจ
ถ้าอยากถ่ายรูปแบบไม่มีคน แนะนำให้ตื่นเช้าค่ะ ออกมาเดินเล่นประมาณ 8 โมง หน้าหนาวจะยังมืด ๆ อยู่ 

The Grand Place เช้า ๆ จะยังเปิดไฟอยู่ ถ่ายรูปได้ถึงประมาณ 9 โมง คนเริ่มเดินทางไปทำงาน

Antwerp ไม่ค่อยม่นักท่องเที่ยวช่วงนี้ เดินเล่นได้สบาย ๆ 

ในเบลเยียม ทางเข้าชานชลา หรือเข้าในสถานี จะไม่มีช่องสแกนตั๋ว หรือประตูกั้น สามารถเดินเข้าไปในสถานีหรือแต่ละชานชลาได้เลย จะมีการตรวจโดยการใช้พนักงานตรวจบัตรโดยสารบนรถไฟ เราคิดว่าพนักงานตรวจน่าจะประจำอยู่บนขบวนนั้น ๆ เพราะเห็นพนักงานคนเดิมเดินไปเดินมา เพื่อขอตรวจตั๋ว แต่ถ้าเขาจำได้ว่าตรวจตั๋วเราแล้ว ก็จะไม่มาถามหาตั๋วอีก 

ในช่วงที่เราไป รถไฟ ในเบลเยียม ออกไม่ค่อยตรงเวลานัก เราต้องคอยดูเวลาจากจอใหญ่ในสถานี เทียบบนจอบนชานชลา ก่อนที่จะขึ้นรถไฟ เพราะบางครั้งรถไฟ ขบวนที่เราจะขึ้นเวลาจะขยับออกไปเรื่อย ๆ และรถไฟขบวนอื่นจะเข้ามาแทนที่ชานชลานั้น

หลังจากห้าคืนที่เบลเยี่ยม เราก็กลับไปที่อัมสเตอร์ดัมกัน

การเดินทางในอัมสเตอร์ดัม, เมืองรอบ ๆ และ ทั้งประเทศเนเธอแลนด์ มีหลายพาสให้เลือก ตามความเหมาะสม เช่นจำนวนวัน พื้นที่ที่ต้องการไปเที่ยว

1. Amsterdam Travel Ticket มีแบบ 1-day (€ 17), 2-day (€ 22,50) และ 3-day (€ 28)
สามารถใช้เดินทางด้วย รถไฟ ชั้น 2 รถราง, รถบัส, เมโทร เน้นสำหรับคนที่เที่ยวแค่ในตัวเมิองอัมสเตอร์ดัม และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในเมือง เมื่อซื้อตั๋วจะมีแผนที่มาให้ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

ใช้เดินทางได้ใน อัมสเตอร์ดัม จากสนามบินและสถานีต่าง ๆ ดังนี้ Amsterdam: Amstel, Bijlmer Arena, Central Station, Holendrecht, Lelylaan, Muiderpoort, RAI, Sciencepark, Sloterdijk, Zuid, Duivendrecht.

2. Amsterdam & Region Travel Ticket 

  • 1 day - €19.50 
  • 2 days - €28.00
  • 3 days - €36.50

สามารถใช้เดินทางด้วย รถไฟ รถราง, รถบัส, เมโทร, ได้ใน อัมสเตอร์ดัมและ รอบ ๆ เช่น : Duivendrecht, Schiphol Amsterdam Airport, Halfweg-Zwanenburg, Haarlem, Haarlem Spaarnwoude, Overveen, Zandvoort aan Zee, Zaandam, Zaandam Kogerveld, Purmerend Weidevenne, Purmerend, Zaandijk Zaanse Schans

3. Holland Travel Ticket: สามารถใช้เดินทางด้วย รถไฟ (ยกเว้น Thalys) รถราง, รถบัส, เมโทร ทั่วประเทศเนเธอแลนด์ 

  1. นอกช่วงเวลาเร่งด่วย หรือ off-peak Holland Travel Ticket ราคา €42  วันจันทร์ถึงศุกร์ ก่อน 06:30 น. หรือหลัง 09:00 น. เป็นต้นไป วันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดราชการ เดินทางได้ทั้งวัน
  2. Holland Travel Ticket ราคา €62 ใช้เดินทางได้ทุกวันตลอดทั้งวัน

การโดยสารรถไฟ หรือ รถสาธารณะ ในประเทศ เนเธอแลนด์ จะต้องมีการ check-in และ check-out ทุกครั้ง โดยการสแกนบัตรโดยสาร ก่อนขึ้นรถไฟและลงจากรถไฟทุกครั้ง บัตรโดยสารรายวัน จะใช้ได้ในวันที่เช็คอิน จนถึงเวลาตี 4 ของวันถัดไป เช่นตั๋ว 1 วันก็จะใช้ได้ตั้งแต่เวลาที่เปิดใช้ จนถึง ตี 4 ของวันรุ่งขึ้น

เครื่องสแกน ในสถานีรถไฟในบางสถานี จะไม่มีที่กั้น เปิด/ปิด เราก็แค่สแกนเพื่อตั๋ว

เครื่องสแกน ในสถานีรถไฟในบางสถานี ก็จะมีที่กั้น เปิด/ปิด ก่อนเข้าไปในบริเวณชานชลา

ในอัมสเตอร์ดัมเราใช้พาสแบบที่ สอง คือ Amsterdam & Region Travel Ticket 2 วัน


เราพักที่ใกล้ ๆ กับ สถานี Amsterdam Sloderdijk ซึ่งสะดวกมากในการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เราตั้งใจจะไป 1 สถานี หรือ 5 นาที จากสถานี Amsterdam Centraal และ 10 นาที จาก สนามบิน ซึ่งถือว่าสะดวกมาก ๆ และราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับที่พักในเมืองอัมสเตอร์ดัม

เราโชคดีที่ไปในช่วงที่มีงาน National Tulip Day ซึ่งจัดขึ้นทุกปี ในวันเสาร์ ที่ 3 ของเดือนมกราคม ที่ Dam Square เราต้องไปต่อแถวเพื่อเข้าไปในงานรอไม่นานมากนัก ทางเข้าจะมีแจกถุงสำหรับใส่ทิวลิป จะให้เก็บได้คนละ 10 ดอก ไม่จำกัดเวลาว่าจะอยู่ในนั้นนานแค่ไหน แต่ส่วนมากแล้วก็จะเดินเล่นถ่ายรูปก่อน แล้วก็ค่อยเลือกสีที่เราชอบจริง ๆ แล้วค่อยเก็บ พนักงานก็จะนำดอกทิวลิปล็อตใหม่มาเติมอยู่เรื่อย ๆ 



Haarlem เมืองเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที จากสถานี Amsterdam Sloderdijk 

Zaanse Schans มาแต่เช้าจะสวยมากค่ะ มารอพระอาทิตย์ขึ้น ลงที่สถานี Zaandijk Zaanse Schans เราไปที่ Zaanse Schans ในตอนเช้าสองวันเลย เพราะวันแรกที่ไปถึงฟ้าไม่ค่อยสวย

ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาอัมสเตอร์ดัมคือการไปเดินเล่น โดยเฉพาะแถว Red light district แต่ห้ามถ่ายรูปน้อง ที่อยู่ในตู้นะ

มาที่อัมสเตอร์ดัมถ้าไม่ได้ถ่ายรูปจักรยาน กับคลอง ก็ถือว่ายังขาดอะไรไปนะ

ความคิดเห็น