เที่ยวเป็นวงกลม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 6 วัน 5 คืน รีวิวโดย Piggy Diary กิน เที่ยว หมูๆ

รีวิวและแจกแผนทริปเที่ยวเป็นวงกลม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน  เพื่อให้หลายๆ คนได้ชมสถานที่สวยๆ หรือกำลังแพลนทริปเที่ยว  หลังจากที่โควิด  ทำให้ต้องอยู่บ้านนานไปหลายเดือนกันเลย ทริปนี้ไปมาช่วงวัน  5-10  ธันวาคม  2562  วิ่งเป็นวงกลม  เริ่มที่เชียงใหม่ วิ่งวนไปแม่ฮ่องสอ

เที่ยวเป็นวงกลม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 6 วัน 5 คืน

เที่ยวเป็นวงกลม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 6 วัน 5 คืน

 วันพฤหัสที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 16.52 น.

 วันที่เดินทาง 5 ธ.ค. 2562

รีวิวและแจกแผนทริปเที่ยวเป็นวงกลม เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน  เพื่อให้หลายๆ คนได้ชมสถานที่สวยๆ หรือกำลังแพลนทริปเที่ยว  หลังจากที่โควิด  ทำให้ต้องอยู่บ้านนานไปหลายเดือนกันเลย

ทริปนี้ไปมาช่วงวัน  5-10  ธันวาคม  2562  วิ่งเป็นวงกลม  เริ่มที่เชียงใหม่ วิ่งวนไปแม่ฮ่องสอน  และกลับมาจบที่เชียงใหม่ เดินทางด้วยเครื่องบิน  และเช่ารถยนต์ขับ  มีทั้งโซนเมือง  และธรรมชาติที่สวยงาม  ไปชมกันเลยยยยย


DAY 1

เส้นทาง : กรุงเทพ > เชียงใหม่ > เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อย > Once in a blue moon cafe > ข้าวซอยแม่มณี > สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย > Cocolino Cafe > ถ้ำลอด ปางมะผ้า > บ้านจ่าโบ่

เราเริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ  ไปเที่ยวเช้าที่สุดของการบินไทย  เพื่อจะได้มีเวลาแวะตามจุดต่างๆ  และในวันแรกเราออกเดินทางไปพักที่แม่ฮ่องสอนเลย


Day 1 จุดแวะที่ 1 : เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อย

หลังจากถึงสนามบินเชียงใหม่  จัดการเรื่องรถเช่าเรียบร้อยแล้ว  เราเริ่มกันที่ "เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อย"  อยู่ในเมืองเชียงใหม่  นั่งย่าง นั่งกินกันใต้ต้นข่อย มีประมาณ 2 โต๊ะ ได้ที่นั่งแล้ว จะเสิร์ฟน้ำจิ้ม และเครื่องเคียงมาก่อน พร้อมจานเปล่าสำหรับวางเสิร์ฟเนื้อสะเต๊ะ ไม่ต้องบอกว่าเอากี่ไม้ ถ้าได้นั่ง แม่ค้าจะเสิร์ฟทีละ 2-3 ไม้ วนไปเรื่อยๆ ถ้าพอใจอิ่ม ก็บอกว่าพอแล้ว แค่นั้นเอง

เนื้อสะเต๊ะจะหมักติดรสหวานนิดๆ กินเปล่าๆ ก็อร่อย น้ำจิ้มสะเต๊ะ ก็ไม่เหมือนปกติ เหมือนมีความรู้สึกว่ามีถั่ว  รสชาติจะค่อนข้างจืด เหมือนกินเพิ่มความนัวๆ เนื้อเท่านั้น โดยภาพรวม อร่อยจ้า


DAY 1 จุดแวะที่ 2 : คาเฟ่ Once in a blue moon

มาต่อกันที่คาเฟ่  ในเมืองเชียงใหม่ๆ  อยู่ใกล้ๆ กับประตูท่าแพ  "Once in a blue moon"  คาเฟ่ที่เปิดเป็นโฮสเทลด้วย  มีขนมให้เลือกทานกับเครื่องดื่ม  Signature คือ ท็อฟฟี่เค้ก ไซส์ประมาณคัพเค้ก  ราดด้วยซอสท็อฟฟี่เค้ก อร่อยดี  ชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่  แต่จัดไป  2  ชิ้น  มีจุกอยู่เหมือนกัน ภายในร้านก็มีมุมน่ารักๆ  ไว้ให้ถ่ายรูปอยู่หลาย


DAY 1 จุดแวะที่ 3 : ร้านข้าวซอยแม่มณี

เริ่มออกนอกเมืองเชียงใหม่แล้ว  เพื่อเดินทางไปยังแม่ฮ่องสอน  แต่ขอแวะกินข้าวซอยกันก่อนที่  "ข้าวซอยแม่มณี"  ข้าวซอยที่มี  บิบ กูร์มองด์ จาก  มิชลินไกด์  การันตีความอร่อย

น้ำข้าวซอยที่นี่ไม่มันเกินไป ราดกะทิมาด้านบนเล็กน้อย  มีทั้ง เนื้อ หมู ไก่ ซี่โครง เครื่องใน  รสชาติค่อนข้างเผ็ดนิดนึง เส้นไม่เละ  สั่งข้าวซอยเนื้อ กับข้าวซอยไส้เนื้อมา  ตัวเปื่อยดี ไม่เหนียว   รสชาติอร่อย


DAY 1  จุดแวะที่ 4 : สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

เข้ามาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่นาน  ก็มาถึง  "สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย"  ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงคารมโลกครั้งที่  2  เพื่อใช้ลำเลียงเสบียงและอาวุธ  แม้ปัจจุบันจะมีสะพานปูนเพื่อเป็นเส้นทางเดินรถ  แต่สะพานยังคงไว้  และมีการบูรณะ  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้แวะชม  และถ่ายรูป


DAY 1 จุดแวะที่ 5 : Cocolino Cafe

เดินทางกันต่อมาเรื่อยๆ ใกล้ถึงตัวเมืองปาย  ก็คงมีหิว  และเหนื่อยล้ากันบ้าง  เราไว้มาแวะกันที่  "Cocolino"  คาเฟ่ไม่ไกลจากตัวเมืองปาย  และเป็นทางผ่านของเรา  คาเฟ่ที่นี่มีความพิเศษที่วิวพาโนรามา  สามารถเป็นวิวเขาแบบกว้างมาก  ที่นี่มีบริการทั้งอาหาร  และเครื่องดื่ม  เหมาะกับการแวะพักผ่อนระหว่างเดินทางเป็นที่สุด

ปล. เส้นทางเข้าคาเฟ่  อาจจะขรุขระบ้าง  ไม่ต้องกังวลว่าเข้ามาผิดทางนะจ้ะ


DAY 1 จุดแวะที่ 6 : ถ้ำลอดปางมะผ้า

"ถ้ำลอดปางมะผ้า"  อยู่ใน  อ.ปางมะผ้า  จ.แม่ฮ่องสอน  เป็นถ้ำโบราณขนาดใหญ่  และเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของที่นี่  ถ้ำมีสายน้ำตัดผ่าน  ภายในมีทั้งหินงอก หินย้อย และโลงศพมนุษย์ถ้ำ  แสดงให้เห็นการใช้ชีวิตของมนุษย์ในสมัยก่อนการเข้ามาชมถ้ำลอด ต้องมีคนนำทาง และห้ามสัมผัสหิน

ด้านในมี 3 ถ้ำ  ถ้ำที่ 1 เรียกว่า  ถ้ำเสาหิน  และ ถ้ำที่  2 เรียกว่า  ถ้ำตุ๊กตา  ทั้ง 2  ถ้ำสามารถเดินเท้าเข้าไปถึง  ด้านในมี หินงอก หินย้อย หลายขนาด รูปร่างแล้วแต่จินตนาการ มีความสวยแปลกตา

ถ้ำที่ 3 เรียกว่า  ถ้ำผีแมน  การเข้าไปถึงถ้ำนี้  จะต้องนั่งแพไม้ไผ่เข้าไป  จะอยู่ที่ปลายถ้ำอีกฝั่ง  เมื่อล่องแพไปถึง จะพบกับปากถ้ำขนาดใหญ่  สวยงามมากๆ  

ภายในถ้ำผีแทน  มีโลงศพโบราณ หรือโลงผีแมน (มนุษย์ถ้ำ)  เป็นหลักฐานทางประวัติศษสตร์  ที่แสดงให้เห็นว่าที่นี่เคยมีมนุษย์ถ้ำศัยอยู่  และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ถูกขุดพบ ก็ได้นำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์


DAY 1 จุดแวะที่ 7 : บ้านจ่าโบ่ (นอนพัก)

Program  วันแรกถือว่าค่อนข้างแน่นเลยทีเดียว  อีกทั้งช่วงฤดูหนาวจะมืดเร็วกว่าปกติ  เราจึงมาถึงที่นี่กันช่วงค่ำๆ  แล้ว  "บ้านจ่าโบ่"  อีกหนึ่งชุมชนของชาวเขาเผ่าลาหู่  ที่หลายคนได้เลือกมาพักผ่อน  เพราะนอกจากมีวิวภูเขาที่สวยงามแล้ว  ยังสามารถชมทะเลหมอกที่นี่ได้อีกด้วย

ที่นี่มีพักทั้งแบบโฮมสเตย์ และเต็นท์  หรือใครที่มีเต็นท์ก็สามารถนำเต็นท์มากางเองได้  และคืนนี้พวกเราได้เลือกนอนเต็นท์ บนระเบียง ของลานกางเต็นท์บ้านจ่าทอ  จุดนี้วิวดีมาก  แค่เปิดประตูเต็นท์ ก็เห็นภูเขาตรงหน้าแล้ว  จริงๆ หวังว่าตื่นเช้ามา  จะเปิดประตูมาเจอทะเลหมอกเลย  แต่วันนี้อากาศเย็น  และค่อนข้างแห้ง  เลยไม่สมหวังกับหมอก

ในตอนเช้าสามารถขึ้นชมพระอาทิตย์ขึ้น  พร้อมทะเลหมอก ได้ที่  ภูผาหมอก  เดินขึ้นไม่ไกลจากที่พัก แต่เหนื่อยอยู่นะ  เดินขึ้นไปประมาณ  20  นาทีได้  ด้านบนพื้นที่ค่อนข้างน้อย  แนะนำให้รีบขึ้นมาแต่เช้ามืด  เพื่อจับจองพื้นที่สวยๆ  แต่อยู่นานก็เจ็บก้นไปอีก  หินแหลมสุดๆ

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญของบ้านจ่าโบ่  คือ  ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา  ที่เปิดขายกันตั้งแต่เช้า  อากาศเย็นๆ  ได้กินก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ  แถมยังกินไปพร้อมกับชมวิวภูเขาเบื้องหน้า  แล้วถ้าเป็นวันที่มีทะเลหมอกด้วย  เหมือนเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลอยฟ้าเลยแหละ


DAY 2

เส้นทาง : บ้านจ่าโบ่ > ภูโคลน Mud Spa > น้ำตกผาเสื่อ > บ้านรักไทย > ปางอุ๋ง

เราเริ่มออกเดินทางออกจากบ้านจ่าโบ่ช่วงสายๆ  เนื่องจากในคืนที่  2  เราจะนอนกันที่ปางอุ๋ง  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านจ่าโบ่  และจุดแวะในวันนี้มีไม่เยอะเท่าวันแรก  ได้เที่ยวแบบสบายๆ  แต่ละจุดก็อยู่ถ่ายรูปได้เต็มที่


DAY 2 จุดแวะที่ 1 : ภูโคลน

ภูโคลน  เป็นแหล่งโคลนน้ำพุร้อน ที่ดีที่สุด 1 ใน 3  ของประเทศไทย เหมาะกับการเข้ามาผ่อนคลาย  จากที่เมื่อวานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน  มีบริการทั้งแช่เท้าในบ่อน้ำร้อน มาส์กหน้า/ตัวด้วยโคลน  ครั้งนี้จัดแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบไปเลย ทั้งพอก ทั้งขัด ทั้งแช่ ทั้งหน้าและตัวกันเลย  ใครมาช่วงหน้าหนาว  มีสั่นอ่ะ


DAY 2 จุดแวะที่ 2 :  น้ำตกผาเสื่อ

น้ำตกผาเสื่อ อยู่บนเส้นทางเข้าปางอุ๋ง และบ้านรักไทย เดินเข้ามาจากจุดจอดรถไม่ไกล  ก็สามารถชมน้ำตกได้แล้ว  ช่วงที่น้ำเยอะ น้ำตกจะไหลผ่านผาหินจนดูเหมือนเสื่อ  จึงได้ชื่อว่า น้ำตกผาเสื่อ

จริงๆ  แล้ว จากเส้น 1095 ก่อนเลี้ยวเข้าเส้นปางอุ๋ง  จะผ่านถ้ำปลาก่อน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานเดียวกัน
ค่าธรรมเนียมจ่ายครั้งเดียว สามารถเข้าชมได้ทั้ง  ถ้ำปลา น้ำตกผาเสื่อ และ ปางอุ๋ง


DAY 2 จุดแวะที่ 3 : บ้านรักไทย

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งปลูกชาที่สำคัญ  "บ้านรักไทย"  เป็นหมู่บ้านของชาวจีนยูนนาน  มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่  มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  และช่วงเช้าสามารถพบกับหมอกลอยน้ำ  และล่องเรือได้อีกด้วย  ซึ่งครั้งนี้เข้ามาทานอาหาร ก่อนเข้าพักปางอุ๋ง  และถ่ายรูปไร่ชา ที่ลีไวน์บ้านรักไทย

เมนูที่ใครๆ ก็ต้องสั่งเมื่อมาถึง คือ ขาหมู-หมั่นโถว  แต่อีกเมนูที่กินแล้วชอบมาก คือ หมั่นโถวทอด จิ้มนมข้น  และนี่ยังมีชาที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย

และทุกวันต้องมีเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว  จัดชาเขียวเย็นมาอีกแก้ว


DAY 2 จุดแวะที่ 4 : ปางอุ๋ง (นอนพัก)

ปางอุ๋ง หรืออ่างเก็บน้ำปางตอง ในหมู่บ้านรวมไทย  บรรยากาศดีมากๆ ช่วงเช้าสามารถชมหมอกบนผิวน้ำ
หรือล่องแพชมหมอกได้  และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องเจอ คือ หงษ์ขาว และ หงษ์ดำ  หงษ์สวยมากๆ ตัวใหญ่ แต่อย่าเข้าใกล้เชียว ดุมากจ้ะ

ที่นี่มีที่พัก ทั้งแบบบ้านพัก และเต็นท์  มีอาหารขายตั้งแต่เช้าถึงกลางคืน  ไม่อดแน่นอน  ที่พักแนะนำให้จองก่อน  แบบเต็นท์ก็ต้องจอง  เพราะหากช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ  อาจจะไม่มีที่นอนได้  

และในวันนี้เราโชคดีมาก  ที่ช่วงเช้าได้เจอกับทะเลหมอกลอยน้ำ  เพราะนอกอากาศเย็นเป็นใจแล้ว  หากลมแรงก็จะไม่ได้เจอหมอกลอยน้ำเช่นกัน  แสงแดดที่สะท้อนกับผิวน้ำกับหมอกที่ลอยอยู่  เป็นแสงที่ทองก็ให้ความสวย  ที่หาที่ไหนไม่ได้

หากใครอยากได้บรรยากาศ  ล่องแพท่ามกลางหมอก  ที่นี่ก็มีบริการเช่นกัน  


DAY 3 

เส้นทาง : ปางอุ๋ง > สะพานซูตองเป้ > วัดพระธาตุดอยกองมู > ข้าวแกงป้าศรีบัว > Morning Coffee > น้ำตกแม่สุรินทร์ > ดอยแม่อูคอ

สำหรับวันที่  3  จะเข้าไปเที่ยวในเมืองแม่ฮ่องสอน  ขึ้นไปสักการะพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของแม่ฮ่องสอน  และไปนอนพักที่แม่อูคอ  ซึ่งช่วงพฤศจิกายน ถึง ต้นเดือนธันวาคม  จะมีดอกบัวตองบานสะพรั่งเต็มทุ่งกว้าง  อีกหนึ่งที่สวยงาม  ที่ควรมาให้ได้


DAY 3 จุดแวะที่ 1 : สะพานซูตองเป้ 

"สะพานซูตองเป้"  อยู่ห่างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ  8  กิโลเมตร  ถ้ามาจากปางอุ๋ง  จะถึงก่อนวิ่งเข้าตัวเมือง  เป็นสะพานแห่งความศรัทธา  ที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน กับวัด  ข้ามผ่านทุ่งนา ถ้าเป็นช่วงที่ต้นข้าวเขียว ไปถึงออกรวงจะสวยงามมากๆ ยิ่งขึ้นไป  ในช่วงเช้าพระก็จากออกบิณฑบาต  โดยเดินข้ามสะพานจากวัด  เพื่อเข้ามายังหมู่บ้าน


DAY 3 จุดแวะที่ 2 : วัดพระธาตุดอยกองมู

เข้ามาในตัวเมืองแม่ฮ่องบ้าง  เราขึ้นมาสักการะพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนเพื่อความเป็นสิริมงคลกันบ้าง  ไม่มาก็เหมือนว่ามาไม่ถึง  

"วัดพระธาตุดอยกองมู"  พระธาตสีขาวสะอาด  สูงตระหง่านอยู่บนเขา  ทางขึ้นถือว่าดี  มีคดเคี้ยว  และชันบ้างเป็นปกติ  มาถึงแล้วเราก็จัดหาดอกไม้  เดินวนรอบพระธาตุ  และไหว้พระประจำวันเกิดกัน

ที่นี่ยังสามารถมองเห็นวิวเมืองแม่ฮ่องสอน  และสนามบินได้อีกด้วย  เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยเขา  และอากาศดีมาก  หากว่าใครพักอยู่ในเมือง  ก็สามารถขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ได้อีกด้วย


DAY 3 จุดแวะที่ 3 : ข้าวแกงป้าศรีบัว

ลงมาจากพระธาตุดอยกองมู  ก็ได้เวลาข้าวกลางวันกันแล้ว  มาถึงแม่ฮ่องสอน  เราต้องไปกินอาหารท้องถิ่นกันบ้าง  "ข้าวแกงป้าศรีบัว"  อาหารพื้นเมืองไทใหญ่ ที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยจริงๆ  เนื่องจากคนพื้นเพเดิมของชาวแม่ฮ่องสอนจะเป็นคนไทยใหญ่  ซึ่งจะแตกต่างจากชาวเหนือล้านนา  อาหารพื้นเมือง จึงแตกต่างจากที่อื่นเมืองเหนือที่อื่นๆ  

มาถึงร้านช่วงบ่ายๆ  อาหารบางเมนูได้หมดไปแล้ว  แต่เมนูที่ห้ามพลาดยังมีอยู่  อย่างจิ้นลุง
จิ้นลุง
  หมูสับคลุกเครื่องคล้ายๆ กับไส้อั่ว แต่ไม่เผ็ด  เครื่องแน่นๆ รสชาติแน่นๆ  อร่อยมาก  กับการได้กินครั้งแรก อเมซิ่งไปเลยจ้ะ
อุ๊ปไข่
  หลายๆ คนอาจจะแนะนำเป็นอุ๊ปไก่   เมนูนี้ตัวเครื่องคล้ายๆ น้ำพริกอ่อง  กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยดี


DAY 3 จุดแวะที่ 4 : Coffee Morning

ก่อนเดินทางไกลไปถึงแม่อูคอ  เติมความสดชื่นกันสักนิดที่  "Coffee Morning"  ร้านกาแฟในเมืองแม่ฮ่องสอน  อยู่ไม่ไกลจากร้านข้าวแกงป้าศรีบัวด้วย  เป็นร้านกาแฟในบ้านไม้โบราณ  บรรยากาศสบายๆ เหมือนมาเที่ยวบ้านญาติ  เครื่องดื่มราคาไม่แพงด้วย

ระหว่างที่นั่งกินร้านต่างๆ  ในเมืองแม่ฮ่องสอน  เราเห็นเมืองแม่ฮ่องค่อนข้างเงียบสงบ  รถไม่พลุกพล่าน  ให้ความสบายๆ  ในช่วงหน้าหนาว  ก็อากาศก็เย็นสบายดี


DAY 3 จุดแวะที่ 5 : น้ำตกแม่สุรินทร์

ออกมาจากเมืองแม่ฮ่อง  ก็ขับรถกันมายาวๆ ถึง  อ.ขุนยวม  เรามาชมน้ำตกสวยๆ  กันบ้าง  "น้ำตกแม่สุรินทร์"  อยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์  น้ำตกสูงยาวไหลจากชั้นหินลงมา  แม้ยืนมองอยู่ไกลๆ  ยังรู้สึกว่าสูงมากๆ  ได้เห็นอีกความงามจากธรรมชาติแบบนี้ ก็รู้สึกสดชื่นอีกอารมณ์นึง


DAY 3 จุดแวะที่ 6 : ทุ่งดอกบัวตอง  แม่อูคอ

กลับออกมาจากน้ำตกแม่สุรินทร์  ก่อนเข้าที่พัก  เราได้แวะ  "ทุ่งดอกบัวตอง"  บนดอยแม่อูคอ  ช่วงเดือนพฤศจิกายน  ดอกบัวตองจะบางสะพรั่งเต็มเขาลูกนี้  เป็นสีเหลืองอร่ามเต็มไปหมด  แม้ว่าทริปนี้จะเดินทางช่วงต้นเดือนธันวาคม  ซึ่งดอกบัวตองได้เริ่มร่วงโรยบ้างแล้ว  แต่ก็ยังคงความงามของเขาสีเหลืองอร่ามให้พอเห็นอยู่


DAY 3 จุดแวะที่ 7 : ทุ่งดอกบัวตอง แม่อูคอ/ภูชี้เพ้อ

ได้เวลาเข้าพักกันแล้วสำหรับค่ำคืนนี้  เราได้พักกันที่  "สวนดอยแม่อูคอ"  ที่พักไม่ไกลจากทุ่งดอกบัวตอง
และเปิดให้เข้าพักเฉพาะเทศกาลดอกบัวตองบานเท่านั้น  ที่นี่ปลูกดอกเสี้ยนฝรั่ง เต็มพี้นที่สวยงามมาก
และบ้านพัก มีทั้งแบบบ้าน และแบบเต็นท์กระโจม  ซึ่งครั้งนี้เรานอนเต็นท์กระโจม  ในวันที่อากาศหนาวเย็นแบบนี้  มันหนาวไปหมด  หน้าที่พักมีร้านข้าว  และหมูกระทะขายด้วย  และตอนเช้าหาดใครต้องการขึ้นภูชี้เพ้อ  ก็แจ้งคนดูแลไว้  เพื่อนัดหมายเวลากัน

ช่วงเช้าสามารถขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น  และทะเลหมอกที่  "ภูชี้เพ้อ"  ได้  ซึ่งจะมีรถของชาวบ้านซึ่งเป็นแบบ  4x4  พาเราขึ้น  แล้วต้องเดินเท้าขึ้นอีกเล็กน้อย  เพื่อไปยังจุดชมวิว  เช้าวันนี้อากาศเย็นมากๆ  ขึ้นมาบนจุดชมวิว  ยิ่งหนาวขึ้นไป  เนื่องจากลมแรงสุดๆ  มือนี่แข็งชาไปหมดเลย

แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้เจอกับทะเลหมอก  แต่วิวพระอาทิตย์ขึ้น  สาดแสงกับทิวเขาต่างๆ  ก็มีความสวยไม่แพ้วิวทะเลหมอกเลย  


DAY 4

เส้นทาง : สวนดอยแม่อูคอ > ร้านกาแฟเด็กน้อย  Posaho > ดอยอินทนนท์ > พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ > สวนป่าดอยบ่อหลวง

วันที่  4  กันแล้ว  วันนี้จบภารกิจใน  จ.แม่ฮ่องสอน  เราจะเริ่มเดินทางเข้าสู่เชียงใหม่  ไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย  และนอนกันป่าสนที่มีความโรแมนติกสุดๆ เลย


DAY 4 จุดแวะที่ 1 : Posaho Cafe

เช้าวันนี้ต้องเดินทางไกลสักนิดนึง  เริ่มต้นด้วยการเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มๆ  กันก่อนที่  "Posaho Cafe" ร้านกาแฟจากฝีมือเด็กน้อย โรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน  ให้คุณจิบเครื่องดื่มไป ชมวิวทุ่งนาขั้นบันไดไป  แม้จะเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ  แต่ความอร่อยไม่แพ้ร้านคาเฟ่อื่นๆ เลย

ร้านกาแฟที่นี่อยู่ไม่ไกลจากทุ่งดอกบัวตอง  และเปิดทำการเฉพาะช่วงที่ดอกบัวตองบานเท่านั้น  ร้านเป็นเพิงกะทัดรัด และมีพื้นให้นั่งชิล ชมวิวทุ่งนาขั้นบันได  ซึ่งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน จะได้นั่งจิบกาแฟ พร้อมกับทุ่งนาสีทองที่พร้อมเก็บเกี่ยว แม้ครั้งนี้เราจะมาช่วงที่เกี่ยวข้าวไปแล้ว  แต่ก็พอจินตนาการออกว่า  ตอนที่ทุ่งนากำลังออกรวง คงจะสวยไม่น้อยเลยทีเดียว

โกโก้เย็นสูตรน้องๆ  บอกเลยว่าเข้มข้นดีเลย  ไม่แพงอีกด้วย


DAY 4 จุดแวะที่ 2 : ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ขับรถกันมายาวๆ  เส้นทางเคี้ยวคดลดเลี้ยว  ขรุขระบ้าง  ชันบ้าง  จนมาถึงอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง  ต้นไม้สูงใหญ่  และยังมีน้ำตกอีกหลายแห่ง  

แต่ทริปนี้แวะมาที่นี่ไม่กี่ชั่วโมง  จึงเดินชมเส้นทางธรรมชาติได้ไม่กี่เส้นทาง  อย่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา  ที่ต้นไม้สูงใหญ่  เหมือนหลุดเช้ามาในป่าดึกดำบรรพ์  


DAY 4 จุดแวะที่ 3 : พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ

ยังคงอยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ชมความงามของ  "พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ"  พระมหาธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ  และเป็นพระธาตุคู่พระบารมี ในหลวง ร.9 และพระราชินี  พระธาติสูงใหญ่สวย สง่า โดดเด่น  สมพระบารมีมากๆ


DAY 4 จุดแวะที่ 4 : สวนป่าดอยบ่อหลวง (นอนพัก)

ลงจากดอยอินทนนท์แล้ว  ก็ขับรถลงมาทางใต้  เพื่อไป  อ.ฮอด  คืนนี้เราจะนอนพักกันที่  "สวนป่าดอยบ่อหลวง"  ที่พักในป่าสน หลายแบบ หลายขนาด  ที่พักสวย ป่าสวย บรรยากาศดี เหมาะกับการพักผ่อน  หากใครเป็นสายถ่ายรูป  เลือกชุดสวยๆ  มาถ่ายภาพกับแฟนจะได้ความรู้สึกที่โรแมนติคมาก

ที่มีบริการทั้งที่พัก ร้านอาหาร และลานกางเต็นท์  บ้านพักมีหลายแบบ (บ้านเอเฟรม บ้านทิวสน บ้านแฝด และบ้านปูนเปลือย)  แต่ละแบบน่ารัก และน่าพักทั้งนั้น  กลางคืนมีอาหารเย็น เป็นเซตอาหาร หรือหมูกระทะ  แล้วแต่จะเลือกเลย (อาหารเช้า-เย็น ไม่รวมกับค่าที่พัก)


DAY 5

เส้นทาง : สวนป่าดอยบ่อหลวง > สวนสนบ่อแก้ว > พระธาตุจอมทอง > เก๊าไม้ล้านนา > The Rectangle Coffee x Tower > วัดพระธาตุดอยสุเทพ > เฮือยม่วนใจ๋ > Nimman (นอนพักที่ Hello Nimman)

วันที่ 4 กันแล้ว วันนี้จบภารกิจใน จ.แม่ฮ่องสอน เราจะเริ่มเดินทางเข้าสู่เชียงใหม่ ไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย และนอนกันป่าสนที่มีความโรแมนติกสุดๆ เลย


DAY 5 จุดแวะที่ 1 : สวนวนบ่อแก้ว

หลังจากที่ถ่ายรูปที่สวนป่าดอยบ่อหลวงกันเสร็จแล้ว  ก็จะต้องออกเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงใหม่  แต่ไม่ไกลจากสวนป่าดอยบ่อหลวง  ยังมีป่าสนอีกที  คือ สวนสนบ่อแก้ว  อีกหนึ่งป่าสนที่มีความสวยงาม  ต้นสนถูกปลูกเรียงราย  มีมุมน่าสวยๆ ให้ถ่ายรูปหลายมุมอีกเช่นกัน  ที่นี่สามารถมากางเต็นท์ได้  แต่ต้องนำเต็นท์มากันเอง


DAY 5 จุดแวะที่ 2 : วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองชาวจอมทอง  แม้ในทริปนี้  เราจะไม่ได้แวะที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง  เนื่องจากทริปก่อนหน้า  เราได้เคยมาสักการะกันแล้ว  แต่ขอใส่เอาไว้ในแผน  เผื่อใครยังไม่เคยมา  เนื่องจากระหว่างที่ขับรถเข้าเมืองเชียงใหม่  ต้องผ่านวัดนี้แน่นอน


DAY 5 จุดแวะที่ 3 : เก๊าไม้ล้านนา

เก๊าไม้ล้านนา  ร้านอาหาร และคาเฟ่ในโรงบ่ม  บรรยากาศดี สวยแปลกตา มีที่พักด้วย  เหมาะกับการแวะเข้ามาพักจากการเดินทาง  วันนี้แวะมาทานอาหารเฉยๆ จัดว่าอร่อยอยู่นะ  ส่วนสถานที่ก็สวย ไม่ซ้ำกับที่ไหนแน่นอน


DAY 5 จุดแวะที่ 4 : The Rectangle Coffee x Tower

The Rectangle Coffee x Tower  ร้านกาแฟสไตล์ดิบๆ ในตึกเก่า ย่านหางดง ได้ดีไซน์ใหม่แปลกตาสุดๆ  ไม่ไกลจากเมืองเชียงใหม่มากนัก  เครื่องดื่มไม่หวานมาก ส่วนบราวนี่ อร่อยค่ะ  

ชั้นล่างเป็นโซนเคาน์เตอร์ร้าน  ซึ่งอยู่ในห้องแอร์  แต่ถ้าขึ้นไปชั้นบน  จะเป็นชั้นเปิดโล่งให้นั่งชมวิวชิลๆ


DAY 5 จุดแวะที่ 5 : วัดพระธาตุดอยสุเทพ

มาถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว  อีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกหนึ่งแห่ง  ที่ควรมาสักการะ  คือ  วัดพระธาตุดอยสุเทพ  พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองบนดอยสุเทพ  พระธาตุสีทองสวยงามที่สุด  

และก่อนที่จะขึ้นมาบนพระธาตุ  อย่าลืมแวะสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย  เพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อนนะ


DAY 5 จุดแวะที่ 6 : เฮือนม่วนใจ๋

มื้อเย็นวันนี้  เรามาทานอาหารกันบ้างดีกว่า  เรามากันที่ร้าน  "เฮือนม่วนใจ๋"  ร้านอาหารเหนือในเมืองเชียงใหม่  ให้รสชาติความอาหารเหนือที่มีความเข้มข้น อร่อย ใครมากินแล้ว ต้องม่วนอก ม่วนใจ๋ ไปตามๆ กัน แน่นอน


DAY 5 จุดแวะที่ 7 : Hello Nimman (นอนพัก)

"Hello Nimman"  ที่พักกลางนิมมาน มีที่จอดรถ  ห้องพักสะอาด เตียงนอนสบาย  เดินไปร้านต่างๆ หรือ One Nimman ได้  มีอาหารเช้าให้บริการ

หลังจากที่เราเข้ามาเช็คอินกันแล้ว  เราก็ได้เดินไปที่  One  Nimman  ซึ่งไม่ไกลกันมาก  ถือว่าสะดวกสบาย  และแอบเจอร้านเนื้อย่างอร่อยอีกด้วย  "Papa's Beef"  ตั้งโต๊ะขายอยู่ริม ถ.นิมมาน ข้างๆ โลตัสเอ็กเพรส  


DAY 6 

ตะเวนกินเที่ยว เมืองเชียงใหม่

วันสุดท้ายของทริปนี้  เราได้ตะเวนกิน  ตะเวนเที่ยวอยู่ในเมืองเชียงใหม่  เรียกว่า  ตัวไม่แตกเราไม่กลับ  เรากลับกันไฟล์ทมืด  มีเวลากิน  จนแทบจะกลิ้งกลับกันเลย  เราไปที่ไหนกันบ้าง  ติดตามกันเลย


DAY 6 จุดแวะที่ 1 : Mooh

ตื่นเช้ามาเรารีบไปกินโดนัทกันก่อนเลย  "Mooh"  ร้านโดนัทสอดไส้ สไตล์อิตาลี อยู่ซอยนิมมาน 15 เปิดขายตั้งแต่เช้าตรู่  สาเหตุที่ต้องรีบไปแต่เช้า  เพราะถ้าไปช้าหมดแน่นอน  ร้านจะอยู่ชั้นล่างของโฮสเทล ร้านเล็กๆ แต่ความอร่อยไม่เล็ก

โดนัทที่นี้ เนื้อนุ่มมาก  วันที่มา มี 4 ไส้  สตรอเบอรี่/เครมบรูเล่/เลมอน/กล้วยนูเทล่า  บางวันอาจมีไส้พิเศษ เพิ่มเติม


DAY 6 จุดแวะที่ 2 : วัดอุโมงค์

"วัดอุโมงค์"  ที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไปจากวัดอื่น มีการก่ออิฐขึ้น คล้ายกับเป็นอุโมงค์ อยู่ตีนดอยสุเทพ ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่เลย แนะนำให้มาเช้าๆ หน่อย  คนจะไม่เยอะมาก


DAY 6 จุดแวะที่ 3 : Saruda Finest Pasty

อีกคาเฟ่ย่ายนิมมานที่อยากแนะนำ "Saruda Finest Pastry"  หากใครที่ชอบทานชนมอร่อยๆ  และแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร  ควรมาที่นี่เป็นที่สุด  ที่นี่มีขนมที่ทำจากผลไม้  และยังทำรูปร่างเป็นผลไ้ม้อีกด้วย  เมนูแนะนำของร้าน  คือ  เค้กลูกส้ม  ที่ทำเหมือนส้มมากๆ  ด้านนอกเป็นไวท์ช็อคส้ม  และด้านในเป็นครีม  และซอสส้มพร้อมเนื้อส้ม  อร่อยสดชื่นมาก  ส่วนช็อคโกแลตเย็นก็มาเข้มๆ อร่อยเช่นกัน


DAY 6 จุดแวะที่ 4 : วัดพระสิงห์วรวิหาร

ในเมืองเชียงใหม่  วัดเยอะมากเช่นกันที่  "วัดพระสิงห์วรวิหาร"  พระธาตุศักสิทธิ์ของคนเกิดปีมะโรง เนื่องจากเจ้าของกระทู้เกิดปีมะโรง  มาเชียงใหม่รอบนี้ จึงไม่พลาดที่จะเข้าไปสักการะ  เพื่อความเป็นสิริมงคลเช่นกัน


DAY 6 จุดแวะที่ 5 : ประตูท่าแพ

รอบคูเมืองเชียง  มีกำแพงเมืองล้อมรอบ  และมีประตูเมืองตามทิศต่างๆ  แต่มีประตูหนึ่งที่สามารถเข้าไปถ่ายภาพกันได้  คือ "ประตูท่าแพ" มีพื้นที่ให้เดิน และถ่ายรูป  เหมือนเป็นอีกหนึ่ง Signature ของเชียงใหม่
ที่มาแล้ว ไม่ควรพลาดการเก็บภาพเป็นที่ระลึก


DAY 6 จุดแวะที่ 6 : Love at First Bite

แม้คาเฟ่ที่เชียงใหม่จะเกิดขึ้นมากมาย  แต่อีกร้านเก่าแก่  ที่ยังคงความอร่อยมาจนถึงปัจจุบัน  ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน  "Love at First Bite"  กินคำแรกก็จะรัก  สมกับชื่อร้านจริงๆ  

รอบนี้มากินทั้งคาวทั้งหวาน มากันที่ของคาวก่อน  พายไก่  หรือ  Chicken Pot Pie เป็นครีมไวท์ซอสในแป้งพาน  เสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิค  พายด้านนอกจะกรอบๆ ซุปไก่ด้านในก็อร่อยกลมกล่อม ไม่เลี่ยน

เมนูที่ 2 สตูเนื้อ เสิร์ฟเคียงขนมปัง  สตูเนื้ออร่อยกลมกล่อมอีก เนื้อก็ตุ๋นมานิ่มๆ  กินกับขนมปังทาเนยนิดๆ อร่อยมาก

ยังๆ ยังไม่หมด เรายังมีของหวานอีก 1 เมนู  พายมะพร้าว เมนูนี้ ก็อยากจะ Recommend มากๆ
อร่อยสุดๆ ครีมมะพร้าวหอมอร่อย ละมุน หอมมะพร้าว  กินแล้วไม่เลี่ยน รักทุกเมนูจริงๆ


DAY 6 จุดแวะที่ 7 : อ่างแก้ว ม.เชียงใหม่  

อิ่มท้องสุดๆ นำตอนนี้  เราไปนั่งเล่นถ่ายรูปกันต่อที่  "อ่างแก้ว"  อ่างเก็บน้ำในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มีวิวด้านหลังเป็นดอยสุเทพ  บรรยากาศดีเลย  


DAY 6 จุดแวะที่ 8 : Sofuto Cream

มากินกันต่อดีกว่า  โดยมาต่อกันที่หลัง ม.เชียงใหม่  เราเปลี่ยนจากแนวเค้ก  มาเป็นไอศครีม Soft Serve  และแพนเค้กกันบ้าง  "Sofuto Cream"  คาเฟ่ที่บริการขนมหวานประเภท  ซอฟเสิร์ฟ บิงซู แพนเค้ก มีเมนูพิเศษเปลี่ยนตามเทศกาล  ครั้งนี้  เราได้มาจัดกันที่  แพนเค้กเมลอน  แพนเค้กดึ๋งๆ นุ่มๆ  และ  ซอฟเสิร์ฟ  สตรอเบอรี่ชีสเค้ก  ซึ่งเป็นรสชาติตามเทศกาล  อร่อยสดชื่น  ไม่เลี่ยน


DAY 6 จุดแวะที่ 9 : สุกี้ช้างเผือก (สาชาหลัง มช)

ออกมาจากร้าน  Sofuto Cream  กลิ่นสุกี้ช้างเตะจมูกเหลือเกิน  แถมร้านนี้มีคนแนะนำมาด้วย  ก็เลยต้องกินสักหน่อย  ทั้งๆ ที่ท้องอิ่มนี่แหละ  จัดมาสุกี้น้ำ  กับสุกี้แห้ง  อย่างละชาม  โอ้แม่เจ้า!!! อร่อยจริง ถ้าไม่ได้กินคงเสียใจ  น้ำจิ้มอร่อยมาก เว่อวัง  

สุกี้แห้ง อันนี้เด็ดสุด ผัดมาแบบ มีกลิ่นควันไฟ แห้งๆ  สุกี้น้ำ น้ำซุปก็อร่อยอยู่ แต่ถ้าให้เรา Recommend ต้อง สุกี้แห้ง


DAY 6 จุดแวะที่ 10 : i berry (นิมมาน)

เรากลับมากันที่นิมมานอีกรอบ  มาซื้อของที่ระลึกในร้าน  iberry  ของ  โน็ต  อุดม  ที่นี่ก็มีคาเฟ่  เครื่องดื่ม  ขนม  ไอศครีม  ให้ทาน  อาจจะแพลนกันมากินก็ได้  แต่วันนี้เราจุกขนมกันแล้ว


DAY 6 จุดแวะที่ 11 : คั่วไก่นิมมาน

อีกสักนิดละกันกับร้านสุดท้ายของทริปนี้  ไหนๆ ก็มาแล้ว  รีวิวกันเยอะ  กับร้าน  "คั่วไก่นิมมาน"  คั่วไก่  เสิร์ฟมาในกระทะร้อน  รสชาติถือว่าโอเค  แต่เราเคยกินคั่วไก่ที่ถูกใจกว่านี้  ร้านนี้เลยยังไม่อเมซิ่งมากนัก


จบทริป  6  วัน  5  คืน  เที่ยววนไป  เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน  เป็นทริปที่ถือว่ายาวนาน  แต่จริงๆ  แล้วก็ยังมีที่  ที่ไม่ได้ไปอีกหลายที่  หรือมาแล้วยังไม่เจอจุดพีค   คงต้องหาโอกาสมาเที่ยวอีกทั้ง  2  จังหวัด  หากใครกำลังแพลนทริป  หรือหาทริป  การเที่ยววนไปทั้ง  2  จังหวัด  ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว  แต่บางที่  ต้องมาเฉพาะฤดูกาล  ต้องแพลนทริปกันดีๆ นะคะ


สรุปแผนทริป 
#Day1
• เนื้อสะเต๊ะ ใต้ต้นข่อย
• Once in a Blue Moon Cafe
• ข้าวซอยแม่มณี
• สะพานประวัติศาสตร์ปาย
• Cocolino
• ถ้ำลอด ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน
• บ้านจ่าโบ่ (ลานกางเต็นท์จ่าทอ) - นอน

#Day2
• ภูผาหมอก บ้านจ่าโบ่
• ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่
• ภูโคลน Phuklon Mud Spa
• น้ำตกผาเสื่อ
• ลีไวน์รักษ์ไทย (บ้านรักไทย)
• ปางอุ๋ง - นอน

#Day3
• สะพานซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน
• วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน 
• ป้าศรีบัว อาหารพื้นเมืองไทใหญ่
• Coffee morning 
• น้ำตกแม่สุรินทร์ แม่ฮ่องสอน
• ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
• สวนดอยแม่อูคอ ที่พักทุ่งดอกบัวตอง - นอน

#Day4
• ภูชี้เพ้อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
• Posaho Cafe' กาแฟเด็กน้อยทำอร่อย
• ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่
• พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ
• สวนป่าดอยบ่อหลวง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ Doi Bo Luang FIO - นอน

#Day5
• สวนสนบ่อแก้ว
• วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
• เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท & โรงบ่ม คาเฟ่
• The Rectangle coffee x tower
• วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
• เฮือนม่วนใจ๋
• Papa’s Beef At Nimman
• One Nimman
• Hello Nimman ซอย 13  - นอน

#Day6
• MOOH
• วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม เชียงใหม่
• Saruda Finest Pastry
• วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
• ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่
• กาดวโรรส
• Love at first bite
• อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
• Sofuto Cream
• สุกี้ช้างเผือก สาขาหลัง มช.
• คั่วไก่ นิมมาน 

ความคิดเห็น