ภูจองนายอย...อะไรยอยๆ ไม่เห็นรู้จัก รีวิวโดย go_with_puay

สวัสดีค่ะ ^^ ที่ๆเรากำลังจะจูงมือทุกท่านไปคือที่ๆ เรียกว่า "อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย"  หึ !! อะไรนะ ?? อิหยังเกาะ ?? อะไรยอยๆ นะ !!  "ภู-จอง-นา-ยอย"  แหน่ะ ฟังไม่คุ้นหูสินะ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยเป็นอุทยานที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี  กินพื้นที่ 3 อำเภอ   นาจะหลวย

ภูจองนายอย...อะไรยอยๆ ไม่เห็นรู้จัก

ภูจองนายอย...อะไรยอยๆ ไม่เห็นรู้จัก

 วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 23.05 น.

 วันที่เดินทาง 3 ธ.ค. 2562

สวัสดีค่ะ ^^

ที่ๆเรากำลังจะจูงมือทุกท่านไปคือที่ๆ เรียกว่า "อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย" 

หึ !! อะไรนะ ?? อิหยังเกาะ ?? อะไรยอยๆ นะ !! 

"ภู-จอง-นา-ยอย"  แหน่ะ ฟังไม่คุ้นหูสินะ

อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยเป็นอุทยานที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี  กินพื้นที่ 3 อำเภอ  

นาจะหลวย น้ำยืน บุณฑริก ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนที่ติดกับลาวและกัมพูชา เรียกว่าเป็น

"สามเหลี่ยมมรกตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" 

และไกลชิดติดขอบประเทศขนาดนั้น ไปทำไมรึ? มีไรน่าสนใจขนาดนั้นกันนะ.... ลองค่อยๆ ตามกันไปนะคะ


**เริ่มต้นจาก...ความตั้งใจของเราเองที่จะไปให้ครบทุกอำเภอของจังหวัดอุบล คือเพื่ออะไรหรอ เราเองก็ไม่รู้ รู้แค่อยากไปอะ... แค่นั้น 

หลังจากแวะทำธุระและดื่มกาแฟนิดหน่อย พร้อมหิ้วหมูทะมา 1 ชุดใหญ่ เราก็เดินทางออกมาจากอำเภอเมือง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เช่นเคยค่ะปักตาม google map ไป สบายอารมณ์ ถนนลาดยางขับง่าย พอถึงอำเภอนาจะหลวยที่เป็นอำเภอเล็กๆ และเงียบเชียบ เราก็ขยายคุณ map ให้ใหญ่ขึ้น  โอ้โห้ O_o  หมุดปักซะกลางป่า มันไม่ใช่ละ เราเองก็หวั่นใจทำไงดีว่ะ ที่พักก็น่าจะหายาก เลยจอดรถถามคนพื้นที่ปรากฏว่า....เราต้องขับรถไปอีกตามถนนหมายเลข 2248 นี้แหละค่ะ ป้ายใหญ่ชัดเจนอยู่ปากทาง เลี้ยวซ้ายเข้าไปโล้ดดด  สรุปคือคือไปไม่ยากเลย ไม่ต้องพึ่ง Google map ก็ได้

ถึงแล้วค่าาาาา หยุ๊ด . . . . . . . . .ต้องหยุดค่ะ เพราะมันปิดแล้ววว ก็เราไปถึงตอนห้าโมงเย็นนี่นา

ค่ะ... ยังไงละคะ คุณพี่อุทยานใจดี อนุญาตให้เราเข้าได้ค่ะ เย่ๆๆ ^^ รอดค่ะ 

รีบเลยค่ะ รีบเลย...ไปที่ทำการอุทยานจ่ายค่าเข้า ค่ากางเต้นท์ต่างๆ เรียบร้อยก่อนพี่แกเปลี่ยนใจ

ลานกางเต้นท์ที่นี่เอาจริงๆ ไม่ค่อยมีใครมากางนอนกันเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวน้ำตก เล่นน้ำแล้วกลับเพราะที่นี่มีน้ำตกห้วยหลวงที่เป็นจุดเด่นของอุทยานนี้ค่ะ...

ยังไงละคะนีนี้ พอไม่นิยม ก็... "เหมาลาน" สิค่ะ


แต่เป็นการเหมาลานที่ไม่น่ากลัวเลยค่ะ พี่ๆ อุทยานยังอยู่ในบ้านพักบริเวณรอบๆ อุทยาน และยังมีสหายสี่ขา เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารเย็นของเรา

- ไม่เอื้อนยาว ก่อไฟหมูทะก่อนเลยค่ะ -

นี่ค่ะ.. "คนดัง" ของเรา (ดังไฟ=จุดไฟ) วงเล็บไว้เพื่อใครไม่เข้าใจ555

ถึงเวลาแคมป์ละจ้าาาา เป็นการกางเต้นท์ที่ไม่ต้องปักสมอบกอะไรทั้งนั้นเพราะลานกางเต้นท์ มันคือลานหิน ลานหินจริงๆจังๆ 5555 และด้วยความที่อากาศร้อนในตอนกลางวัน ลานหินที่น่ารักได้ดูดความร้อนลงบนแผ่นหิน แต่ถือว่ายังมีบุญสะสมอยู่บ้างเพราะฝนตกค่ะ เม็ดฝนมาช่วยทำให้ได้ไอเย็นๆ จากฝน และคลายร้อนลงหน่อย แต่หินที่กำลังแผ่ความร้อนออกมากทำให้การนอนในเต้นท์ค่อนข้างร้อน เลยออกมานั่งตากลม ไอเย็นๆ หลังจากฝนตก บรรยากาศเงียบๆ ที่สัมผัสได้ยากในชีวิตประจำวัน 

และหลังจากนั้นก็ หลับบบบแบบ กึ่ง สิ้นชีพค่ะ

...............................

กู้ดดด มอ เหน่งงงงงงง 

โหวววว...ตอนเช้าบรรยากาศแตกต่างมากค่ะ อากาศเย็นๆ หมอกบางๆ ลอยเบาๆ

ถึงเวลาเดินสำรวจทักทายต้นไม้แล้วค่ะ.. ^^

เราไป "น้ำตกห้วยหลวง" กันต่อค่ะ ก่อนที่จะมีแดด เด่วนักท่องเที่ยวจะมาเยอะซะก่อน 

ขับรถจากลานกางเต้นท์ไปน่าจะประมาณ 15-20 นาทีได้ค่ะ 

ถึงทางลงน้ำตกแล้วววว แค่ได้ยินเสียงก็ชื่นใจละ วิ่งลงไปเลยจ้าาาาาาา

ก่อนจะลงมีจุดชมวิวน้ำตกจากมุมสูงด้วยนะ

ระหว่างทางเดินลงน้ำตก อากาศเย็นชื่นใจ น้ำไหลลงมาจากหน้าผา หยดติ่งๆ ลงกิ่งไม้ ใบไม้ 

ไหลผ่านสายเถาวัลย์ ชุ่มฉ่ำ เย็นกายสบายเหม่งกันสุดๆ เพราะกว่าจะถึงน้ำตกเปียกปอนกันทีเดียว


เดินเพลินๆ ก็ถึงแล้วค่าาาา

"น้ำตกห้วยหลวง"

สำหรับตัวเราเอง ที่นี่เป็นน้ำตกที่ประทับใจมาก เพราะทั้งเวิ้งนั้นมีแค่ 2 คน มันสงบและเย็นสบาย 

นั่งเล่น กลิ้งไปมากลิ้งมาได้ทั้งวันอะ ไม่ได้เป็นน้ำตกที่มีเสียงดังจนกลายเป็นความน่ารำคาญ แต่ก็ไมไ่ด้เงียบจนวังเวง เป็นความรู้สึกที่บอกได้เลยว่า "มันคือความพอดี" จริงๆ

แต่ละฤดูปริมาณน้ำก็จะมากน้อยไม่เท่ากัน แต่มีน้ำทุกฤดูนะคะ ช่วงที่เราไปคือประมาณเดือนธันวาคม 

น้ำก็จะประมาณนี้ค่ะ กำลังพอดีเลย

ยังๆมีอีกค่ะ สถานที่น่าสนใจยังไม่หมด ขับออกมาอีกหน่อย แวะกันที่ "แก่งกะเลา" ซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกห้วยหลวง ลักษณะเป็นลำธารเลาะแก่งหินกินบริเวณกว้าง จริงๆ จะมีการล่องแพไม้ไผ่ชมป่าสนพันปี แต่จากการถามพี่ๆอุทยาน เหมือนจะไม่มีแล้วววว เพราะไม่ใช่ช่วง High season คือเสียดายมากอะ 

เมื่อออกมาจากแก่งกะเลา ก็แวะชมดอกไม้ข้างทางกันซักนิดจริงๆ ถ้าเดินเข้าไปอีก 1 km. จะเป็นสวนพฤกษาค่ะ มีดอกไม้ป่าให้ได้ชม แต่ตรงที่เราไปจอดคือปากทางเข้าเองนะ


เมื่อเต้นท์ที่เราผึ่งแดดจนแห้ง เราก็ต้องเก็บและได้เวลาออกจากอุทยานแล้วค่ะ บ๊ายบาย... นะ 

เพื่อเดินทางออกไปสถานที่ต่อไป "เนิน 500" อำเภอน้ำยืน ที่ติดชายแดน 3 ประเทศ
ว่าแล้วก็มุ่งหน้าไปกันเลยย

ขับรถขึ้นเขาด้วยคอนกรีต 2 เลน มีป้อมทหาร รั้วลวดหนามให้เห็นบ้าง แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ มันขับไปได้

ถึงแล้วก็จอดรถเดินกันขึ้นไปเลยย...

"สมรภูมิช่องบก เนิน 500"  ในอดีตที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สมรภูมิรบของทหารไทยกับผู้รุกรานที่บังอาจมายึดที่แห่งนี้  มีทหารผู้กล้าได้เสียชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้สถานที่นี้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอน้ำยืน

ในจุดนี้มองไปจะเห็นประเทศกัมพูชาทางขวามือ และประเทศลาวทางซ้ายมือ ถูกแบ่งเขตไปตามแนวเขา

เราเองก็ยังกลัวๆ อยู่เลยค่ะ ว่าเดินอยู่บนนั้นจะไปเป็นเป้าซ้อมให้ทหารตามชายแดนยิงเล่นมั้ยน้าาาา 

แอบหวั่นๆ 555555 งั้นก็รีบลงมากันเถอะเนาะ

"ได้เวลากลับแล้วววว  ต้องขอบคุณ ทุกๆที่ได้เจอในทริปนี้นะคะ" 

เราไม่ได้คาดหวังว่าที่ๆ เราไปจะโดนใจใครรึป่าววว แต่สำหรับเรา เราชอบทุกๆที่ ที่เราไปนะ มันมีความน่าหลงใหลในมุมที่ต่างกัน รสชาตความสนุกที่ได้รับก็ต่างกันไป สิ่งที่เราจะเอามาด้วยทุกครั้งคือ

"ไม่คาดหวัง"

"ให้ธรรมชาติแต่ละแห่งเผยสิ่งที่อยากให้เรารับรู้ อย่าไปขู่เข็นที่จะรับรู้จากธรรมชาติ"

"ปล่อยให้ธรรมชาติกำหนด"

------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็น