ลัดเลาะเที่ยวลับแล..กับช่วงท้ายฤดูกาลแห่งความหนาว รีวิวโดย คนพเนจร

 ..เริ่มต้นกาารเดินทางด้วยรถไฟตู้นอน กรุงเทพ-เด่นชัย เราเลือกขบวนที่ไปถึงสถานีอุตรดิตถ์ตอนเช้า เพื่อมีเวลาเที่ยวเยอะขึ้น..รถไฟมาถึงสถานีเวลา 06:00 น. เช้ามาก เลยเอาเป็นว่าเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อน โดยตรงข้ามสถานีรถไฟคือวัดท่าถนน ซึ่งมีวิหารหลวงพ่อเพชรให้สักการะ เสียดายยังไม่เปิดเราเลยอดเข้าไป&

ลัดเลาะเที่ยวลับแล..กับช่วงท้ายฤดูกาลแห่งความหนาว

ลัดเลาะเที่ยวลับแล..กับช่วงท้ายฤดูกาลแห่งความหนาว

 วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 18.40 น.

 วันที่เดินทาง 30 ม.ค. 2563


 ..เริ่มต้นกาารเดินทางด้วยรถไฟตู้นอน กรุงเทพ-เด่นชัย เราเลือกขบวนที่ไปถึงสถานีอุตรดิตถ์ตอนเช้า เพื่อมีเวลาเที่ยวเยอะขึ้น..รถไฟมาถึงสถานีเวลา 06:00 น. เช้ามาก เลยเอาเป็นว่าเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อน โดยตรงข้ามสถานีรถไฟคือวัดท่าถนน ซึ่งมีวิหารหลวงพ่อเพชรให้สักการะ เสียดายยังไม่เปิดเราเลยอดเข้าไป 

..เดินทะลุผ่านวิหารหลวงพ่อเพชรออกไปด้านนอกวัดจะเป็นสวนสาธารณะริมน้ำน่าน มีจุดนั่งชมวิว เราเลยอาศัยช่วงเวลานี้นั่งเพลินๆ ชมวิว รอเวลาเพื่อไปต่อ..

..แม้เวลายังผ่านไปไม่ได้ซักเท่าไหร่ แต่แสงแดดที่สาดมากระทบหน้า ก็พาให้ตัดสินใจไปต่อ เมื่อมาที่อุตรดิตถ์จุดที่ทุกคนต้องไปแน่ๆคืออนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก เริ่มต้นจากสถานีรถไฟมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปประมาณ 1 กิโลนิดๆ มีรถรับจ้างต่างๆ คอยถามไถ่เพื่อให้บริการ แต่เราเลือก..เดิน ลัดเลาะผ่านตลาดไป ถือโอกาศชมเมืองไปด้วย เดินเรื่อยๆ แป๊บๆก็ถึง..

..สักการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักแล้ว ข้างๆกันมีพิพิธพัณฑ์ดาบน้ำพี้ใหญ่สุดในโลก เราเลยแวะเข้าไปดูสักนิดพอหอมปากหอมคอ

..ถึงเวลาไปต่อยังเมืองลับแล ซึ่งเป็นเป้าหมายของทริปนี้ เราใช้บริการแท็กซี่จากหน้าตลาด ค่าเสียหายก็คนละ 150 บาท จากอุตรดิตถ์ไปเมืองลับแลได้สองทาง ทางนึงผ่านประตูเมืองลับแล แลนด์มาร์คสำคัญ อีกทางไปตามถนนพระบรมอาสน์จะเจอวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เราเลือกทางหลัง เพราะจองที่พักไว้ที่ ทุ่งยั้งเฮ้าส์ คืนละ 600 บาท มีอาหารเช้า 


..ที่พักน่ารักมากคับ คุณลุงคุณป้าและพี่ชายเจ้าของบ้านเป็นกันเอง ด้านล่างเปิดเป็นร้านกาแฟนะคับ มาใช้บริการกันได้ วันนี้ก็คล้อยบ่ายแล้ว มีที่พักแล้ว เลยขอนอนเอาแรงไว้ไปต่อพรุ่งนี้ละกัน

..รุ่งขึ้น เติมพลังด้วยมื้อเช้าที่ทางที่พักจัดไว้ให้ วันนี้เราเช่ามอ'ไซต์ จากที่พักนี่แหละคับ วันละ 350 บาท น้ำมันเต็มถัง ตอนคืนเราต้องเติมคืนไว้นะ 

..ที่แรกที่ไปคือซุ้มประตูเมืองลับแล แลนด์มาร์คสุดอลังการประจำเมืองลับแล เป็นการวอร์มเครื่องซะก่อน ด้านข้างมีอนุสาวรีย์แม่ม่ายเมืองลับแล พร้อมสโลแกน..เมืองนี้ห้ามพูดโกหก

..ถัดจากซุ้มประตูเมืองลับแลคือ แหล่งการเรียนรู้ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช จัดแสดงประวัติความเป็นมาต่างๆของเมืองลับแล เข้าชมฟรีคับ แต่ลงชื่อเยี่ยมชมให้เค้าด้วยนะ

..ไปต่อที่ อนุสาวรีย์พระศรีนพมาศ อยู่ข้างตลาดศรีนพมาศ เป็นผู้สร้างเมืองลับแลแต่โบราณแวะสักการะ และมีมุมถ่ายรูปเล็กๆด้วยนะ แวะดูกันได้คับ

..อีกที่ที่น่าสนใจคือ พิพิธพัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไทย-ยวน ลับแล เป็นกลุ่มทอผ้าบ้านคุ้ม-นาทะเล และจัดจำหน่ายผ้าซิ่นผ้าไหมมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน แวะซื้อเป็นของฝากได้คับ ช่วยกันอนุรักษ์ของไทยกัน

..ไปต่อที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นวัดใหญ่ที่คนอุตรดิตถ์เคารพนับถือ ช่วงที่ไปมีงานสักการะพระแท่นพอดีคับ งานใหญ่มาก เราแค่สักการะพระแท่น แล้วเดินซื้อของกินพอคับ..55

..ตกเย็นไป ตรงข้ามที่พักของเราคือ วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง สำหรับเราคิดว่าวัดนี้สวยมาก เป็นวัดโบราณประดิษฐานพระมหาธาตุประจำเมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองโบราณตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย ตอนเย็นแดดร่มลมตกแบบนี้ ถ่ายรูปสวยมากคับ

..เราถ่ายรูปจนค่ำ จะกลับที่พักก็แค่เดินข้ามถนนไปคับ ฝั่งตรงข้ามนี่เอง 

..วันอันแสนสุข ช่างหมดไวเสียเหลือเกิน ทริปลับแลที่ไม่เน้นกิน ลัดเลาะไปตามที่ที่เราสนใจ ไม่เท่าไหร่ก็หมดวันแล้ว ถึงจะเป็นช่วงท้ายของฤดูหนาว แต่อากาศยังดีอยู่คับ 

..บ๊าย บาย ก่อน ลับแล..แล้วพบกันใหม่..

..ขอบคุณที่รับชม ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะ..แล้วพบกันใหม่คับ

ความคิดเห็น