Pullman Bangkok King Power นอนโรงแรมแบบ new normal กับแพ็คเกจ 2900 บาทรวมอาหาร 3 มื้อ รีวิวโดย Gate1Terminal1

           ระหว่างที่ประเทศไทยและโลกกำลังประสบปัญหาโรคระบาด COVID-19 ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักไปพักหนึ่ง หลังจากทางการเริ่มผ่อนปรนมาตรการความเข้มงวด โรงแรมที่พักหลายแห่งกลับมาเปิดให้บริการโดยเน้นความสะอาดปลอดภัย           วันนี้เราไปพักที่โรงแ

Pullman Bangkok King Power นอนโรงแรมแบบ new normal กับแพ็คเกจ 2900 บาทรวมอาหาร 3 มื้อ

Pullman Bangkok King Power นอนโรงแรมแบบ new normal กับแพ็คเกจ 2900 บาทรวมอาหาร 3 มื้อ

 วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 20.39 น.

 วันที่เดินทาง 24 พ.ค. 2563

           ระหว่างที่ประเทศไทยและโลกกำลังประสบปัญหาโรคระบาด COVID-19 ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักไปพักหนึ่ง หลังจากทางการเริ่มผ่อนปรนมาตรการความเข้มงวด โรงแรมที่พักหลายแห่งกลับมาเปิดให้บริการโดยเน้นความสะอาดปลอดภัย

          วันนี้เราไปพักที่โรงแรม Pullman Bangkok King Power ย่านซอยรางน้ำ ซึ่งมีแพ็คเกจ Full Board ราคา 2900 บาทสำหรับ 2 ท่านซึ่งรวมห้องพักและอาหาร 3 มื้อไว้ด้วย ลองไปดูกันว่าการพักโรงแรมในช่วงนี้ มาตรการรักษาความสะอาดเป็นอย่างไรบ้าง

          โรงแรม Pullman Bangkok King Power อยู่ระหว่างถนนศรีอยุธยาและซอยรางน้ำ สามารถเข้า ออกได้ทั้ง 2 ทาง หากเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า Airport Rail Link สามารถลงที่สถานีปลายทางพญาไทแล้วเดินมาอีกหน่อย ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้า BTS สามารถลงได้ที่สถานีพญาไทหรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ได้

          เดินเข้าประตูโรงแรมมาก็เจอกับกล้องจับความร้อนและจัดทางเข้าออกไว้แยกกันอย่างชัดเจน พนักงานรีบเดินมารับและพาไปที่เคาท์เตอร์เช็คอิน โดยพนักงานจะใส่หน้ากากอนามัยและ face shild อีกชั้นหนึ่ง 

          ระหว่างการเช็คอิน พนักงานนำเครื่องดื่มมาให้เป็นน้ำสมุนไพร สดชื่นเหมาะกับอากาศร้อนๆมากๆ โดยพนักงานที่นำเครื่องดื่มมาให้ก็จะใส่ถุงมือเพื่อความสะอาดด้วย

          พื้นที่ชั้นล่างของ Pullman Bangkok King Power นอกจากจะเป็นส่วนต้อนรับแล้ว ก็ยังเป็นที่นั่งพักผ่อนและมีร้านกาแฟให้บริการอยู่ พื้นที่ส่วนนี้ค่อนข้างกว้างขวางมาก มีมุมให้เลือกนั่งได้หลายมุม ทั้งที่นั่งแบบโซฟากว้างๆนั่งสบาย ถึงที่นั่งแบบมีปีกบังเพื่อความเป็นส่วนตัว

          ส่วนตัวแล้วผมแนะนำที่นั่งฝั่งติดหน้าต่างด้านสวนของโรงแรม กระจกบานใหญ่ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้มากช่วยเรื่องความโปร่งสบาย วิวต้นไม้สีเขียวก็ช่วยให้สบายตามากขึ้น 

          โรงแรมยังไม่ทิ้งเรื่องการรักษาระยะห่างและการรักษาความสะอาด ตามที่นั่งจะมีสติ๊กเกอร์แปะไว้สำหรับเว้นระยะ และมีแอลกอฮอล์ล้างมือวางไว้ให้บริการตามจุดต่างๆ

          ห้องพักเรียบร้อยแล้ว พนักงานมาส่งที่ลิฟท์ โดยอธิบายให้ทราบว่าจุดใหนของโรงแรมที่เปิดให้บริการบ้างและมีกติกาการใช้งานอย่างไร และกดลิฟท์ให้เราด้วย ภายในลิฟท์ก็มีสติ๊กเกอร์ติดพื้นระบุให้รักษาระยะห่างและมีแอลกอฮอล์กับกระดาษเช็ดมือไว้ให้บริการ

          ห้องพักวันนี้เป็นห้องแบบ Deluxe Room ซึ่งได้รับการอัพเกรดจากแพ็คเกจ ขนาดของห้องพักไม่ถึงกับใหญ่โต แต่ก็ใช้งานได้อย่างสบายไม่อึดอัด เตียงนอนนุ่มสบาย มีหมอนให้ 4 ใบแต่หากไม่ชอบหมอนที่จัดไว้ให้ ก็มีเมนูหมอนไว้ให้เลือกตามความชอบ ริมหน้าต่างเป็นที่นั่งพักผ่อนหรือทานอาหารก็ได้

         อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องครบครัน โทรทัศน์จอใหญ่มองสบายตาไม่ต้องเพ่ง ปลั๊กไฟตามจุดต่างๆค่อนข้างให้มาเยอะทีเดียว รวมถึงช่องเสียบ USB แยกกับปลั๊กให้สำหรับเสียบมือถือได้อีก อินเตอร์เน็ตความเร็วใช้ได้ ดูคลิปแบบ full HD ไม่กระตุก แต่ถ้าอยากได้ความแรงเพิ่มขึ้นก็มีสาย LAN ไว้ให้

          สิ่งที่ต่างไปจากปกติคือแก้วน้ำต่างๆที่เตรียมไว้ให้จะมีการห่อพลาสติกไว้หมด ส่วนในตู้เย็นไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใส่ไว้ 

          ห้องน้ำขนาดใหญ่กำลังดี มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้ให้อย่างครบถ้วน  อีกอย่างที่แตกต่างจากภาวะปกติคือผ้าเช็ดตัวจะห่อไว้ในถุงพลาสติกทั้งหมด ซึ่งผมว่าดีนะครับ มันรู้สึกสะอาดดี สบู่ แชมพู ใช้ของ C.O. Bigelow ซึ่งเป็นแบรนด์จากอเมริกา อีกอย่างที่แตกต่างจากโรงแรมอื่นๆคือตู้เสื้อผ้าที่สามารถเปิดจากภายในห้องน้ำก็ได้ หรือจากภายนอกก็ได้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

          ไปดูส่วนต่างๆของโรงแรมบ้างครับ ชั้นล่างติดกับส่วนต้อนรับเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่พอประมาณ ล้อมรอบด้วยอาคารโรงแรม ภายในสวนมีร้านอาหารญี่ปุ่น TENKO OMAKASE ซึ่งไม่เปิดให้บริการในช่วงนี้นะครับ บรรยากาศภายในสวนร่มรื่นดีทีเดียวจากต้นไม้ขนาดใหญ่ มีบ่อปลาคราฟและน้ำตกจำลองไว้เพิ่มบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ

          สระว่ายน้ำของโรงแรมขนาดใหญ่พอสมควร ว่ายออกกำลังกายได้เลย แบ่งส่วนเป็นสระผู้ใหญ่และเด็กไว้อย่างเป็นสัดส่วน มีที่นั่งหรือจะนอนอาบแดด(ที่ร้อนมาก) ด้านข้างของสระ ส่วนของสระว่ายน้ำมีการจำกัดผู้ใช้บริการ มีจุดวัดอุณหภูมิร่างกาย และต้องสแกนลงทะเบียนเวปไทยชนะด้วย วิวจากสระว่ายน้ำมองไปจะเห็นสวนตรงกลางโรงแรม ถึงจะไม่ใช่วิวกว้างแบบสระว่ายน้ำบนดาดฟ้า แต่ที่นี่จะเน้นความร่มรื่นและสีเขียวตามธรรมชาติ         

          ในแพ็คเกจของ Pullman Bangkok King Power รวมอาหารไว้ด้วย 3 มื้อซึ่งสามารถเลือกไว้ได้เลยตั้งแต่ตอนเช็คอิน เราไปกัน 2 คนเลยเลือกให้ต่างกันเพื่อจะได้ทานหลายอย่าง อาหารจะนำมาเสริฟที่ห้องพักโดยใส่กล่องปิดฝาและมีสติกเกอร์ติดทับไว้อีกชั้น อุปกรณ์ทานอาหารจะใส่ถุงพลาสติกไว้อย่างดี

          มื้อเที่ยงออกแนวผสมด้วยอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นไก่ผัดเม็ดมะม่วง ปูม้าผัดผงกะหรี่ ตัดด้วยอาหารฝรั่งอย่างซุปหัวหอมและซีซ่าสลัด ปริมาณอาหารให้มาเยอะทีเดียวกิน 2 คนเล่นเอาอืดไปยันมื้อเย็น

          มื้อเย็นก็ยังจัดชุดใหญ่มาเหมือนเดิม มีสลัด 2 อย่าง ผัดไทย พิซซ่าฮาวายเอี้ยนและของหวาน จากที่อืดมื้อเที่ยงอยู่แล้ว มื้อนี้ทานไม่หมดครับผม

          เช้าวันต่อมาลงไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร Cuisine Unplugged การเข้าห้องอาหารต้องผ่านการสแกนวัดอุณหภูมิ และสแกนเข้าเวปไทยชนะเช่นเดียวกัน ที่นั่งภายในห้องอาหารจะจัดไว้แบบห่างๆ และมีแผ่นพลาสติกกั้นระหว่างที่นั่ง อย่างที่เรานั่งกันน่าจะห่างกันประมาณ 2 เมตร

         อาหารเช้าจะมาแบบเป็นรายการอาหารให้เลือก ไม่หลากหลายมากนัก ผมสั่งไป2 จาน ข้าวผัด ไข่ดาวและไส้กรอก ปริมาณอาหารโดยเฉพาะข้าวผัดสำหรับผมถือว่าเยอะมาก ทานไม่หมดเลยทีเดียว ไส้กรอกก็อร่อยหอมพริกไทย รสชาติไม่จืดชืด อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารจะใส่ซองพลาสติกมาให้

         เป็นการพักโรงแรมที่อาจจะไม่สะดวกสบายเต็มที่เหมือนภาวะปกติ ไลน์อาหารแบบบุฟเฟ่ลืมไปได้เลยและการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของโรงแรมก็ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่วิธีการและระเบียบต่างๆที่โรงแรมกำหนดเพื่อรักษาระยะห่างและรักษาความสะอาดภายในโรงแรม ผมว่าที่ Pullman Bangkok King Power ทำได้ดีทีเดียว และด้วยแพ็คเกจแบบรวมอาหาร 3 มื้อแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ครับ         

ความคิดเห็น