แบกเป้ ตะลอนทัวร์กรุงฮานอย เวียดนาม รีวิวโดย ณ วงเดือน

เที่ยวสบาย ๆ แบกเป้ตะลอนทัวร์ ของผู้เขียนบันทึกเที่ยว ในความทรงจำ ครั้งนี้มาเที่ยวกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในครั้งนี้ แบบสบาย ๆ แบคแพคนั่งรถไปเรื่อยตามปะสา จึงขอบันทึกเที่ยวในความทรงจำไว้  ที่ครั้งหนึ่งได้มาลุยยังเมืองหลวงฮานอย และอีกหลายที่ หลายเมืองเพื่อบันทึกไว้ในความทรงจำ&nbs

แบกเป้ ตะลอนทัวร์กรุงฮานอย เวียดนาม

แบกเป้ ตะลอนทัวร์กรุงฮานอย เวียดนาม

 วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 18.25 น.

 วันที่เดินทาง 26 ธ.ค. 2562

เที่ยวสบาย ๆ แบกเป้ตะลอนทัวร์ ของผู้เขียนบันทึกเที่ยว ในความทรงจำ ครั้งนี้มาเที่ยวกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในครั้งนี้ แบบสบาย ๆ แบคแพคนั่งรถไปเรื่อยตามปะสา จึงขอบันทึกเที่ยวในความทรงจำไว้  ที่ครั้งหนึ่งได้มาลุยยังเมืองหลวงฮานอย และอีกหลายที่ หลายเมืองเพื่อบันทึกไว้ในความทรงจำ 

วันแรกที่มาถึงกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ก็ออกเดินย่ำต๊อกมาแวะเที่ยวชมสุสานของลุงโฮจิมินห์ ทันที  โดยสุสานของลุงโฮนี้ ชาวเวียดนามเรียกว่า ลางจู่ติกโอจิมินห์ ( Lang Chu Tich ho Chi Minh ) ตั้งอยู่จัตรุรัสบาดิงห์ ซึ่งการมาที่นี่ก็มีรถเมย์อยู่หลายสาย และรถแท็กซี่แกร็บไบค์ ก็เยอะมาก ซึ่งเหมาะแก่การเดินทางที่นี่เป็นอย่างมาก

ทางผู้เขียนได้เดินทาง ด้วยการเดินเท้ามาเรื่อย ๆ กว่าจะถึงที่นี่ก็เกือบจะ 10 โมงเช้าเลยทีเดียว ที่ประตูด้านหน้าทางเข้าสุสาน มีนักท่องเที่ยวเยอะมากทั้งฝรั่ง เทศ จีน ลาว ไทย ฮ่อนกง จีน ไต้หวัน ซึ่งเมื่อเข้าไปด้านในจะมีเจ้าหน้าที่ บอกประกาศให้เดินไปยังด้านขวามือเรา ซึ่งจะมีระเบียงยาว เป็นทางเข้าไปชมสุสานของลุงโฮ

ลุงโฮจิมินห์ ถือได้ว่าเป็นวีระบุรุษผู้กู้ชาติของเวียดนามให้ปึกแผ่น ยิ่งใหญ่จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจัตรุรัสบาดิงห์กลางเมืองนี้ เป็นที่ลุงโฮ ได้อ่านคำประกาศอิสรภาพเวียดนาม จากฝรั่งเศสต่อหน้าชาวเวียดนาม ที่มาชุมนุมกันบริเวณแห่งนี้กว่า 500,000 คนของวันที่ 2 กันยายน ปี  คศ.1945

ที่บริเวณประตูทางเข้าสุสาน มีป้ายบอกความเป็นมาของสุสานไว้ให้เราได้รู้รายละเอียด ที่แห่งนี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีอาหารการกิน ของชาวบ้านที่นำมาขาย ก็หลายอย่างที่กินแบบง่าย ๆ ก็อุดหนุนช่วยแม่ค้าคนสวยเขาไปหน่อย

เราเดินเข้ามายังด้านในตามระเบียงทางเดิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ป่าวประกาศ เป็นระยะ ๆ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร ในวันนั้นที่รอต่อคิวเข้าไปเยี่ยมชม สุสานของลุงโฮ ซึ่งเราก็ไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่จะพา ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป ทีละกลุ่ม ๆ 10-15 คน ทะยอยต่อแถวกันเข้าไปยังสุสานเรื่อย ๆ 

ซึ่งเราได้ทะยอย ต่อแถวยาว เป็นคณะเพื่อเข้าไปยังสุสานในวันนั้น โดยสุสานของลุงโฮจิมินห์นี้  อาคารสร้างเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ทราบว่าสร้างสุสานนี้เพื่อบรรจุร่างของลุงโฮ มาแต่ปี ค.ศ. 1973-1975  ด้วยหินอ่อน และหินแกรนิต ซึ่งการสร้างสุสานนี้ได้รับแรงบบันดาลใจ จากการออกแบบของสุสานเลนิน ในกรุงมอสโคว์ ผสมสถาปัตยกรรมของเวียดนามเข้าไปด้วย  หลังจากที่ลุงโฮจิมินห์นั้น ได้เสียชีวิตลง เมื่อ 2 กันยายน ปี 1969  

ตลอดทางเดินเข้าไปยัง สุสานของลุงโฮ นี้ มีเจ้าหน้าที่ทหารในชุดเครื่องแบบกองเกียรติยศสีขาวเต็มรูปแบบ ประจุดรักษาการณ์โดยรอบ เป็นระยะ ๆ เมื่อจะเข้าไปยังด้านในยิ่งมีเจ้าหน้าที่ ประจำจุดเยอะมากเลยทีเดียว ทางผู้เขียนเมื่อเข้าไปด้านใน ทางเจ้าหน้าที่ห้ามถ่ายรูปภายในสุสานเด็ดขาด

ด้านในติดเครื่องปรับอากาศ เย็นเฉียบอยู่ตลอดเวลา รักษาอุณหภูมิภายในห้องเป็นอย่างดี  ซึ่งกลางห้องโถง แท่นหินอ่อนกลางห้อง   เป็นที่ตั้งโลงแก้วใส บรรจุร่างของลุงโฮจิมินห์ ให้เราได้ดู วีรบุรุษผู้กู้ชาติเวียดนามให้เป็นปึกแผ่น  และทหารกองเกียติยศชุดสีขาวสง่าางาม ยืนรายรอบ รักษาการณ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราก็ได้เพียงมองดูและเดินช้า ๆ ทยอยกันออกมาอีกด้านของสุสาน

และทราบมาว่า การเก็บรักษาร่างของลุงโฮ ไว้นั้นถือเป็นการรักษาร่างกายให้คงอยู่ เหมือนยังมีชีวิตอยู่ด้วยน้ำยาทางการแพทย์ของรัสเซียซึ่งมีความทันสมัยอย่างยิ่ง   ในทุกฤดูใบไม้ร่วงของปี ทางเจ้าหน้าที่จะทำการปิดสุสาน 2 เดือน  คือเดือน ตุลาคามและพฤศจิกายน เพื่อนำร่างของลุงโฮ ไปทำความสะอาดเปลี่ยนน้ำยา ที่ใช้รักษาร่างกาย ที่ประเทศรัสเซีย

ทหารกองเกียรติยศในชุดสีขาว สง่างามน่าเกรงขาม กว่า50 นาย  ซึ่งหมุนเวียนมาสับเปลี่ยนรักษาการ ทั้งภายในและภายนอกสุสานแห่งนี้

เมื่อเราได้พากันทะยอยกันออกมา ก็จะมีนักท่องเที่ยวชุดใหม่ วนเข้าไปเยี่ยมชม ภายในตลอดเวลา เพื่อดูร่างของลุงโฮ ที่ตั้งไว้ในสุสานนั้น ซึ่งในแต่ละวันก็มีนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศ ชาติต่าง ๆ เข้ามาแวะเวียนเข้าชม ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวเวียตนามมากเลยทีเดียว

ที่ด้านหลังสุสานเมื่อเราเดินออกมาแล้ว มีพิพิธภัณฑ์ โฮจิมินห์อาคารแสดงประวัติและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่สมัยตอนมีชีวิตอยู่ของลุงโฮ ได้จัดไว้แสดงให้ได้ชมด้วย และร้านค้าขายของฝากที่ระลึกต่าง ๆ มากมาย

ของฝากจากเวียดนาม หากใครที่สนใจ มีหลายอย่างให้เลือกหา ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ตลอดจนกำไหหยก ลูกปะคำ สร้อยคอที่ทำมาจากไข่มุกก็มี หินหยกเขียว  พลอยสีต่าง ๆ  กำไลหยกข้อมือ ในราคาที่ต่อรองกันได้  นอกจากนี้ รูปของลุงโฮจิมินห์ วีรบุรุษของชาวเวียดนาม ก็เป็นอีกของฝากหนึ่งที่ผู้คนนักท่องเที่ยว นิยมซื้อหากันไปมาก เป็นของฝากของทีระลึก ได้ดีทีเดียว

เราเดินออกมา เพื่อชมสิ่งของฝาก ของที่ระลึกแล้ว ในพื้นที่บริเวณเดียวกันนี้ ยังเป็นที่ตั้งของวัดเจดีย์เสาเดียว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบ้านพักของลุงโฮ อีกด้วย ซึ่งจบทริปแวะเที่ยวชม สุสานลุงโฮจิมินห์ วีรบุรุษของชาวเวียดนาม ด้วยการแวะเที่ยวชมร้านของฝาก ของกินใน พื้นที่รอบ ๆ ก่อนเที่ยวยังที่หมายต่อไป

บันทึกท่องเที่ยวในความทรงจำ เขียนบันทึกไว้เพื่อความทรงจำของผู้เขียน ในงานท่องเที่ยวเพื่อได้ให้อยู่ในความทรงจำและความรู้ที่ดี ๆ ที่ได้ไปเยือนท่องเที่ยวมา  ให้คงอยู่ตลอดไป  ..

ความคิดเห็น