สัมผัสธรรมชาติ บนเส้นทางสายกาแฟ ณ "บ้านมณีพฤกษ์" จังหวัดน่าน รีวิวโดย จะไปป่ะล่ะ : Ja pai pa la

เมื่อลมหนาวมาเยือนเป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาออกไปเที่ยวภาคเหนือกันอีกครั้ง ถ้าพูดถึง จ.น่าน ใครๆก็ต้องนึกถึง ธรรมชาติที่สวยงาม และบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลาย แค่ได้ยินก็ฟินตามกันเลยใช่ปะล่ะ พูดถึงขนาดนี้ ก็ต้องไปสัมผัสบรรยากาศกันซะหน่อยแล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปกับเรากันเลยจ้า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไป “บ้านม

สัมผัสธรรมชาติ บนเส้นทางสายกาแฟ ณ "บ้านมณีพฤกษ์" จังหวัดน่าน

สัมผัสธรรมชาติ บนเส้นทางสายกาแฟ ณ "บ้านมณีพฤกษ์" จังหวัดน่าน

 วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 18.07 น.

 วันที่เดินทาง 1 มิ.ย. 2563

เมื่อลมหนาวมาเยือนเป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาออกไปเที่ยวภาคเหนือกันอีกครั้ง ถ้าพูดถึง จ.น่าน ใครๆก็ต้องนึกถึง ธรรมชาติที่สวยงาม และบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลาย แค่ได้ยินก็ฟินตามกันเลยใช่ปะล่ะ พูดถึงขนาดนี้ ก็ต้องไปสัมผัสบรรยากาศกันซะหน่อยแล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปกับเรากันเลยจ้า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไป “บ้านมณีพฤกษ์” อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

การเดินทางมาบ้านมณีพฤกษ์ จากสนามบิน จ.น่าน เราเช่ารถเพื่อเดินทางต่อไปยังชุมชน ระยะทางประมาณ 120-130 กม. เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1080 ผ่านอำเภอปัว เชียงกลาง จนถึงแยกบ้านนาหนุน เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงชนบทหมายเลข 1291 ไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงแยกบ้านกอก เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 25 กิโลเมตร ตามเส้นทางสีเขียวมาเรื่อยๆ ไม่รู้สึกว่าไกลเลย เดินทางลัดเลาะ กินลม ชมวิวระหว่างทางไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงก็เย็นเลยจ้า (มัวแต่ถ่ายรูป ดื่มด่ำกับธรรมชาติ) “ก็มันสวยจริงนี่หน่า”

โฮมสเตย์ของชุมชน

เรามาถึงหมู่บ้านก็มีผู้นำชุมชน (รองกล้วย) พาเรามาที่โฮมสเตย์ของชุมชน พอถึงที่พักก็ทำให้เรายิ้มแก้มปริเลยกับการต้อนรับที่น่ารัก และเป็นกันเองของชาวบ้านชนเผ่าม้ง และเผ่าลั้วะ บอกเลยว่าที่พักของเราเป็นการมานอนบ้านของชาวม้งเลยล่ะ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศนะจ๊ะ ผู้คนก็น่ารัก เอาละจ๊ะ.. โม้มาเยอะขอตัวไปเก็บกระเป๋าเข้าที่พัก เตรียมตัวพักผ่อนกันดีกว่า “มันหนาว” กับอากาศ 9 องศา

บรรยากาศภายในห้องพัก

พระอาทิตย์ขึ้น ที่ดอยผาผึ้ง

Good morning จ้าเพื่อนๆ เช้านี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดู พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากันที่ “ดอยผาผึ้ง” เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย กับทิวทัศน์วิวมุมกว้างที่มองเห็นผืนป่าปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา พร้อมทะเลหมอก

 ที่นี่เห็นใครๆ ที่มาก็ต้องไปนั่งห้อยขาที่ริมผากัน เราก็ไม่พลาดที่จะไปนั่งบ้าง 555 สิ่งที่ได้กลับมาเกินคาดจ๊ะ ไม่ใช่ได้แค่รูปสวยๆ เพียงอย่างเดียว เราได้สัมผัสความเงียบสงบ ได้ยินเสียงสายลมที่พัดผ่าน ผ่อนคลาย เห็นทะเลหมอก แถมมองเห็นฝั่งลาวด้วยนะ ชมวิวฟินๆ แบบ 360 องศากันเลย บรรยากาศครั้งนี้ เราให้เต็ม 10 ไปเลย ฟินกันยาวไปจร้า

มุมนี้ทั้งสูงทั้งสวยน้า

บรรยากาศยามเช้าของชุมชน

หลังจากชมวิวที่ ดอยผาผึ้ง เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาสัมผัสบรรยากาศภายในหมู่บ้านสงบ และเรียบง่ายมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะใช้ชีวิตอยู่กันแบบง่ายๆ มีร้านขายของชำอยู่ 1 ร้าน เหมือนเป็นศูนย์รวมผู้คนกันเลยทีเดียว แบบสภากาแฟของผู้สูงอายุอ่ะ มายืนพบปะพูดคุยกัน บรรยากาศอบอุ่นไปอีกแบบ

Kluay Hidden Cafe

ก่อนที่เราจะไปสถานที่เที่ยวอื่นๆ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราจะไปทานอาหารเช้าพร้อมกับจิบกันที่ ร้าน “Kluay Hidden Cafe” เจ้าของร้านคือ 'พี่กล้วย' ผู้นำชุมชนนั้นเอง ซึ่งกาแฟที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งอย่างเลย มาแล้วต้องได้ลิ้มลอง

นอกจากมีธรรมชาติที่สวยงามแล้วยังขึ้นชื่อเรื่องของกาแฟ “เกอิชา” แห่งบ้านมณีพฤกษ์
อาราบิก้าสายพันธุ์เอธิโอเปีย ขึ้นชื่อว่าเป็น นางฟ้าแห่งกาแฟ ของที่นี้เลยจ้า

บรรยากาศภายในร้านยามเช้าสามารถจิบกาแฟพร้อมดูหมอกได้เลย

ชิมกาแฟแล้วเราไปสวนกาแฟกันบ้าง กาแฟของบ้านมณีพฤกษ์เป็นการปลูกขึ้นโดยชาวบ้าน ภายใต้การดำรงรักษาป่า ให้ป่ากับคนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เป็นวิถีชีวิตที่ส่งเสริมรายได้ของทางชุมชน ซึ่งชาวบ้านจะต้องปลูกต้นไม้ก่อน จึงจะสามารถปลูกกาแฟใต้ต้นไม้ได้ แถมยังเป็นแบบออแกนิคด้วย “แค่ได้ยินก็รู้สึกถึงความพิเศษที่ได้รับกันเลยทีเดียว” ที่นี่มีกาแฟสายพันธุ์จาวา สายพันธุ์คาติมอร์ แต่ที่สำคัญคือ “เกอิชา” นางฟ้ากาแฟ ซึ่งกาแฟเกอิชามีราคาสูง เพราะให้ผลผลิตได้ครั้งละไม่เยอะ

เรียกได้ว่าเราได้มาถึงต้นกำเนิดกาแฟเกอิชาเลย การปลูกกาแฟนี้เป็นรายได้หลักของคนในชุมชน ที่นี่ยังเป็นชุมชนที่ ธกส. ให้การสนับสนุนส่งเสริมองค์ความรู้ และเครื่องมือ รวมถึงส่งต่อถึงคนที่รักการเดินทาง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้มาเปลี่ยนประสบการณ์ มาร่วมกันอนุรักษ์วิถีชีวิต และธรรมชาติให้คงอยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

กินกาแฟเสร็จแล้วไปกินอาหารต่อกันเลย กับอาหารท้องถิ่นสุดฟินมีทั้งชุดเล็กชุดใหญ่ ราคาเพียงชุดละ 300 บาท และ 500 บาท กินอิ่มจนจุกบอกเลย

ถ้ำผาผึ้ง

เราไปต่อกันที่ "ถ้ำผาผึ้ง" อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า

ซึ่งภายในถ้ำมีช่องให้แสงส่องเข้ามาสวยงามมาก ที่นี่มีทั้งหินงอกหินย้อย ความอุดมสมบูรณ์ และมีเสียงทางน้ำไหลใต้ดินให้ได้ยิน มีบันไดให้เราสามารถเดินลงไปยังด้านล่างได้เลย

วิถีชีวิตของชาวม้ง

หลังจากเที่ยวชมสวนกาแฟ และถ้ำผาผึ้งแล้ว เราก็ได้มาดูวิถีชีวิตของชาวม้งกัน สำหรับบ้านหลังแรกที่เราไปนั้นบ้านพ่อฉั่งต้ง ซึ่งหากใครมาตรงวันที่มีการตีมีด ก็สามารถเข้าไปชมวิธีการตีมีด แล้วลองหัดตีมีด แต่น่าเสียดายวันนั้นคนตีมีดไม่อยู่ เพราะเขาไปงานระลึกวีระชนพอดี 

ก่อนเดินทางกลับเราก็มาเรียนรู้การปักผ้าลายม้งกับแม่เหยอ เจ้าของโฮมสเตย์ที่เราพักกันนั่นเอง

สิ่งที่เราประทับใจนอกจากความน่ารักของคนในชุมชนแล้ว คือกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ เกิดจากการรวมตัวของคนในชุมชนที่ต้องการรักษาธรรมชาติ และสามารถสร้างรายได้จากวิถีชีวิตเขามาสู่ชุมชน โดยมีแนวคิดท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เราว่ามันเป็นความคิดที่ดีมากๆ เลย

เวลา 2 วัน 1 คืน กับการเดินทางมาที่นี่ยังไม่อยากกลับเลย ที่นี่อบอุ่นเป็นกันเอง และได้เรียนรู้วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรา ธรรมชาติก็ดี ผู้คนก็น่ารัก แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา หลังจากสูดอากาศที่สดชื่น และซึมซับบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับ ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่หวือหวา แต่มีอากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติสวยๆ กับชีวิตที่เรียบง่าย เราอยากให้เพื่อนๆ ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วจะหลงรักบ้านมณีพฤกษ์ ใครสนใจมาเที่ยวและอยากพักแบบเรา โทรจองที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ได้เลย

.

ไม่เพียงที่นี่เรายังมีอีกหลายชุมชนให้ติดตาม ยังมีที่ไหนอีกบ้าง คลิกเลย >>> ชุมชนท่องเที่ยว

.

ติดต่อชุมชน : บ้านมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

คุณวินัย กำเนินมงคล (รองกล้วย) โทรศัพท์ 06-3562-6696 , 06-2248-5018
คุณพินิจ ลิมาลัย โทรศัพท์ 08-6075-3531

ความคิดเห็น