ลิ้มรส 5 ของดีฝีมือชาวไทยมุสลิม ที่ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1 (ซอยเจริญกรุง 103) รีวิวโดย Teambong

ใครว่าอยากสัมผัสอาหารมุสลิมต้องล่องใต้ จึงได้ลิ้มรส ไม่ต้องล่องใต้กันแล้วจ้า ในกรุงเทพก็มี ที่นี่เลย ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1 อยู่ในซอยเจริญกรุง 103 ใกล้ๆกับเอเชียทีคนั่นเอง ตลาดแห่งนี้เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ แรก ของเดือน ตั้งแต่เวลา 8.00-15.00 น. แต่ส่วนใหญ่ร้านค้าจะขายของหมดกันตั้งแต่ช

ลิ้มรส 5 ของดีฝีมือชาวไทยมุสลิม ที่ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1 (ซอยเจริญกรุง 103)

ลิ้มรส 5 ของดีฝีมือชาวไทยมุสลิม ที่ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1 (ซอยเจริญกรุง 103)

 วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 17.20 น.

 วันที่เดินทาง 2 พ.ย. 2562

ใครว่าอยากสัมผัสอาหารมุสลิมต้องล่องใต้ จึงได้ลิ้มรส ไม่ต้องล่องใต้กันแล้วจ้า ในกรุงเทพก็มี ที่นี่เลย ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1 อยู่ในซอยเจริญกรุง 103 ใกล้ๆกับเอเชียทีคนั่นเอง

ตลาดแห่งนี้เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ แรก ของเดือน ตั้งแต่เวลา 8.00-15.00 น. แต่ส่วนใหญ่ร้านค้าจะขายของหมดกันตั้งแต่ช่วงเช้า แนะนำว่าให้มาช่วงเช้ากันนะคะ และทางที่ดี ลองเข้าไปเช็คกำหนดการวันเปิดทำการ ในเฟจเฟซบุ๊คของตลาดก่อนมา กดลิ้งค์ตรงนี้นะคะ จะได้ไม่พลาดกันเนอะ

การเดินทางก็ไม่ยากเลยค่ะ เราเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสะพานตากสิน แล้วออกทางออก2 เดินมาที่ท่าเรือสาทร เพื่อขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงสีส้ม) มาลงที่ท่าเรือวัดราชสิงขร ค่าโดยสารเรือคนละ 15 บาท

หลังจากนั้นก็เดินออกจากวัดมาแล้วเลี้ยวขวาไปทางเดียวกับเอเชียทีคเลยค่ะ เดินเลยเอเชียทีคมา ให้สังเกตป้ายซอยเจริญกรุง 103 จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเอเชียทีคค่ะ

เมื่อเดินเข้าไปในซอย จะเจอบ้านของคนในชุมชนที่ต่างเปิดบ้านขายอาหารฝีมือตนเอง ส่วนอีกข้างของทางเดินจะเป็นคลองแบบนี้

คนในชุมชนแห่งนี้ ในอดีตเป็นชาวมุสลิมที่ย้ายถิ่นฐานมาจากปัตตานี ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 ชาวมุสลิมในชุมชนนี้อัธยาศัยดีมากค่ะ เห็นเรายืนเล็งๆมองๆอาหาร ก็ไม่รอช้า ยื่นให้เราชิมเลย อาหารที่ขายก็มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น เราจึงจะมาแนะนำ 5 ของอร่อยที่ไม่ควรพลาดในราคาสบายกระเป๋า

1. รอยะ (ส้มตำมาเลย์)

    เป็นอาหารขึ้นชื่อที่ไม่ได้กินเหมือนมาไม่ถึง รอยะต่างจากส้มตำไทยตรงที่การหั่นวัตถุดิบ จะหั่นในแนวขวาง ออกมาเป็นแผ่นกลมๆทั้งมะละกอ แครอท มันแกว และแตงกวา สากที่ใช้ตำก็รูปทรงไม่เหมือนที่อื่น ไม่ใช้ครกแต่ใช้จานดินเผาแทน ปรุงรสด้วยกะปิและเกลือ รสชาติไม่เปรี้ยวจี๊ดจัดจ้านเท่าส้มตำไทย ต้องมาลองชิมด้วยตัวเองค่ะ ราคาถ้วยละ 25 บาท

    2. ครองแครงกรอบ

      เป็นอาหารขึ้นชื่ออันดับ 2 ของที่นี่ เนื่องด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกตา ทำมาจากแป้งที่เอามาทอด แล้วเอามาคลุกน้ำตาลและพริกไทย เป็นอาหารทานเล่นที่ดูจากภายนอกแล้ว ทานไปน่าจะเหนียว แต่ไม่เหนียวเลย เคี้ยวง่าย กรอบกำลังดี มีรสชาติหวาน มีความเผ็ดนิดๆ ทานได้เรื่อยๆ ราคาห่อละ 20 บาท

      3. ขนมต้มแดง

        เป็นของหวานที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน ประกอบด้วย ก้อนแป้งสีเหลืองที่ได้จากฟักทอง คลุกกับมะพร้าวและน้ำเชื่อมที่ข้นกว่าปกติ รสชาติหวานอร่อยกำลังพอดี ราคาถุงละ 25 บาท

        4. ขนมต้มขาว

          หรือที่เราเรียกกันว่า "ขนมต้ม" เฉยๆนั่นเอง ขนมต้มของที่นี่ขนาดพอดีคำ ทานง่าย รสชาติหวานกำลังดี ไม่หวานเกินไป อร่อยมาก แม่ค้าทำสดๆ ปั้น ต้ม คลุก กันที่หน้าร้านเลย ราคากล่องละ 25 บาท

          5. ขนมดอกโคน

          เป็นขนมที่มีรูปร่างน่าทาน รสชาติคล้ายขนมรังผึ้ง แต่ตัวแป้งบางและนุ่มกว่า และยังมีมะพร้าวให้ทานคู่กัน รสชาติหวานนุ่มละมุนลิ้น ราคา 25 บาท

          เมื่อเดินมาถึงท้ายตลาด จะเจอกับบ้านของคนในชุมชน ที่เปิดบ้านให้ผู้มาเยือนได้นั่งทานอาหารที่ซื้อมา พร้อมมีบริการน้ำเปล่าเย็นๆให้กดเติมเองได้ไม่อั้น เดินมาเหนื่อยๆ ก็ได้นั่งพักให้หายเหนื่อยสักนิด ก่อนเดินทางกลับ


          ถือว่าที่นี่อาหารราคาย่อมเยาว์และบางอย่างก็หาทานที่ไหนไม่ได้ แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศของชุมชนที่เงียบสงบและผู้คนเป็นมิตร ไม่ต้องรีบเร่งเดินเบียดเสียดกับคนมากมายเหมือนตลาดที่อื่น แถมยังได้นั่งเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเดินทางมา ค่าเดินทางก็ถูก

          ก็หวังว่าทุกคนจะเก็บตลาดแห่งนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการท่องเที่ยวในกรุงเทพกันเนอะ

          ความคิดเห็น