ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ นอนแพไทรโยค ฉบับไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รีวิวโดย กาลครั้งหนึ่ง

หลังจากสถานการณ์โควิดบ้านเราคลี่คลายลงไปบ้าง และจังหวัดที่ถูกปลดล็อคเป็นจังหวัดแรกๆก็คือกาญจนบุรี ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง นั่นก็คือ แพไทรโยค ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์  ข้อควรรู้ก่อนไป จังเกิ้ลราฟท์ - ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า มีเพียงแสงไฟจากตะเกียง - ที่นี่สัญญาณอิน

ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ นอนแพไทรโยค ฉบับไม่มีรถยนต์ส่วนตัว

ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ นอนแพไทรโยค ฉบับไม่มีรถยนต์ส่วนตัว

 วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 19.34 น.

 วันที่เดินทาง 29 มิ.ย. 2563

หลังจากสถานการณ์โควิดบ้านเราคลี่คลายลงไปบ้าง และจังหวัดที่ถูกปลดล็อคเป็นจังหวัดแรกๆก็คือกาญจนบุรี

ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง นั่นก็คือ แพไทรโยค ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ 

ข้อควรรู้ก่อนไป จังเกิ้ลราฟท์

- ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า มีเพียงแสงไฟจากตะเกียง

- ที่นี่สัญญาณอินเตอร์เน็ตอ่อนแรง จะมีสัญญาณแค่บางช่วงให้พอติดต่อกันได้

- ที่นี่เน้นสัมผัสกับธรรมชาติโดยห้องพักจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ หลังคาจาก

สามารถดูรายละเอียดห้องพักได้ตามหน้าเว็บไซด์ของที่พักได้เลยค่ะ

https://www.riverkwaijungleraf...

การเดินทางของเรา เดินทางโดยไม่มีรถยนต์ส่วนตัว โดยขึ้นรถตู้จากหมอชิต อาคาร D ไปลงขนส่งกาญจนบุรี ราคารถตู้ ไปกลับ ขาละ 120  บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3. ชั่วโมงถึงกาญจนบุรี 

ต่อรถจากกาญจนบุรีโดยขึ้นรถสีแดง สาย ทองผาภูมิ - สังขละบุรี ค่ารถ 50-65. บาท

บอกกระเป๋ารถเมล์ว่าลงท่าเรือพุตะเคียน หรือท่าเรือ รีโซเทล พอถึงปากทางติดต่อให้ทางที่พักออกมารับหน้าปากทางค่ะ ที่เบอร์นี้ 081-734-0667

พอรถทางรีสอร์ทมารับ เราจะไปลงเรือที่ท่าเรือค่ะ ที่พักจะมีรายชื่อของเราที่จองห้องไว้ตั้งแต่ที่ท่าเรือ แล้วจัดให้เราลงเรือค่ะ 

โดยเรือจะออกจากท่า ทุกชั่วโมง จนถึง 18.00 น. ทุกวัน
หากหลัง 18.00 น. จะต้องเช่าเรือหางยาวรับส่งส่วนตัว 1,000 บาท / เที่ยว

มีที่จอดรถที่มีการดูแลรักษาความปลอดภัยที่บริเวณท่าเรือพุตะเคียน (ท่าเรือรีโซเทล)

เช็คอิน 13.00 น. – 18.00 น.
เช็คเอาท์ 8.00 น. – 12.00 น.

นั่งเรือจากท่าเรือเข้าไปยังที่พักจะใช้เวลาประมาณ 20  นาทีค่ะ แต่วิวข้างทางสวยมาก เพลินมาก

ระหว่างที่รอเรือเทียบท่าจะมีพนักงานมารอต้อนรับ รับเข้าขึ้นฝั่ง โดยแต่งกายเป็นชาวมอญค่ะ น่ารักมาก

ขึ้นฝั่งไปเช็คอินค่ะ จะมี welcome drink เป็นน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ และบอกข้อตกลงระหว่างเข้าพักค่ะ

เวลาอาหารเช้า กลางวัน และเย็นค่ะ พนักงานจะถามเราว่า จะทานมื้อเย็นตอนไหน จะมีรอบ 18.00 และ 19.00ค่ะ เลือกได้เลย แต่ไปให้ตรงเวลานะคะ 

ไฮไล์ของที่พักคือตะเกียงค่ะ

เช็คอินเสร็จเอากระเป๋าไปเก็บห้องพักกันค่ะ ภายในห้องพัก

ระหว่างทางเดินค่ะ 

ด้านหลังห้องพัก จะมีเปลญวณผูกไว้ด้วยค่ะ มีเปลทั้งด้านหน้าและหลังห้อง

เนื่องด้วยไม่มีไฟฟ้า ที่พักจะมีพัดไว้ให้ค่ะ แล้วก็ตะเกียงไว้ด้านในห้อง แต่เราว่าไม่ร้อนนะ อาจเป็นเพราะฝนตกปรอยๆ 

ไปชมวิวด้านหน้าห้องพักบ้างค่ะ

ถ่ายรูปเสร็จได้เวลา กระโดดน้ำค่ะ น้ำไหลแรงค่ะ กระโดดจากต้นแพแล้วให้ตัวลอยไปยันท้ายแพเลยค่ะ ทางที่พักจะมีธงแดงบอกไว้ เห็นธงแดงแล้วรีบเข้าฝั่งนะคะ เดี๋ยวจะลอยออกไปอ่าวไทยได้ ฮ่าๆ

พอเริ่มมืดพี่ๆพนักงานจะมาจุดตะเกียงไว้ให้หน้าห้องพักค่ะ

เล่นน้ำจนหนำใจ ก็อาบน้ำออกไปกินข้าวเย็นตอน 19.00 ค่ะ ที่นี่อาหารจะเป็นแบบบุฟเฟ่ย์เติมได้ไม่อั้น จะมีพนักงานยกมาเสริฟที่โต๊ะค่ะ เป็นกับข้าวธรรมดาที่เราเติมข้าวไปสามรอบ อร่อยมากจริงๆค่ะ

ทานข้าวใต้แสงตะเกียงค่ะ

ข้าวเย็นสำหรับวันนี้ ปลาทอดสามรส ผัดไก่กับขิง ผัดผักรวม ผัดพริกแกงถั่วกับหมู และแกงมัสมั่นค่ะ 

ที่นี่มีบาร์ด้วยนะคะ ซื้อน้ำแข็งและเครื่องดื่มได้เลย น้ำแข็งถังเล็ก 20บาท  ถังใหญ่ 50 บาท หรือเตรียมเครื่องดื่มไปเองก็ได้ค่ะ แล้วไปซื้อน้ำแข็งเอา

ตอนประมาณ สองทุ่มจะมีการแสดงระบำมอญนะคะ แต่เราไม่ได้ดูค่ะ ไปจิบเครื่องดื่มริมน้ำ ฮ่าๆ

เช้าวันที่สอง ตื่นแต่เช้า ไปทานอาหารเช้าช่วงเจ็ดโมงค่ะ 

อาหารเช้าก็เป็นแบบบุฟเฟ่ย์ค่ะ เติมได้ไม่อั้นเหมือนกัน 

ทานข้าวเช้าเสร็จวันนี้มีโปรแกรมขึ้นไปชมหมู่บ้านมอญข้างหลังแพกันค่ะ

จะมีช้างมากินอาหารหลังแพช่วงเจ็ดโมงเช้าค่ะ ไปให้อาหารได้เลย

ทางขึ้นไปหมู่บ้านมอญจะใช้เวลาเดินประมาณ  10 นาทีค่ะ 

ระหว่างทางขึ้นจะมีหลังคาแฝกแบบนี้ตลอดทางเลยค่ะ ดีมากๆ

ผู้คนบนหมู่บ้านน่ารักมากๆค่ะ เจอนักท่องเที่ยวก็ทักทาย

ข้างบนหมู่บ้านมอญมีโรงเรียนค่ะ จะมีครูอาสามาสอนน้องๆ ในหมู่บ้าน

น้องๆบนโรงเรียนน่ารักมากค่ะ สวัสดีไปกลับ แล้วก็ยืนให้ถ่ายรูป

น้องผู้หญิงยังคงแต่งกายแบบฉบับมอญ ผ้าถุงแดง เสื้อขาว

คุณครูอาสาที่สอนน้องๆบนนี้ค่ะ ครูจะสอนภาษาไทย ภาษามอญ และภาษาอังกฤษ วันปกติน้องๆจะไปเรียนในเมือง ส่วนที่โรงเรียนมอญจะเรียนช่วงเสาร์อาทิตย์

คุยกับคุณครูและน้องๆเสร็จอย่าลืมไปถ่ายรูปกับช้าง วันดี นะคะ พี่วันดีอยู่บนหมู่บ้าน อายุ 52 ปี

แล้วไปต่อจุดชมวิวกันค่ะ ระหว่างทางจะเจอถ้ำข้างบนก่อนค่ะ

ตรงนี้จะมองเห็นแพเราค่ะ สวยมาก หลังจากลงจากจุดชมวิวก็ได้เวลาลงไปเช็คเอ้าค่ะ

บ๊ายบายน้าาาาา ขากลับก็ให้รถของทางที่พักไปลงตรงปากทางได้เลยค่ะ จะมีศาลารอรถ รถจะลงมาจากสังขละบุรี เที่ยวละ 30 นาที ค่ะ รอไม่นานมาก ไปลงขนส่งกาญจนบุรีแล้วต่อรถกลับกรุงเทพได้เลยค่ะ

ฝากติดตามรีวิวอื่นๆ จากเพจ 

https://web.facebook.com/Oneup...

  #ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟย์ 

#แพเมืองกาญ 

#ไทรโยค 

#กาญจนบุรี

ค่าใช้จ่าย

ค่าที่พัก 3160.27 / 3 = 1054 บาท

ค่ารถไปกลับ กรุงเทพ กาญจนบุรี 240 บาท

ค่ารถกาญจนบุรีไปลงปากทางค่าเรือ 115 บาท

ค่าอาหารเครื่องดื่ม 300 บาท

รวม 1709 บาท


ความคิดเห็น