เดินป่าเขาพุไม้แดง กาญจนบุรี รีวิวโดย Mint Septidkhao

     ถ้าพูดถึงจังหวัดกาญจนบุรีใครหลาย คนคงนึกถึง น้ำตกสวยๆ ล่องแพชิคๆ เส้นทางรถไฟสายมรณะ เมืองประวัติศาสตร์ แต่ครั้งนี้ เราอยากให้คุณมองกาญจนบุรีในอีกรูปแบบหนึ่งธรรมชาติสุด Unseen ที่ต้องบุกป่า ฝ่าดง โรยตัว สัมผัสความยิ่งใหญ่ของหุบเขา ที่ทำให้คุณต้องร้องว่าอะเมซิ่งจิงเกอเบลลลลลลลล D

เดินป่าเขาพุไม้แดง กาญจนบุรี

เดินป่าเขาพุไม้แดง กาญจนบุรี

 วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 12.58 น.

 วันที่เดินทาง 10 ก.ค. 2563

     ถ้าพูดถึงจังหวัดกาญจนบุรีใครหลาย คนคงนึกถึง น้ำตกสวยๆ ล่องแพชิคๆ เส้นทางรถไฟสายมรณะ เมืองประวัติศาสตร์ แต่ครั้งนี้ เราอยากให้คุณมองกาญจนบุรีในอีกรูปแบบหนึ่งธรรมชาติสุด Unseen ที่ต้องบุกป่า ฝ่าดง โรยตัว สัมผัสความยิ่งใหญ่ของหุบเขา ที่ทำให้คุณต้องร้องว่าอะเมซิ่งจิงเกอเบลลลลลลลล

DAY 1

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ครั้งนี้เราได้รับการสนับสนุนการเช่าจากบริษัท ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล เรนท์ อะ คาร์ จำกัด ภายใต้แบรนด์ เอวิส เรนท์ อะ คาร์ (AVIS) ซึ่งมีสาขาบริการ รวมกว่า 29 สาขา สามารถสำรองรถเช่าล่วงหน้าได้ที่ www.avisthailand.com

จากกรุงเทพฯ ถึงกาญจนบุรี ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งก็ถึง จุดเริ่มเดินที่วัดพุไม้แดง ครั้งนี้เราตั้งใจไปสำรวจหุบเขาที่ยังไม่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เราสามารถติดต่อคนนำทางหรือพรานได้ที่ทางเทศบาลตำบลลุ่มสุ่ม

เริ่มเดินจากหลังวัดพุไม้แดง ป่านี้ไม่มีลูกหาบ ด้านบนไม่มีแหล่งน้ำ แต่ก็ยังมีหญ้าเขียวๆพอให้เพลินใจ

ระยะทางเดินเท้าประมาณ 8-9 กิโลเมตร ไปกลับราวๆ 16 กิโลเมตร ทางเดินส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่ บางจุดต้องปีนป่ายข้ามหินตะปุ่มตะป่ำเกือบทั่วบริเวณและค่อนข้างคม ควรเตรียมพร้อมให้ดี แนะนำว่าควรพกถุงมือ ต้องยอมรับเลยว่าเป็นป่าที่เหนื่อยเอาเรื่อง นอกจากสัมภาระส่วนตัวแล้ว ยังมีเชือก อุปกรณ์โรยตัว อีกที่เพิ่มเข้ามา เมื่อเดินมาถึงจุดกางเต้นท์ ก็ตั้งแคมป์ไว้ก่อน แล้วค่อยเดินไปสำรวจหลุมยุบ

ตลอดทางเดิน ก่อนถึงปากหลุมยุบ มีต้นไผ่เล็กๆขึ้นเต็มสองทางเดินเหมือนปูไปด้วยพรมสีเขียวขจีสวยมาก ปากปล่องหลุมยุบมีลักษณะเป็นเขาหินปูน ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยไม้พุ่มแคระ หรือไม้ยืนต้นบางชนิดเท่านั้น เช่น จันทร์ผา ปรงเขา สลัดได ไทร หญ้า เฟิร์น ฯลฯ

เมื่อถึงปากหลุม ถึงกับต้องร้องว้าว ให้กับความอลังการของปากหลุมยุบขนาดใหญ่ มันหย่ายยยยมากค่ะ เราทำการบินโดรนสำรวจรอบๆ ปากหลุมทันที แต่ก็ต้องตะลึงอีกครั้ง เมื่อพบว่ามีอีกหลุมอยู่ติดกันซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า พวกเราไม่รอช้ารีบพุ่งไปอีกหลุมทันที

เมื่อมองลงไปด้านล่างเท่าที่เห็นมี ต้นปรง ต้นไทร ต้นกล้วยต้นตาลขนาดสูง และพืชพันธุ์หน้าตาแปลกๆ ดูลึกลับน่าค้นหา หนาแน่นเต็มหลุม ป่าด้านล่างมีความสมบูรณ์อยู่มาก เนื่องจากที่นี่ยังไม่เคยมีใครลงไปสำรวจมาก่อนทำให้เราไม่รู้ว่าข้างล่างมีอะไรบ้าง แต่ดูลึกลับมาก เหมือนหลุดมาอีกโลกหนึ่งจนไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือ กาญจนบุรี

ตอนแรกเราทำการลองทดสอบการโยนหินก้อนใหญ่ลงไปด้านล่างจับเวลาได้ 8 วินาที หินร่วงถึงพื้น ซึ่งตอนนั้นคิดแล้วว่าหลุมนี้ลึกมากกว่า 100 เมตรแน่นอน พวกเราไม่รอช้า ทำการเคลียพื้นที่ เซ็ทเชือก 200 เมตร ลงสำรวจหลุมทันที แต่ด้วยความที่ยังไม่มีใครเคยลงไปสำรวจหลุมนี้มาก่อน ฉะนั้นเราจะต้องรอบคอบและให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

เมื่อลงมาได้ 20 เมตรแรก​เป็นการโรยตัวผ่านกอไผ่หนามและผาหินลาดเอียง 80 องศา ตลอดระยะทางลง80 เมตรต้องตัดผ่านดงหนาม​ไม้เลื้อยที่ขึ้นพันกันหนาแน่นใช้เวลาตัดช่องเพื่อโรยตัวผ่านให้ได้ ใช้เวลานานนับชั่วโมง​ต้นไม้หนามเหล่านี้ผ่านกาลเวลาเติบโตหลายร้อยปี​ มีตั้งแต่​ขนาดนิ้วก้อยรูปร่างลำต้นเป็นแบบไม้หนามทั่วไป​ จนถึงขนาดลำแขนผู้ใหญ่​ ยากต่อการตัดช่องผ่านได้​ มีบางช่วง​ระยะ 40 เมตร เป็นหน้าผาหินตัดตรง​ ผาหินนั้นเป็นรูป​ ผลมะเฟือง​ แหลมคมมาก​ ต้องระมัดระวัง​ในการหลบไม่ให้เชือก​ถูกความคมราวกับใบมีดโกนของหิน​มะเฟือง​ เมื่อผ่านมาได้แล้ว

40 เมตรสุดท้าย​ก่อนถึงพื้น​มีต้นไทรใหญ่​ พอยืนพักให้หายเหนื่อยได้​ เมื่อเลยต้นไทรใหญ่ลงมา​เป็นผาตัด​คล้ายโถงถ้ำตื้นๆ ​เรา​โรยตัวลง​เหมือนลอยอยู่ในอากาศ​ เพราะมีเชือกอย่างเดียวที่ยึดตัวเราไว้​บรรยากาศ​รอบข้าง​ค่อยๆ มืดลง​ตามความลึกของหลุมยุบ​ อากาศ​เย็นสบาย​เป็นเพราะได้ร่มไม้โบราณ​สูงใหญ่​ ลำต้นมีแต่เฟิร์น​และกล้วยไม้เกาะกันแน่นจนไม่เห็นเปลือกไม้​ คล้ายต้นไม้ห่มผ้าสีเขียว​ ก่อนเราจะถึงพื้นระยะ 20 เมตร สุดท้าย​ มีใบปาล์มขนาดใหญ่บดบังทางลง​ เราต้องแหวกใบปาล์ม ก่อนจะสัมผัสพื้นดินหลุมยุบ​ พื้นที่หลงสำรวจ ซึ่งคาดว่ายังไม่เคยมีสิ่งมีชีวิต​ ได้ลงมา​ ณ ที่แห่งนี้ ทำการเดินสำรวจรอบๆด้านล่าง ไม่มีรอยเท้าสัตว์ใดๆ เลย บรรยากาศโดยรอบเหมือนหลุดเข้าไปในหนัง จูราสสิคพาร์ค บรรยากาศ​รอบข้างเงียบงัน​ชวนขนลุก

แต่หลุมยุบเขาพุไม้แดงหลุมที่ 2 นี้ วัดจากความยาวเชือกที่เหลือพบว่าจากจุดโรยตัวลงปากหลุมจนถึงก้นบ่อมีความยาวประมาณ 160 เมตร ความสูงของภูเขาวัดได้ 442.7 เมตร

แค่วันแรกตอนนี้ก็แทบจะหมดแรงแล้ว


DAY 2

เช้าวันถัดมาเตรียมตัวเก็บของแล้วเดินทางต่อ

มื้อเช้าแบบง่ายๆของเรา

(จุดชมวิวเนินสวรรค์)




และแล้วก็ได้เวลาโบกมือลาความสนุก กับการได้มาเยือนกาญจนบุรีในครั้งนี้ ถือว่าไม่ผิดหวังเลย สถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดื่มด่ำทุกอณูของธรรมชาติ สูดลมหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง มันทำให้เราได้กล้าออกไปผจญภัยและทุกเรื่องเราสามารถทำให้มันเป็นไปได้ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง เมืองไทยยังมีอีกหลายมุมให้เราได้ออกไปค้นหา เมืองไทยสวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์

ความคิดเห็น