7 คต โป่งเส้าก้อน รีวิวโดย เสือซ่อนยิ้ม

ฤดูฝน ไม่ได้กลัวฝน...เเต่กลัวเปียก16 - 17 กรกฎาคม 2563แบกเป้ขับรถยนต์ ไป 2 คน กับเงิน 2,000 ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด -โป่งก้อนเส้า สระบุรี ยิ่งใกล้ยิ่งไกลห่าง 140 กว่ากิโลกับ 2 hr กว่าๆ จากเมืองหลวงของประเทศเรา สถานที่พักผ่อนจะบ้านก็ได้จะเต็นท์ก็ดี แคมปิ้งริมอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ท่ามกลางธรรมชาติ ค

7 คต โป่งเส้าก้อน

7 คต โป่งเส้าก้อน

 วันพฤหัสที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 09.23 น.

 วันที่เดินทาง 17 ก.ค. 2563


ฤดูฝน ไม่ได้กลัวฝน...เเต่กลัวเปียก

16 - 17 กรกฎาคม 2563
แบกเป้ขับรถยนต์ ไป 2 คน กับเงิน 2,000

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด -โป่งก้อนเส้า สระบุรี

ยิ่งใกล้ยิ่งไกลห่าง

140 กว่ากิโลกับ 2 hr กว่าๆ จากเมืองหลวงของประเทศเรา สถานที่พักผ่อนจะบ้านก็ได้จะเต็นท์ก็ดี แคมปิ้งริมอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ท่ามกลางธรรมชาติ ความเขียวชอุ่มของทิวเขายอดไม้ ท้องฟ้า สายน้ำ สายลม
พาดผ่านดวงตา บำบัดลึกเข้าไปยังดวงใจที่แสนเหนื่อยล้า ที่หลายคนอาจมองข้ามไป รวมถึง “เรา”

ออกเดินทาง

หลังจากศึกษาและวางแผนกำหนดการคร่าวๆจาก ”คณิตกรณ์” จนแล้วเสร็จ google map เจ้าเดิม
รับหน้าที่เป็นไกด์นำเราออกเดินทางไปยังจุดหมาย ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด -โป่งก้อนเส้า สระบุรี 9.00 นาฬิกา ไม่เช้าไม่สาย (สำหรับเรา) อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าสีฟ้ามีเมฆขาวดังปุยนุ่นเป็นก้อนๆ แดดออกฉาดฉาย นับเป็นวันที่อากาศดีวันหนึ่ง

อุโมงค์ต้นไผ่

“วัดจุฬาภรณ์วนาราม” อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก (เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ฯ ทรงพระชนมายุ 50 พรรษา ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2550 และได้พระราชทานนามวัด”วัดจุฬาภรณ์วนาราม” เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 ) วัดที่อยู่ในเส้นทางที่เราต้องผ่านถูกกำหนดเอาไว้ในแพลน ทางเข้าทั้งสองริมทาง
ปลูกต้นไผ่สูงชะลูดโค้งเข้าหากันเป็นซุ้มอุโมงค์ ยาวประมาณ 800 เมตร สีเขียวสดใส ร่มรื่นทำให้ชื่นใจ
เมื่อเราย่างเท้าเดินผ่าน เพื่อมุ่งไปกราบนมัสการพระพุทธรูป และพระบรมสารีริกธาตุ เป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัย

หนีเมืองหลวงเจอทางหลวง

ปกติการเดินทางโดยรถส่วนตัวเราจะวิ่งตาม GPS ที่ตั้งนำทาง จะพาเราไปยังเส้นทางที่ใกล้ที่สุด และที่สำคัญมักจะพาเรา “เข้าป่า” (คุณโดนเหมือนกันหรือป่าว) และเช่นเคยทางหลวงชนบทเป็นเส้นทางที่ถูกพาเข้าไปในป่าเขาลำเนาไพร ทางลูกรังสลับคอนกรีตที่เป็นหลุมบ่อมิอาจหนีพ้นเช่นเคย บ่งบอกถึงการใช้งาน
มาอย่างหนัก และงบประมาณมิอาจมาแก้ไขได้ถึง ทำเอาเราช้าพอสมควรเพราะไม่สามารถทำความเร็วได้ หากแนะนำคุณควรเลือกติ๊กฟังก์ชัน “เลี่ยงทางหลวง” ใน google map ตอนตั้ง location ก่อนออกเดินทาง

จุดหมาย 

จากป้อมตรวจทางเข้าด้านหน้า แจ้งลำดับและชื่อการจองกับเจ้าหน้าที่ ก่อนขับต่อไปยังที่ทำการไม่ไกลนัก (ลืมบอกไปหากจะมาที่นี้ ควร/ต้อง โทรจองก่อน เพื่อขอลำดับการเข้าพัก โดยบอกเพียงจำนวนคนที่จะมา ชื่อและเบอร์โทร สามารถโทรตามเบอร์ทีนี้ได้เลย 0800192762 ) และที่สำคัญที่นี่ ไม่มีกำหนดค่าธรรมเนียมเข้า แล้วแต่ศรัทธาเป็นค่าบำรุงสถานที่

ไม่อยู่บนความคาดหวัง จะมากกว่าความคาดหวัง

ที่พำนักผ้าใบถูกกางออกจนแล้วเสร็จ แดดยังคงจร้า ท้องฟ้าสีน้ำเงินแยกสี ปุยเมฆขาวเด่นลอยละล่อง เบื้องล่างหญ้าเขียว เบื้องหน้าผืนน้ำ เเนวกลางป่าไม้ เบื้องบนแผ่นฟ้า เเหงนหน้าผ้าเต๊นท์ เก้าอี้ผ้าใบ
ในท่าสบายทำให้นิทราพาไปหนึ่งตื่น ลมพัดเบาบางทำให้อากาศอบอ้าวบ้างแต่ไม่ถึงกับมากนัก ผู้คนหลีกหนีความวุ่นวายมาสงบจิตสงบใจ ณ ที่เขียวๆ แห่งนี้ เสียง จิ้งหลีดที่เริ่มดังระงมกลมกลึงแข่งกันขับขาน เสมือนร่ำร้องต้อนรับราตรีก็กำลังเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว

ถ่ายคชที่เจ็ดคต

ไฟที่จุดจากแก๊สกระป๋องทำให้กลิ่นน้ำซุบชาบูเดือดหอมยั่วน้ำลายซึ่งเป็นพระเอกของมื้อเย็นนี้ เต็นท์แต่ละหลังเริ่มจุดไฟประกอบอาหารของกลุ่มตัวเอง อันที่จริงนี่เป็นกิจกรรมหนึ่งคือการเปลี่ยนสถานที่กินข้าวนอกบ้านให้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติก็ว่าได้ เสียงเพลงเบาเเว่วฟังไม่ได้ทำนองถูกพัดผ่านพามา เเละเงียบหายไปตามสายลม 22.00 นาฬิกา ไฟทางเดินของส่วนกลางดับลง “โชคดีในแผนที่ถูกวางไว้” วันนี้คืนแรมฟ้ามืด และฟ้าเปิด ในความมืดสนิททำให้เห็นดาวกระจายอยู่เต็มท้องนภาสีดำ ห้องน้ำ-อาบน้ำ อยู่ไม่ไกลจากจุดกางเต็นท์นัก และ app star chat ทำให้เราสามารถเก็บภาพช้างได้โดยบังเอิญ

เช้าวันสุดท้าย

หากมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญกับร่างกาย บรรยากาศร่วมกับมื้อเช้าก็ดีต่อใจไม่น้อยเช่นกัน ความชื้นเปียกที่ไม่มากจนเกินไปเกิดจากฝนพรำในค่ำคืน สร้างบรรยากาศในยามเช้าให้ดูสดชื่น รับกับแสงพระอาทิตย์สีทองอมชมพู ที่ส่องทะลุก้อนเมฆเป็นลำแสง นำความอบอุ่นมามอบแก่มวลมนุษย์ อาหารเช้าถูกทำอย่างง่ายๆ เช่น
ไข่กระทะ ตบท้ายด้วยกาแฟร้อนสักถ้วยเพื่อเพิ่มความชิคๆคูลๆ ตัดกับพื้นหญ้าเขียวสดเบื้องหน้าจริงๆ อาหารมื้อหนึ่งเพียงกินแค่อิ่มท้อง แต่มื้อนี้มันมากกว่านั้น

เส้นทางธรรมชาติ

หากมีเวลาและชอบการเดินเท้าที่มากกว่า 1 กิโลเมตร ที่นี่มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตก ให้เลือกเป็นแพ็คเกจ อาทิเช่น น้ำตกเจ็ดคตเหนือ 1.2 กม. เจ็ดคดใต้ 1.6 กม. เจ็ดคตใหญ่ 2.6 กม. น้ำตกหินดาด 1.3 กม. หรือจะเป็นน้ำตกคลองผักหนาม 2.4 กม. ให้เลือกเอาที่ชอบๆกันเลย แต่สำหรับเรานั้น เวลาหมดหมดเวลา เลยได้แต่ถ่ายรูปแถวๆทางเข้า อ๋อลืมบอกไป มีป้ายบอกให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้หน่อยก่อนเดินไปศึกษาเส้นทางธรรมชาติ

บทอำลา

เอาจริงๆ เราว่าการที่เรายอมเสียเวลาเดินทาง ร้อยกว่ากิโล ขับรถเป็นชั่วโมงๆ เพื่อออกไปยังสถานที่ๆ หนึ่งเพียงพบเจออะไรใหม่ๆ หรือเพียงเพื่อที่จะนั่งเฉยๆ สูดอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด ปล่อยวาง ผ่อนคลายจนสบายใจ เพียงแค่เวลา 10 นาทีในห้วงอารมณ์นั้น ก็คุ้มค่าพอแล้ว เพราะที่แต่ละที่ มันมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน และที่แห่งนี้ 7 คด ก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่คุณ... “ต้องมาลองด้วยตัวเอง”

สวัสดี --เสือซ่อนยิ้ม--

ความคิดเห็น