ป้า...ป้า..ยังไหว หัวใจยัง young @ปราจีนบุรี รีวิวโดย Elahpalui

ป้า..ป้ายังไหว..หัวใจยัง young @ปราจีนบุรี 3 วัน 2 คืน ชื่นมื่นจริงๆทริปนี้อีหล้าจะพาเพื่อนๆมา back to basic มาดีท็อกซ์ชีวิต ให้กระชุ่มกระชวยที่...จ.ปราจีนบุรี หลังจากอยู่บ้านกักตัวเพราะมีโควิดมานาน พอคลายล็อค การเดินทางก็เริ่มขึ้น อีหล้าและป้าผองเพื่อนได้มีโอกาสมาเยือน “ปราจีนบุร

ป้า...ป้า..ยังไหว หัวใจยัง young @ปราจีนบุรี

ป้า...ป้า..ยังไหว หัวใจยัง young @ปราจีนบุรี


ป้า..ป้ายังไหว..หัวใจยัง young @ปราจีนบุรี

3 วัน 2 คืน ชื่นมื่นจริงๆ


ทริปนี้อีหล้าจะพาเพื่อนๆมา back to basic มาดีท็อกซ์ชีวิต ให้กระชุ่มกระชวยที่...จ.ปราจีนบุรี

หลังจากอยู่บ้านกักตัวเพราะมีโควิดมานาน พอคลายล็อค การเดินทางก็เริ่มขึ้น อีหล้าและป้าผองเพื่อนได้มีโอกาสมาเยือน “ปราจีนบุรี “ พากันมาลุยพื้นที่ป่า “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” 1ใน5 มรดกโลกของไทย

วางแผนกันสักหน่อยเอาแบบไฮไลท์ถูกใจทุกคน

  1. บ้านดงกระทงยาม เรียนรู้วิถีชาติพันธุ์ชาวไทยพวน
  2. ไหว้พระขอพร วัดรัตนเนตตาราม สุดยอดไอเดียสร้างสรรค์เรื่องเปลือกหอย
  3. ล่องแก่งหินเพิง มาโต้สายน้ำให้ชุ่มกายฉ่ำใจ
  4. The Verona at tublan ที่พักรวมแหล่งบันเทิง บนเส้นทางมรดกโลก
  5. ช้อปกระหน่ำ ยิงกระจาย อนุรักษ์ผืนป่าที่บ้านทับลาน
  6. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไม่ได้มีดีแค่ยา เดย์สปาก็เลิศหรู

วันแรก

อีหล้าและป้าผองเพื่อนที่ “หัวใจyoung – ยังอยากเที่ยว” เริ่มเช้าวันสดใส ขับรถจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงไปที่บ้านดงกระทงยาม ตามที่นัดแนะกันไว้ พอมาถึงเห็นชาวบ้านแต่งชุดไทยพวนมาต้อนรับ พร้อมโชว์การร่ายรำพื้นบ้านแบบชาวไทยพวน

ทั้งป้าและอีหล้า ยังชอบเซิ้ง เจอจังหวะโดน..โดน เห็นที่ต้องโชว์ลีลาโยกย้ายส่ายสะโพกกันซะหน่อย เพลงไม่หยุดป้าไม่จบแน่นอน รำไปยิ้มไปมันสุขใจจริงๆ

มาถึงบ้านดงกระทงยามก็ ยังอยากรู้เรื่องเล่า ชาติพันธุ์ไทยพวน ที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนได้ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตตั้งแต่การเดินทางจากเมืองเวียงจันทร์จนมาถึงปราจีนบุรี มีโบราณวัตถุ อาทิ พระพุทธรูป ของใช้ของคนสมัยโน้น คัมภีร์ใบลานที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาและตำรายาโบราณอีกด้วย แบบนี้เรียกว่าไม่ได้มามือเปล่าเอาความรู้มาเผยแพร่ด้วยนะ


บ่ายนี้พวกป้า ยังสบาย สบาย ก็เลยมานวดสไตล์ไทยพวน ได้ลองนวดเท้าโดยการเดินบนกะลา ช่วยในเรื่องกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และได้คลายเครียด เห็นตัวกลมแบบนี้พวกป้าก็ทรงตัวได้อยู่...นวดแล้วตัวเบา สบาย พร้อมไปต่อ...


ช่วงนี้หน้าฝน ทุ่งนาเขียวขจีโดยเฉพาะต้นข้าวกำลังแตกใบอ่อน ทำให้คิดถึงตอนเป็นเด็กน้อย ยังเยาว์วัย ที่เคยวิ่งบนท้องทุ่ง เคยลุยบนท้องนา ป้าๆไม่รอช้า คว้าจักรยานคนละคัน ขี่ทักทายชาวบ้าน ถ่ายเซลฟี่กันเพลินไปเลย


อารมณ์มาเต็มขนาดนี้ ขอนั่งซาเล้งเลาะลัดเลาะรอบหมูบ้าน สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เก็บความรู้สึกดีๆไว้ เวลานี้ป้าๆแฮปปี้ลึกสุดใจ

เพลินกับความชุ่มฉ่ำของธรรมชาติรอบหมู่บ้าน เผลอแป๊ปเดียวท้องก็เริ่มร้อง ต้องฟีดอาหารเข้าร่างสักหน่อย เห็นอาหารพื้นบ้านไทยพวนแล้วน้ำลายสอ ทำให้พวกป้า ยังอยากลิ้มลอง รสชาติ ปลาร้าปลาดุก ลาบปลา ขนมจีน น้ำยา อิ่มจุกจนขึ้นมาถึงคอ จบกันพลังงานที่เบิร์นไป

นอกจากของคาวแล้ว ยังมีขนมหวานที่เป็นซิกเนเจอร์ของชาวไทยพวน “ขนมบักโต่นหรือบะโต่น”เป็นการนำแฟงที่คนไทยพวนเรียกว่า “โต่น”มาผสมกับแป้ง กวนจนเหนียวได้ที่ โรยหอมเจียวและถั่วคั่วตำหยาบลงไป วัยยังหวาน แบบพวกป้ามีหรือจะพลาดชิม รสชาติของบักโต่น หอม หวาน มัน กินกับกาแฟขมๆเข้ากันดี อีหลีเด้อค่ะ

ถึงจะอิ่ม แต่ป้าๆก็ ยังอยากเรียนรู้ เลยแวะไปชมวิธีการทำตะกร้อตะแกรง พร้อมทั้งหัดลองทำดูสักหน่อย แล้วก็ค้นพบความจริงที่ว่าเราไม่ต้องทำได้เองทุกอย่างเสมอไป ปล่อยให้มืออาชีพเขาทำเถอะ พวกเราแค่ซื้อไปเป็นของฝาก แค่นี้ชาวบ้านก็ยิ้มแล้ว

ค่ำคืนนี้พวกป้าพักร่างกันที่โฮมสเตย์บ้านดงกระทงยาม เอาให้สุดเรื่องเที่ยวชุมชนทั้งกิน ทั้งนอน ชีวิตแบบป้าๆก็ง่าย สบายๆแบบนี้แหละค่ะ

วันที่ 2

ตื่นกันตั้งแต่ไก่โห่ เราก็ปั่นจักรยานไปตักบาตร ก็เพราะ ยังชอบทำบุญ-ยังอยากแบ่งปัน ได้เอาบุญมาฝากเพื่อนๆ ขากลับก็แวะถ่ายรูปเช็คอินกับรถอีแต๋น และทุ่งนาสีเขียว นี่ถ้ามีโอกาสจะลองมาทำนาดูสักครั้ง ท่าทางจะสนุกดี


ไปต่อไม่รอแล้วนะ อิ่มบุญ อิ่มใจเสร็จสรรพ พวกป้าก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังวัดล้านหอย หรือ วัดรัตนเนตตาราม วัยนี้แล้วเข้าวัดสักหน่อย ยังอยากขึ้นสวรรค์อยู่ค่ะ วัดนี้ไม่เหมือนใคร ใช้เปลือกหอย... ตั้งแต่หอยเล็กยันหอยใหญ่ เอามาตกแต่งประดับประดางานสถาปัตยกรรม เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่บรรเจิดเลิศสุดๆ แปลกแต่ดี ด้านหลังวัดเป็นร้านกาแฟติดทุ่งนาเขียวๆ มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆอีกด้วย


ไหว้พระขอพรเสร็จ ร่างกายต้องการแอ็คทิวิตี้ เราก็ตรงไปศักดิ์สุภารีสอร์ท ติดต่อเพื่อไปล่องแก่งหินเพิงที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เหล่าป้าต้องเดินลัดเลาะขึ้นไปต้นน้ำอีก 2.5 กิโลเมตร ระหว่างทางก็ชี้นกชมไม้ไปเรื่อย เดี๋ยวเดียวก็ถึง ไม่เหนื่อยเหมือนที่คิด เรือยางพร้อม ฝีพายพร้อม ส่วนป้าๆ โคตรพร้อม...ไปกันเลยค่ะ

พวกป้า ยังไหววววววว..ใจยังสู้….เรือล่องไปตามลำธารมีทั้งช่วงโหด มัน ฮา บอกเลยว่า ฝีพายเขาคัดมาได้สุดยอดจริงๆ แต่ละแก่ง แต่ละแอ่ง เล่นเอาพวกป้ากรี๊ดซ้ำกรี๊ดซ้อน น้ำตาเล็ดด้วยความสนุกสุดเหวี่ยง ไม่เสียแรงที่เลือกมาท้าทายสายน้ำ ชอบมาก ขอยกนิ้วให้ กดไลค์รัวๆ


คืนนี้ป้าๆ ยังติดหรู ชอบอยู่สบาย เลยพากันมาเช็คอินนอนที่ The Verona at Tublan ยังอยากเป็นบังอรเอาแต่นอนให้สบายใจ โรงแรมใหญ่โตมีกิจกรรมเยอะแยะ พวกเรานอนฝั่ง western กะว่าตอนเช้าจะมาเป็นคาวเกริล์ซะหน่อย ที่นอนเขาดีจริง ป้าหลับเพลินเลยจบกัน

วันที่ 3 วันปล่อยป้า

ออกจากโรงแรมเราก็มุ่งไปบ้านทับลาน ที่นี่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์จักสานใบลาน ป้า ยังชอบช้อป ต้องซื้อของฝากเพื่อนๆ ญาติๆ คนข้างบ้าน นี่คือข้อแก้ตัวของคนชอบช้อป การช้อปมันเหมือนเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง ยิ่งช่วงโควิดไม่ได้ออกไปไหนมานานเจอสินค้าใบลานก็อดใจไม่ไหวค่ะ คิดอีกแง่หนึ่งเป็นการช้อปช่วยชาติ และส่งต่อความสุขระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย จนกลายเป็นแก๊งค์ “ ป้าหอบลาน”

ที่บ้านเพชรทับลานโฮมสเตย์ ด้วยการต้อนรับของ “ลุงเส” ที่แสนอบอุ่น ทำให้พวกเราได้สนทนาและเรียนรู้เรื่องราวของต้นลานที่ขึ้นมากมายในพื้นที่ ลุงเสพาเดินชมสวนผสมผสานตามเศรษฐกิจพอเพียง พากินโน่นชิมนี่ ถูกใจวัยป้า ที่ ยังชอบรื่นรมย์ กับต้นหมากรากไม้ สนุกสนานตามประสาคนสูงวัย


ไหนๆก็มาแล้วลุงเสเลยแนะนำให้พวกเราไปขี่จักรยานรับลมชมวิวที่อ่างเก็บน้ำทับลาน ป้า ยังแข็งแรง
ยังอยากสนุก เลยเล่นใหญ่เกินเบอร์ จนเด็กๆแถวนั้นแอบค้อน


ไม่ให้เสียคอนเซ็ปป้าๆ ยังอยากอนุรักษ์ มาแล้วต้องปลูกป่าไว้ให้ลูกหลาน ว่าแล้วก็งัดอาวุธประจำกาย “หนังสติ๊ก” มายิงเมล็ดพันธุ์ของต้นลาน ต้นตะแบก และต้นไม้ประจำถิ่นแถวนั้น แข่งกันยิงชู๊ตเข้าไปในป่า ทั้งสนุกทั้งฮา ไม่ได้มีอารมณ์แบบนี้มานานมากแล้ว กดหัวใจรัว..รัว..กันไปเลย

เรื่องความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต้องยกให้คนปราจีนบุรี การันตีได้จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีแพทย์แผนไทยที่นำร่องเรื่องการนำสมุนไพรมารักษาผู้ป่วย และยังผลิตยาสมุนไพรนานาชนิด มีสวนสมุนไพรให้เดินชมเพื่อเติมความรู้ให้เหล่าป้า แถมมีเดย์สปาครบวงจร

พวกป้าสนใจเดย์สปาเป็นพิเศษ มาเที่ยวทั้งทีขอเมนูวิบวับอย่าง “เผายา” เป็นการนวดแบบแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย การจุดไฟเป็นการปรับสมดุลให้ร่างกาย เหมือนเติมพลังให้ป้าที่ ยังมีไฟ ในการออกเดินทางท่องเที่ยวและยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้หัวใจกระชุ่ม กระชวย

ถึงแม้ปราจีนบุรีจะเป็นครั้งแรกที่เคยลุย รับรองเลยว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในชีวิตแน่นอน คนรักสายเขียวชอบความชุ่มฉ่ำ ที่นี่ตอบโจทย์ทุกอนูสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง แถมผู้คนก็น่ารักและอบอุ่น

ป้าฟันธงเลยว่าเที่ยวที่ไหนๆก็ไม่สุขใจเท่าเมืองไทย #เที่ยวไทยให้หายคิดถึง

ถึงตัวจะแก่..แต่ “หัวใจยังyoung” #youngatheart

ออกเที่ยวได้การ์ดอย่าตก

อุปกรณ์ที่ต้องมี

-หน้ากาก หรือ face shield

-แอลกอฮอล์แบบสเปรย์หรือแบบเจล

-ทิชชู่เปียก และสบู่เหลว ที่สำคัญต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆนะคะ

การท่องเที่ยวทุกวันนี้ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นการเที่ยวแบบ new normal

ดังนั้นต้องติดต่อก่อนเสมอ..กันพลาด

-บ้านดงกระทงยาม ท่องเที่ยวชุมชนคุยจบทุกรายการ ติดต่อ คุณพี่เดือนเพ็ญ 081 7203020

-ล่องแก่งหินเพิง ศักดิ์สุภารีสอร์ท โทร.081 6326606

-The Verona at tublan https://www.veronaattublan.com/ 096 3244493

-กลุ่มผลิตภัณฑ์จักสานใบลาน ติดต่อ พี่สุจริต 081-9960036

-ปลูกป่าขี่จักรยาน บ้านเพชรทับลานโฮมสเตย์ ติดต่อ ลุงเส 081 8451252

***อีหล้าพาลุย***

ความคิดเห็น