"บ้านแสนฝาง" โรงแรมสไตล์ Boutique Lanna ที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ รีวิวโดย กิน จน จน

          หลังจากรีวิวของกินมาหลายร้านจนแทบจะจนสมชื่อเพจนั้น ณ โอกาสนี้ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ต้อนรับให้กับ Sponsored Review แรกของ "กิน จน จน" ค่าาาา กี๊สสสส น้ำตาจะไหล นี่สินะหนทางสู่การเป็น Blogger ชื่อดัง 55555555 โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นการรีวิวโรงแรมที่พักครั้งแรกข

"บ้านแสนฝาง" โรงแรมสไตล์ Boutique Lanna ที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

"บ้านแสนฝาง" โรงแรมสไตล์ Boutique Lanna ที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

 วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 18.11 น.

 วันที่เดินทาง 18 ก.ค. 2563

          หลังจากรีวิวของกินมาหลายร้านจนแทบจะจนสมชื่อเพจนั้น ณ โอกาสนี้ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ต้อนรับให้กับ Sponsored Review แรกของ "กิน จน จน" ค่าาาา กี๊สสสส น้ำตาจะไหล นี่สินะหนทางสู่การเป็น Blogger ชื่อดัง 55555555 โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นการรีวิวโรงแรมที่พักครั้งแรกของเราเลยค่ะ ซึ่งโรงแรมที่เราจะมาแนะนำในวันนี้มีชื่อว่า "บ้าน แสน ฝาง" (Baan Saen Fang) จังหวัดเชียงใหม่ค่า

          เพื่อให้ผู้อ่านทุกคน "เก็ท" กับสิ่งที่เรากำลังจะมาเล่าให้ฟัง เราจะขอเล่าตั้งแต่แรกสุดเลยนะคะว่าเราเจออะไรมา แล้วรู้สึกยังไงกับสิ่งที่เจอ แม้จะเป็น Sponsored Review แต่ทุกสิ่งที่เรากำลังจะมารีวิว เกิดจากความรู้สึกจริงที่เราได้มาสัมผัสเองค่ะ ทุกคนจะได้รู้สึกเหมือนว่าได้มาเจอด้วยตัวเองเลยเนาะ


         โรงแรม บ้าน แสน ฝาง เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่แถว ๆ ถนนท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตอนแรกเราไม่เคยรู้จักโรงแรมนี้มาก่อน แม้แต่แฟนเราที่เป็นคนเชียงใหม่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อ หลังจากที่หาข้อมูลละเจอรูปที่พัก เห็นคร่าว ๆ ว่าตกแต่งสไตล์ Boutique Lanna คือสวยเลยนะคะ แต่เพราะตกแต่งสวยแบบนั้นก็เลยยิ่งแปลกใจ ว่าที่พักที่ตกแต่งได้แบบนี้ ไปซ่อนอยู่ตรงไหนของท่าแพ เพราะโซนท่าแพเท่าที่เคยเห็น มีแต่โรงแรมที่พักที่เป็นตึกสูง ไม่ก็เป็นที่พักแบบห้องแถว ตกแต่งแบบที่ทุกคนก็คงนึกภาพออก เพราะอย่างนั้นเราก็เลยแปลกใจอย่างที่บอก และก็ยิ่งรู้สึกอยากเห็นว่า ตกแต่งแบบนั้นอยู่โซนแถวนั้น ของจริงจะเป็นยังไง 55555

          เราขับรถมาตามพิกัด Google Map เลยค่ะ ถนนที่จะเข้าไปยังโรงแรมจะเป็นถนนแบบ one-way ที่เชื่อมจากคูเมืองเข้ากาดหลวง แล้วก็เลี้ยวเข้าแยกซอยเล็กๆ ขวามืออีกที ซึ่งซอยเล็กมากกก ละก็เป็นซอย one-way อีกแล้ว เราขับมาครั้งแรก เลยซอยค่ะ 555555 ต้องวนมาใหม่อีกรอบ เถียงกับแฟนแบบ เห้ย
ใช่เหรอ? ซอยนี้เหรอ? ซอยนี้น่ะนะ? คือมันเป็นแค่ซอยเชื่อมถนนเส้นที่ไปกาดหลวง กับถนนท่าแพ ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกว่ามีที่พักแบบนี้ในซอยนี้ได้ยังไง เดี๋ยวท้ายรีวิวเราจะแปะลิงค์ Google Map ให้นะคะ แล้วเดินทางตาม Map เลยค่ะ เดินทางไม่ยากเลยแต่อธิบายยากค่ะ 5555555

          มาถึงหน้าโรงแรมแบบงงๆ ขับมาเจอปุปถามกันกับแฟน ถึงละเหรอ นี่เหรอ ใช่เหรอ นี่ไงเธอป้ายชื่อ เออใช่จริงด้วย 55555 

          First Impression ที่เห็นคือเป็นสิ่งก่อสร้างหน้ากว้าง 1 คูหา ด้านหน้าเป็นที่จอดรถ จอดได้ 2 คัน แล้วข้าง ๆ เป็นรั้วอิฐฉาบปูนที่มีชื่อโรงแรม รั้วดูเก่าจนแอบคิดว่า หรือทางโรงแรมตั้งใจจะแต่งให้รั้วเก่าแบบนี้ เป็นสไตล์รึเปล่า แต่แบบนี้เท่นะเราว่า 5555 บนรั้วอิฐเป็นรั้วพุ่มไม้สีเขียวเข้ม มองข้ามรั้วไปมีเรือนไม้ทรงไทย จากด้านนอกมองข้ามรั้วไปกะเอาว่ามี 4-5 หลัง 

ทางเข้าโรงแรมค่ะ

ด้านหน้าโรงแรมในตอนกลางคืน จะเปิดไฟแบบนี้ค่ะ

เข้ามาด้านในเป็น Lobby มีที่นั่งรับแขก

          หลังจากเช็คอินเข้าพักเรียบร้อยแล้ว ทางโรงแรมจะให้เราเลือกอาหารเช้าเลยค่ะ ซึ่งทางโรงแรมจะนำมาเสิร์ฟถึงห้องในวันรุ่งขึ้นเลย ก็จะมีหลายเมนูให้เลือก เช่น ชุด omelette ข้าวต้ม ขนมปังไข่ดาว ประมาณนั้น เลือกได้คนละ 1 ชุดนะคะ

          เลี้ยวจาก Lobby เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ภายในโรงแรม ด้านในสวยมากกก บอกตามตรงว่า เห็นโรงแรมจากด้านนอก ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร แต่ด้านในสวยมากเลย ทางเดินเป็นหินประดับ มีต้นไม้ แล้วก็สระว่ายน้ำด้านบน หลายคนถ้าเคยได้พักรีสอร์ทใหญ่ ๆ ดี ๆ มา เห็นแล้วอาจจะรู้สึกธรรมดา แต่ลองคิดดูว่า ในซอยแคบ ๆ แถวท่าแพ แล้วพื้นที่โรงแรมแค่นี้ จะสามารถแต่งให้เป็นสวนแบบนี้ได้ เราว่ามันว้าวมากเลยนะ

สวนภายในโรงแรมค่ะ

          Villa แต่ละหลังจะตกแต่งเป็นเรือนไม้มีใต้ถุน ดูดีมากเลยค่ะ ทั้งโรงแรมจะมี Villa อยู่ 4 หลัง จำนวนห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง (Villa 2 ห้อง จำนวน 2 หลัง, Villa 1 ห้อง อีกจำนวน 2 หลัง)

สระว่ายน้ำของโรงแรมค่า ถึงจะไม่ใหญ่แต่น้ำใสมาก แต่ด้วยความที่เพิ่งกลับมาเปิดให้บริการหลังช่วงโควิด ก็เลยยังไม่ได้เอาผ้าคลุมออกค่ะ 55555

มองจากฝั่งทางออกโรงแรมไปทางด้านหลัง จะเห็นหลังคาวัดด้วยค่ะ

ไหนลองแต่งรูปสีโทนนี้ ง่อววว ขลังป้ะล่ะ 555555555

ทางขึ้นไปสระว่ายน้ำค่ะ

          ด้านบนของสระว่ายน้ำ จะมีบาร์เล็ก ๆ สำหรับดื่มหรือกินอาหารด้วยค่ะ แต่ช่วงนี้โซนนี้ปิดอยู่ค่ะ
อันที่จริงทางโรงแรมจะเสิร์ฟอาหารเช้าให้ถึงห้องเลย ไม่ต้องขึ้นมาถึงตรงนี้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าลูกค้าท่านไหนจะ request ด้านบนนี้ก็ได้ค่ะ

          จากนั้นมาสำรวจ Villa กันค่ะ ห้องพักแต่ละห้องจะมีพื้นที่ระเบียงด้านหน้าห้อง ไว้สำหรับนั่งเล่น และกินอาหารเช้า บางหลังก็จะมีโซฟาสำหรับนั่งเล่นด้วย บางหลังอาจจะมีแค่โต๊ะกินข้าว ซึ่งแต่ละหลังจะมีพื้นที่ระเบียงและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างกันนิดหน่อยค่ะ

ห้องที่เราได้เข้าพักในครั้งนี้คือห้อง 102 ค่ะ

เห็นเป็น Villa ทรงไทย แต่ทุกห้องของโรงแรมเป็นระบบคีย์การ์ดนะจ๊ะ

          ห้อง 102 ที่เราพักจะมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ เราสามารถใช้ห้องกินข้าวร่วมกับห้อง 101 ได้ค่ะ ภายในห้อง 102 จะมีประตูที่เชื่อมมาห้องกินข้าวนี้ ถ้าใครมาเที่ยวเป็นกลุ่มแล้วพักสองห้องนี้ด้วยกันก็จะสบายเลยค่ะ 

          แต่ถ้าสมมติว่าเรามาพักห้องนี้ห้องเดียว แล้วห้อง 101 มีแขกท่านอื่นพักอยู่ เราคงเกรงใจที่จะใช้
ห้องนี้ค่ะ เพราะจริง ๆ ห้องกินข้าวนี้เป็นพื้นที่ของห้อง 101 ค่ะ 55555


          มาถึงพื้นที่ในตัวห้องพัก ถือว่าเป็นส่วนที่เราถูกใจมากที่สุดเลยของโรงแรมนี้ค่ะ เพราะว่าห้องสวยมากกกกก กว้างแบบใช้ได้เลย ตกแต่งสวยสมกับคำว่า Boutique Lanna และมี Facilities ครบทุกอย่างเราที่เราจะนึกออกเลยค่ะ


            การตกแต่งในห้องจะเป็นแนว ๆ ล้านนาย้อนยุคนิดหน่อย เฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดทำจากไม้ ภายในห้องมีพัดลมให้ด้วย ทั้งพัดลมเพดานและพัดลมตั้งพื้น แต่มีเครื่องปรับอากาศนะ (ก็เดาว่าพัดลมเพดาน คงติดไว้เพื่อให้เข้ากันกับบรรยากาศห้องค่ะ) แล้วก็มีโคมไฟประดับที่ข้างเตียงและมุมห้องด้วยค่ะ


          ในส่วนของเตียง ทางโรงแรมจะมีผ้าคลุมทับผ้าห่มให้อีกชั้นหนึ่งค่ะ เตียงนุ่มมาก ขอนำเสนอเตียงเลย คือเราไม่เคยเจอความนุ่มแบบนี้ เคยเจอโรงแรมที่เตียงนุ่มมาก นอนแล้วบุ๋มลงไปเลย ซึ่งเตียงแบบนี้ข้อเสียคืออาจทำให้ปวดหลังตอนตื่น แต่เตียงที่นี่ เป็นเตียงนุ่มและเด้ง ไม่มีปวดหลังเลยค่ะ สบายมากๆๆๆ

 
          ด้านบนของเตียงจะมีมุ้งประดับ ให้ความรุ้สึกเหมือนเรือนล้านนาสมัยก่อน พอเราปลดมุ้งลงมาให้คลุมเตียง ภาพที่ได้ก็คือ ทาดาาา!! เหมือนกับห้องนอนในเรื่องบุพเพสันนิวาสยังไงยังงั้นเลย เรียกดิชั้นว่าแม่นางการะเกดสิคะ 555555555

 
         นอกจากนี้ภายในห้อง มี Facilities ครบทุกอย่างเท่าที่เราจะนึกออกเลยค่ะ ทั้งชุดคลุมอาบน้ำ (เผื่ออยากจะไปว่ายน้ำที่สระ) รองเท้าใส่เดินในห้อง ไดร์เป่าผม ตู้เซฟ มีครบ น้ำดื่มและชากาแฟฟรีค่ะ แต่บรรดาน้ำกระป๋องในตู้เย็นคิดเงินนะจ๊ะ


          ห้องน้ำที่นี่จะแบ่งโซนห้องน้ำและห้องอาบน้ำออกเป็นฝั่งซ้ายและขวา แยกกันชัดเจนเลยค่ะ เข้าประตูห้องน้ำมาแล้วจะเจออ่างล้างหน้า เลี้ยวขวาเป็นชักโครก เลี้ยวซ้ายเป็นห้องอาบน้ำ มีฝักบัว Rain Shower นะคุณณณณ


          และในตอนเช้าอาหารเช้าก็มาเสิร์ฟแล้วค่าา ดูดีมากเลยยย มีผลไม้ให้ในเซ็ตด้วย โดยทางโรงแรมจะยกมาเสิร์ฟถึงห้องตามเวลาที่เราแจ้งไว้ตอนเช็คอินค่ะ อย่างเราพักห้อง 102 ซึ่งติดกับห้องกินข้าว โรงแรมก็จะมาเสิร์ฟที่ห้องกินข้าวค่ะ


          สรุปว่า เราถูกใจโรงแรมนี้มากกกกก พูดตรง ๆ ว่าตอนที่ขับรถมาถึง เห็นโรงแรมจากด้านนอกเราไม่คิดเลยว่า ข้างในจะขนาดนี้ ความประทับใจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจาก Lobby ได้เจอบริการดี ๆ พนักงานพูดจาดีมาก เลี้ยวมาในพื้นที่หน้า Villa สวยมาก ตกแต่งได้สวยและน่าสนใจมากทั้ง ๆ ที่มีพื้นที่จำกัด สระว่ายน้ำสวยและดูสะอาดตา ซึ่งสามารถใช้งานได้จริงไม่ได้สักแต่ว่ามี ตัว Villa ที่สวยแบบไทย ๆ และมีความเป็นส่วนตัว แยกเป็นหลัง ๆ เหนือสิ่งอื่นใด ห้องพักสวยมากกกก พร้อม Facilities ที่ครบครัน อย่างที่เห็นในรูปเลยค่ะ

          ข้อดีของโรงแรมนี้คือ

1. สวยมากกก ถ้าใครที่อยากพักโรงแรมหรือสัมผัสบรรยากาศแบบเมืองเหนือ แนวล้านนา ในราคาที่ไม่แพงเลย แนะนำจริง ๆ ค่ะ เรากล้ารับประกันว่า ชาวต่างชาติจะต้องชอบที่นี่มาก ๆ แล้วคนไทยเองก็คงไม่ได้เจอบรรยากาศที่ออกแนวล้านนานขนาดนี้ในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ แน่ ๆ รับรองว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีแน่นอน

2. ใกล้ถนนคนเดินท่าแพมาก ๆ ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายออกจากซอย ก็เข้าสู่ถนนท่าแพเลยค่ะ สามารถเดินไปเที่ยววัด เที่ยวร้านกาแฟ และท่าแพคูเมืองได้เลย

3. ห้องพักสวยงาม พร้อม Facilities ครบครัน ในราคาที่ "ไม่แพงเลยยยย" แกกกก ไม่แพงจริง ๆ จากห้องพักที่เห็นอะ ราคาปกติที่นี่น่าจะอยู่ช่วง 2 พันบาทต้น ๆ แล้วทางโรงแรมก็จะมีโปรโมชั่นอยู่เรื่อย ๆ ยิ่งช่วงนี้เพิ่งกลับมาเปิดบริการหลังโควิด ก็จะถูกเป็นพิเศษ ช่วงนี้เหมือนจะคืนละพันกว่าบาทเอง แต่ถึงไม่มีโปรโมชั่น ก็คู่ควรแก่การลองมาพักจริง ๆ

3. บริการดีมากๆๆๆ พนักงานพูดจาสุภาพ และตั้งใจให้บริการจริง ๆ 

          แต่ด้วยความที่เรารีวิวอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นขออนุญาตพูดถึงข้อเสียของโรงแรมนี้บ้าง

1. ภายนอกโรงแรมมีความขลัง มีความเท่ Minimal Lanna ก็จริง แต่ถือว่าค่อนข้างธรรมดา และไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ตัว Lobby เองก็ธรรมดา ไม่ได้ตกแต่งอะไร อาจจะเพราะโรงแรมเล็กและพื้นที่น้อยด้วยแหละค่ะ แต่ทั้งหมดนี้ชดเชยได้เพราะสวนกับห้องพักสวยค่ะ

2. มีที่จอดรถที่จอดเต็มที่ได้แค่ 2 คัน และเราไม่รู้ด้วยว่ามีที่จอดบริเวณอื่นมั้ย ลืมถามทางโรงแรม 55555 ถ้าเค้ามีที่จอดใกล้ ๆ อีกก็แล้วไป ข้อเสียข้อนี้ก็จะหายไป แต่ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็จะลำบากสำหรับคนขับรถมาเองเหมือนกัน

3. งงซอยมากค่ะ 555555 เพราะว่าเส้นทางโซนถนนท่าแพและกาดหลวง ซึ่งเป็นทางมาโรงแรมนี้ เป็นถนน one-way ทำให้ถ้าเข้าซอยผิดต้องวนไปเริ่มใหม่เลย แต่ถ้าใครที่มาเที่ยวเชียงใหม่ด้วยรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแดง หรือ Grab Car สามารถจอดหน้าปากซอยฝั่งถนนท่าแพแล้วเดินเข้ามานิดเดียว ง่ายกว่าเยอะ


          สังเกตได้ว่า ข้อเสียไม่เยอะเลยนะ ซึ่งสามารถแก้ได้ง่าย ๆ เลยด้วยการใช้รถสาธารณะ แนะนำจริง ๆ สำหรับใครที่จะมาเที่ยวเชียงใหม่ แล้วอยากได้ที่พักสไตล์ล้านนาในราคาไม่แพง ต้องลองซักครั้งกับโรงแรม
"บ้านแสนฝาง" ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ใกล้ถนนท่าแพ ประทับใจทั้งห้องพักและที่เที่ยวใกล้โรงแรมแน่นอน

          สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณสำหรับที่พักดี ๆ โรงแรม "บ้าน แสน ฝาง" สาบานเลยว่าไปแล้วชอบมากจริง ๆ อนาคตจะแนะนำคนรู้จักที่จะไปเที่ยวเชียงใหม่ให้ลองไปพักแน่นอนค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่กับรีวิวต่อไปของ "กิน จน จน" ซึ่งตอนนี้จะเพิ่ม content ที่ไม่ใช่แค่เรื่องกินนะคะ ฝากติดตามกันด้วยน้าา สำหรับรีวิวนี้ ลาไปด้วยบันทึกวิดีโอของโรงแรมบ้านแสนฝางค่า แต่ถ้าดูละตาลายก็ย้อนขึ้นไปดูรูปแทนละกันค่ะ 555555555

Location โรงแรม : https://goo.gl/maps/nfDeSYKaWy...

พิกัด ตำบล ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50300

Website  : https://baansaenfang.com/ เข้าไปจองได้เลยค่ะ

ความคิดเห็น