“Yunomori onsen and spa” แค่นั่งรถไฟฟ้า เดินต่อนิดหน่อย เอ้า!! ถึงญี่ปุ่นเฉย รีวิวโดย PainaiPaigan

สวัสดีครับทุกคน ช่วงนี้เป็นไงกันบ้างครับ ทุกคนยังคงสบายดีกันใช่มั้ยเอ่ย ตั้งแต่ช่วงปลายมีนาคม จนถึงปัจจุบัน ผมติดแหง่กกับเจ้า Covid ตัวร้าย  ทั้งต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ WFH กัน งานหนักกว่าตอนเข้าออฟฟิศอีก  แถมทริปต่างประเทศก็ถูกยกเลิก เลื่อนไปยาว ๆ จ้ะ ฮืออออ ยังดีห

“Yunomori onsen and spa” แค่นั่งรถไฟฟ้า เดินต่อนิดหน่อย เอ้า!! ถึงญี่ปุ่นเฉย

“Yunomori onsen and spa” แค่นั่งรถไฟฟ้า เดินต่อนิดหน่อย เอ้า!! ถึงญี่ปุ่นเฉย

 วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.37 น.

 วันที่เดินทาง 11 ส.ค. 2563

สวัสดีครับทุกคน ช่วงนี้เป็นไงกันบ้างครับ

ทุกคนยังคงสบายดีกันใช่มั้ยเอ่ย

ตั้งแต่ช่วงปลายมีนาคม จนถึงปัจจุบัน ผมติดแหง่กกับเจ้า Covid ตัวร้าย 

ทั้งต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ WFH กัน งานหนักกว่าตอนเข้าออฟฟิศอีก 

แถมทริปต่างประเทศก็ถูกยกเลิก เลื่อนไปยาว ๆ จ้ะ ฮืออออ

ยังดีหน่อยนะช่วงนี้หลายๆสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ วันนี้ผมเลยมีของดีมานำเสนอสมาชิกทุกคน

จะขอพาไปเที่ยวแหล่ง hangout แห่งใหม่ใจกลางเมือง 

แค่นั่งรถไฟฟ้า เดินต่อนิดหน่อย เอ้า!! ถึงญี่ปุ่นเฉย

🎏 “Yunomori Onsen and Spa” สาทร ซอย 10 🏮

สถานที่ hangout แนวสุขภาพ 

ที่ทุกคนสามารถมาผ่อนคลายความเหนื่อยล้า จากการทำงานและความเครียดต่าง ๆ 


ข้างใน Yunomori Onsen and Spa แบ่งเป็น 2 ตึก

🏢 ตึกแรก (ตึกหน้า) มี 4 ชั้น มีที่จอดรถใต้ตึก (ถ้าเต็มก็มีพี่ๆ รปภ. ช่วยหาที่จอดรถให้ข้างทาง)

🎐 ชั้น 2 เป็นโซน lobby และที่พักระหว่างรอนวด

🎐 ชั้น 3 เป็นโซน onsen ของผู้ชาย

🎐 ชั้น 4 เป็นโซน onsen ของผู้หญิง

🏢 ตึกที่ 2 (ตึกหลัง) นั้น มี 9 ชั้น

🎐 ชั้นแรกจะเป็นร้านอาหาร happy rice สามารถมาฝากท้องได้ มีทั้งคาว หวาน

🎐 ชั้น 2-8 จะเป็นห้อง treatment สำหรับบริการนวดและ spa ต่างๆ

🎐 ที่สำคัญ มีห้องพักผ่อนที่ chill & cozy มากๆ เอนหลังนอนยาวๆไปเลยจ้ะ แบ่งเป็น 2 ห้อง garden lounge ชั้น 2 และ sky lounge ชั้น 7

🎐 ส่วนชั้น 9 ถือเป็นหนึ่ง highlight ที่นี่เลย โซน rooftop ที่นั่งพักสไตล์ญี่ปุ่น ไว้จิบเครื่องดื่มดีๆ มีทั้ง indoor & outdoor เห็นวิวตึกมหานครด้วย


วันนี้ผมได้มาใช้บริการ onsen และนวดไทย 90 นาที พอมาถึงปุ๊บ ก็ดำเนินการตามมาตรการคัดกรอง covid วัดอุณหภูมิและ scan check-in ไทยชนะ แล้วเราก็ต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะสานของทางสปาก่อน ไม่ต้องกลัวว่ารองเท้าเราจะหาย เพราะมี locker เก็บเป็นที่เป็นทาง

จากนั้นก็ติดต่อ counter ฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ และเราก็จะได้ wristband มาคนละอัน 

เจ้านี่จะเป็นตัวที่ scan เปิดปิดล็อกเกอร์และจ่ายเงินต่างๆ ภายในนี้ 

ตอนจะออกค่อยคืนละชำระเงิน สะดวกสุดๆ

หลังจากรับ wristband แล้ว ก็ตรงดิ่งไปที่ล็อกเกอร์กันเลย

ก่อนเข้าไปเปลี่ยนชุด ทางสปาจะมีชุดยูกาตะให้เลือก ใครชอบลายไหน ก็เลือกได้ตามสบายเลยครับ

ก่อนจะลงแช่ออนเซ็น ผมเลือกที่จะไปนวดไทยก่อน เพื่อผ่อนคลายเส้นจากการทำงานซะหน่อย

จุดที่นั่งรอ Therapist จะเป็นบริเวณชั้น 2 ของตึกแรก 

แค่จุดนั่งรอก็ฟินแล้วครับ เป็นกระจกบานใหญ่ๆ

มองออกไปเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น ไม่เหมือนกำลังนั่งอยู่ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ เลย

สำหรับใครที่อยากจะนวดน้ำมัน ที่นี่ก็มีน้ำมันให้เลือกหลากหลายมาก 

ขอเทสกลิ่นดูกันได้ที่พี่ๆ ตรงเค้าน์เตอร์ได้เลย

นั่งรอไม่นาน พี่ Therapist ก็พาผมขึ้นไปห้อง Treatment 

บอกได้เลยว่า บรรยากาศเหมือนอยู่โรงแรมที่ญี่ปุ่นเลย

หลังจากนวดเสร็จ ก็เริ่มหิวครับ ผมเลยขึ้นไปชั้น 9 ของตึกที่ 2 

ซึ่งเป็น hilight ของที่นี่เลย คือ Rooftop Bar 

สามารถสั่งเครื่องดื่ม หรืออาหาร นั่งชิว ๆ แฮงเอ้าท์กับเพื่อน ๆ ได้ที่นี่

ที่ตึก 2 นี่เอง ยังมีห้องสำหรับพักผ่อน แบ่งเป็น 2 ห้อง 

Garden Lounge ชั้น 2 และ Sky Lounge ชั้น 7

จะมาแอบงีบหลับ มาอ่านหนังสือ มานั่งทำงาน ชาร์ทแบตมือถือก็ทำได้หมดเลย

มีผ้าห่มไว้บริการด้วยนะครับ

อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดของที่นี่ คือการถ่ายรูปเป้นที่ระลึกกับสวนสไตล์ญี่ปุ่น 

ที่ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางระหว่างทั้ง 2 ตึก

ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นเลย

ช่วงนี้เรายังไม่เที่ยวญี่ปุ่นกันไม่ได้ ลองมาเสพบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นกลางเมืองกันดูนะครับ

จะได้หายคิดถึงญี่ปุ่นกันบ้าง อ่อ!! เรื่องออนเซนที่นี่ก็มีหลายบ่อนะครับ น่าเสียดายถ่ายรูปไม่ได้

ถ้าอยากรู้ ก็คงต้องมาลองกันเองนะครับ

ไว้เจอกันใหม่...และหวังว่าเราจะได้ออกไปเที่ยวกันเร็ว ๆ นี้ เด้อ พี่น้อง

ความคิดเห็น