ขี่มอไซค์เที่ยว หายเหนื่อยจริงไหมหนอ ? หนีร้อนไปแช่น้ำสวนผึ้ง รีวิวโดย กฤติณ เชิงทอง

สวัสดี เพื่อน ๆ พี่น้อง ชาวพันทิป ห้อง รัชดา (แท็กมอเตอร์ไซค์) และ บลูแพลนเน็ต (แท็กท่องเที่ยว) ด้วยครับ  เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ได้มีหลายคนที่ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ มาถาม ๆ ผมว่า ขี่มอไซค์เที่ยว มันไปพักผ่อนจริง ๆ หรอ ไม่เหนื่อยหรอ ไม่ร้อนหรอ ไม่เปียกหรอ สรุปง่าย ๆ ไม่ลำบากหรือกับการนั่งโต้ลม

ขี่มอไซค์เที่ยว หายเหนื่อยจริงไหมหนอ ? หนีร้อนไปแช่น้ำสวนผึ้ง

ขี่มอไซค์เที่ยว หายเหนื่อยจริงไหมหนอ ? หนีร้อนไปแช่น้ำสวนผึ้ง

 วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.31 น.

 วันที่เดินทาง 13 มิ.ย. 2562

สวัสดี เพื่อน ๆ พี่น้อง ชาวพันทิป ห้อง รัชดา (แท็กมอเตอร์ไซค์) และ บลูแพลนเน็ต (แท็กท่องเที่ยว) ด้วยครับ 

เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ได้มีหลายคนที่ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ มาถาม ๆ ผมว่า ขี่มอไซค์เที่ยว มันไปพักผ่อนจริง ๆ หรอ ไม่เหนื่อยหรอ ไม่ร้อนหรอ ไม่เปียกหรอ สรุปง่าย ๆ ไม่ลำบากหรือกับการนั่งโต้ลม ตากฝนตากแดดไปเที่ยว

คำถามนี้ผมก็คิดอยู่ว่าขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยว มันเรียกการพักผ่อนจริง ๆ หรอ(วะ) ถ้าจะตอบให้หล่อก็เพราะ มันคือวิถีไบค์เกอร์ สัมผัสสายลม แต่ความจริงคือขี่รถเครื่องมันถูกและเร็วกว่ายังไงละ ! 555

วันพฤหัสบดีที่ 13 สุดแสนจะร้อนระอุในตัวเมืองหลวง จิตใจไม่อยากจะออกไปไหน อยากจะนอนตากแอร์ดูซีรีย์เน็ตฟริกซ์ที่บ้านเย็น ๆ แต่ไฟดับ ร้อนมาก เลยคิดว่าจะไปหลบร้อนที่ไหนดี ไปห้างดีไหม หรือไปตากแอร์ดูหนังในโรงดีหนอ จนสุดท้าย เลือกทางที่ลำบากที่สุด จัดข้าวของ ขี่มอไซค์ไป... สวนผึ้ง!

เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปฉุกละหุกมาก ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น ของเลยจัดลวก ๆ ยัด ๆ ใส่กระเป๋าแล้วขี่ออกมาทันที เวลาประมาณ 10 โมง

ทำการเช็คลมยาง เติมเยอะกว่าปกติหน่อย แบกของเยอะ แล้วก็เดินทางต่อไปสวนผึ้งทันที

สำหรับทริปนี้ผมมี challenge ให้ตัวเอง คือจากบ้านไปสวนผึ้ง ถนนใหญ่จะขี่ไม่เกิน 120 และทางชนบทจะขี่ 80 เท่านั้น ผมใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง กว่าจะถึงที่พัก (ปกติใช้เวลาแค่ราว ๆ 2-3 ชั่วโมง) แต่ข้อดีคือ นอกจากประหยัดน้ำมัน (avg 25-30 km/L เชียวนะ 555) ยังได้มองวิวข้างทาง ยิ่งทางทางชนบทละก็ที่ชอบที่สุดคือได้เห็นทุกอิริยาบถของชาวบ้านแต่ละบ้านว่าทำอะไร สไตล์การตกแต่งบ้านแต่ละหลังที่ค่อนข้างจะวินเทจ (ไม้ + ปูนเปลื่อย) วิถีชีวิต ร้านขายของชำเก่า ๆ ผมโรคจิต ชอบดูอะไรแบบนี้ แต่ไม่ได้จอดถ่ายรูปนะ เดี๋ยวชาวบ้านคิดว่าโจร 555

ข้อดีของการไปคนเดียวคือ อยากจอดตรงไหนก็จอดได้เลย ไม่ต้องมาคอยเกรงใจเพื่อนร่วมทริป จะขี่ช้า ขี่เร็วแค่ไหนก็ได้ ถนนเส้นนี้ผมขี่แค่ 60 คอยหาจุดสวย ๆ จอดถ่ายรูปตลอดเวลา อากาศไม่ร้อน ... เพราะฝนตกยังไงละ เพิ่งลุยฝนมาเนียะ 5555

ทริปนี้ผมมี challenge อีกแล้ว คือ จะเน้นอุดหนุนร้านค้าข้างทางของชาวบ้านเท่านั้น เราจะไม่ไปร้านดัง ๆ ที่คนนิยมเช็คอินกัน เราจะมองหาร้านบ้าน ๆ แบบนี้แหละ ! (จริง ๆ คือตังหมด ต้องประหยัด )

กระเพราตับพิเศษ 40 บาท อร่อยดี น้ำซุปใช้ได้เลย ร้านแบบนี้เมนูไม่เยอะหรอกครับ เอาอิ่มพอ 555 ระหว่างกินข้าวก็เซิร์จหาที่พักแจ่ม ๆ ไปด้วย เพราะไม่ได้หามาจากบ้าน ต้องมาหาเอาดาบหน้านี้แหละ โชคดีวันนี้วันธรรมดา ยังไงก็หาได้ 555

ได้ที่พัก เป็นจุดกางเต็นท์ติดลำธาร มีบ้านพักด้วย ชื่อ บ้านภูหลา โฮมสเตย์ ความเจ๋งคือถ้ามากางเต็นท์เจ้าของคิดแค่คนละ 50 บาทเท่านั้น อยากรู้ว่าเป็นยังไงเลยมาลองดูซะเลย (จริง ๆ คือไปที่แพง ๆ ไม่ไหว)

สำหรับสถานที่ จัดว่าโอเคมาก ๆ เจ้าของใจดี พูดจาน่ารัก วันธรรมดาคนมาพักน้อย มีเต็นท์ 1 หลัง กับบ้านพักนิดหน่อยเท่านั้น ผมจึงสามารถเลือดจุดกางเต็นท์ตรงไหนก็ได้ !

จริง ๆ จุดให้กางเต็นท์เยอะมาก ๆ ครับ จะไปกางติดน้ำเลยก็ได้ แต่อย่างที่บอก ทริปนี้ฉุกละหุกมาก จนผมลืมเอาแผ่นรองเต็นท์มา เลยไปกางที่ร่ม ๆ ไม่เลอะแทน

ซึ่งถือว่าคิดถูก เพราะตอนกลางคืน ฝนมันตก 555

บ้านพักเล็ก ๆ กับ แนววินเทจบ้านทุ่งก็มีนะครับ ชอบมาก ไว้วันหลังจะมาลองนอนดู 5555

เมื่อเตรียมข้าวของ กางเต็นท์เสร็จแล้ว ตอนแรกก็กะจะแช่น้ำให้หายร้อนแหละ แต่ระหว่างทางผมลุยฝนมาตลอด ขี้เกียจเล่นน้ำแล้วครับ 5555

ผมเลยเตรียมจะทำข้าวเย็นกิน เลยขี่รถออกไปซื้อสเบียง

ในป่าในเขาแบบนี้ อย่าไปหาเซเว่นให้เสียเวลาครับ ร้านของชำแบบนี้แหละ มีของจำเป็น ๆ เพียงพอ ไม่ต้องอดตายก็พอแล้ว 555

เมื่อได้สเบียงมาพอสมควรแล้ว ก็เริ่มทำการฆ่าเวลาครับ ....

ไม่มีอะไรสุขใจไปกับการต่อกันดั้ม ทำกลางบรรยากาศเย็น ๆ ร่มรื่นอีกแล้ว ระวังชิ้นส่วนหล่นน้ำก็พอ

ต่อไปสองชั่วโมงได้ เสร็จซักที นานกว่าปกติ เพราะมัวแต่ดื่มด่ำบรรยากาศรอบ ๆ 555

จากนั้นก็มาเริ่มทำอาหารเย็นต่อเลย เราเน้นง่าย ๆ พอ มาม่า นม

ปกติเต็นท์อื่นนี้ อาหารจัดเต็มมาก ของผมเน้นสะดวกและอิ่มพอ 555

จริง ๆ ที่นี่มี wifi และ สัญญาณ 3G สุดจะริบหรี่อยู่นะครับ แต่ผมไม่ได้ใช้หรอก นั่งแช่น้ำโง่ ๆ จนมืดก็เพลินแล้ว ก็อาบน้ำเข้าเต็นท์กลิ้งไปมาซักพักก็หลับ บรรยากาศมันเงียบ นาน ๆ หลุดจากโลกโซเชียลบ้างก็ไม่เลว

เช้าวันรุ่งขึ้น ท่ามกลางความเย็นจากอุณหภูมิ 24 องศา บรรยากาศรอบ ๆ ทั้งเปียกและชื้น เพราะเมื่อคืนฝนตก โชคดีที่เลือกมากางเต็นท์ในศาลา เหอ ๆ

อาหารเช้า เน้นง่าย ๆ กาแฟสัก(สอง)แก้ว กับขนมปังทาเนย 

หลังจากนั้นก็เก็บข้าวของ แล้วนั่งแช่น้ำซักพักใหญ่ ๆ แล้วนึกถึงขากลับ ... ก็เหนื่อยแล้ว 555

จากนั้นก็กลับบ้านครับ เป็นการผจญภัย 2 วันแบบเหงา ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมาทำไม เหนื่อยก็เหนื่อย และการขี่มอไซค์เที่ยวเนียะ จริง ๆ มันไม่ได้หายเหนื่อยหรอกครับ มันเหนื่อยกว่าเดิมที่อยู่บ้านเฉย ๆ ด้วยซ้ำ กว่าจะถึงที่พัก ร่างกายอ่อนล้าอ่อนเพลียไปหมด อ้าว แล้วงี้จะเรียกว่าไปพักผ่อนได้ยังไง ?

การทรมาณกาย เพื่อให้สบายใจ นี้อาจจะเป็นการพักผ่อนของผม หรือ คนขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเรา ๆ ก็ได้ จริงอยู่ที่การขี่มอเตอร์ไซค์มันไม่มีคำว่าสบาย เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ในความเหนื่อยนั้นมันมีความสุขที่ไม่ต้องซ่อนก็หาเจอ เพียงคุณมีแค่ข้อเดียว นั้นคือ ชอบในการขี่รถ แค่นี้ ความเหนื่อย ความลำบากของผมก็จะกลายเป็นความสุข และเปลี่ยนเป็นการพักผ่อนได้แล้ว เรื่องราวระหว่างทาง รถยนต์ หรือ เครื่องบิน ก็ทำได้ แต่ความสุขที่ได้ขี่ไม่ใช่แค่จุดหมายเพียงอย่างเดียว คือความสุขของผม ไม่ต้องให้ใครมาชื่นชม แต่อย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นด่าเหมือนทุกวันนี้ก็พอ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็น