เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 5) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 5) highlights: การขึ้นรถเมล์ในสิงคโปร์น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth) ---------------------------------------------------------------------------------จากตอนที่แล้ว [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 4)] จะเห็นได้ว่าเราไปไหนมาไหนด้วย M

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 5)

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 5)

 วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 13.46 น.

 วันที่เดินทาง 26 ต.ค. 2562

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 5)

highlights:

  • การขึ้นรถเมล์ในสิงคโปร์
  • น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth)

---------------------------------------------------------------------------------
จากตอนที่แล้ว [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 4)] จะเห็นได้ว่าเราไปไหนมาไหนด้วย MRT เป็นหลัก แต่ทีนี้ถ้าจะใช้ MRT ตลอดทริปก็อาจจะเดินกันจนตายพอดี เพราะแต่ละสถานี MRT อยู่ห่างกันมากๆ ไม่เหมือนกรุงเทพที่เดินถึงกันได้หมด ถ้าเราเดินทีละ 500 เมตรบ้าง 1 กิโลเมตรบ้างสะสมแบบนี้ไปเรื่อยๆ อีกสองวันที่เหลือไม่ต้องได้ไปไหนกันแล้ว 5555 

เราก็เลยคิดว่าถ้าจะให้เดินน้อยที่สุดและเซฟแรงก็คือจะต้องขึ้นรถเมล์แล้วและ แต่ประเด็นก็คือรถเมล์แต่ละสายของสิงคโปร์ไม่ได้วิ่งตลอดทั้งวันเหมือนบ้านเรา จะมีสายวิ่งที่ชัดเจนในแต่ละช่วงเวลาซึ่งมันเป็นอะไรที่เยอะและวุ่นวายมากๆ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเปิด Google map กันไปเลย 5555 แล้วบัตร Singapore Tourist pass ก็ได้หยิบออกมาใช้กันสักที *0*

เราก็เลยเซ็ท Google Map ไปที่ป้ายรถเมล์ Suntec Convention Ctr เพราะอยู่ห่างจาก น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth) แค่ 160 m ซึ่งถ้าเรามา MRT เราจะต้องเดินในสถานีเยอะกว่า ดังนั้นรถเมล์จะเหนื่อยน้อยกว่าใกล้กว่านะจ๊ะ

แล้ว Google Map ก็สะดวกมากๆ นางจะบอกเราว่าต้องขึ้นรถสายไหน ป้ายไหน เวลาเท่าไหร่ แล้วภายในรถมีที่นั่งว่างไหม ผ่านสถานีอะไรบ้าง ประมาณกี่นาที อื้อหือออออนางบอกหมดเลยจ้าาา ไม่ต้องกลัวหลงเลยจริงๆ เพราะถ้าเวลารถวิ่งไปเราเปิด Map พร้อมกันไปด้วยเราก็จะกะสถานีที่จะลงได้ถูกต้อง 

แล้วก็รถเมล์ที่สิงคโปร์จะต้องขึ้นประตูหน้า แตะบัตร แล้วลงประตูหลัง แต่ให้ระวังนิดนึงตรงที่ว่าบัตร Singapore Tourist pass ที่เราใช้จะขึ้นรถเมล์บางคันไม่ได้ เราไม่แน่ใจว่าจะเช็คได้ยังไงนะ แต่ของเราจะรู้ตอนที่เราแตะบัตรตรงประตูด้านหน้าแล้วเหมือนมันไม่ขึ้นยอดเงินแตะสองสามรอบก็ไม่ได้ จนคนขับบอกว่าบัตรนี้ขึ้นสายนี้ไม่ได้นะให้ไปรอขึ้นอีกสายนึง แต่ไม่ได้น่ากลัวอะไร สนุกด้วยซ้ำ 55555

หลังจากนั่งรถเมล์มาแป๊ปเดียว รถเมล์ก็มาจอดให้เราลงที่ป้ายป้ายรถเมล์ Suntec Convention Ctr ลงจากรถมาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากบันไดเลื่อนที่ใหญ่มากกกกก แล้วก็สูงมากด้วย นี่สิงคโปร์คือเมืองแห่งบันไดเลื่อนหรือเปล่าเนี่ย 5555 

พอหายตื่นเต้นกับบันไดเลื่อนเสร็จก็เลยถามคนแถวนั้นว่า Fountain of Wealth ได้ทางไหน ได้ความมาว่าต้องเดินไปทางขวาแล้วลงบันไดเลื่อนลอดใต้ถนนไปก็จะเจอเลย

เราก็แบบทำไมต้องลอดใต้ถนนไปอะ เดินข้ามถนนไปเลยไม่ได้หรอน้ำพุก็อยู่ตรงหน้าเนี่ย

แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็แอบเห็นว่ามีรั้วกั้นอยู่ตลอดแนวก็เลยพากันไม่กล้าเดินข้าม 

สุดท้ายเลยต้องไปหาบันไดเลื่อนลอดใต้ถนนตามที่เขาบอกมาอยู่ดี 5555 แล้วด้านล่างก็ไม่ได้โล่งๆ อย่างที่คิดด้วย เพราะข้างล่างมันเหมือนห้างห้างนึงเลยใหญ่มากกกกก กว้างมากกกก แล้วก็ที่นี่เขาจะมีการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากที่สุดทุกๆ ตารางนิ้วเลยทีเดียว

พอลงไปปุ๊ปก็คือเดินหลงเป็นวงกลมครบรอบพอดี 555555 หาทางขึ้นไม่เจอ เพราะทางเข้าเป็นประตูที่เปิดเข้าไปแล้วมืดมากกก ก็คิดว่าคงไม่ใช่ม้างงง แต่พอเจอหลายๆ อันเข้าก็เลยคิดว่าลองขึ้นมาดูแล้วกัน ขนาดบันไดทางขึ้นยังเป็นบันไดวนเลยอะ ประหยัดพื้นที่สุดๆ สิงคโปร์นี่มันสุดยอดการจัดการจริงๆ

แล้วในที่สุดกฉันก็เจอคุณน้ำพุล้าวววววววววว สวยม๊ากกกกกกกกกกกกกกก แล้วก็ใหญ่มากกกกกกกกกกด้วย

จากที่เราอ่านรีวิวมาช่วงค่ำๆ จะมีการแสดงน้ำพุด้วย แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นมีนะ เสียใจจ TT^TT

แล้วก็มีนักท่องเที่ยวมาเหมือนเราเลย แต่คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เงียบและสงบมากๆ เลยแหละ

ตอนขากลับเจอ Grab bicycle ด้วย *0*

แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดคือรถเมล์ที่สิงคโปร์ เป็นรถสองชั้นเหมือนรถเมล์อัศวินราตรีใน Harry Potter เลยยย ถ้ามีโอกาสได้กลับไปอีก จะไปนั่งรถชมเมืองให้จุใจเลย 55555

เราใช้เวลากันอยู่ที่นี่ประมาณ 40 นาที เพราะเดี๋ยวเราจะต้องไปอีกที่นึงให้ทัน ส่วนจะไปที่ไหนยังไง ติดตามได้ในตอน [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 6)] และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น