เที่ยวทะเลใต้ฤดูฝน กับบรรยากาศไร้คนที่ อ่าวนาง จ.กระบี่ รีวิวโดย Where We Go

ฝากติดตามเพจของเราด้วยนะค้า ^^ https://www.facebook.com/wherewegopage วันนี้เอา อ่าวนาง จ.กระบี่ ฤดูฝนมาฝากค่ะ ฤดูที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมาทะเลใต้ อ่าวนาง ในช่วงที่หลายๆคนเรียกว่า Low Season อ่าวนาง หลังจากวิกฤตการณ์ Covid มันเป็น ‘นาทีทอง’&

เที่ยวทะเลใต้ฤดูฝน กับบรรยากาศไร้คนที่ อ่าวนาง จ.กระบี่

เที่ยวทะเลใต้ฤดูฝน กับบรรยากาศไร้คนที่ อ่าวนาง จ.กระบี่

 วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 12.55 น.

 วันที่เดินทาง 10 ก.ย. 2563



ฝากติดตามเพจของเราด้วยนะค้า ^^

https://www.facebook.com/wherewegopage


วันนี้เอา อ่าวนาง จ.กระบี่ ฤดูฝนมาฝากค่ะ

ฤดูที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมาทะเลใต้

อ่าวนาง ในช่วงที่หลายๆคนเรียกว่า Low Season

อ่าวนาง หลังจากวิกฤตการณ์ Covid

มันเป็น ‘นาทีทอง’ แห่งการมาพักผ่อนเลยค่ะ



ต้องบอกก่อนว่า ทริปกระบี่ 2 วัน 1 คืนของไผ่กับพี่ปุ่นรอบนี้ เราตั้งใจจะมาพักผ่อน พักร่างจริงๆค่ะ เอาแบบชิลล์ให้สุด เดินน้อยๆ เคลื่อนตัวหน่อยๆ ได้มีเวลานอนเกลือกกลิ้ง ซึบซับกับบรรยากาศของโรงแรมและลมทะเล ซึ่งนานๆเราจะมีทริปแบบนี้ที 

“ถือว่าเราเอาบรรยากาศอ่าวนางหน้าฝนหลัง Covid มาฝากละกันนะคะ”

Day 1:

ทริปนี้เราบินไฟลท์ 8:55 น. พอถึงสนามบินกระบี่ เดินออกจาก Gate จะเจอ counter ขายตั๋ว Shutter Bus เข้าเมืองเลยค่ะ ค่ารถจากสนามบินไปอ่าวนางคนละ 150 บาทค่ะ ซื้อแล้วต้องเก็บตั๋วไว้ดีๆนะคะ เพราะสามารถใช้เป็นส่วนลดขากลับมาสนามบินได้ (ถ้ามีตั๋วขากลับจะลดเหลือแค่คนละ 100 บาทค่ะ) 

รถมาส่งถึงที่โรงแรมเลย

รอบนี้เราเลือกพักที่โรงแรม Krabi Resort ค่ะ เพราะว่าที่นี่อยู่ติดหาดเลย ไม่ต้องข้ามถนน อารมณ์มีหาดเป็นของตัวเองไรงี้ 

ห้องพักของเราเป็นแบบ Luxury Grand Room ค่ะ 

จะเป็นโซนที่อยู่รอบๆสระน้ำ หน้าตาดีมาก

เราได้ห้องชั้น 2 ข้างในห้องจะเป็นทรางกลม หลังคาสูง รอบห้องจะเป็นกระจกทำให้ห้องดูโปร่ง กว้างขวาง และสวยมากๆเลยค่ะ

ห้องน้ำจะมีส่วนห้องกระจกสำหรับอาบน้ำ และมีอ่างอาบน้ำให้ด้วยค่ะ รอบห้องน้ำก็เป็นกระจกรอบๆเหมือนกัน เอาไว้เผื่อใครอยากอาบน้ำไป ดูวิวไป ใครเขินก็ปิดม่านไว้ได้ค่ะ 

อ๊ะ ห้องเรามีระเบียงด้วยนะคะ กว้างเลย มีเก้าอี้ให้เอนนอนอาบแดด อ่านหนังสือ หรือจะนั่งชิลล์กันได้สบายๆเลย

ลาดตระเวนห้องพัก พร้อมเอาของเก็บกันได้ซักพัก เราเลยชวนกันออกไปหาอะไรทานกันซะหน่อย

วันนี้คืออยากทานอาหารใต้แบบ Local มากๆ พอดีว่าพนักงานขับรถกอล์ฟผ่านมาพอดีเลยถามพี่เค้า

ลูกไผ่: “แถวนี้มีร้านอาหารตรงไหนบ้างคะ”

พนักงาน: “มันจะมีเป็นร้านบ้านๆ แบบอาหารท้องที่เลยนะครับ”

ลูกไผ่: “ใช่ๆ อยากทานแบบนั้นเลยค่ะ”

พนักงาน: “มันจะมีแถวๆคลองแห้งเลยครับ”

ลูกไผ่: “เดินไปได้มั้ยคะ”

พนักงาน: “เดินไปไกลครับ โบกรถสองแถวไปดีกว่า”

ลูกไผ่: “โอเค ขอบคุณนะคะ”

แงะ เดินม่ายด้ายยย สรุปเราเลยตัดสินว่าจะลองเดินไปทางหน้าหาดเรื่อยๆดู

จะบอกว่าอ่าวนางเงียบมากกก จนน่าตกใจค่ะ มีร้านอาหารเปิดบ้างนิดหน่อย แต่ร้านส่วนใหญ่ปิดเกือบหมด มีนักท่องเที่ยวประมาณ​ 4-5 คน เดินสวนกับเรา

อาจจะเพราะว่าวันที่เรามาเป็นวันพฤหัส - ศุกร์ ก็อาจะเป็นได้

หลังจากที่เราเดินแล้วเดินเล่า หาร้านอาหาร

และแล้วเดชะบุญ

พี่ปุ่น: “กินขนมจีนมั้ยไผ่ เมื่อกี้เราเห็นเค้าเปิด”

จุดนี้ ก็ต้องทานแล้วล่ะ

ร้านชื่อว่าร้าน อ่าวนางซีฟู๊ด ค่ะ แต่ว่าตอนนี้เค้าขึ้นป้ายว่าขายขนมจีน

อยากจะบอกว่าเหมือนเจอขุมทรัพย์เลยค่ะ คือร้านนี้ดีงามมากกกก

ร้านอยู่ติดริมหาดเลย มีขนมจีนปักษ์ ซึ่งจะมีจานใส่ขนมจีนวางอยู่ จานละ 30 แล้วให้เราหยิบแล้วไปเลือกตักน้ำราดเองได้เลย ไผ่เลือกตักน้ำยาปู 

คนขาย: “น้ำยาปูเผ็ดนะ”

ลูกไผ่: “คล้ายๆน้ำยากระทิรึเปล่าคะ”

คนขาย: “คล้ายๆกันแต่ว่าเผ็ดกว่า”

เฮ้ยยย ไผ่ว่าไผ่ไหว 555

สรุปคือเผ็ดจริง แต่เผ็ดแบบไหว และที่สำคัญมันอร่อยมากกก นี่แหละรสชาติอาหารใต้ที่ตามหา

พี่ปุ่นซื้อไก่ทอดเพิ่ม ชิ้นละ 35 บาท ไผ่แอบไปแย่งทาน เฮ้ยยย อร่อยยยย ไก่กรอบนอกนุ่มใน ยังร้อนๆอยู่เลย 

ยัง! ยังไม่หมดแค่นั้น ที่ร้านนี้เค้ายังมีกล้วยปิ้ง มันปิ้งด้วย 

กล้วยปิ้งคืออร่อยน้ำตาไหล น้ำราดอร่อยมากกก และราดมาให้แบบเต็มอิ่ม

ส่วนมันจะเป็นมันสำปะหลังนะคะ อร่อยเหมือนกัน แต่ไผ่ปลื้มปริ่มกับกลัวยมากกว่า 

ต้องห้ามพลาดเลยค่ะร้านนี้ ถูกและดี!

ตอนแรกก็กะว่าพรุ่งนี้จะฝากท้องกับร้านนี้อีก แต่ว่าเค้าปิดทุกๆวันศุกร์ แงงง เสียจุย

ท้องอิ่มแล้ว พร้อมออกไปสำรวจชายหาดต่อ

วันนี้ฟ้าครึ้ม และลมแรงมากกกก ไม่มีแดดเลย

ข้อดีคือ ไม่ร้อน 555

เรียกได้ว่า วันนี้ทะเลกระบี่ดุมาก ค่ะ 5555

เป็นวันที่ถ่ายรูปเพลินเลยค่ะ เพราะเหมือนหาดเป็นของเรา 

เดินไปเรื่อยๆจนสุดหาด ก็จะเป็นหาดหน้าโรงแรมเราพอดี เดินเข้าไปได้เลย

ซึ่งบริเวณหน้าหาดของโรงแรมจะมีทางเดินเลาะโขดหิน เป็นมุมโค้งอ่าวพอดีค่ะ ตรงวิวดี และคลื่นแรงมากๆ

ว่าแล้วก็กลับมานั่งพักเล่นชิงช้าตรงหน้าหาดของโรงแรมซะหน่อย ตรงนี้โรงแรมเค้าจะมีเก้าอี้ชายหาดวางไว้ให้นอนชิลล์ริมทะเลได้ด้วยนะคะ เป็นอีกหนึ่งมุมที่ชิลล์มากๆ

ไหนๆก็เข้าโรงแรมแล้ว เราเลยถือโอกาสเดินเล่นในโรงแรมซะเลย ด้วยความที่ Krabi Resort ค่อนข้างกว้างมาก แถมมีต้นไม้ร่มรื่น ทำให้สามารถเดินเล่นได้สบายๆ เหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านรีสอร์ทอะไรอย่างนี้ 

ซึ่งตรงหน้าหาดเค้าก็จะมีห้องพักแบบเป็น bungalow เป็นหลังๆ ที่มีสระน้ำส่วนตัวอยู่ด้านในด้วย เห็นแล้วแอบอยากลองมาพักมากๆ

ห้องพักที่นี่มีหลาย type เลยค่ะ เดินเพลินๆกันไป 

อย่างที่บอกว่าททริปนี้เรากะมานอนพักผ่อนโง่ๆ อีก 1 กิจกรรมของเราในทริปนี้ก็คือ ว่ายน้ำที่โรงแรม!!!

ใช่ค่ะ มันเป็นกิจกรรมที่ตั้งแต่เที่ยวมา เราสองคนไม่เคยทำเลย 55555

คือปกติเน้นออกเดินเที่ยวถ่ายแบบอึด ถึก ทน ตลอด และมาตอนนี้ก็เป็นใจสุดๆ เพราะใสอันใหญ่โตของที่นี่เป็นของเรา 2 คน ว่ายไปเลยจ้า ไม่ต้องกลัวชนกับใคร เพราะทั้งสระมีแค่เรา 2 คน

บอกว่าแล้วว่ามาช่วงนี้ชิลล์มาก เหมือนเหมาหาด เหมาโรงแรมงี้

เล่นน้ำกันจนตัวเปื่อย ก็ขึ้นมาอาบน้ำ เตรียมตัวไปทานข้าวเย็นกัน

วันนี้เราฝากท้องที่ ร้านวังทรายซีฟู้ด ค่ะ จากหน้าโรงแรมเดินไปทางซ้ายมือ แปปเดียวก็ถึงค่ะ

เรียกได้ว่าเป็นร้านชื่อดังของที่อ่าวนาง เพราะว่าวิวพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมากค่ะ (ถ้าฝนไม่ตกนะ 555)

ทานเสร็จ ย่อยด้วยการเดินกลับโรงแรมค่ะ 

Day 2:

เช้านี้นอนยาว ไม่ได้ตื่นเช้ามาก เอาแบบว่าให้ตื่นเดินไปทันทานอาหารเช้าก็พอ 555

เมื่อวานเราโทรนัดให้ Shutter Bus มารับที่โรงแรมตอน 4 โมงเย็น วันนี้เราก็เลยเหลือเวลาเดินเล่นชายหาด 

เราเลยเดินเลาะโขดหินตรงหาดหน้าโรงแรมอีกรอบ

จริงๆตรงนี้น่ะ มันมี item ลับซ่อนอยู่ค่ะ

มันคือกล่อง containner ขนาดใหญ่ ด้านนอกจะเป็นวัสดุที่สะท้อนเงาทะเล เหมือนกระจก

ซึ่งวันนี้ประตูตู้เปิดอยู่ แล้วมีคนยืนมองแล้วทำหน้าตาแปลกๆ

ลูกไผ่: “คืออะไรอ่ะคะ”

พี่ปุ่น: “ไม่รู้แฮะ”

คือมันแปลกมากค่ะ มันเป็นวัตถุที่ไม่ควรมาตั้งอยู่ตรงี้

ด้วยความสงสัย เราเลยเดินไปดู ปรากฎว่าด้านในเป็นตู้มืดๆ ที่มองทะลุเห็นทะเล

แต่สิ่งที่ทำให้ไผ่ตกใจ แทบช็อค คือสิ่งอยู่ปลายตู้ Containner 

ตรงนั้นมี ผุ้หญิงแก่ หัวฟู มือหยิกเกร็ง ยืนนิ่งอยู่ปลายตู้

ลูกไผ่: “อะไรอ่ะ” 

  “คนเหรอ หรือว่าหุ่น”

          “แล้วเค้าทำเพื่ออะไรอ่ะ”

คือสำหรับไผ่มันน่ากลัวมากค่ะ แทบกรี๊ด

สุดท้าย ไผ่ไปถามพี่ที่เป็นคนกระบี่ว่าคืออะไร เค้าบอกว่ามันคือ ‘ประติมากรรมเบียนนาเล่’ 

เทศกาลศิลปะระดับโลก ที่มาจัดแสดงทั่วกระบี่ และตรงโรงแรมกระบี่ รีสอร์ท ก็เป็น 1 ในประติมากรรมของเทศกาลนี้ 

เราเลยถึงบางอ้อออ จะบอกว่าก่อนที่จะรู้เรื่อง พี่ปุ่นถ่ายรูปมาด้วยนะ แต่ด้วยความที่มันน่ากลัวมาก แล้วเราไม่รู้ที่มาที่ไป ก็เลยลบทิ้งไป ใครอยากรู้ว่าเป็นยังไง มาลองดูได้ค่ะ ดูแล้วมาเล่าให้ไผ่ฟังด้วยนะ 555

ถ้าไม่นับความตกใจกับประติมากรรมเบียนเนเล่นี้ ตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถือว่าสวยเลยค่ะ

ที่นี้มาถึงตอนหาข้าวกลางวันทานกันแล้วค่ะ 

มื้อกลางวันนี้เรารอดตาย ฝากท้องไว้ที่ Burger King ค่ะ เป็นสาขาที่อยู่เลยหน้าหาดมานิดนึง

ยังคงเหลือเวลา เราเลยลงไปเดินเล่นที่ชายหาดซะหน่อย วันนี้ทะเลกระบี่ใจดีกับเราขึ้นมาหน่อย คลื่นไม่โหดเท่าเมื่อวาน แถมวันนี้มีแดดด้วยนิดหน่อย

เราก็เลยได้ประกายระยิบระยับจากแดดมาจิ๊ดนึง

วันนี้ที่หาดมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น อาจจะเพราะวันนี้อากาศดีกว่าเมื่อวาน และวันนี้เป็นวันศุกร์ คนอาจจะเริ่มทยอยมาเที่ยวกันในช่วงสุดสัปดาห์

ดูนาฬิกาได้เวลากลับแล้ว เราเลยเดินเลาะหาดกลับไปรอขึ้นรถกลับที่โรงแรม

ปิดทริปพักผ่อน นอนเกลือกกลิ้งที่แท้ทรู 

อ่าวนางหน้าฝนก็ดีนะ........

———————————————

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าเดินทางไป - กลับบ้าน - สนามบิน คนละ 345 บาท

ค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ กระบี่ คนละ 225 บาท

ค่าที่พัก คนละ 1,307 บาท

ค่า Shutter bus ไป-กลับอ่าวนาง คนละ 250 บาท

ค่าอาหาร คนละประมาณ 584 บาท

รวมค่าใช้จ่ายทริปนี้ 2,711 บาท/คน

———————————————

ฝากติดตามทริปหน้าด้วยนะค้า ^^

ความคิดเห็น