" บ้านป่าหมาก " จุดกางเต็นท์ริมเขตแดน - ประจวบคีรีขันธ์ รีวิวโดย เสือซ่อนยิ้ม

บันทึกลำดับที่ 10 บ้านป่าหมาก l ประจวบคีรีขันธ์  26 - 27 กันยายน 2563 1.ขายทริปยังไงให้ผ่าน       ปกติการจะออกเดินทางไปเที่ยว พักผ่อน ตามหาความสงบ พบปะธรรมชาตินั้น ถ้าหากเราไม่ไปเพียงคนเดียวตามลำพัง ก็ต้องหาผู้ร่วมอุดมการณ์ไปด้วย สถานที่ที่อยากไปจะต้องนำมาเสนอขายให้แก่

" บ้านป่าหมาก " จุดกางเต็นท์ริมเขตแดน - ประจวบคีรีขันธ์

" บ้านป่าหมาก " จุดกางเต็นท์ริมเขตแดน - ประจวบคีรีขันธ์

 วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 09.14 น.

 วันที่เดินทาง 26 ก.ย. 2563

บันทึกลำดับที่ 10 บ้านป่าหมาก l ประจวบคีรีขันธ์ 
 26 - 27 กันยายน 2563

1.ขายทริปยังไงให้ผ่าน

      ปกติการจะออกเดินทางไปเที่ยว พักผ่อน ตามหาความสงบ พบปะธรรมชาตินั้น ถ้าหากเราไม่ไปเพียงคนเดียวตามลำพัง ก็ต้องหาผู้ร่วมอุดมการณ์ไปด้วย สถานที่ที่อยากไปจะต้องนำมาเสนอขายให้แก่เหล่าสมาชิก มอมเมาให้คล้อยตาม จนยอมตกลงปลงใจจัดกระเป๋าแบกสัมภาระลงเรือลำเดียวกัน และในครั้งนี้
ผลการเสนอขายคือ

“นอนกางเต็นท์ แคมป์เตาไฟ มีชาบู อยู่ชิคๆ ริมลำธาร “

2.จะว่าใกล้ก็ใกล้...จะว่าไกล...ก็จริง

       จังหวัดหนึ่งในสยามประเทศ ที่มีชื่อคล้องจองกันกับเมืองประจันตคีรีเขต (ซึ่งเดิมคือเกาะกงที่แยกออกจากจังหวัดตราด) จังหวัดที่ถ้าขับรถผ่าน หากว่าคนนั่งมาด้วยหลับสักหนึ่งตื่น ลืมตาขึ้นมาก็ยังคงอยู่จังหวัดเดิม (แต่คนขับห้ามหลับนะ) จังหวัดที่มีส่วนที่แคบที่สุดที่มีระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร...ชื่อแรก
ที่แวบเข้ามาในความคิดของคุณคือจังหวัดอะไร...

       276 กิโลเมตร จากเมืองกรุงศิวิไลตามที่ใครหลายคนบรรจุคำใช้เรียก สู่จุดหมายที่อยู่ห่างไกลแต่ทำให้ใจพองโต เส้นทางไม่ได้ยากอย่างที่คิด รถขนาดเล็กอย่าง swift ก็ยังเห็นไปได้

ชุมชนเล็กๆ ของพี่น้องชาวกะเหรี่ยง ที่อยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรอันอุดมสมบูรณ์ ณ ชายแดนเขตไทย-พม่า อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

       “ บ้านป่าหมาก “ สถานที่แห่งนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่มชุ่มชื่น คืนความชื่นมื่นให้กับดวงตา หลังจากอยากพักหลบหนีแสงสีฟ้าบนหน้าจอ ลำธารยาวทอดพาดผ่าน น้ำเย็นหลั่งไหลมิย้อนกลับส่งเสียงซ่าๆ บำบัดความอ่อนล้าผ่านการได้ยิน สถานที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอก ที่โทรศัพท์มือถือนั้นจะกลายเป็นเพียงที่ทับกระดาษ บ้านพักอย่างเดียวที่มีคือเต็นท์ มีค่าบำรุงสถานที่เพียง 50 บาท หากคุณเตรียมมา แต่ถ้าไม่ได้เตรียมมาก็มีให้เช่าในราคา 250 บาท นอนได้ 2 คน (แต่ก็แนะนำให้เตรียมมา) มีค่ามัดจำขยะ 500 บาท คุณจะได้คืนทันทีเพียงคุณเก็บทุกอย่างที่แบกมา และเอามันกลับไป

เส้นทางอาจทำให้กังวลแต่ GPS เชื่อได้ตามหน้าจอไปเลย 
ปล.แนะนำให้โหลดแผนที่GPS แบบ offline แล้วชาร์จแบตมือถือให้เต็มน๊า

3. concept

      สถานที่ซุกหัวนอนคืนนี้ ถูกจัดแจงประกอบร่างสร้างขึ้นท่ามกลางสายฝนที่ตกเสมือนมาต้อนรับ กว่าจะเรียบร้อยแล้วเสร็จเป็นไปด้วยความทุลักทุเล จนแสงตะวันจวนจะลับขอบฟ้าไปแล้ว เสบียงอาหารตรงตาม concept ได้จัดหามาจากศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่ง(แบรนด์หนึ่ง) ตั้งแต่เดินทางผ่านเมืองราชบุรี
และ วัตถุดิบประกอบอาหารทะเลแถวๆ ชุมชนประมงพื้นบ้านกุยบุรี ได้ค่อยๆถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างบรรจง พร้อมกับแสงชวาลาของแคมป์แต่ละหลัง ที่เปิดให้สว่างขึ้นต้อนรับรัตติกาล

4.เรื่องราวยามดึก

       หากคุณไปสถานที่ต่างๆ จะมีเรื่องราวที่เกิดขึ้น และกลายเป็นเรื่องเล่าเมื่อเวลาผ่านไป ในขณะที่ชาบูหมูทะเลรวมมิตรกำลังเดือดปุดๆ พร้อมกับสงครามตะเกรียบแห่งการแย่งชิง น้ำในลำธารไหลส่งเสียงแข่งขันกับฝนที่ตกกระทบผ้าใบคลุมเต็นท์ไม่ขาดสายจนแยกกันไม่ออก ถังเก็บพักน้ำบริเวณห้องน้ำใกล้ๆลานกางเต็นท์ ก็หลั่งไหลล้นทะลักออกมาร่วมแจมไม่แพ้กัน เนื่องจากจุกปิดถังได้อันตรธานหายไป ความสนุกมันอยู่ที่จะทำยังไง ถ้าหากปล่อยไว้ คืนก็คงจะนอนเปียกน้ำที่จะไหลท่วมเอ่อมาในเต็นท์ก็เป็นได้ เพราะสถานที่ตั้งมั่นของเรานั้นเป็นทางผ่านเลยทีเดียว จะรื้อเต็นท์ย้ายที่ดีไหม เป็นคุณจะทำยังไง...

5.อรุณรุ่ง

          ยามเช้าตรู่ถูกปลุกลุกตื่นขึ้น จากแสงอรุณรุ่งที่สาดส่องลอดผ่านช่องเต็นท์แยงตา ความชื้นจากหยาดน้ำฟ้าที่ตกสลับหยุดไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในยามนิทรา หลงเหลือตกค้างบ่งบอกบนผืนผ้าใบ ลำธารน้ำใส เย็นจับใจเร่งรุกปลุกความเยาว์วัยให้มุ่งพุ่งตรงลงเล่นเสมือนโหยหามาแสนนาน ความสดชื่นของวิวทิวทัศน์ที่มีหมอกฝน (Rain Fog) ขาวนวลลอยเด่นบนยอดไม้ไกลริบๆ มองไปรอบๆ ธรรมชาติได้ห้อมล้อมอยู่รอบตัวเรา มีเวลาเพียงพอให้ได้สัมผัส ซึมซับ ดื่มด่ำอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะหาความอบอุ่นและพลังงานให้กับร่างกาย ด้วยอาหารเช้าอย่างง่ายๆ เช่นเบคอน ไข่กระทะ ยังมีของสดที่เหลือจากมื้อเย็นเอามาต้มๆ ซดน้ำซุปได้อีกมื้อหนึ่ง และปิดท้ายด้วยกาแฟดำ เพื่อปลุกให้ตื่นอย่างเต็มที่

6.ก่อนจากลา

       อีกหนึ่งไฮไลท์ หากใครไม่อยากตระเตรียมอาหารเช้า บ้านป่าหมากมีร้านค้าที่ถูกสร้างจากไม้ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมผาข้างลำธาร (ให้อารมณ์แบบสำนักจอมยุทธ์ที่ตั่งอยู่ริมภูผา) เพียงข้ามสะพานเหลือง ทอดพาดผ่านลำธาร ที่ชาวบ้านคอยให้บริการ หากคุณเป็นคอกาแฟแล้วก็ไม่ควรพลาด กาแฟสดจากเมล็ดพันธุ์โรบัสต้า ผลผลิตของชุมชนที่การเพาะปลูกแบบอินทรีย์ ว่ากันว่าไม่มีสารเคมีให้ได้ลิ้มลอง หรือจะเป็นน้ำชงอย่างอื่นก็มีในราคา 30 กว่าบาทถูกกว่า กรุงเทพมากนัก และหากใครเป็นพรานภาพสาย landscape
แล้วหละก็ ที่แห่งนี้ก็ตอบโจทย์ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

7. ร่องรอย

           ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกเรื่องนี้สัก 3 - 4 บท แต่กับลุร่วงมาถึงบทที่ 7... ก็งงอยู่ ที่แห่งนี้ไกลกว่าที่คิด แต่ก็ดีพอๆ กับความไกลเช่นกัน บางทีการที่ได้มาท่องเที่ยว พักผ่อนในชุมชนแบบนี้
ก็มักจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนแต่ละชุมชนที่แตกต่างออกไป ไม่มากก็น้อย ความเรียบง่าย สบายๆ สัมผัสได้ชัดเจน นอกจากเราจะได้ซึมซับธรรมชาติที่เต็มเปี่ยมแล้ว เราว่า เรายังได้รับพลังงานดีจากรอยยิ้มของคนในชุมชนอีกด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องหนีเรื่องราวที่หนักอึ้ง ต้องการหลบมุมเพื่อที่จะพักผ่อน แสวงหาความเรียบง่ายแล้วหละก็ เก็บกระเป๋าสัมภาระ กดตังค์ เติมน้ำมัน แล้วพาคนที่คุณรักเปิด GPS มาได้เลย (https://goo.gl/maps/NRREuCq7JxmpR3wB6)

สวัสดี
- เสือซ่อนยิ้ม -

ความคิดเห็น